เมื่อมาถึงร้านก็เป็เวลา 8.30 น.แล้วเขาเปิดประตูร้าน แขวนป้ายเปิดทำการ ทำความสะอาดคลินิก และจัดเตรียมอุปกรณ์
ในระหว่างที่คนไข้ยังไม่มาเขาเริ่มนำอุปกรณ์ทำถุงสมุนไพรออกมาทำต่อ ทั้งการบรรจุติดสติกเกอร์ที่อยู่และคิวอาร์โค้ด เมื่อเสร็จแล้วจึงเรียงลงกล่องเพื่อนำไปแจกและส่วนที่เหลือนำมาจัดเรียงบนเคาเตอร์เพื่อขายที่ร้าน
เมื่อทำเสร็จ เขาใช้คอมพิวเตอร์เพื่อหาข้อมูลและจัดทำแผนธุรกิจคลินิกทั้งการโฆษณาคลินิก การทำแปลงสมุนไพรหลังบ้าน การผลิตสินค้าสมุนไพรและการสร้างร้านค้าออนไลน์เพื่อขายสมุนไพรและยาสำเร็จรูป
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านไปจนเกือบ 11โมงเช้า เขาตั้งใจว่าถ้าอีกครึ่งชั่วโมงยังไม่มีใครมา จะขี่จักรยานกลับบ้านเพื่อไปทำอาหารกลางวัน
ในระหว่างที่เขากำลังปิดคอมพิวเตอร์นั้นเสียงประตูเปิดและกระดิ่งไฟฟ้าที่ประตูก็ดังขึ้นมาซ่งฮ่าวเทียนที่ขายนมแพะให้เมื่อวาน ก็เดินเข้ามาหาจิงซิงอี้อย่างร้อนใจและพูดว่า
“หมอจิง! ช่วยไปดูอายี่ที่บ้านให้ได้มั้ยเขาปวดหัวเข่าั้แ่เมื่อคืน ตอนนี้ลุกไม่ไหวแล้ว!”
จิงซิงอี้สอบถามอาการเพิ่มเติมจากนั้นจึงคว้ากล่องเครื่องมือแพทย์มาเช็คดู จากนั้นจึงปิดประตูร้าน พร้อมกับแขวนป้ายเปิดอีกครั้งเวลา 13.00 น.เอาไว้ และซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของซ่งฮ่าวเทียนออกไป
เมื่อมาถึงบ้าน เขาเดินตามลุงซ่งเข้าไปในห้องนอนและก็พบป้าซ่งกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่บนที่นอนเธอมีสีหน้าดีใจเมื่อเห็นจิงซิงอี้และทำท่าจะลุกขึ้นมา เขารีบห้ามเอาไว้และลงมือตรวจทันที
เขาสอบถามและตรวจหัวเข่าทั้งสองข้างด้วยการกดนวดและยกขึ้นเพื่อดูอาการติดขัด สักพักเขาจึงอธิบายอาการที่พบ พร้อมกับชี้ให้ทั้งลุงและป้าซ่งดูตามไปทีละส่วน
“ตอนนี้เอ็นยึดข้อด้านซ้ายเริ่มหย่อนยานเลยทำให้ข้อเข่าหลวมแล้วก็แกว่งมากขึ้นป้าซ่งก็มีน้ำหนักมากด้วยทำให้แนวแกนขาเริ่มโก่งขึ้นมานิดๆ
ส่วนเข่าด้านซ้าย กระดูกข้อก็เริ่มบางลงเพราะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวมาก ที่เห็นได้ชัดตอนนี้ คือเข่าทั้งสองข้างเริ่มบวมขึ้น”
จิงซิงอี้บอกทั้งสองคนด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“ตอนนี้ลุงกับป้าต้องตัดสินใจแล้วครับว่าจะรักษายังไงถ้าจะพาป้าไปโรงพยาบาล ผมก็จะฝังเข็มช่วยบรรเทาอาการปวดให้เบื้องต้น”
ซ่งฮ่าวเทียนขมวดคิ้ว แต่ป้าซ่งซึ่งหน้าซีดด้วยความปวดก็พูดขึ้นมาทันทีโดยไม่สนใจสามีว่า
“ป้าไม่ไปโรงพยาบาล ป้าจะรักษากับหมอจิงที่นี่จ้ะ!”
จิงซิงอี้หันไปมองหน้าลุงซ่งเมื่อมองเห็นใบหน้าซีดเผือดของภรรยา ลุงซ่งก็พยักหน้าในที่สุด เขาพูดเบาๆว่า
“ลุงขอให้หมอช่วยรักษาอายี่ด้วยนะ”
จิงซิงอี้พยักหน้าและเริ่มต้นการรักษาด้วยการฝังเข็มเพื่อลดอาการเ็ปในตอนนี้ก่อน
เขาอธิบายอาการของป้าซ่งว่าเป็อาการปวดข้อแบบจั๋วปี้ ที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับความชื้น ทำให้เข่าบวมขยับตัวยากและเช้านี้อากาศมีความชื้นยิ่งทำให้ปวดมากขึ้นไปอีก
ป้าซ่งมีอาการเข่าเสื่อมระยะที่ 3 แล้วแต่ยังไม่ต้องผ่าตัด จิงซิงอี้จะฝังเข็มเพื่อลดการอุดกั้นของชี่ช่วยให้ชี่หมุนเวียนดีขึ้น และช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย
เขาเริ่มต้นฝังเข็มไปที่บริเวณตาเข่าซึ่งเป็รอยบุ๋มอยู่ 2 ข้างของเข่าและนวดกระตุ้นให้ชี่หมุนเวียนเพื่อลดอาการเ็ป เขาทำอยู่สักพัก และป้าซ่งมีสีหน้าผ่อนคลายขึ้นเพราะอาการปวดเข่าลดลงเธอสามารถยกเข่าขึ้นมาได้บ้างแล้ว
จิงซิงอี้บอกว่าพรุ่งนี้เขาจะแวะมาดูอาการให้ที่บ้าน แต่ในตอนนี้ เขาจะจัดยาให้กินเขาบอกให้ลุงซ่งไปส่งเขาที่บ้าน และจะจัดยาสมุนไพรให้
ในระหว่างที่ลุงซ่งเดินไปนอกห้องป้าซ่งก็พูดขึ้นมาเบาๆ ว่า
“คุณหมอจิง ป้าขอโทษแทนลุงเขาด้วยนะที่เขาไม่ยอมให้ป้ารักษากับหมอ ก็เพราะแม่ของเขาเคยถูกหมอจีนหลอก หมดเงินไปเยอะเลยแล้วแม่ของลุงก็อาการหนักกว่าเดิม พอย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลก็ไม่ทันแล้วจากนั้นมา ลุงซ่งก็เกลียดหมอจีนมาตลอดทั้งป้าทั้งลูกสาวก็ถูกสั่งห้ามไม่ให้รักษากับหมอจีนด้วย”
จิงซิงอี้ถอนหายใจเขาเข้าใจดีและไม่เคยโกรธเคืองกับคนที่คิดแบบนี้ จิงซิงอี้พูดว่า
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจหมอจีนก็มีทั้งที่เก่งและไม่เก่ง บางคนมีความรู้แค่เื่สมุนไพรนิดหน่อยก็ตั้งตัวเป็หมอรักษาคน บางคนไม่รู้อะไรเลย แต่ก็หลอกเอาเงินคนก็ไม่แปลกที่หลายคนจะมองว่าหมอจีนเป็พวกต้มตุ๋นไม่น่าเชื่อถือ”
จิงซิงอี้คิดค่ารักษาเป็เงิน 80 หยวนส่วนยานั้นแยกต่างหาก ที่จริงแล้วพวกเขาสามารถใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพได้แต่การเดินทางเข้าเมือง การไปรอคิวนาน ทำให้หลายคนไม่อยากจะไปโรงพยาบาลรัฐ
เมื่อลุงซ่งมาส่งจิงซิงอี้ที่บ้านแล้วเขาเชิญให้ลุงซ่งนั่งรอที่ห้องรับแขกด้านหน้าในขณะที่เขาเดินไปจัดยาที่ชั้นยาด้านหลัง
จิงเซียวซึ่งกำลังเตรียมของออกเดินทางก็แวะมาทักทายลุงซ่ง พร้อมกับให้คำปรึกษาเื่อาการของป้าซ่ง เมื่อได้รับยาแล้ว ลุงซ่งก็บอกจิงซิงอี้ว่าเย็นนี้เขาจะเอานมแพะมาให้ด้วย
ตอนนี้ลุงซ่งหายสงสัยแล้วว่าสุนัขที่ไหนที่ดื่มนมแพะเมื่อเขาเห็นเ้าจิ้งจอกตัวเล็กวิ่งออกมาหาจิงซิงอี้ ชายหนุ่มรีบบอกว่าเขาเอาแม่ของมันมารักษา หายแล้วก็จะปล่อยเข้าป่าไป เพราะไม่รู้ว่าลุงซ่งจะกลัวพวกมันหรือไม่
ลุงซ่งแปลกใจมากที่เ้าตัวเล็กติดคนเหมือนกับสุนัขบ้านและที่น่าแปลกใจยิ่งกว่า ก็คือการที่จิงซิงอี้สามารถรักษาสัตว์ได้ด้วย เมื่อถามเขาชายหนุ่มก็หัวเราะและตอบว่า
“ก็พอรักษาได้ครับ แต่ผมถนัดรักษาคนมากกว่า”
เมื่อเดินไปส่งลุงซ่งที่ประตูหน้าบ้านแล้วจิงซิงอี้ก็กลับมาเตรียมทำอาหารกลางวัน
วันนี้จิงเซียวอยากกินผัดผักรวมกับรากบัวและจิงซิงอี้อยากกินปลานึ่งซีอิ๊ว เขาล้างปลากะพงด้วยเกลือเพื่อลดกลิ่นคาวจากนั้นจัดปลาลงจาน ราดด้วยซีอิ๊วขาว เหล้าจีน น้ำมันงาและน้ำตาลอ้อยเล็กน้อยจากนั้นโรยด้วยขิงและต้นหอม นำไปนึ่งจนสุกส่งกลิ่นหอม เนื้อปลายังคงนุ่มแต่ไม่เละ
สำหรับผัดผักรากบัว เขาล้างผักด้วยเบคกิ้งโซดาจากนั้นหั่นผักเป็ชิ้นเล็กๆ เพื่อให้จิงเซียวเคี้ยวได้ง่ายเขาเริ่มผัดผักด้วยน้ำมันเล็กน้อย เมื่อไฟแรงจึงใส่ผักลงไป ปรุงด้วยซีอิ๊วและเกลือผัดจนผักสุกแต่ยังคงสีสดใสและความสดกรอบอยู่ จากนั้นจึงตักใส่จาน
เขายกอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะกินข้าว และไปตามจิงเซียวในระหว่างกินข้าว เขาปรึกษาจิงเซียวเื่แปลงปลูกสมุนไพร ชายชราแนะนำว่าพรุ่งนี้เมื่อลั่วเยี่ยนมาที่บ้าน จิงซิงอี้ควรขอให้้เขาช่วยแนะนำบริษัทซื้อขายสมุนไพรที่ไว้ใจได้ เพราะโรงพยาบาลของลั่วเยี่ยนทำธุรกิจกับบริษัทพวกนี้อยู่แล้ว
ส่วนจิงเซียวจะเป็คนให้คำปรึกษาด้านวิธีการปลูกและดูแลสมุนไพรให้เองและพวกเขายังปรึกษากันเื่ทำธุรกิจแปรรูปสมุนไพรหายาก โดยใช้เทคนิคเฉพาะของจิงเซียวที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของยาให้สูงขึ้นกว่าที่ขายตามท้องตลาดทั่วไปได้และยังเป็จุดขายสำคัญของสินค้าที่พวกเขา้าจะผลิตด้วย