ตอนที่ 5 ป่วยก็คอยเฝ้าไข้ (9)
หยวนจุนผู้สวมกางเกงชั้นในเอนกายกับโซฟาส่งข้อความหาเขา
คนในห้องนอนตอบกลับไปว่า ‘คุณทำแบบนี้มันน่าอึดอัดนะครับ’
‘ถ้าวางฐานะนายกเทศมนตรี ไม่มองผมเป็นผู้กุมอำนาจของตระกูลหยวน คุณจะเปลี่ยนวิธีคิดวิเคราะห์หรือเปล่า’
ผ่านไปพักใหญ่คนในห้องนอนถึงจะตอบกลับ
‘ข้อเท็จจริงคือ คุณเป็นผู้กุมอำนาจของตระกูลหยวน ผมเป็นนายกเทศมนตรีนครเจียง เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แล้วก็มองว่าความสัมพันธ์ของพวกเราเหมือนกับคนทั่วไปตามท้องถนนไม่ได้ด้วยครับ นี่เป็นเรื่องที่กำหนดไว้แล้ว คุณกับผมไม่ควรยืดเยื้อหรือเกี่ยวข้องกันไปมากกว่านี้’
เมื่อได้รับข้อความนี้ หยวนจุนก็ลุกจากโซฟา เดินมาถึงหน้าประตูห้องนอน เคาะประตูดัง ‘ก๊อกๆ’ แต่ภายในห้องกลับเงียบกริบ
“เรื่องแบบนี้ คุณควรพูดต่อหน้าผมต่างหาก ไม่ใช่ใช้วิธีส่งข้อความแบบนี้”
กู้ชิงยังคงไม่ตอบ
เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูสักพัก แล้วกลับไปเอนที่โซฟา ก่อนจะหลับไป
วันต่อมากู้ชิงยังทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุเช่นเดิม คนหนึ่งออกจากบ้านไปกินมื้อเช้าและดื่มกาแฟ แต่เขากลับตามไปด้วยโดยไม่ถือสาเรื่องความเฉยชา เมื่อกลับถึงบ้านเขาก็หายาหาน้ำไปให้ตรงเวลา พร้อมมองเขากินยาจนหมด
หลังจากใช้มืออังกับหน้าผากของเขา มั่นใจว่าไข้ลดไปหมดแล้ว หยวนจุนก็เอ่ยว่า ‘อีกเดี๋ยวเขาจะกลับเลย คืนนี้อย่าลืมกินยาชุดสุดท้ายด้วยนะครับ’
กู้ชิงไม่มองเขา แต่ค่อยๆ พยักหน้า
จากนั้นหยวนจุนก็เดินออกจากบ้านไปรับเสื้อผ้าที่ส่งไปซักแห้ง แล้วสั่งอาหารช่วงบ่ายให้เขา เมื่อสั่งอาหารเรียบร้อย เขาก็วางสายก่อนจะพูดกับเขาว่า “มาส่งผมที่หน้าประตูสิ”
กู้ชิงที่ตอนแรกคิดจะปฏิเสธ พลันนึกถึงการเฝ้าไข้อย่างเอาใจใส่ของอีกฝ่ายในสองวันมานี้ ถ้ายังเห็นเขาเป็นอากาศธาตุ ทำเป็นหูหวนลมอีก ก็จะใจร้ายเกินเหตุ ดังนั้นถึงได้พยักหน้านิดๆ แล้วลุกไปส่งอีกฝ่ายที่ประตู
หยวนจุนกำลังเปลี่ยนรองเท้าบริเวณโถงทางเข้าบ้านพลางมองหน้าเขาตรงๆ
ในจังหวะที่เขานึกว่า อีกฝ่ายจะเอ่ยปากบอกลา มือซ้ายของหยวนจุนกลับดึงเขาเข้ามาพร้อมโอบเอวทันใด ส่วนมือขวาก็ล็อกประคองท้ายทอยของเขา ก่อนจะประกบจูบทันที
การจูบที่ไม่ทันได้ระวัง ทำให้เขาหลบเลี่ยงไม่ได้ ถึงได้โดนบังคับให้รับจูบอันหนักหน่วงทั้งยังอุกอาจนี้ไป
“อือ...” กู้ชิงดิ้นขลุกขลัก ทว่าท่อนแขนที่โอบเอวกลับแข็งแกร่งและออกแรง
ชายหนุ่มรุกล้ำเข้าโพรงปากของเขาอย่างรุนแรง เรียวลิ้นสอดแทรกพลางดุนดันเบาๆ พร้อมไล้แนบไปกับเรียวลิ้นที่เปียกชื้นของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง สัมผัสที่แนบชิดโดยตรงแบบนี้ เร้าประสาทสัมผัสของเขาเอามากๆ ทันใดนั้นก็ทำให้เขาเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับหวนสู่คืนนั้น
น้ำลายที่หลั่งออกมาจากโพรงปากราวกับความใคร่ที่มอบให้ผู้รุกล้ำนั้น ไหลไล้รอยต่อริมฝีปากที่แลกลิ้นกันของทั้งสอง
“อือ...หยวนจุน...” กู้ชิงหายใจถี่ๆ สองมือคว้าปกเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายไปโดยไม่รู้ตัว
พอได้ยินเสียงครางที่คนในอ้อมกอดเค้นออกมา หยวนจุนก็ผ่อนแรงจูบอันอุกอาจ เขาใช้เรียวลิ้นเลียแลบด้วยความละมุน ทั้งยังลิ้มเลียเรียวลิ้นอ่อนนุ่มและชื้นลื่นของกู้ชิงต่ออย่างไม่ลดละ
เรียวลิ้นอ่อนนุ่มของกู้ชิงส่งผลต่ออีกฝ่ายราวกับต้องมนต์ จนต้องดุนดันเรียวลิ้นที่เปียกชื้นร่วมกับอีกฝ่ายราวกับคลั่งรัก
ความเมามายระลอกนี้เพิ่งจะเปิดฉาก เสียงฝีเท้ากับเสียงพูดคุยของเด็กหญิงพลันดังมาจากชั้นล่างของอะพาร์ตเมนต์ ทำเขาสะดุ้งจนต้องตั้งสติเดี๋ยวนั้น
ผู้อาศัยชั้นสามกลับมาแล้ว
ปล่อยนะ...อย่าทำแบบนี้ต่อไปนะ...
เขาดิ้นแรงขึ้น ทว่าหยวนจุนไม่ปล่อยเขาไป
ระหว่างที่ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกทีๆ ความคิดของเขาก็ขาวโพลน แขนขาเย็นเฉียบไปหมด
ระหว่างเด็กหญิงสองคนที่ขึ้นบันไดเพื่อผ่านชั้นสอง ก็เห็นชายหนุ่มสองคนกำลังแลกจูบกันเป็นธรรมดา พวกเธอต่างตกตะลึง แล้วรีบเร่งฝีเท้าขึ้นชั้นสามไป
“อือ...” พอพบว่าชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย กู้ชิงก็พลิกมือมาคว้าเส้นผมของอีกฝ่ายแล้วออกแรงทึ้งไปที
หยวนจุนโดนบีบให้เชิดหน้า เขาหรุบสายตามองคนเบื้องหน้าด้วยสีหน้าแดงก่ำ อารมณ์โกรธเคืองนิดๆ พลางเผยอปากหอบหายใจถี่ เมื่อพบว่ามุมปากของเขามีน้ำลายไหลอยู่ เขาก็ก้มศีรษะลงเลียจนเรียบ ริมฝีปากแนบริมฝีปากดูดดึงซ้ำๆ ด้วยความอ่อนโยน
กู้ชิงอารมณ์เดือดปุดๆ ใช้สองมือออกแรงผลักเขาออกไปหน้าบ้าน แล้วปิดประตูสนิท
หยวนจุนบอกจากหน้าประตูบ้านว่า คราวหน้าจะมาหาเขาอีก
ขณะฟังเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มเดินลงบันได กู้ชิงที่พิงหลังกับประตู ก็ใช้นิ้วมือออกแรงถูริมฝีปากไปที แต่ไม่ว่าอย่างไรความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กลับลบไม่ออก
เมื่อกลับมาเอนกับโซฟา เขายกหลังมือมาก่ายหน้าผาก พลางคิดวิเคราะห์และคาดการณ์เรื่องสี่เจ้าสัวใหญ่ แต่จูบเมื่อครู่นี้ รวมถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกลับปั่นป่วนความรู้สึก ยึดพื้นที่สมองจนทำให้เขาไม่สามารถใช้ความคิดได้ตามปรกติ
นิ้วมือสัมผัสกับริมฝีปากเบาๆ ริมฝีปากยังหลงเหลือกลิ่นอายและร่องรอยรสจูบอันเร่าร้อนของอีกฝ่าย
ชายหนุ่มคนนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่