กู้ชิงเฉิงอาศัยแขนเสื้อที่กว้างขวางหยิบเข็มเงินสองสามเล่มออกมาจากมิติของนาง
"ข้าได้ยินมาว่า เจ้าเอาแต่ขายเรือนร่างหาเงินตลอดหลายปีที่ผ่านมา มาเถิดท่านลุงเฉาจะให้เจ้าเป็นสองเท่า" ชายชรากล่าวถ้อยคำหยาบคายพลางขยับเข้าใกล้กู้ชิงเฉิง
"แม้ใบหน้าเจ้าจะอัปลักษณ์ แต่เรือนร่างนี้นับว่าไม่เลว สิ่งใดที่ควรมีก็มีสิ่งใดที่ควรผอมก็ผอม นับว่าดีกว่าสตรีในหอชุ่ยเซียงหลายเท่านัก" เขาพูดกล่าวพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากยามที่กล่าววาจาก็เผยให้เห็นฟันเหลืองซี่ใหญ่ มองแล้วน่าขยะแขยงยิ่งนัก
กู้ชิงเฉิงกวาดสายตามองรอบทิศไม่พบผู้ใดผ่านไปมา แววตาของนางเย็นเยียบลงกว่าเดิมนี่คงเป็นฝีมือของกู้ตงหลิงและถังเชี่ยวเป็นแน่สองคนนี้มักจะใช้เล่ห์เหลี่ยมที่ต่ำช้าและไร้ยางอายที่สุดเสมอ
ชายชราผู้นั้นเคยทำแต่งานหนักมีกำลังวังชามาก อีกทั้งร่างกายก็แข็งแรงกำยำ ในยามนี้เขาได้ขวางทางกู้ชิงเฉิงไว้แล้ว และกำลังจะยื่นมือมาคว้าจับนาง
กู้ชิงเฉิงจึงยกมือขึ้นปัดป้องพร้อมกับใช้เข็มเงินอาบยาพิษสองเล่มแทงเข้าไปที่ร่องนิ้วระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของชายชรา
"นังแพศยา เจ้ากล้าต่อต้านข้ารึ!" ชายชรารู้สึกเจ็บปวดเขาจึงก้มลงมองเข็มเงินที่เปล่งประกาย แววตาที่ขุ่นมัวฉายแววดุร้าย "วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น"
"สาม... สอง... หนึ่ง" กู้ชิงเฉิงถอยห่างไปก้าวหนึ่งนางหลบหลีกมือของเขา พลางนับสามครั้ง
มือของชายชราหยุดชะงักกลางอากาศใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน เข็มเงินของกู้ชิงเฉิงอาบยาผงที่ใช้ควบคุมจิตใจผู้คนมีฤทธิ์รุนแรงและออกฤทธิ์รวดเร็ว ในยามนี้ชายชราผู้นั้นจึงได้รับผลกระทบจากยาพิษแล้ว
กู้ชิงเฉิงดีดนิ้วพลางแย้มยิ้ม"มาเถิด ข้าจะพาเจ้าไปยังที่ดีๆ"
ชายชราเดินตามนางไปอย่างว่าง่ายทิศทางนั้นมุ่งตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกู้พอดี
ในขณะนั้นถังเชี่ยวผู้บาดเจ็บสาหัสจากการถูกเข็มแทง ยังไม่สะดวกที่จะขยับเคลื่อนย้ายจึงต้องพักอยู่ที่เรือนแห่งนี้กู้ตงหลิงเห็นว่าแผนการในยามค่ำคืนอาจไม่ประสบผลสำเร็จ จึงรีบรุดไปจัดการเรื่องเองโดยไม่มีเวลาดูแลถังเชี่ยว
ในยามนี้หญิงรับใช้ที่อยู่ข้างกายถังเชี่ยวก็ไปยังห้องครัวเพื่อต้มยา ภายในห้องจึงมีเพียงถังเชี่ยวที่นอนคว่ำหน้าอยู่ และกำลังคิดคำนวณแผนการร้ายอยู่ในใจ
"เข้าไปสิ" กู้ชิงเฉิงมองชายชราที่น่าขยะแขยงผู้นั้นแวบหนึ่งในใจนางไม่มีความรู้สึกสงสารแม้แต่น้อย เมื่อต้องรับมือกับสองแม่ลูกกู้ตงหลิงจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด ไม่ฉะนั้นแล้ว อาจถูกพวกนางแว้งกัดจนตายได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องไว้ชีวิตพวกนาง
หลังจากชายชราเดินเข้าไปในห้องที่ถังเชี่ยวอยู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจ เมื่อกู้ชิงเฉิงหมุนตัวเดินจากไปนางยังได้ยินเสียงตบหน้าดัง 'เพียะๆๆ' เป็นระยะ ในยามนี้ ชายชราขาดสติไปแล้วจึงไม่อาจแยกแยะได้ว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าคือถังเชี่ยว
กู้ชิงเฉิงยักไหล่นางไม่ได้หันกลับไปมอง นางก้าวเดินจากไปอย่างไม่รีบร้อนพลางเยาะเย้ยในใจ...คนทำกรรมย่อมได้รับผลกรรม!
ความโกลาหลที่เกิดขึ้นทำให้กู้หยวนเจี๋ยที่เพิ่งกลับจากวังได้ยินอย่างชัดเจน เสียงนี้เขาย่อมคุ้นเคยเป็นอย่างดี เขาจึงรีบวิ่งตามเสียงไปอย่างไม่คิดชีวิตจนหัวใจเต้นระรัวเจ็บปวด แต่เมื่อเขาเตะประตูเข้าไป และเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าเขาก็แทบจะหายใจไม่ทัน
ชายชราผู้นั้นกำลังกดร่างถังเชี่ยวไว้ใต้ร่างโดยไม่สนใจว่านางเพิ่งจะถูกเข็มทิ่มแทง จนเลือดสดๆ ไหลนองเต็มเตียงถังเชี่ยวเจ็บปวดจนสลบไปแล้ว ใบหน้าที่เคยงดงามกลับบวมแดงไปหมดนางคงถูกตบไปหลายครั้ง
ชายชราผู้นั้นร่างกายกำยำแข็งแรงมีเรี่ยวแรงมาก การตบไม่กี่ครั้งก็ทำให้มุมปากของถังเชี่ยวมีเลือดไหลออกมาแล้วแม้กู้หยวนเจี๋ยจะถีบประตูเข้าไป ก็ไม่ได้ทำให้ชายชราผู้นั้นได้สติเขายังคงกระทำเช่นเดิมต่อไป
"ข้าจะฆ่าเจ้า!" กู้หยวนเจี๋ยโกรธจนดวงตาแดงก่ำเขาพุ่งเข้าใส่ข้างเตียงอย่างบ้าคลั่ง คว้าเอาแท่นหมึกมาอันหนึ่งแล้วทุบลงไปที่ชายชราอย่างแรงเหล่าบ่าวไพร่ก็พากันวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงโกลาหล
ในยามนี้กู้ชิงเฉิงจึงเร่งฝีเท้า เดินไปยังทิศทางที่กู้จิ่งเซวียนอยู่
"ชิงเฉิง" โม่อวี้เฉินก็รีบรุดมาถึงเช่นกันเขามองสำรวจนางตั้งแต่หัวจรดเท้า "เจ้าไม่เป็นไรนะ"
“ข้าไม่เป็นไร” กู้ชิงเฉิงเหลือบมองโม่อวี้เฉินแล้วส่ายหน้าพลางเอ่ยถามว่า “เซวียนเอ๋อร์เล่า?”
“เฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วนคุ้มครองเขาอยู่ เจ้าไม่ต้องห่วง” โม่อวี้เฉินตอบกลับ ก่อนจะกวาดสายตามองกู้ชิงเฉิงอย่างละเอียดถี่ถ้วนเมื่อเห็นว่านางไร้ซึ่งรอยขีดข่วน เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วตอนนี้ในวังมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น”
เขาเองก็รู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้บังเอิญเกินไปย่อมต้องมีสิ่งผิดปกติ
กู้ชิงเฉิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านคงจัดการเรียบร้อยแล้วกระมัง”
โม่อวี้เฉินผู้นี้เปรียบเสมือนเซียนที่ถูกเนรเทศลงมาบนโลกดวงตาของเขาเผยความร้อนรนอย่างไม่อาจซ่อนเร้นได้ ปกติแล้วนางคงไม่อาจต้านทานเสน่ห์อันน่าดึงดูดเช่นนี้ได้แต่ประสบการณ์ของร่างเดิมกลับทำให้นางต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เดินตามรอยความผิดพลาดของร่างเดิมอีกครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้นในนิยายพระเอกผู้นี้ถูกกำหนดให้เป็นคนเลือดเย็น ไร้ซึ่งความรู้สึกเต็มไปด้วยการวางแผน คำนึงถึงอำนาจเป็นสำคัญและกระทำการทุกสิ่งเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง นางต้องระมัดระวังอยู่เสมอตราบใดที่นางได้สิ่งที่ต้องการและแก้แค้นได้สำเร็จ นางย่อมตีจากเขาไปอย่างแน่นอน
“อืม” โม่อวี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยที่จริงแล้วตลอดเส้นทางจากเมืองอี๋สุ่ยมายังเมืองหลวง ท่าทีของนางยังคงเป็นปกติแต่ตั้งแต่ที่นางย้ายมาอยู่ในตำหนักบูรพา ท่าทีของนางก็เปลี่ยนไปไม่ว่าเขาจะปฏิบัติต่อด้วยความอ่อนโยน หรือข่มขู่ด้วยวาจาก็ไม่อาจทำให้นางเปลี่ยนแปลงได้สตรีผู้นี้ไม่ว่าจะไม้อ่อนหรือไม้แข็งก็ใช้ไม่ได้ผล
“ตระกูลกู้มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น พวกเราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวรอจนกว่าเรื่องคลี่คลายแล้วค่อยเข้าไปบอกลาก็แล้วกันเพคะ” กู้ชิงเฉิงคาดเดาว่าพวกเขาคงไม่มีอารมณ์มาต้อนรับนางและโม่อวี้เฉินแล้ว
กู้ตงหลิงก็รีบรุดไปหาถังเชี่ยวเช่นกันเหล่าบ่าวรับใช้จึงพากันถอยออกจากลานบ้านไปการเข้าไปมุงดูเรื่องราวเหล่านี้มีแต่จะทำให้หัวหลุดจากบ่า
แต่เมื่อกู้ตงหลิงบุกเข้าไปในห้องนางก็เห็นกู้หยวนเจี๋ยใช้มือเปล่าทุบตีชายชราจนหัวแตกเลือดอาบแสดงให้เห็นถึงความโกรธแค้นเพียงใด
ส่วนถังเชี่ยวผู้นั้นกำลังนอนอยู่บนพื้นด้วยเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยผมเผ้ายุ่งเหยิง น้ำตาจากหางตาของนางหยดลงมาไม่ขาดสาย ดวงตาของนางดูว่างเปล่านางนอนราบอยู่บนพื้น แม้แต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลก็ไม่อาจรับรู้ได้
ร่างกายของนางถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมที่กู้หยวนเจี๋ยเพิ่งนำมาคลุมให้แขนและขาที่ขาวเนียนของนางเปิดเผยอยู่กลางอากาศ และเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำสีเขียวม่วง
“ท่านแม่…” กู้ตงหลิงก็ร้อนรนเช่นกัน “เกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร!” จิตใจของนางก็ดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง
ในขณะนั้นนางชักแส้ยาวมีหนามที่คาดเอว เดินเข้าไปข้างกายกู้หยวนเจี๋ย“ท่านพ่อ มอบคนผู้นี้ให้ข้าเถอะ!”
กล่าวจบนางก็ลากตัวชายชราไปยังลานบ้าน หลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังไม่ขาดสายต่อเนื่องนานถึงครึ่งชั่วยามแส้ในมือของนางทำให้ชีวิตของชายชราผู้นั้นเลวร้ายยิ่งกว่าความตายอย่างแน่นอนนางจงใจควบคุมเรี่ยวแรงไว้ เพียงเพื่อให้ชายชราผู้นั้นทรมาน ไม่ได้คิดจะปลิดชีพเขา
ทุกคนในจวนต่างนิ่งเงียบดุจน้ำแข็งพวกเขารู้ดีว่าเมื่อคุณหนูใหญ่โกรธแค้น ผลที่ตามมานั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
เฟิงเจ๋อกำลังปกป้องกู้จิ่งเซวียนอยู่ด้านหลังส่วนหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังจ้องมองอย่างเงียบงัน ทันใดนั้นนางก็ยกมือขึ้นผลักกู้จิ่งเซวียนตกลงไปในบ่อน้ำทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป
“อ๊า…ข้าว่ายน้ำไม่เป็น!” กู้จิ่งเซวียนตะเกียกตะกายอยู่ในบ่อน้ำอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็จมลงไป
ดวงตาของเฟิงเจ๋อแดงก่ำเขาประมาทเกินไปแล้ว
ส่วนใหญ่เป็นเพราะเสียงกรีดร้องโหยหวนจากลานด้านหลังดังไม่ขาดสายทำให้ผู้คนรู้สึกรำคาญ จึงทำให้เขาลดความระมัดระวังลงโดยไม่ตั้งใจเขาก็รีบกระโดดลงไปในบ่อน้ำทันที
หญิงสาวผู้นั้นคลั่งราวกับคนเสียสตินางหยิบไม้ไผ่ขึ้นมาแทงซ้ำๆ ลงไปยังบริเวณที่กู้จิ่งเซวียนจมน้ำ“อย่าได้โทษข้า หากข้าไม่ทำเช่นนี้ชีวิตข้าคงเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย! ครอบครัวของข้าอยู่ในมือพวกเขา…” นางแทงไปพลาง บ่นไปพลาง
ครู่ต่อมาเฟิงเจ๋อก็ขึ้นฝั่งมา แต่กลับมามือเปล่า เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยก้าวเข้าไปใช้ดาบฟันหญิงสาวผู้นั้นออกเป็นสองท่อน ก่อนจะเตะนางลงไปในบ่อน้ำ
เหล่าคนรับใช้หลายคนที่คอยตรวจดูสถานการณ์อยู่รอบๆต่างกรีดร้องด้วยความตกใจ น่ากลัวเกินไปแล้ว บ่อน้ำกลายเป็นสีแดงฉานดูแล้วแสบตาเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากนั้นเฟิงเจ๋อก็คลุ้มคลั่งราวกับคนเสียสติ เขาสังหารเหล่าบ่าวไพร่เหล่านั้นคนพวกนี้ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์เลย ตอนนี้เขาอยากจะฆ่าคนเหล่านี้ทิ้งให้หมดเพื่อชดใช้ความผิดด้วยความตาย เป็นเพราะเขากระทำโดยประมาทจึงทำให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้น
เขาไม่สามารถยอมรับได้เลยว่ากู้จิ่งเซวียนตกลงไปในบ่อน้ำ