ฉวี่หลิงหยิบแก้วขึ้นพลิกดูด้านล่างสุดของแก้วแน่นอนว่าเห็นตัวหนังสือว่า ‘ผลิตในราชวงศ์ชิงรัชสมัยคังซี’ สลักอยู่ เธอทำท่าใ วางแก้วกลับไปอย่างระมัดระวังพลางเอ่ย “งั้นหนูไม่เอาแล้ว”
หวงอู่เองอยู่ว่างๆก็รู้สึกเบื่อเลยตั้งใจคุยโม้ “ฉันเป็คนใจดีเห็นหนูเป็เด็กสาวตัวเล็กๆ ขอแค่หนูซื้อในราคาร้อยหยวน ฉันก็จะขายให้หนู”
“หนูแค่จะซื้อแก้วใบหนึ่งเท่านั้น ร้อยหยวนแพงเกินไป”ฉวี่หลิงทำท่าว่าจะออกจากร้านไป แต่ก็ยังทำเป็แกล้งถามเหมือนยังอยากได้ “หนูมีแค่ยี่สิบห้าหยวนเอง ลุงไม่ขายก็ไม่เป็ไร พี่เสี่ยวจิ้งพวกเราจ่ายเงินแล้วไปกันเถอะ”
“คุณลุง นี่เงินค่ะ” หร่วนจิ้งรีบยื่นเงินให้หวงอู่ เมื่อเธอได้ยินว่าฉวี่หลิงจะจ่ายเงินยี่สิบห้าหยวนเพื่อแก้วเก่าๆใบหนึ่ง ก็อยากจะรีบดึงฉวี่หลิงออกจากร้าน เพราะกลัวว่าฉวี่หลิงจะสมองเลอะเลือนไปซื้อมา
ยี่สิบห้าหยวนเทียบเท่ากับเงินเดือนของแม่เธอหนึ่งเดือนเชียวนะ
หวงอู่ใเขาไม่คิดว่าเด็กน้อยอย่างฉวี่หลิงจะพกเงินมากขนาดนี้ เห็นเด็กๆ สามคนกำลังจะจากไปเขาก็รีบร้อนเอ่ยกับฉวี่หลิง “สาวน้อยรอก่อน หนูบอกว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ซื้อแก้วใบนี้นะ”
ฉวี่หลิงหันกลับไปพูด“ยี่สิบห้าหยวนค่ะ ซื้อแก้วใบนี้แล้วก็กำไลของพี่สาวด้วย”
ยี่สิบห้าหยวนนั้นเกือบจะเท่ากับค่าแรงของวันหนึ่งแล้วในใจหวงอู่ค่อนข้างพึงพอใจกับราคานี้ เขาเองก็อยากขายออกไปให้เร็วๆ “ฉันขายให้เธอถูกหน่อยก็ได้”
ฉวี่หลิงยิ้มอย่างใสซื่อมองปราดเดียวก็ดูออกว่าท่าทางหลอกง่าย เธอหยิบเงินออกมาอย่างสบายใจกำลังจะยื่นเงินออกไป ก็ถูกหลีเหล่ยดึงเอาไว้ “หลิงหลิงวันนี้เธอเป็อะไรไปน่ะ โง่เสียจริง นี่มันยี่สิบห้าหยวนนะไม่ใช่สองจุดห้าหยวน เธอใช้เงินเกินตัวไปแล้วนะ”
“ใช่แล้ว หลิงหลิงอย่าซื้อเลย” หร่วนจิ้งเองก็เกลี้ยกล่อมตาม“แก้วอะไรก็ไม่คุ้มค่ากับยี่สิบห้าหยวนทั้งนั้น”
ฉวี่หลิงกลับดึงดันเอาเงินยื่นให้หวงอู่ทั้งยังให้หวงอู่คืนเงินให้หร่วนจิ้งสองหยวน เธอยื่นเงินคืนให้กับหร่วนจิ้ง แต่กลับเห็นเธอโกรธขึ้งไม่ยอมรับเงิน
หร่วนจิ้งโกรธจนบีบพวงแก้มของฉวี่หลิง“หลิงหลิง เธอฟังคำพูดของพี่กับอาเหล่ยเถอะ คืนของนั่นไปซะไม่อย่างนั้นเธอกลับไปจะต้องโดนไม้ไผ่คุณน้าหวดเอาแน่ๆ”
ในใจหวงอู่กำลังแอบหัวเราะว่าวันนี้ทำธุรกิจได้ไม่เลวเลยพอได้ยินคำพูดของหลีเหล่ย เขาก็กลัวว่าเป็ดที่มาถึงปากเขาจะบินจากไป[1] จึงขมวดคิ้วเอ่ยอย่างเมินเฉย “ของของที่นี่ทั้งหมด ซื้อแล้วไม่รับคืนหรอกนะ”เขาพูดแล้วก็เอนตัวนอนลงไปบนเก้าอี้ ไม่สนใจพวกฉวี่หลิงสามคนอีก
“ทำไมคุณถึงได้เป็คนแบบนี้นะ!” ท่าทางแบบนั้นของเขาทำให้หร่วนจิ้งโกรธจนวุ่นวายใจ
ฉวี่หลิงยิ้มปลอบใจหลีเหล่ยกับหร่วนจิ้ง“พวกเธอไม่ต้องเป็ห่วงไป แก้วนี่ฉันไม่คืนหรอก ฉันซื้อเพราะมีเหตุผลของฉันเงินนี่แม่เองก็ไม่ได้เป็คนให้มาขอเพียงพี่เสี่ยวจิ้งกับอาเหล่ยช่วยฉันปิดเป็ความลับแม่ของฉันก็จะไม่รู้เื่นี้”
เธอเอ่ยแล้วเอาเงินของหร่วนจิ้งยื่นให้เธอ“พี่เสี่ยวจิ้ง กำไลนั่นถือว่าเป็ของขวัญที่ฉันมอบให้ก็แล้วกันพี่อย่าได้เกรงใจไปเลย ไม่อย่างนั้นฉันจะโกรธละนะ” ความจริงเงินนี้เธอรวบรวมมาจากเงินค่าขนมและเงินอีกส่วนพ่อของเธอให้มาเป็รางวัลจากการที่เธอขายลูกท้อได้ดี
หร่วนจิ้งรับเงินเอาไว้เธอกับหลีเหล่ยมองฉวี่หลิง ทำได้เพียงถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่า ต่อไปพวกเธอจะต้องดูแลหลิงหลิงให้ดีๆเสียแล้ว เด็กที่หลอกง่ายอย่างหลิงหลิง ไม่แน่ว่าจะถูกใครใช้ลูกอมล่อแล้วเอาตัวไปได้
หลังเกิดเื่นี้ขึ้นหร่วนจิ้งกับหลีเหล่ยเองก็ไม่อยากเดินดูของต่อไป ในใจของฉวี่หลิงคิดถึงเพียงแต่แก้วที่เพิ่งซื้อมาดังนั้นทั้งสามจึงมุ่งหน้าตรงกลับบ้าน
ฉวี่หลิงกลับมายังห้องของตัวเองนำแก้วออกมาพิจารณาอย่างละเอียด แก้วใบนี้ทำออกมาอย่างงดงามและละเอียดอ่อน ให้ััที่เกลี้ยงเกลาลวดลายกุหลาบหินที่ปากแก้วเองก็สวยงาม
แต่เธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องลายครามดังนั้นจึงทำได้เพียงสำรวจแสงประกายอ่อนๆ ที่ลอยอยู่เหนือแก้ว
ตอนนี้เวลายังไม่เย็นนักฉวี่หลิงนำกริชกับแก้วที่เธอเพิ่งได้มาเก็บใส่ในกระเป๋าสะพายหลังอย่างระมัดระวังหลังจากบอกกล่าวกับหวังย่าเหม่ยแล้วจึงขึ้นเขาไป
เธอไม่มีความเข้าใจในสิ่งของเหล่านี้ทว่าปู่ของเธอต้องรู้แน่
ฉวี่หฺวาหยิบแก้วที่อยู่ในมือขึ้นมาดูอย่างละเอียดสักครู่หนึ่งเขาจึงหันไปมองฉวี่หลิงที่มีสีหน้าเฝ้ารอคำตอบ จงใจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า“นี่เป็แก้วกุหลาบหินก้านยาวในรัชสมัยคังซีแห่งราชวงศ์ชิงจริงๆ เป็ของแท้หลานใช้เงินเท่าไหร่ถึงได้มันมา”
ฉวี่หลิงมองฉวี่หฺวาจงใจเลิกคิ้วตามประสาเด็กๆ “ปู่ทายดูสิคะ”
ฉวี่หฺวาเงื้อมือตบหน้าผากฉวี่หลิงเบาๆ“ปู่ไม่ทาย หลานรีบบอกมาเถอะ อย่ามัวแต่อมพะนำอยู่เลย”
ฉวี่หลิงรินชาแก้วหนึ่งดันแก้วไปหน้าฉวี่หฺวาอย่างไม่รีบร้อน “หนูจ่ายไปเท่านี้” เธอยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว
“สองพันหรือว่าสองแสนล่ะ” ฉวี่หฺวาชะงัก “ไม่ใช่สิ หลานจะมีเงินมากขนาดนั้นได้ยังไง เอาละหลานคงจะไม่ได้ซื้อมาสองร้อยใช่ไหม”
“ปู่ทายผิดแล้วละค่ะ” ฉวี่หลิงยิ้มพลางพูดขึ้น “หนูใช้เงินยี่สิบกว่าหยวนซื้อมาค่ะ”
ฉวี่หฺวาสำลักน้ำชาถึงกับต้องกระแอมออกมา ฉวี่หลิงเห็นตัวเองเล่นมากเกินไป จึงรีบร้อนลุกขึ้นช่วยลูบหลังของเขา
ฉวี่หฺวาสงบใจลงแล้วเอ่ยถามฉวี่หลิงอีกครั้งอย่างไม่เชื่อว่า “หลานบอกว่า หลานใช้เงินยี่สิบกว่าหยวนซื้อแก้วกุหลาบหินก้านยาวของรัชสมัยคังซีกลับมาได้งั้นหรือ” เขาได้ฟังดังนั้นก็ใจนพูดไม่ออก นี่มันโชคชะตาอะไรกันต่อให้เก็บทองได้บนพื้นยังไม่เหลือเชื่อขนาดนี้เลย
ฉวี่หลิงอมยิ้มพยักหน้า
ฉวี่หฺวามองฉวี่หลิงที่ไม่สะทกสะท้านอดรนทนไม่ได้ที่เห็นสีหน้าของเธอไม่เปลี่ยน จึงถามเธอไปว่า “หลิงหลิง หลานรู้หรือเปล่าว่าแก้วนี่ราคาตลาดมีค่าเท่าไหร่กัน”
ความจริงฉวี่หลิงเองก็สงสัยจึงเอ่ยถาม “หนูไม่รู้ค่ะ มันมีค่าเท่าไหร่เหรอคะ”
“หลานทายสิ” คราวนี้ฉวี่หฺวาเป็คนหลอกล่อบ้าง
“หนูก็ไม่ทายค่ะ รู้ว่ามันเป็ของแท้ก็เพียงพอแล้ว”ฉวี่หลิงกล่าวอย่างสุขุมเยือกเย็น ราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจ
ฉวี่หฺวาทำปากยื่นเอ่ยอย่างยอมแพ้ “อย่างน้อยมันก็มีค่าหนึ่งล้าน อีกอย่างมันก็มีคุณค่าในการเก็บสะสมด้วยต่อไปราคาจะต้องสูงขึ้นแน่”
“หนึ่งล้าน” ฉวี่หลิงได้ฟังก็รู้สึกละอายแก่ใจไม่น้อยกาลก่อนเธอพยายามหาเงินแทบตายกว่าจะสะสมได้จำนวนเงินเยอะเท่านี้ไม่คิดว่าชีวิตใหม่นี้จะทำได้อย่างง่ายดาย
“แต่ปู่ก็ยังแปลกใจอยู่ดี หลานมองปราดเดียวรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่ใช่ของปลอม” ฉวี่หฺวารู้ว่าหลานสาวของตัวเองไม่เคยเรียนการแยกแยะเครื่องลายครามดังนั้นเขาถึงได้แปลกใจว่าเธอแยกออกได้อย่างไรว่าอะไรคือของแท้ อะไรคือของปลอม
ฉวี่หลิงรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องปิดบังจึงบอกไปตามตรง “ปู่คะ ความจริงแล้วหนูสามารถมองเห็นอะไรแปลกๆ ได้ค่ะ”
“อะไรแปลกๆ อย่างนั้นเหรอ” ฉวี่หฺวายิ่งแปลกใจ “บอกปู่มาสิว่าเห็นอะไรที่ว่าแปลก”
“หนูเดาว่า อะไรแปลกๆ พวกนั้นคงจะเป็โชคชะตาของคนหรืออะไรทำนองนั้น” ฉวี่หลิงเม้มปากจิบชาคำหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยว่า “อย่างเช่นวันนั้นตอนที่พ่อส่งหนูมาที่นี่ หนูเห็นว่าเหนือหัวของพ่อมีหมอกสีเื จากนั้นก็เห็นภาพพ่อลงเขาไม่ทันระวังล้มลงไปบนพื้นเพราะอย่างนี้หนูถึงได้ไม่อยากให้พ่อลงเขา แต่พอปู่บอกให้พ่อเปลี่ยนเส้นทาง หมอกสีเืเหนือหัวพ่อก็หายไปอีกอย่างหนูสามารถมองเห็นรัศมีสีขาวสะอาดจากตัวปู่ แน่นอนว่าบนแก้วนี้เองก็มีด้วย”
“เอ้อ จริงสิ หนูอยากให้ปู่ดูของอีกอย่างหนึ่งค่ะ”ฉวี่หลิงเปิดกล่องออก หยิบคมหิมะออกมา “หลังจากที่หนูช่วยคนคนหนึ่งมาเขาให้ของชิ้นนี้กับหนูมาเป็ของตอบแทน”
ฉวี่หฺวาได้ฟังก็ยิ่งรู้สึกอัศจรรย์ใจมองกริชที่โผล่พ้นออกจากกล่อง ดวงตาของเขาจดจ้องมองตรงที่คมหิมะอย่างไม่กะพริบ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/a46536d46fa0b5329d985f5a4109f950
[1] อุปมาว่า กลัวว่าจะเสียของที่ได้มาอยู่ในมือไป