ในความฝันนั้น ร่างโปร่งแสงของเยว่ช่างม่านกำลังเดินเข้าไปยังอาคารหยกสีขาวอาคารใหญ่สร้างจากหยกหยางจือทั้งหลัง ตั้งอยู่บนเมฆลอยเหินอยู่กลางอากาศแห่งหนึ่ง ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยเหล่าชายชาตรีในชุดนักรบสีขาวสวมเกราะสีทองอร่ามตาทั้งยังมีสตรีสะคราญโฉมนับสิบ แต่งกายงดงามทว่ารับรูปทะมัดทะแมงสวมใส่เกราะสีทองเช่นเดียวกันกับบุรุษ
เยว่ช่างม่านในร่างโปร่งแสงไม่มีผู้ใดสังเกตมองเห็นนางได้แม้สักคนเดียว นางกวาดสายตามองภาพผู้คนตรงหน้ากำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด ต่างก็ยกเอาเหตุผลโต้แย้งกันไปมา ััได้ถึงภาพบรรยากาศที่ค่อนข้างตึงเครียดคล้ายว่ากำลังจะเกิดาในดินแดนแห่งนี้
มิรู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ทว่าเยว่ช่างม่านกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างไรบอกไม่ถูกคล้ายว่านางเคยอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ฉับพลันนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงสตรีสองนางกำลังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อนอยู่บนบัลลังก์ตั่งทองคล้ายเป็ตำแหน่งที่นั่งของประมุข หญิงสาวจึงหันมองไปยังสตรีทั้งสอง
‘เทียนโฮ่วเพลานี้เผ่ามารกำลังบุกดินแดนเทพของพวกเรา ต้นเหตุเป็เพราะใครกันเพคะ มิใช่องค์หญิงรองมิใช่องค์หญิงจ้าวฉางอันหนิงหรืออย่างไรเพคะ!’น้ำเสียงดุดันทรงพลัง สตรีนางนี้มีใบหน้างดงามโดดเด่น แต่งกายด้วยชุดสีแดงสด เดินเส้นด้ายด้วยดิ้นทองเป็ลวดลายหงส์สีทองตัดกับผ้าไหมสีแดงเข้มในแววตาของสตรีนางนี้ นางหาได้มีความหวาดหวั่นเกรงกลัวผู้ใด
‘เนี่ยหลันว่านเหนียน!เ้ายังคงกล้าเล่นลิ้นตีฝีปากในเพลานี้อย่างนั้นหรือ ผู้ที่เป็ต้นเหตุคือใครกัน!มิใช่องค์หญิงใหญ่ มิใช่จ้าวฉางอันเล่อหรืออย่างไร!’สตรีในชุดสีขาวเลื่อมทอง สวมใส่ศิราภรณ์หงส์ทองสยายปีก ปลายยอดประดับมุกใบหน้างดงามโดดเด่นเป็เอก ตวาดเถียงสวนทันที
‘ตีฝีปากอย่างนั้นหรือเ้ายังคงกล้าพูด! น่าหลันเฟยฮวา เ้าคิดว่าตนเองกลายเป็เทียนโฮ่วแล้วคิดว่าจะทำอะไรลูกของข้าอย่างไรก็ได้อย่างนั้นหรือ เ้าคิดหรือว่าข้า เทียนเฟยเนี่ยหลันว่านเหนียนผู้นี้จะยอมเ้า! ไม่มีทาง ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอมเ้าอีกต่อไปแล้ว!’ เทียนเฟยเนี่ยหลันว่านเนียนเถียงสวนเทียนโฮ่วอย่างไม่ลดละ
‘แพศยาทั้งคู่!วิชาการแสดงเล่นมารยานี้ของพวกเ้าแม่ลูก ข้าไหนเลยจะสู้ได้ ความจริงเป็อย่างไรเ้าทราบดีอยู่แก่ใจ เป็เพราะลูกของเ้าหลงรักองค์รัชทายาทเผ่ามารลงทุนฝึกวิชาพันโฉม แปลงกายเป็จ้าวฉางอันหนิงลูกข้า แล้วไปล่อลวงเขานั่นจึงกลายเป็สาเหตุให้เกิดา เพราะลูกของเ้าไม่เจียมตน ถือดีว่าตนเองเก่งกล้าไปหลอกหลางหวางหลี่จื่อ แล้วเป็อย่างไร! ผลก็เป็เช่นนี้เผ่ามารลุกฮือต่อต้าน ทั้งหมดนี้คือฝีมือของพวกเ้าแม่ลูกทั้งสิ้น! คราวเคราะห์ครานี้ เหตุใดไม่ให้จ้าวฉางอันเล่อรับไปเล่า!’ เทียนโฮ่วน่าหลันเฟยฮวาตวาดเสียงดัง คลื่นเสียงรุนแรงสั่นะเืเลื่อนลั่นไปทั้งพิภพแดนเทพ
เยว่ช่างม่านจึงได้ทราบว่าสตรีชุดแดงคือเทียนเฟย เนี่ยหลันว่านเหนียน สตรีชุดขาวคือเทียนโฮ่ว น่าหลันเฟยฮวาเยว่ช่างม่านมองภาพตรงหน้า รู้สึกหัวใจถูกบีบรัดอย่างรุนแรง น้ำตาท้นเอ่อปริ่มขอบไหลหยดเป็ทางอาบแก้ม
ภาพตรงหน้าแปรเปลี่ยนอีกครั้งคราวนี้เยว่ช่างม่านมองเห็นสตรีนางหนึ่ง เกศาสีขาวเงินประกายระยับดวงตาเป็สีน้ำตาลทอง ใบหน้างดงามโดดเด่นแต่งกายด้วยชุดขาวสลับทองรับรูปในชุดนักรบตลอดร่างของนางคล้ายมีประกายสีทองเรืองรองอยู่ตลอด
ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเยว่ช่างม่านนั่นเพราะหญิงสาวนางนี้ นางกำลังบินอยู่สูงเหนือน่านฟ้าด้วยปีกสีขาวเคลือบทองเปล่งประกายพราวระยิบระยับ ปีกคู่นั้นทั้งกว้าง ดูแข็งแรงและยิ่งใหญ่สายตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ทว่าเยว่ช่างม่านกลับเห็นอย่างชัดเจนลึกลงไปั์ตาของหญิงสาวนางนี้ นางกำลังเศร้าโศกเสียใจอย่างที่สุดหยาดน้ำตาท้นเอ่อปริ่มขอบ ทว่ากลับเพียงค้างอยู่ตรงขอบตาเท่านั้น มิได้ไหลออกมาให้ใครเห็นคล้ายว่านางกำลังฝืนสะกดกลั้นอารมณ์อย่างสุดกำลัง นางกำลังก้มมองกล่าวกับสตรียังเบื้องล่าง
‘เสด็จแม่หากลูกไม่อยู่แล้ว ขอเสด็จแม่โปรดถนอมพระวรกายด้วยเพคะ’
ฟังจากคำพูดของนางเยว่ช่างม่านคาดเดาได้ว่า พระมารดาของสตรีนางนี้ก็คือเทียนโฮ่วน่าหลันเฟยฮวา
‘หนิงเอ๋อร์!หนิงเอ๋อร์! อย่าไปนะลูก อย่าทิ้งแม่ไว้แบบนี้! หนิงเอ๋อร์!แม่มีเ้าเพียงคนเดียวนะลูก!’ สตรีชุดขาวแหงนหน้ามองน่านฟ้านางะโขึ้นไปทั้งน้ำตา เทียนโฮ่วน่าหลันเฟยฮวาร้องสะอื้นปริ่มจะขาดใจทรุดกายลงกับพื้น ร้องขอบุตรสาวเพียงคนเดียวให้ล้มเลิกความคิดสละชีพตนเองเสีย
ทว่าเสียงของเทียนเฟยเนี่ยหลันว่านเหนียนดังแทรกขึ้นอีกครั้ง
‘องค์หญิงรองปีกหงส์ของท่านสามารถทำเป็อาวุธได้นะเพคะมีเพียงพระองค์เท่านั้นที่จะหยุดหลางหวางหลี่จื่อได้พิภพเทพจะแซ่ซ้องกับการสละชีพขององค์หญิงรอง หม่อมฉันในฐานะเทียนเฟยเนี่ยหลันว่านเหนียน จะมิลืมพระคุณครั้งนี้ขององค์หญิงรองเลยเพคะ’
‘บังอาจ!เ้ากล้าดีอย่างไรถึงหลอกลูกข้ากัน! เนี่ยหลันว่านเหนียน!’ เทียนโฮ่วลุกขึ้นยืนตวาดใส่เนี่ยหลันว่านเหนียน
‘เทียนโฮ่ว! แล้วพระนางมีวิธีการใดหยุดพวกเขาได้อย่างนั้นหรือเพคะ!ยามนี้เทียนจวินจ้าวซีห่าวกำลังเข้าสู่่กักตนผู้ที่มีพลังเวทมากที่สุดในยามนี้ของพิภพเทพ ทัดเทียมสูสีกับองค์รัชทายาทเผ่ามารก็มีเพียงองค์หญิงรองจ้าวฉางอันหนิงเท่านั้นนะเพคะ!’ เทียนเฟยเนี่ยหลันว่านเหนียนกล่าวถึงเหตุผล
ยามนี้เหล่าทวยเทพาุโต่างพากันเห็นด้วยกับคำพูดของเทียนเฟย พากันคุกเข่าขอร้องเทียนโฮ่วให้หักห้ามใจแล้วเอ่ยขอบคุณองค์หญิงรองเ้าฉางอันหนิง ที่สละชีพในคราวนี้
‘ขอเทียนโฮ่วโปรดสงบพระทัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ’
‘ขอเทียนโฮ่วเห็นแก่ส่วนรวมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ’
‘ขอบพระทัยองค์หญิงรองที่ทรงสละชีพเพื่อช่วยพิภพเทพไว้’
‘พวกกระหม่อมจะรอดวงจิตขององค์หญิงหวนคืนกลับมาอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ’
องค์หญิงจ้าวฉางอันหนิงเห็นเหตุการณ์เบื้องล่างชัดเจนนางมองสบเทียนโฮ่วทั้งน้ำตา ก่อนจะตัดใจ สยายปีกพุ่งทะยานขึ้นไปทางทิศเหนือด้วยเผ่ามารบุกขึ้นมาแล้ว มีเพียงนางเท่านั้น ที่จะสยบหลางหวางหลี่จื่อได้
‘หนิงเอ๋อร์!เ้าอย่าไป อย่าทิ้งแม่ไปนะลูก อย่าทิ้งแม่ไว้แบบนี้ หนิงเอ๋อร์! หนิงเอ๋อร์กลับมา!’เสียงของเทียนโฮ่วดังกึกก้อง ปริ่มจะขาดใจ หยาดน้ำตาหลั่งรินมิขาดสายบุตรสาวเพียงคนเดียวของพระนาง องค์หญิงที่มีพร์ที่สุดในแดนพิภพเทพ จ้าวฉางอันหนิงได้เลือกทางเดินแล้ว
‘เสด็จแม่ลูกขอโทษเพคะ ลูกช่างอกตัญญูนักแล้ว’
องค์หญิงจ้าวฉางอันหนิงส่งเสียงผ่านทางจิตให้มารดารับรู้ก่อนนางจะค่อยๆ ปรือตาปิด บริกรรมคาถาพึมพำมิได้ศัพท์ ปีกหงส์สยายกระพือรุนแรงพัดพาเอาเหล่าเผ่ามารผู้บุกรุก ปลิวหายกระจัดกระจาย
หญิงสาวยังคงพุ่งทะยานต่อเนื่องร่ายเวทกลางอากาศ นางหมุนวนต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว ใช้หยดเืแทนน้ำหมึกวาดอักขระป้องกันรับการโจมตีของเผ่ามาร
‘แพศยานัก!’น้ำเสียงดุดันของบุรุษคำรามก้อง
ร่างของเขาหล่อเหลาองอาจสมกับเป็องค์รัชทายาทเผ่ามาร เผ่ามารนี้ ใครต่างทราบดีว่ามีหน้าตาเหนือล้ำธรรมดาสามารถใช้ความงามความหล่อเหลาล่อลวงผู้คนให้ติดกับได้
‘หลางหวางหลี่จื่อเ้านำคนของเ้าถอยกลับไป แล้วข้าจะถือว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น!’องค์หญิงจ้าวฉางอันหนิงกล่าว
‘ถอยกลับไปอย่างนั้นหรือ!องค์หญิงรอง ท่านมันหญิงใจโฉด หลอกลวงข้าให้หลงรักกล้าหลอกใช้ข้าให้นำคัมภีร์เวทปฐีโลกันตร์พิภพล่างมาให้ รับปากว่าจะแต่งงานกับข้าแล้วอย่างไร เหตุใดเ้าจึงกล้าไปแต่งกับผู้อื่น!’เสียงของเขาดุดันคำรามก้อง เจือความเ็ปแสนสาหัส
ั์ตาสีน้ำตาลทองในยามปกติของหลางหวางหลี่จื่อกลับกลายเป็สีแดงฉานดุจโลหิต เส้นผมสีน้ำตาลทองทอประกายเรืองรองของเขายามนี้กลับกลายเป็สีดำดุจราตรีกาล มืดมิด ดำเข้มดุจใจของเขาที่ปกคลุมไปด้วยความมืดหม่น ตกอยู่ในห้วงอนธการไม่มีวันสิ้นสุด
‘เหลวไหล!ข้ายังมิเคยคิดแต่งกับผู้ใด เ้าเลอะเลือนเกินไปแล้ว!’ องค์หญิงรองสับสนมึนงงกระนั้นเื่ราวดำเนินมาถึงขั้นแตกหัก ไม่มีทางถอยได้อีกมีเพียงต้องตายกันไปข้างหนึ่งเท่านั้น
‘เหลวไหลอย่างนั้นหรือ!เ้าคิดว่าข้าโง่เขลามากหรืออย่างไร คิดว่าข้ามิรู้เื่ไก่อ่อนมู่หรงเทียนหลงหรือ!เ้ารักมันมากใช่หรือไม่ เช่นนั้นหลังสังหารเ้าแล้ว ข้าจะสังหารมันตามเ้าไปให้พวกเ้าไปเป็คู่ขวัญในพิภพโลกันตร์เป็อย่างไร!’หลางหวางหลี่จื่อะโกร้าว ก่อนจะเริ่มร่ายเวทเช่นกัน
ร่างของเขายามนี้แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็ัสีดำตัวใหญ่ั์ ปีกดำสยายกางกว้าง พร้อมทะยานต่อสู้สยบหงส์
สองฝ่ายต่างปะทะกันรุนแรงดุเดือดสร้างความเสียหายไปทั่วทั้งหกพิภพ ดินแดนปั่นป่วน เกิดแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆก่อเกิดดินแดนใหม่นับพันหมื่นทวีป
'อะไรกันนะนี่ นี่มัน คืออะไรกัน' เยว่ช่างม่านนอนกระสับกระส่าย คิ้วขมวดพึมพำไม่ได้ศัพท์ ส่ายหน้าไปมาอย่างยากยอมรับเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้า
เมื่อเห็นเยว่ช่างม่านโคลงศีรษะส่ายหน้าไปมาราวกับตกอยู่ในห้วงฝันร้าย ลี่ฟางพยายามเรียกหลายครา มองด้วยความเป็ห่วง “คุณหนูคุณหนู คุณหนูเ้าคะ บ่าวอยู่ตรงนี้แล้วเ้าค่ะ คุณหนู”