หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 70 ตอน เรื่องราวครั้งก่อน 4

            เซียวเหยียนกล่าวอย่างใจเย็นว่า“ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ามีความหลังแบบใดกับท่านลุงอวิ๋นเซียวแต่โปรดอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลอวิ๋น”

            เขาสามารถพูดเรื่องเก่าๆที่ฝังลึกอยู่ในใจกับคนที่ไม่คุ้นเคยได้อย่างง่ายดายแม้คนที่อยู่ตรงหน้าจะมีศักดิ์เป็นประมุขตระกูลมู่ แต่เขาก็ไม่สนใจ

            บางทีในชีวิตนี้ เขาอาจไม่มีโอกาสได้กล่าวถึงตระกูลอวิ๋นหรือท่านลุงอวิ๋นเซียวกับคนอื่นอีกเลย

            ชิงซีรู้สึกราวกับได้ยินเรื่องตลกมุมปากของนางยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว “เจ้าจะเจรจาต่อรองกับข้าหรือ? แล้วความจริงใจของเจ้าอยู่ที่ใด?”

            แม้ฮ่องเต้หนุ่มผู้นี้จะยังเยาว์วัยแต่เขาก็มีประสบการณ์ชีวิตโชกโชน ไม่ต้องกล่าวถึงตอนที่เขายังเด็กเขาอาศัยอยู่ที่ชายแดนอย่างโดดเดี่ยวและไร้หนทางจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แม้ตอนนี้เขาจะอายุมากขึ้นเล็กน้อยแต่ดูเหมือนเมื่อสามปีที่แล้วเขาจะเคยตกเป็นตัวประกันของตระกูลอวิ๋น หากกล่าวตามเหตุผลเขาย่อมไม่ชอบตระกูลอวิ๋นในฐานะคหบดีที่มีประสบการณ์กว่าสี่พันปี ชิงซีย่อมไม่ต้องการตกเป็นรองในการเจรจาต่อรองดังนั้นนางจึงตั้งคำถามแบบทีเล่นทีจริง

            เซียวเหยียนดูเหมือนจะเตรียมการไว้แล้วเขากล่าวอย่างใจเย็นว่า “ข้อเสนอของข้าคือเจ้าสามารถผูกขาดการค้ากับแคว้นซินหลัวตระกูลมู่ของเจ้าจะยอมรับข้อเสนอนี้หรือไม่?”

            ชิงซีมองเซียวเหยียนด้วยความประหลาดใจความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของนาง  จริงอยู่ที่เย่เช่อทำให้แคว้นซินหลัวเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนักแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ดังกล่าวและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของแคว้นซินหลัวเป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะรู้สึกขอบคุณตระกูลอวิ๋น?

            นางมองผู้มาเยือนโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ

            นางค่อนข้างสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เขาโง่หรือเปล่า? นี่คือฮ่องเต้แห่งซินหลัวแน่หรือ?

            แต่ไม่ว่าผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายหยิบยื่นมาให้จะมากมายเพียงใดชิงซีก็ไม่สามารถคว้ามันได้ นางไม่เพียงต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลอวิ๋นเท่านั้นแต่นางยังต้องสนับสนุนองค์หญิงใหญ่ให้หวนกลับไปยังตำหนักเหวินฮวาด้วย

            ต่อให้นี่เป็นข้อเสนอจากสวรรค์เบื้องบนชิงซีก็ทำได้เพียงปฏิเสธเท่านั้น

            แต่เซียวเหยียนยังคงไม่ยอมแพ้“หากเจ้าปฏิเสธ เช่นนั้นแล้วหากข้าใช้ความลับในการเจรจาต่อรองกับเจ้าล่ะ?”

            ความลับ?

            ชิงซีมีความลับมากมายนับไม่ถ้วน

            นางซุกซ่อนความลับเกี่ยวกับตระกูลมู่เอาไว้มากมาย

            นางแค่ไม่รู้ว่าเขาพูดถึงความลับอะไร!

            อันที่จริงความลับของนางไม่ใช่เรื่องน่าตกใจนางสามารถรับมือได้เสมอ นางเอาปราการเซียนของตนเองออกไปแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเขาจะทำอะไรนางย่อมรับมือได้ เพียงแต่นางสงสัยว่าเขารู้มากแค่ไหน

            นางยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า“บอกข้าสิว่าเจ้ามีความลับอะไรในมือ”

            เซียวเหยียนดูพึงพอใจมากเขาหยิบกระดาษสองสามแผ่นซึ่งดูเหมือนจะเป็นภาพวาดออกมาจากอกเสื้อ

            เซียวเหยียนมองชิงซีด้วยสายตาแน่วแน่และกล่าวว่า“อันที่จริงนี่เป็นเพราะประมุขตระกูลมู่ทุกรุ่นมีรสนิยมคล้ายคลึงกัน พวกเขาล้วนชอบให้จิตรกรวาดภาพเหมือนของตนเองและข้าก็บังเอิญรู้จักจิตรกรฝีมือดีหลายคน จึงหาภาพวาดของประมุขตระกูลมู่รุ่นก่อนๆมาลองเทียบกันดู”

            บุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพเหล่านั้นไม่ได้มีแค่ใบหน้าที่เหมือนกันแม้แต่มวยผมก็ยังเหมือนกันด้วย

            นี่น่ะหรือความลับที่ชายหนุ่มตรงหน้าพูดถึง? ไม่รู้ว่าผู้คนจะพูดกันอย่างไรหากเห็นภาพวาดของประมุขตระกูลมู่ทุกรุ่นที่ดูจะไม่ได้แตกต่างกันมากนักพวกเขาอาจสงสัยว่านี่คือเรื่องมหัศจรรย์อะไรกัน? แล้วจะไม่ให้พวกเขาแปลกใจได้หรือ?

            หากมองหาความลับก็ย่อมพบบางสิ่งที่ดูเหมือนเป็นความลับดูเหมือนผู้ที่ให้ข้อมูลเหล่านี้แก่เซียวเหยียนไม่มีความเป็นมืออาชีพเอาเสียเลย

            ‘ดูท่าทางของชายหนุ่มคนนี้สิจะเป็นอย่างไรหากเขากลายเป็นพันธมิตรในอนาคต? แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็รั้งตระกูลมู่ไว้ไม่ได้หรอก’

            ชิงซีมีท่าทีเฉยเมย นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า“แล้วอย่างไร?”

            เซียวเหยียนยังคงสงบนิ่งช่างเป็นท่าทางที่ดูไม่สมวัยเอาเสียเลย เขามองชิงซีราวกับนี่เป็นคำตอบที่เขาคาดเดาเอาไว้แล้วจากนั้นเขาก็กล่าวเบาๆ ว่า 

            “หลายคนบอกว่าประมุขตระกูลมู่ทุกรุ่นมีหน้าตาคล้ายคลึงกันมากแม้กระทั่งท่าทีก็เหมือนกันทุกประการ”

            ชิงซียังคงมีท่าทีเฉยเมยราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนาง

            เซียวเหยียนกล่าวต่อว่า “อันที่จริงข้าต้องการจะบอกว่าประมุขตระกูลมู่เป็นปีศาจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีปีศาจเพียงตัวเดียวเท่านั้น”

            หลังจากพูดจบเขาก็หยิบดาบไม้ออกมาซึ่งไม่รู้ว่าไปเอามาจากที่ใดจากนั้นก็จ่อดาบไปที่คอของชิงซีด้วยความฉับไว

            ชิงซีคลี่ยิ้มรอยยิ้มของนางช่างสดใสราวกับก้อนเมฆบนท้องฟ้า ใบหน้าเย็นชาของเซียวเหยียนผ่อนคลายลงเล็กน้อยเขาไม่เคยตกหลุมรักผู้หญิงคนไหนมาก่อนแม้กระทั่งบุตรีคนเดียวของท่านลุงอวิ๋นเซียว เขามองว่านางเป็นเพียงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบเท่านั้นแต่รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ราวกับไม่เคยต้องมลทินของชิงซีทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวบางทีเขาอาจไม่ได้สังเกตเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

            ชิงซีถอยห่างพร้อมกับหยิบกระบี่ของตัวเองออกมาแล้วต่อสู้กับเขาทันที 

            การเคลื่อนไหวของกระบี่หลิงเลี่ยในมือชิงซีเป็นเหมือนเม็ดฝนที่ตกลงมาอย่างกะทันหันเซียวเหยียนตกตะลึงเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าเขาก็เริ่มต่อสู้กับนางด้วยดาบไม้ ทั้งสองต่อสู้กันได้ไม่กี่กระบวนท่าเซียวเหยียนก็ตะโกนว่า 

            “ปีศาจสาว!เจ้าเป็นคนของสำนักชิงซาน! เจ้าเป็นใครกันแน่?”

            ชิงซียิ้มแต่ไม่ได้กล่าวอะไรนางได้เห็นการเคลื่อนไหวของเขาแล้ว นางแน่ใจว่าเพลงกระบี่ที่เขาใช้มาจากสำนักขงถง นางคลี่ยิ้มงดงามเหมือนในภาพวาดและกล่าวเบาๆว่า 

            “วิชากระบี่ของเจ้าสืบทอดมาจากสำนักขงถงกระมังเป็นไปได้หรือไม่ว่าไม่มีใครในสำนักฮั่วซานคู่ควรให้ฮ่องเต้แห่งซินหลัวเคารพในฐานะอาจารย์”

            ชั่วขณะหนึ่งเซียวเหยียนไม่รู้จะตอบอย่างไรถ้าคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าไม่มีความแข็งแกร่งในระดับปรมาจารย์ นางจะมองออกว่าเขาใช้เพลงกระบี่ของสำนักขงถงได้อย่างไร? ดาบไม้ของเขาเบี่ยงออกด้านข้างโดยไม่มีสาเหตุและก่อนที่จะรู้ตัวเขาก็ค้นพบว่ากระบี่ที่จ่อคอของเขาอยู่คือกระบี่ของประมุขตระกูลมู่

            เขาต้องการจะกล่าวบางอย่างแต่ความคิดของเขาราวกับถูกหยุดเอาไว้ เสียงของประมุขตระกูลมู่ไพเราะราวกับเสียงของนกขมิ้นมันเหมือนสายน้ำที่ชโลมหัวใจของเขาให้ชุ่มฉ่ำ 

            “หากข้าต้องการเข้าเฝ้าฮ่องเต้แห่งซินหลัวข้าคงต้องฝึกเพลงกระบี่กระเรียนสวรรค์ของสำนักขงถงเสียก่อน ถ้าเจ้าไปเยือนสำนักชิงซานขอแค่แจ้งว่าต้องการพบชิงซีก็พอ”

            หลังจากพูดจบชิงซีก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย 

            สีหน้าของเซียวเหยียนดูว่างเปล่าเขารู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากลับมาที่วังได้อย่างไรแต่หลังจากนั้นเขาก็ล้มก็ป่วยนานกว่าหนึ่งเดือน เขาป่วยหนักจนไม่ได้ไปชมพิธีประชันสาวงามของอวิ๋นจื่อด้วยซ้ำ

            ในช่วงที่เซียวเหยียนป่วยอาจารย์ของเขาที่อยู่ไกลออกไปในภูเขาขงถงรู้สึกตื่นตระหนกมาก เมื่อมีคนแจ้งเซียวเหยียนว่าอาจารย์ของเขาเดินทางมาถึงเมืองผิงชางซึ่งเป็นเมืองหลวงของซินหลัวแล้วเซียวเหยียนก็หายป่วยทันทีราวกับปาฏิหาริย์

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498