ย้อนชีวิตลิขิตรัก (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 11 แก้วกุหลาบหินก้านยาว

             

            ฉวี่หลิงหยิบแก้วขึ้นพลิกดูด้านล่างสุดของแก้วแน่นอนว่าเห็นตัวหนังสือว่า ‘ผลิตในราชวงศ์ชิงรัชสมัยคังซี’ สลักอยู่ เธอทำท่า๻๷ใ๯ วางแก้วกลับไปอย่างระมัดระวังพลางเอ่ย “งั้นหนูไม่เอาแล้ว”

            หวงอู่เองอยู่ว่างๆก็รู้สึกเบื่อเลยตั้งใจคุยโม้ “ฉันเป็๲คนใจดีเห็นหนูเป็๲เด็กสาวตัวเล็กๆ ขอแค่หนูซื้อในราคาร้อยหยวน ฉันก็จะขายให้หนู”

            “หนูแค่จะซื้อแก้วใบหนึ่งเท่านั้น ร้อยหยวนแพงเกินไป”ฉวี่หลิงทำท่าว่าจะออกจากร้านไป แต่ก็ยังทำเป็๞แกล้งถามเหมือนยังอยากได้ “หนูมีแค่ยี่สิบห้าหยวนเอง ลุงไม่ขายก็ไม่เป็๞ไร พี่เสี่ยวจิ้งพวกเราจ่ายเงินแล้วไปกันเถอะ”

            “คุณลุง นี่เงินค่ะ” หร่วนจิ้งรีบยื่นเงินให้หวงอู่ เมื่อเธอได้ยินว่าฉวี่หลิงจะจ่ายเงินยี่สิบห้าหยวนเพื่อแก้วเก่าๆใบหนึ่ง ก็อยากจะรีบดึงฉวี่หลิงออกจากร้าน เพราะกลัวว่าฉวี่หลิงจะสมองเลอะเลือนไปซื้อมา

            ยี่สิบห้าหยวนเทียบเท่ากับเงินเดือนของแม่เธอหนึ่งเดือนเชียวนะ

            หวงอู่๻๠ใ๽เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยอย่างฉวี่หลิงจะพกเงินมากขนาดนี้ เห็นเด็กๆ สามคนกำลังจะจากไปเขาก็รีบร้อนเอ่ยกับฉวี่หลิง “สาวน้อยรอก่อน หนูบอกว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ซื้อแก้วใบนี้นะ”

            ฉวี่หลิงหันกลับไปพูด“ยี่สิบห้าหยวนค่ะ ซื้อแก้วใบนี้แล้วก็กำไลของพี่สาวด้วย”

            ยี่สิบห้าหยวนนั้นเกือบจะเท่ากับค่าแรงของวันหนึ่งแล้วในใจหวงอู่ค่อนข้างพึงพอใจกับราคานี้ เขาเองก็อยากขายออกไปให้เร็วๆ  “ฉันขายให้เธอถูกหน่อยก็ได้”

            ฉวี่หลิงยิ้มอย่างใสซื่อมองปราดเดียวก็ดูออกว่าท่าทางหลอกง่าย เธอหยิบเงินออกมาอย่างสบายใจกำลังจะยื่นเงินออกไป ก็ถูกหลีเหล่ยดึงเอาไว้ “หลิงหลิงวันนี้เธอเป็๞อะไรไปน่ะ โง่เสียจริง นี่มันยี่สิบห้าหยวนนะไม่ใช่สองจุดห้าหยวน เธอใช้เงินเกินตัวไปแล้วนะ”

            “ใช่แล้ว หลิงหลิงอย่าซื้อเลย” หร่วนจิ้งเองก็เกลี้ยกล่อมตาม“แก้วอะไรก็ไม่คุ้มค่ากับยี่สิบห้าหยวนทั้งนั้น”

            ฉวี่หลิงกลับดึงดันเอาเงินยื่นให้หวงอู่ทั้งยังให้หวงอู่คืนเงินให้หร่วนจิ้งสองหยวน เธอยื่นเงินคืนให้กับหร่วนจิ้ง แต่กลับเห็นเธอโกรธขึ้งไม่ยอมรับเงิน

            หร่วนจิ้งโกรธจนบีบพวงแก้มของฉวี่หลิง“หลิงหลิง เธอฟังคำพูดของพี่กับอาเหล่ยเถอะ คืนของนั่นไปซะไม่อย่างนั้นเธอกลับไปจะต้องโดนไม้ไผ่คุณน้าหวดเอาแน่ๆ”

            ในใจหวงอู่กำลังแอบหัวเราะว่าวันนี้ทำธุรกิจได้ไม่เลวเลยพอได้ยินคำพูดของหลีเหล่ย เขาก็กลัวว่าเป็ดที่มาถึงปากเขาจะบินจากไป[1] จึงขมวดคิ้วเอ่ยอย่างเมินเฉย “ของของที่นี่ทั้งหมด ซื้อแล้วไม่รับคืนหรอกนะ”เขาพูดแล้วก็เอนตัวนอนลงไปบนเก้าอี้ ไม่สนใจพวกฉวี่หลิงสามคนอีก

            “ทำไมคุณถึงได้เป็๲คนแบบนี้นะ!” ท่าทางแบบนั้นของเขาทำให้หร่วนจิ้งโกรธจนวุ่นวายใจ

            ฉวี่หลิงยิ้มปลอบใจหลีเหล่ยกับหร่วนจิ้ง“พวกเธอไม่ต้องเป็๞ห่วงไป แก้วนี่ฉันไม่คืนหรอก ฉันซื้อเพราะมีเหตุผลของฉันเงินนี่แม่เองก็ไม่ได้เป็๞คนให้มาขอเพียงพี่เสี่ยวจิ้งกับอาเหล่ยช่วยฉันปิดเป็๞ความลับแม่ของฉันก็จะไม่รู้เ๹ื่๪๫นี้”

            เธอเอ่ยแล้วเอาเงินของหร่วนจิ้งยื่นให้เธอ“พี่เสี่ยวจิ้ง กำไลนั่นถือว่าเป็๲ของขวัญที่ฉันมอบให้ก็แล้วกันพี่อย่าได้เกรงใจไปเลย ไม่อย่างนั้นฉันจะโกรธละนะ” ความจริงเงินนี้เธอรวบรวมมาจากเงินค่าขนมและเงินอีกส่วนพ่อของเธอให้มาเป็๲รางวัลจากการที่เธอขายลูกท้อได้ดี

            หร่วนจิ้งรับเงินเอาไว้เธอกับหลีเหล่ยมองฉวี่หลิง ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่า ต่อไปพวกเธอจะต้องดูแลหลิงหลิงให้ดีๆเสียแล้ว เด็กที่หลอกง่ายอย่างหลิงหลิง ไม่แน่ว่าจะถูกใครใช้ลูกอมล่อแล้วเอาตัวไปได้

            หลังเกิดเ๱ื่๵๹นี้ขึ้นหร่วนจิ้งกับหลีเหล่ยเองก็ไม่อยากเดินดูของต่อไป ในใจของฉวี่หลิงคิดถึงเพียงแต่แก้วที่เพิ่งซื้อมาดังนั้นทั้งสามจึงมุ่งหน้าตรงกลับบ้าน

            ฉวี่หลิงกลับมายังห้องของตัวเองนำแก้วออกมาพิจารณาอย่างละเอียด แก้วใบนี้ทำออกมาอย่างงดงามและละเอียดอ่อน ให้๱ั๣๵ั๱ที่เกลี้ยงเกลาลวดลายกุหลาบหินที่ปากแก้วเองก็สวยงาม

            แต่เธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องลายครามดังนั้นจึงทำได้เพียงสำรวจแสงประกายอ่อนๆ ที่ลอยอยู่เหนือแก้ว

            ตอนนี้เวลายังไม่เย็นนักฉวี่หลิงนำกริชกับแก้วที่เธอเพิ่งได้มาเก็บใส่ในกระเป๋าสะพายหลังอย่างระมัดระวังหลังจากบอกกล่าวกับหวังย่าเหม่ยแล้วจึงขึ้นเขาไป

            เธอไม่มีความเข้าใจในสิ่งของเหล่านี้ทว่าปู่ของเธอต้องรู้แน่

            ฉวี่หฺวาหยิบแก้วที่อยู่ในมือขึ้นมาดูอย่างละเอียดสักครู่หนึ่งเขาจึงหันไปมองฉวี่หลิงที่มีสีหน้าเฝ้ารอคำตอบ จงใจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า“นี่เป็๞แก้วกุหลาบหินก้านยาวในรัชสมัยคังซีแห่งราชวงศ์ชิงจริงๆ เป็๞ของแท้หลานใช้เงินเท่าไหร่ถึงได้มันมา”

            ฉวี่หลิงมองฉวี่หฺวาจงใจเลิกคิ้วตามประสาเด็กๆ “ปู่ทายดูสิคะ”

            ฉวี่หฺวาเงื้อมือตบหน้าผากฉวี่หลิงเบาๆ“ปู่ไม่ทาย หลานรีบบอกมาเถอะ อย่ามัวแต่อมพะนำอยู่เลย”

            ฉวี่หลิงรินชาแก้วหนึ่งดันแก้วไปหน้าฉวี่หฺวาอย่างไม่รีบร้อน “หนูจ่ายไปเท่านี้” เธอยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว

            “สองพันหรือว่าสองแสนล่ะ” ฉวี่หฺวาชะงัก “ไม่ใช่สิ หลานจะมีเงินมากขนาดนั้นได้ยังไง เอาละหลานคงจะไม่ได้ซื้อมาสองร้อยใช่ไหม”

            “ปู่ทายผิดแล้วละค่ะ” ฉวี่หลิงยิ้มพลางพูดขึ้น “หนูใช้เงินยี่สิบกว่าหยวนซื้อมาค่ะ”

            ฉวี่หฺวาสำลักน้ำชาถึงกับต้องกระแอมออกมา ฉวี่หลิงเห็นตัวเองเล่นมากเกินไป จึงรีบร้อนลุกขึ้นช่วยลูบหลังของเขา

            ฉวี่หฺวาสงบใจลงแล้วเอ่ยถามฉวี่หลิงอีกครั้งอย่างไม่เชื่อว่า “หลานบอกว่า หลานใช้เงินยี่สิบกว่าหยวนซื้อแก้วกุหลาบหินก้านยาวของรัชสมัยคังซีกลับมาได้งั้นหรือ” เขาได้ฟังดังนั้นก็๻๠ใ๽จนพูดไม่ออก นี่มันโชคชะตาอะไรกันต่อให้เก็บทองได้บนพื้นยังไม่เหลือเชื่อขนาดนี้เลย

            ฉวี่หลิงอมยิ้มพยักหน้า

            ฉวี่หฺวามองฉวี่หลิงที่ไม่สะทกสะท้านอดรนทนไม่ได้ที่เห็นสีหน้าของเธอไม่เปลี่ยน จึงถามเธอไปว่า “หลิงหลิง หลานรู้หรือเปล่าว่าแก้วนี่ราคาตลาดมีค่าเท่าไหร่กัน”

            ความจริงฉวี่หลิงเองก็สงสัยจึงเอ่ยถาม “หนูไม่รู้ค่ะ มันมีค่าเท่าไหร่เหรอคะ”

            “หลานทายสิ” คราวนี้ฉวี่หฺวาเป็๲คนหลอกล่อบ้าง

            “หนูก็ไม่ทายค่ะ รู้ว่ามันเป็๞ของแท้ก็เพียงพอแล้ว”ฉวี่หลิงกล่าวอย่างสุขุมเยือกเย็น ราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจ

            ฉวี่หฺวาทำปากยื่นเอ่ยอย่างยอมแพ้ “อย่างน้อยมันก็มีค่าหนึ่งล้าน อีกอย่างมันก็มีคุณค่าในการเก็บสะสมด้วยต่อไปราคาจะต้องสูงขึ้นแน่”

            “หนึ่งล้าน” ฉวี่หลิงได้ฟังก็รู้สึกละอายแก่ใจไม่น้อยกาลก่อนเธอพยายามหาเงินแทบตายกว่าจะสะสมได้จำนวนเงินเยอะเท่านี้ไม่คิดว่าชีวิตใหม่นี้จะทำได้อย่างง่ายดาย

            “แต่ปู่ก็ยังแปลกใจอยู่ดี หลานมองปราดเดียวรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่ใช่ของปลอม” ฉวี่หฺวารู้ว่าหลานสาวของตัวเองไม่เคยเรียนการแยกแยะเครื่องลายครามดังนั้นเขาถึงได้แปลกใจว่าเธอแยกออกได้อย่างไรว่าอะไรคือของแท้ อะไรคือของปลอม

            ฉวี่หลิงรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องปิดบังจึงบอกไปตามตรง “ปู่คะ ความจริงแล้วหนูสามารถมองเห็นอะไรแปลกๆ ได้ค่ะ”

            “อะไรแปลกๆ อย่างนั้นเหรอ” ฉวี่หฺวายิ่งแปลกใจ “บอกปู่มาสิว่าเห็นอะไรที่ว่าแปลก”

            “หนูเดาว่า อะไรแปลกๆ พวกนั้นคงจะเป็๞โชคชะตาของคนหรืออะไรทำนองนั้น” ฉวี่หลิงเม้มปากจิบชาคำหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยว่า “อย่างเช่นวันนั้นตอนที่พ่อส่งหนูมาที่นี่ หนูเห็นว่าเหนือหัวของพ่อมีหมอกสีเ๧ื๪๨ จากนั้นก็เห็นภาพพ่อลงเขาไม่ทันระวังล้มลงไปบนพื้นเพราะอย่างนี้หนูถึงได้ไม่อยากให้พ่อลงเขา แต่พอปู่บอกให้พ่อเปลี่ยนเส้นทาง หมอกสีเ๧ื๪๨เหนือหัวพ่อก็หายไปอีกอย่างหนูสามารถมองเห็นรัศมีสีขาวสะอาดจากตัวปู่ แน่นอนว่าบนแก้วนี้เองก็มีด้วย”

            “เอ้อ จริงสิ หนูอยากให้ปู่ดูของอีกอย่างหนึ่งค่ะ”ฉวี่หลิงเปิดกล่องออก หยิบคมหิมะออกมา “หลังจากที่หนูช่วยคนคนหนึ่งมาเขาให้ของชิ้นนี้กับหนูมาเป็๲ของตอบแทน”

            ฉวี่หฺวาได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกอัศจรรย์ใจมองกริชที่โผล่พ้นออกจากกล่อง ดวงตาของเขาจดจ้องมองตรงที่คมหิมะอย่างไม่กะพริบ


    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/a46536d46fa0b5329d985f5a4109f950

    [1] อุปมาว่า กลัวว่าจะเสียของที่ได้มาอยู่ในมือไป