ฟึบ! ฉึก!
"!?"
มีดเล่มเล็กด้ามจับสีดำพุ่งตรงมาปักอยู่ที่ไหล่ซ้ายของหญิงสาว หญิงสาวรีบะโถอยหลังเว้นระยะห่างจากจุดเดิมทันที ตัวหลี่หวังฟางที่ฝืนยืนต่อไปไม่ไหวทรุดลงกับพื้นหอบหายใจแรงเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการจมน้ำมา คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นพบกับเ้าของมีดที่มีเรือนผมสีแดงเป็เอกลักษณ์ กำลังยืนบังตนเอาไว้ราวกับ้าที่จะปกป้อง
ตึก ตัก.. บังเกิดให้เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากในอก แต่แค่แวบเดียวเท่านั้น เ้าของเรือนผมสีแดงเอ่ยสิ่งหนึ่งขึ้นมา
"อย่ามาแตะต้องคนของข้า"
สิ้นเสียงร่างเล็กก็ล้มลงสลบไป ก่อนที่ตาจะปิดลงสนิทก็มีความรู้สึกแปลกที่ไม่รู้จักแต่ทว่าคุ้นเคยแทรกซึมเข้ามา เขาไม่เข้าใจมันและก็ไม่อยากจะเข้าใจมันด้วย...
ร่างเล็กที่อยู่ ๆ ก็สลบไปทำให้เด็กชายผมแดงผู้มาใหม่ใ รีบเข้าไปอุ้มไว้แนบอกเมื่อรู้ว่าร่างเล็กไม่เป็อะไรมากก็รู้สึกโล่งใจเป็อย่างมาก แต่เมื่อเห็นแผลที่แก้มของคนตัวเล็กกว่า เด็กชายก็รู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้ง
"โผล่มาแล้วรึ ไอปีศาจ!" หญิงสาวพุ่งใส่พร้อมมีดในมือหวังที่จะแทงให้ทะลุคอของจินไห่ แต่เด็กชายผมแดงไหวตัวทันเลยอุ้มร่างเล็กะโหลบไปที่มุมตึก
"ชิ หลบเก่งดีนิ" หญิงสาวหัวเสียที่ตนโจมตีไม่โดนเป้าหมาย
จินไห่ไม่พูดอะไรขยับตัวไปตรงที่คิดว่าปลอดภัยก่อนจะวางร่างเล็กที่หลับไม่ได้สติลง จากนั้นหันไปเผชิญหน้ากับหญิงสาว ฉับพลันั์ตาของเขาก็แดงขึ้นจากเดิมที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงเข้มขึ้นจนเห็นได้ชัด รอบกายปรากฏหมอกสีดำหมุนวนรอบ ๆ ตัว ตาสีแดงจับจ้องไปที่หญิงสาวราวกับว่าจะฉีกกระชากร่างที่สะท้อนอยู่ออกเป็ชิ้น ๆ
ฝ่ายหญิงที่ถูกมองรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างทำให้ขยับตัวไม่ได้คล้ายถูกเ้าของสายตาใช้บางอย่างตรึงร่างเอาไว้ จินไห่เดินเข้ามาใกล้นางเรื่อย ๆ ยิ่งทุกอย่างรอบตัวเงียบขึ้นมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกกดดันและกระวนกระวายใจจนแทบหายใจไม่ออก แต่นางก็ยังคงยกยิ้มสู้ ไม่นานเกินรอเ้าของแรงกดดันก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของนาง
"สูงไป.." สิ้นเสียง ร่างเพรียวก็ทรุดตัวลง
"เ้าทำให้ข้าโกรธ เพราะฉะนั้นจงชดใช้..." มือขวายื่นออกไปหมายจะบีบคอใหญ่ให้ขาดคามือ แต่ก็ถูกขัดจากชายชุดดำที่มาใหม่ มีดสั้นพุ่งตรงหมายจะปักที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเด็กชาย จินไห่ที่ััได้ะโหลบได้ทันท่วงที
"น่ารำคาญจริง" จินไห่พึมพำเบา ๆ แต่ด้วยความเงียบทำให้ทุกคนได้ยิน
"โอ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นเ้าในสภาพนี้" ผู้มาใหม่พูดขึ้น ไม่ได้พูดกับจินไห่แต่พูดกับหญิงสาวที่ตอนนี้ถอยห่างออกจากเด็กชายไปหลาย่ตัว
"แค่ประมาท ระวังตัวด้วย" หญิงสาวตอบอย่างไม่สบอารมณ์พลางมองจินไห่อย่างหวาดระแวง
"คุยกันจบหรือยัง?" จินไห่รู้สึกไม่ชอบใจเป็อย่างมากที่พวกมันเมินเขา
จินไห่ทำการเรียกกระบี่สีดำที่มีลายดอกกุหลาบแดงสลักไว้ตรงปลายด้ามจับออกมาจากอากาศ ไม่รอช้าเขาพุ่งเข้าใส่หญิงสาวที่อยู่ใกล้สุดแต่ดูเหมือนชายชุดดำอีกคนที่มาใหม่จะรู้อยู่ก่อนแล้วจึงพุ่งตัวเข้ามาสกัดไว้ได้ทัน
เคร่ง เคร่ง!
เสียงกระบี่ปะทะกับมีดสั้นทำให้เกิดประกายไฟเป็ระยะ ๆ แต่ดูเหมือนตอนนี้จินไห่จะได้เปรียบเพราะพลังของอีกฝ่ายที่น้อยกว่าตน ในระหว่างที่สู้กับชายชุดดำอยู่นั้น หญิงสาวก็ไม่ได้อยู่เฉย คอยหาจังหวะเข้าโจมตีตอนที่เด็กชายเผลอ นางพุ่งเข้าใส่ตอนที่จินไห่ทำการะโหลบมีดที่ชายชุดดำปาใส่ ทำให้ตอนนี้เด็กชายที่ลอยอยู่บนอากาศไม่สามารถหลบการโจมตีที่มาอย่างกะทันหันได้เลย...
แต่ทว่าเด็กชายกลับพลิกแพลงสถานการณ์โดยใช้หมอกสีดำให้แปรเปลี่ยนเป็โล่กำบัง ทั้งยังใช้พลังผลักชายชุดดำออกไปทำให้ชายชุดดำที่โดนโจมตีกะทันหันไม่ทันหลบกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงตึกอย่างแรงจนกระอักเืออกมา ส่วนหญิงสาวที่เห็นสหายพลาดท่า ะโถอยหลังเพื่อไปตั้งหลัก
จินไห่ไม่คิดรีรอให้หญิงสาวพักอย่างที่หวังไว้ เขาพุ่งตัวไปหมายจะฟันให้นางตัวขาดเป็สองท่อน แต่ขณะที่กระบี่กำลังจะฟันร่างนั้น ร่างกายของเด็กชายก็หยุดการเคลื่อนไหวไปซะดื้อๆ ราวกับถูกเชือกที่มองไม่เห็นพันธนาการอยู่ พอมองลงไปตรงอกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็เพราะอะไร
"หึหึ ลืมไปแล้วหรือไงว่าข้ามีผนึก์" หญิงสาวมองจินไห่และพูดขึ้นด้วยความสะใจ
"อึก.." ขยับตัวไม่ได้
"เอาละตายซะเถอะ ไอเด็กปีศาจ"
[ก่อนหน้านั้น อีกทางด้านหนึ่ง]
ณ โรงเตี๊ยมที่พวกหลี่หวังฟางใช้เป็ที่พักชั่วคราว ตอนนี้ชั้นล่างสุดมีโต๊ะหนึ่งถูกจับจองโดยเด็กชายเด็กหญิงจำนวนสี่คนนั่งล้อมวงกันอยู่ เด็กพวกนั้นก็คือ ซ่านฉิง ซิ่นซิน เลี่ยงหลิงและหนิงอ้าย
"ทั้งสองจะปลอดภัยไหมนะ" หนิงอ้ายพูดขึ้นอย่างเป็ห่วง ทั้งสองที่เธอหมายถึงก็คือหลี่หวังฟางกับจินไห่ พี่ใหญ่ที่ออกไปตามหาน้องเล็กที่หายตัวไปหลังจากที่ทุกคนทานข้าวเที่ยงกันเสร็จและตัดสินใจว่าจะกลับมาที่โรงเตี๊ยม ทุกคนเป็ห่วงคิดจะช่วยกันออกตามหา แต่เพราะจินไห่บอกว่าจะไปหาเองส่วนคนอื่น ๆ ให้มานั่งรอที่โรงเตี๊ยม พวกที่เหลือเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากมานั่งรอเฉย ๆ ตามที่จินไห่บอก
"ต้องไม่เป็ไรสิ พี่จินไห่เก่งจะตาย ต้องหาน้องฟางเจอแน่ๆ" ซ่านฉิงบอก
"นั้นสิ" เลี่ยงหลิงพยักหน้าเห็นด้วยกับซ่านฉิง
"แต่เราออกไปช่วยตามหาไม่ดีกว่าหรือเ้าค่ะ" หนิงอ้ายเสนอ
"ไม่ได้!" ซิ่นซินตอกกลับทันที
"ทำไมละพี่ซิน"
"เพราะมันอันตรายอย่างไรเล่า ถ้าเกิดไปเจอเ้าโจรพวกนั้นอีกละ จะทำอย่างไร?"
"แต่พี่ไห่กับน้องฟางอาจจะโดนพวกมันจับตัวไปก็ได้นะ!" หนิงอ้ายไม่ยอมแพ้ แต่คำพูดของหนิงอ้ายกลับทำให้บรรยากาศแย่ลงกว่าเดิม
"ถ้าเป็แบบนั้นจริง แล้วเราจะช่วยอะไรได้?"
"แต่!"
"จริงของพี่ซินนะ หนิงอ้าย" เสี่ยวหลิงบอก นั้นทำให้หนิงอ้ายร้องไห้ออกมาทันที ไม่ไกลจากตรงนั้นมีบุรุษคนหนึ่งที่แอบฟังอยู่นานตัดสินใจเดินเข้าหาพวกเด็กๆ
"พวกเ้า ข้าขอคุยด้วยสักครู่ได้หรือไม่?"
หลังจากหลี่หวังเหว่ยที่ใช้เวลาเดินทางด้วยวิชาตัวเบาโดยไม่หยุดพักหลายชั่วยามก็ถึงเมืองมี่อี้ จุดหมายปลายทางเสียที แต่ติดปัญหาตรงที่ว่าตนไม่รู้ว่าควรเริ่มหาน้องเล็กจากทางไหนก่อนดี จึงตัดสินใจแวะโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อนเสียก่อนถึงไม่อยากจะพักซักเท่าไหร่เพราะรู้สึกเป็ห่วงน้องเล็กมาก แต่ตอนนี้ยังไม่เช้าดีถ้าน้องเล็กหนีออกมาเองจริง ๆ คงพักอยู่ที่ไหนสักแห่งในเมืองนี้และคงยังไม่ตื่นแน่ ๆ
ในยามเช้าตรู่ชายหนุ่มก็ออกตามหาจนเวลาผ่านไปถึงยามอู๋หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ หลี่หวังเหว่ยจึงตัดสินใจลองถามคนแถว ๆ นั้นดูจนได้ข่าวมาว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งเข้ามาเปิดห้องในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเมื่อคืนนี้ ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบตรงไปที่โรงเตี๊ยมนั้นทันที
เมื่อเข้ามาในโรงเตี๊ยมเสี่ยวเอ้อก็เข้ามาต้อนรับอย่างรวดเร็วแต่หลี่หวังเหว่ยหาได้สนใจไม่ เขาหันไปมองเด็กสี่คนที่นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ตรงโต๊ะหนึ่ง บทสนทนาทุกอย่างเขาก็ได้ยินหมดแล้วด้วย หลี่หวังเหว่ยเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหาเพื่อถามในสิ่งที่ตน้า
"พวกเ้า ข้าขอคุยด้วยสักครู่ได้หรือไม่?" เมื่อถามจบเด็ก ๆ ก็หันมามองเขาทันที ทุกคนมีท่าทางหวาดระแวงปนสงสัย
"ท่านมีอะไรจะถามพวกข้าหรือขอรับ ถ้าพวกข้าตอบได้พวกข้าจะตอบ" เด็กน้อยที่ดูอายุเยอะที่สุดหรือก็คือซิ่นซินพูดตอบ
"งั้นข้าจะไม่ขออ้อมค้อม เื่ที่เ้าคุยกันเมื่อครู่ เื่เด็กสองคน..." ชายหนุ่มตั้งใจเว้น่เพื่อดูปฏิกิริยาของเด็ก ๆ กลุ่มนี้
"น้องฟางที่เ้าพูดถึงใช่ หลี่หวังฟางหรือไม่?"หลี่หวังเหว่ยตัดสินใจพูดต่อหลังจากเงียบไปนาน
"ท่านรู้จักน้องฟางหรือ!?" เด็กสาวนามว่าหนิงอ้ายพูดขึ้นอย่างดีใจและสงสัย
"ข้าหลี่หวังเหว่ยเป็พี่ชายของเขา " เขาตอบตามความจริง
"งั้นท่านก็สามารถช่วยน้องฟางกับพี่ไห่ได้สินะขอรับ!" เด็กชายอีกคนที่ชื่อว่าซ่านฉิงบอก ทำให้หลี่หวังเหว่ยที่ฟังขมวดคิ้วสงสัย
"ช่วย? เกิดอะไรขึ้นกับน้องข้า??"
เด็กทั้งสี่มองหน้ากันก่อนที่ซิ่นซินพี่ใหญ่สุดในกลุ่มตอนนี้เป็คนอาสาเล่าเื่ทุกอย่างให้ชายหนุ่มฟัง เมื่อหลี่หวังเหว่ยฟังจบก็รู้สึกเป็ห่วงน้องเล็กมากกว่าเดิม จึงตัดสินใจที่จะออกไปตามหาและบอกให้พวกเด็ก ๆ รออยู่ที่นี่เดี๋ยวเขากลับมารับ เด็ก ๆ พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย
ขณะที่หวังเหว่ยกำลังตามหาน้องเล็กอยู่ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนสู้กันอยู่ในซอยเล็กที่ไม่ค่อยมีคนผ่านทาง ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขามุ่งตรงไปทางนั้นทันที ใช้เวลาไม่นานหลี่หวังเหว่ยก็มาถึงที่เกิดเหตุและก็เห็นว่ามีผู้ใหญ่สองคนกำลังรุมทำร้ายเด็กชายผมสีแดงอยู่ เด็กชายตอนนี้ร่างกายเต็มไปด้วยาแ
ผู้ใหญ่สองคนรุมเด็กที่ไม่มีทางสู่คนเดียว ช่างเลวทรามยิ่ง หลี่หวังเหว่ยที่เห็นกำลังจะเข้าไปช่วยเมื่อเห็นว่าชายชุดดำอีกคนเล่นทีเผลอ แต่ก่อนที่จะปรากฏไปช่วยตัวชายชุดดำคนนั้นก็กระเด็นออกอย่างแรง คิ้วเข้มยกขึ้นด้วยความสนใจ ดูเหมือนเด็กชายจะมีฝีมืออยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวอีกคนเหมือนจะหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาทำให้เด็กชายเคลื่อนไหวไม่ได้ ขณะที่มีดสั้นกำลังจะแทงไปที่ร่างของเด็กชาย หลี่หวังเหว่ยไม่รอช้าเขาะโไปคั่นกลางระหว่างเด็กชายผมแดงกับหญิงสาวทันที
"เห้ย! ใครมันมาขวางวะ!" หญิงสาวพูดอย่างหัวเสียที่พลาดโอกาสในการฆ่าไอเด็กปีศาจไป
"น่ารังเกียจยิ่งนัก รุมทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางสู้" หลี่หวังเหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเหยียบแต่พอพูดจบ กับรู้สึกถึงไอเย็นที่ถูกส่งมาทางด้านหลังพอหันไปมอง ไอเย็นที่รู้สึกได้เมื่อครู่ก็หายไปเจอแต่เด็กชายผมแดงที่มองตนอย่างใสซื่อ
"เ้าหนูหลบไปก่อน เดียวข้าจะจัดการพวกมันให้" หลี่หวังเหว่ยจึงไม่คิดสนใจกับไอเย็นเมื่อครู่และหันไปจัดการพวกคนไม่ดีทันที
ใช้เวลาไม่นานคนไม่ดีทั้งสองก็พ่ายแพ้ให้แก่แม่ทัพอย่างรวดเร็ว จินไห่ที่ดูการต่อสู้ตลอดพอเห็นว่าการต่อสู้ใกล้จบลงแล้ว จึงรีบเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ตนปล่อยทิ้งไว้ ถึงไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยตนนั้นเป็ใคร มาดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็มีฝีมือพอสมควร ฉะนั้นจินไห่ว่าจะปลุกหลี่หวังฟางก่อนเผื่อมีอะไรฉุกเฉินตนจะได้ถ่วงเวลาไว้ให้คนเด็กกว่าหนีไปได้
เขาในตอนนี้โดนผนึกเล่นงานจนแรงไม่ค่อยมีเหลือ ถ้าให้สู้กับคนที่มาใหม่จริงๆ อย่างมากสุดก็ทำได้แค่ถ่วงเวลาให้หลี่หวังฟางหนีไปได้สักเค่อสองเค่อเท่านั้น
"ฟางเอ๋อร์..ฟางเอ๋อร์!" แต่ปลุกเท่าไรร่างเล็กก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นทำให้จินไห่รู้สึกร้อนรนมากกว่าเดิม
"เ้ากำลังทำอะไรอยู่นะ?" หลี่หวังเหว่ยถามเด็กชายด้วยความสงสัยหลังจากจัดการกับชายชุดดำเรียบร้อย เขาพยายามมองบุคคลที่อยู่ตรงอกของเด็กชายผมแดง แต่เด็กชายผมแดงกลับบังเอาไว้ทำให้ไม่เห็นหน้า
"เ้า--...ท่าน้าอะไร?" จินไห่ไม่ตอบแต่ถามกลับและพยายามบังร่างเล็กไม่ให้คนแปลกหน้าเห็น
"ข้ากำลังตามหาคนอยู่" หลี่หวังเหว่ยไม่ถือสาท่าทางเมินคำถามของจินไห่
"งั้นหรือ....ข้า-ขอขอบคุณท่านที่มาช่วย" จินไห่บอกจากใจจริง
"มิเป็ไร แต่ข้าขอถามอะไรเ้าหน่อยได้หรือไม่?"
"อืม" จินไห่คิดสักพักก่อนจะพยักหน้าตอบ
"เ้าเคยเห็นเด็กผู้ชายราวๆ 5 ขวบ สีผมและสีตาเป็สีดำหรือไม่?" พอหลี่หวังเหว่ยกล่าวจบจินไห่ก็นิ่งไป พลางใช้ร่างกายบังร่างเล็กมากขึ้น
"ท่านถามทำไมหรือ?" จินไห่ถามหยั่งเชิง
"ข้าตามหาเขาอยู่"หลี่หวังเหว่ยคอยสังเกตท่าทีของเด็กชายผมแดงอยู่ตลอดทำให้มั่นใจได้ทันทีว่าเด็กนี้ต้องรู้อะไรบางอย่าง
"คนที่ท่านตามหาชื่ออะไร? แล้วท่านเป็อะไรกัน?"
"หลี่หวังฟาง ข้าหลี่หวังเหว่ยเป็พี่ชายของเขา" ถึงหลี่หวังเหว่ยจะไม่อยากตอบเท่าไร แต่เพราะอยากรู้ว่าเด็กหัวแดงจะทำอะไรจึงตอบไป
จินไห่นิ่งเงียบไปหลายนาทีอย่างใช้ความคิด รู้อยู่แล้วว่าคนคนนี้ไม่ได้โกหก ถึงใจหนึ่งยังไม่อยากให้หลี่หวังฟางกลับไป แต่อีกใจก็เป็ห่วงเพราะตอนนี้ร่างเล็กยังไม่มีทีท่าจะฟื้น เป็อะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ จินไห่คิดอยู่นานแล้วจึงตัดสินใจ
"ข้าเชื่อท่านก็ได้" ว่าจบก็อุ้มหลี่หวังฟางไปให้ผู้เป็พี่ชาย
ส่วนหลี่หวังเหว่ยตอนแรกสงสัยว่าเด็กชายจะทำอะไรพอเห็นร่างน้องเล็กก็ใและรู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นแผลที่แก้ม
"น้องเล็ก! เกิดอะไรขึ้นทำไมมีเืออก!?"
จินไห่จึงเล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังคร่าว ๆ พลางบอกให้รีบพาหลี่หวังฟางไปรักษาก่อน หลี่หวังเหว่ยเลยสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะตัดสินใจกลับโรงเตี๊ยมเพื่อเรียกหมอมาดูอาการของน้องเล็กและเด็กชายผมแดงที่ตอนนี้มีแผลเต็มตัวแต่กับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรเลย หลี่หวังเหว่ยได้แต่คิดและสงสัยในใจแต่ไม่เลือกที่จะถามออกไป
จินไห่ที่เป็คนอุ้มหลี่หวังฟางนำมาก่อนก็ถึงโรงเตี๊ยม ส่วนชายหนุ่มที่เป็คนหิ้วพวกชายชุดดำก็ตามมาติด ๆ