ณ บ้านตระกูลเซี่ย
“สาเหตุของเพลิงไหม้สรุปว่าเป็เพราะฝีมือคนงานจริงหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยหันไปมองลูกชายคนโต
“หลักฐานที่เ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เป็เช่นนั้นจริงขอรับท่านแม่” ลุงใหญ่เซี่ยตอบ
“ครั้งนี้เราสูญเงินไปหนึ่งแสนตำลึง ยังดีที่ไฟยังไม่ลามไปถึงโรงเก็บข้าวสาร ไม่เช่นนั้นเราคงต้องเสียหายหนักกว่านี้ แต่ถึงอย่างนั้นส่วนของฝ้ายที่ยังไม่ถูกไฟไหม้เราก็คงเอามาขายไม่ได้แล้วเพราะกลิ่นไหม้มันแรงเกินไป คงไม่มีลูกค้าคนไหนอยากซื้อฝ้ายที่มีกลิ่นไหม้ไปใช้” ลุงรองเซี่ยพูดขึ้น
“เราก็เอาฝ้ายไปขายขาดทุนให้ชาวบ้านยากจนก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ ต่อให้ฝ้ายจะมีกลิ่นไหม้ แต่คนพวกนั้นคงไม่สนใจ เพราะยังไงก็คงดีกว่าพวกเขาจะหนาวตาย” อาห้าเซี่ยพูดอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“ที่ดินผืนนี้เกิดเพลิงไหม้ถือเป็ที่อัปมงคล ข้าจะขายมัน”
ลุงใหญ่กับลุงรองเซี่ยหันไปมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ ที่ดินผืนใหญ่ผืนนี้พวกเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมมากมายกว่าที่จะซื้อมันมาได้ เพราะที่ดินผืนนี้ประกอบไปด้วยส่วนหน้าที่เป็โรงเก็บสินค้า ส่วนกลางยังเป็พื้นที่เพาะปลูก และด้านหลังยังเป็ูเาลูกใหญ่อีกหนึ่งลูก เวลานั้นพวกเขาบังคับซื้อจากเ้าของคนเก่าในราคาเพียงไม่กี่พันตำลึง แต่เวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่ากลับบอกว่าไม่้าและอยากจะขายมันเท่านั้นเองหรือ นี่ไม่เรียกว่าขาดทุนก็ต้องเรียกว่าโง่เขลาแล้ว แต่คำพวกนี้มีใครจะกล้าพูดออกไป
“ที่ดินผืนนี้ถึงแม้จะถูกไฟไหม้ แต่เราก็ได้รับความเสียหายไปไม่มาก ข้าคิดว่าเราเก็บที่ดินผืนนี้ไว้ก่อนดีหรือไม่ขอรับ” ลุงใหญ่เซี่ยบอกอย่างใจเย็น แต่ในใจเขากลับไม่พอใจมารดาเป็อย่างมาก
“เสียหายไม่มากอย่างนั้นหรือ เมื่อครู่ไม่ใช่พวกเ้าหรอกหรือที่บอกว่าเราเพิ่งสูญเงินไปหนึ่งแสนตำลึง!” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยพูดเสียงดุ
“แต่เพลิงไหม้เกิดขึ้นแค่ที่ดินส่วนหน้า แต่ที่ดินส่วนกลางและที่ดินส่วนท้ายยังไม่ได้รับผลกระทบ ข้าเห็นด้วยกับพี่ใหญ่ที่ว่าเราควรเก็บที่ดินผืนนี้ไว้ก่อนขอรับ” ลุงรองเซี่ยสนับสนุนพี่ชาย
“แต่ข้าเห็นด้วยกับท่านแม่” อาห้าเซี่ยพูดขึ้น “อย่างไรเราเป็บุตรย่อมต้องเชื่อคำมารดา ท่านแม่ว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น”
“ยังเป็เ้าห้าที่เข้าใจแม่” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยหันไปยิ้มให้ลูกชายคนเล็ก แต่ไหนแต่ไรนอกจากลูกชายคนที่สาม ก็มีลูกชายคนที่ห้าที่เป็บุตรชายที่ฮูหยินผู้เฒ่ารักมากที่สุด “พวกเ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าบอกว่าจะขายที่ดินผืนนั้น แม้พวกเ้าจะไม่เต็มใจก็ต้องขายมันออกไป หากพวกเ้าไม่ฟังคำของข้าก็เท่ากับพวกเ้าอกตัญญูต่อข้า”
“เช่นนั้นข้าจะไปติดต่อนายหน้าให้ดำเนินการเื่นี้ขอรับ” ลุงใหญ่เซี่ยก้มหน้ารับคำแม้ในใจจะไม่ยินยอม เขายังมีลูกชายอายุสิบขวบที่อนาคตไกล เพราะฉะนั้นเขาจะแบกรับกับคำว่าอกตัญญูนี้ไว้ไม่ได้ อีกอย่างเขาจะไม่ยอมยกตำแหน่งเ้าบ้านตระกูลเซี่ยให้กับลูกชายของน้องชายคนรอง อีกทั้งเด็กที่อยู่ในท้องของน้องสะใภ้ห้าที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็บุตรสาวหรือบุตรชายนั่นอีก เขาจะต้องเก็บตำแหน่งเ้าบ้านตระกูลเซี่ยไว้ให้บุตรชายของเขาเอง
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยพยักหน้ารับรู้ก่อนที่นางจะหันไปพูดกับลูกชายคนรอง “ถึงแม้เื่สร้างโรงเก็บสินค้าแห่งใหม่นี้จะเป็ความคิดของเ้าใหญ่ แต่เป็เพราะเ้าเสนอให้ย้ายฝ้ายกับข้าวสารไปเก็บไว้ในโรงเก็บสินค้าแห่งใหม่ทั้งที่โรงเก็บสินค้าแห่งนั้นยังสร้างไม่เสร็จ ดีที่ข้าวสารไม่ได้รับความเสียหาย แต่อย่างไรฝ้ายก็ถูกเผาไปตั้งครึ่งและที่ยังเหลืออยู่ก็ขายไม่ได้ เพราะฉะนั้นเงินปันผลที่ครอบครัวสายสองของเ้าจะได้รับในปีนี้จะถูกโอนไปให้เ้าห้าเป็ผู้รับแทน”
“ขอรับท่านแม่” ลุงรองเซี่ยตอบรับคำพูดของมารดา
“ขอบคุณขอรับท่านแม่” อาห้าเซี่ยขานรับอย่างดีใจเมื่อได้ยิน
“ตระกูลเซี่ยของเรามีกฎชัดเจน ทำดีย่อมได้รับรางวัล ทำผิดก็ต้องยอมรับบทลงโทษ เอาล่ะ...วันนี้ข้าเหนื่อยเต็มทีแล้ว พวกเ้าออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเถอะ ข้าจะพักผ่อนแล้ว”
สามพี่น้องเดินออกมาจากเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ย
ลุงใหญ่เซี่ยหันไปต่อว่าน้องชายคนเล็ก “เพื่อผลประโยชน์อันน้อยนิด เ้าถึงกับยอมสละที่ดินที่มีค่ามหาศาล เ้าไม่รู้หรือว่ามีคนมากมายเพียงใดที่้าที่ดินผืนนั้น”
“ท่านก็ทำเหมือนท่านไม่รู้จักนิสัยของท่านแม่ไปได้นะพี่ใหญ่ ขอแค่ท่านแม่เอ่ยปาก เราสามคนกล้าขัดอย่างนั้นหรือ หากพี่สามยังอยู่ก็ว่าไปอย่าง พี่สามพูดคำไหนท่านแม่ย่อมเชื่อ แต่ตอนนี้เหลือเราแค่สามคน เราจะไปห้ามท่านแม่ได้อย่างไร” อาห้าเซี่ยยักไหล่
“เ้ามันก็ดีแต่นึกถึงผลประโยชน์ระยะสั้น หากเ้ารู้จักมองการณ์ให้ไกลกว่านี้ เซี่ยเหยาไฉ (ร้านค้าข้าวสารสกุลเซี่ย) คงกลายเป็ร้านขายข้าวสารอันดับหนึ่งของอำเภอเสียนโจวเราไปแล้ว” ลุงใหญ่เซี่ยพูดจบก็เดินหน้าบึ้งจากไป
อาห้าเซี่ยไม่สนใจกับคำพูดของพี่ใหญ่ตนเองเลยสักนิด เขาหันไปยิ้มให้พี่ชายคนรองอย่างไม่ละอาย “ท่านคงไม่โทษข้าใช่หรือไม่พี่รอง ทำพูดของท่านแม่เราจะขัดใจได้อย่างไรกัน”
ลุงรองเซี่ยยิ้มให้น้องชาย “ข้าจะโทษเ้าได้อย่างไร หากครั้งหน้ามีเหตุการณ์เช่นนี้อีก ข้าก็จะทำแบบเดียวกับที่เ้าทำ”
ลุงรองเซี่ยหันหลังเดินจากไปเช่นกัน ปีนี้โรงเก็บสินค้าของสกุลเซี่ยเกิดเพลิงไหม้จนต้องสูญเงินไปร่วมแสนตำลึง ฉะนั้นเงินปันผลปีนี้คงได้รับไม่มาก เขาจึงไม่ค่อยเสียดาย แต่เมื่อนึกถึงท่านแม่ที่ลำเอียงและรักแต่น้องชาย เขาก็อดที่จะโมโหขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน
อาห้าเซี่ยมองตามหลังพี่ชายทั้งสอง “พวกท่านก็เอาแต่โมโหใส่ข้า ที่แท้ก็เพื่อกลบเกลื่อนทั้งนั้น พี่ใหญ่ยักยอกทรัพย์สินของครอบครัวไปไม่น้อย พี่รองก็แอบเปิดกิจการของตัวเอง หากพ่อตาของข้าไม่สืบรู้ ข้าก็คงจะโง่เพราะคิดว่าเอาเปรียบพี่ชายของตัวเองได้ แต่ก็ดี...ต่อไปข้าจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดเวลาที่ยักยอกเงินมาใช้ส่วนตัว”
จากนั้นไม่กี่ชั่วยาม ข่าวการประกาศขายที่ดินของตระกูลเซี่ยก็ถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย มีหลายคนที่้าซื้อที่ดินผืนนั้น แต่เมื่อรู้ว่าที่ดินผืนนั้นเคยเกิดเพลิงไหม้มาก่อน พ่อค้าและผู้ที่สนใจต่างพากันลังเล แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวตามมาว่ามีคนมาซื้อที่ดินผืนนั้นไปด้วยเงินเพียงสามหมื่นตำลึงเท่านั้น
“ดูไปแล้วที่ข้าตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้นจะเป็สิ่งที่ถูกต้อง” เซี่ยลี่หยางนั่งโอบภรรยาอยู่ในรถม้า
“จะไม่ให้ข้าดีใจได้อย่างไร นอกจากที่ดินผืนนั้นแล้วยังมีที่ดินโดยรอบ รวมถึงที่ดินและร้านค้าที่อยู่ติดกับโรงสุราก็เป็เราที่กว้านซื้อได้ทั้งหมด อีกอย่างที่ดินผืนนั้นเราก็ซื้อมาในราคาถูกกว่าราคาจริงตั้งครึ่งหนึ่ง การค้าครั้งนี้เราประหยัดเงินได้มากทีเดียว” หลี่เหิงเยว่ซุกเข้าไปในอ้อมกอดสามี “แล้วเ้าจะไม่บอกข้าจริงๆ หรือว่าเ้าใช้วิธีใดไปกดดันตระกูลเซี่ยให้พวกเขาขายที่ดินผืนนั้นให้เราในราคาถูก”
“ข้าแค่ส่งถุงหอมเปื้อนเืไปให้ลุงใหญ่เซี่ยใบหนึ่ง”
“เ้าไม่กลัวว่าเขาจะพาภรรยากับบุตรชายไปซ่อนที่อื่นหรือ?”
“ไม่กลัว เพราะภรรยานอกจวนของเขาคนนั้นยอมรับเงื่อนไขของข้าแล้ว”
หลังจากที่เซี่ยลี่หยางและหลี่เหิงเยว่จับตัวลูกน้องทั้งสองคนของลุงใหญ่เซี่ยมาได้ พวกเขาก็ทำการสอบปากคำและรีดข้อมูลของลุงใหญ่เซี่ยจากสองคนนั้นมาจนหมด ทั้งเซี่ยลี่หยางยังได้ส่งหนึ่งในสองคนร้ายไปหาภรรยานอกจวนคนนั้นพร้อมทั้งเสนอเงื่อนไขว่าหากนางยินดีทำงานให้เซี่ยลี่หยาง ในภายหน้าเซี่ยลี่หยางจะหาที่พักและเปลี่ยนตัวตนใหม่ให้นางกับบุตรชาย ต่อไปพวกเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยอีก ซึ่งภรรยานอกจวนคนนั้นก็ตอบตกลงทันที
ความจริงแล้วการที่นางได้มาเป็ภรรยานอกจวนของลุงใหญ่เซี่ยก็เพราะนางถูกลุงใหญ่เซี่ยข่มเห่งและฆ่าสามีของนางไปต่อหน้าต่อตา นางอยากจะตายตามสามีไปั้แ่วันนั้น แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าในท้องของตนมีเืเนื้อเชื้อไขของสามีอยู่ นางจึงทำได้เพียงอยู่รับใช้ลุงใหญ่เซี่ยเพื่อรักษาชีวิตของเด็กในครรภ์ไว้ เมื่อบุตรชายคลอดออกมา ลุงใหญ่เซี่ยจึงรู้เพียงว่าภรรยาของตนคลอดก่อนกำหนด
ลุงใหญ่เซี่ยเลี้ยงดูบุตรชายคนนั้นด้วยความรักและความเอาใจใส่มาเป็เวลาสิบปี โดยหารู้ไม่ว่าภรรยานอกจวนของตนได้บอกความจริงเื่ชาติกำเนิดให้บุตรชายได้รับรู้แล้ว สองแม่ลูกคิดหาวิธีหลบหนีอยู่ทุกวัน แต่เพราะกลัวความโเี้ของลุงใหญ่เซี่ย ทำให้พวกเขายังไร้ซึ่งหนทาง แต่เมื่อได้ยินข้อเสนอของเซี่ยลี่หยาง พวกเขาจึงตอบตกลงที่จะทำตามแผนของเซี่ยลี่หยางในทันที และถุงหอมใบนั้นก็เป็หนึ่งในแผนการของเซี่ยลี่หยางนั่นเอง