
ในการซ่อมแซมดาบวิเศษตามการอธิบายของพญามังกรเฮอเหลียว ต้องใช้วัตถุดิบจำนวนเจ็ดอย่างด้วยกัน ประกอบด้วยสินแร่ห้าอย่าง สื่อกลางระหว่างดาบกับเจ้าของหนึ่งอย่าง และ มนตราวิเศษของตัวอาจารย์มังกรเองอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งเวลานี้ของที่ว่ามีเพียงสามอย่างเท่านั้นอีกสี่อย่างเป็นภารกิจหลักของเวทินในครั้งนี้...เช้ามืด วันที่สอง หน้าถ้ำพญามังกรเฮอเหลียว ทุกคนมาพร้อมหน้ากันที่หน้าทางเข้าโดยพร้อมเพรียง…หลังจากที่คณะซือหลินทำการตกลงกับอาจารย์เฮอเหลียว ว่าจะส่งเวทินไปออกตามหาวัตถุดิบในการตีดาบวิเศษภายนอกถ้ำแล้ว ก็มาถึงเวลาแห่งบททดสอบ เพตราจัดเตรียมห่อเสบียงสำหรับการเดินทางของเวทินเอาไว้ให้ เมื่อส่งมอบมันให้กับเด็กชาย อัศวินหญิงผมแดงก็เอ่ยถามขึ้น"เจ้าพร้อมที่จะเดินทางออกไปคนเดียวหรือเปล่า เวทิน?"เด็กชายนักบวชผมดำยิ้มแล้วตอบ“ข้าพร้อมครับท่านหญิง”“อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ”ผู้กล้าหญิงกล่าว ดวงตาของเธอแฝงด้วยความเป็นห่วง หลังจากนั้นก็เป็นคราวของซือหลิน ผู้กล้าชราวัยผมขาว หยิบดาบ เกราะอ่อนและสนับมือออกมาจากด้านหลังของตน“ข้าไปหาดาบกับอุปกรณ์เสริมให้เจ้าติดตัวไปเพิ่ม อาจจะช่วยไม่ได้มาก แต่มันคงช่วยปกป้องเจ้าจากอันตรายได้”ชายวัยกลางคนพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น จากนั้นจึงมอบอุปกรณ์ป้องกันตัวให้แก่เวทิน“ขอบคุณมากครับท่านซือหลิน” เด็กชายกล่าวขอบคุณ พร้อมยื่มมือไปรับอุปกรณ์จากซือหลินอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นของผ่านการใช้งานมาแล้ว ไม่ต่างจากดาบสั้นของเขา เด็กชายนักบวชลองสวมใส่เกราะอ่อน มันเป็นเกราะสีน้ำตาลที่มีอักชระโบราณแปลกตาเขียนเอาไว้ เขาสามารถสวมใส่มันได้อย่างพอดิบพอดี เมื่อสังเกตดู เวทินก็พบว่ามันผ่านการทำความสะอาดมาเป็นอย่างดีอีกด้วย“ข้างนอกคงมีภยันตรายมากมาย ถ้าเจ้าไม่ไหวก็สามารถกลับยังถ้ำแห่งนี้ได้ตลอดเวลานะ”เพตราพูดกำชับ“ข้าว่ากังวลเกินไปแล้วท่านผู้กล้าทั้งสอง เจ้าเด็กคนนี้มันเอาตัวรอดได้ ข้ามั่นใจทีเดียว”เฮอเหลียว พญามังกรเจ้าของถ้ำเอ่ย เธอหรี่ตามองเวทินแล้วพูดต่อ“เอาล่ะ! เวทิน ภารกิจของเจ้าคือรวบรวมวัตถุดิบจำเป็น รอบภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้ให้ครบ มันเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง จำได้ใช่ไหมว่ามีอะไรบ้าง?”“อัญมณีเขาซุยซาน ผลึกจอมโลหะ แก้วอัคคีและทองคำบริสุทธิ์ครับ”สี่วัตถุดิบคือแร่ธาตุจำเป็นต่อการซ่อมแซมดาบวิเศษ พวกมันล้วนกระจายอยู่บนภูเขาซุยซานแห่งนี้ เป็นเคล็ดลับที่เฮอเหลียวคิดค้นด้วยตนเอง มีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถรังสรรค์อาวุธอันแข็งแกร่งนี้ขึ้นมาได้ และในปัจจุบันนี้ก็ยังหาผู้ใดสร้างอาวุธที่ทัดเทียมได้สักรายหนึ่ง“อย่าไปบอกสูตรใครล่ะ ข้าไม่รับตีดาบเพิ่มอีกแล้ว”มังกรพูดหยอกเย้า“ของทั้งสี่เป็นแร่สำคัญ พอมาผสมกับหินทมิฬ ก็จะครบสินแร่ทั้งห้าอย่าง พอไม่ยุ่งงานดาบมานาน ก็ไม่คิดว่าวัตถุดิบมันจะเกลี้ยงคลังแบบนี้ ต้องไหว้วานเจ้าหน่อยนะ”“ข้ายินดีครับ ท่านพญามังกร”เฮอหลียวพยักหน้าแล้วพูด“ก่อนจะไป ก็ขอให้อธิบายให้เจ้าฟังอีกสักครั้ง” ฟู่วววววเปลวไฟสีฟ้าถูกพ่นออกมาจากปากพญามังกร จากนั้นนางก็ใช้ฝ่ามือแหวกเปลวไฟของตนเอง เฮอเหลียวบริกรรมคาถาไปพร้อมกับหมุนวนฝ่ามือ เปลวไฟสีฟ้าในมือแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ มันกลายเป็นกลุ่มก้อนควันสีเทา รูปร่างของสี่อย่าง ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ“อัญมณีแห่งขุนเขา หัวใจแห่งซุยซาน”พญามังกรเอ่ย พลางคว้าควันรูปสิ่งของมาชิ้นหนึ่ง“อัญมณีซุยซานถือว่าเป็น สินแร่พิเศษที่มีเฉพาะที่แห่งนี้เท่านั้น มันกระจายอยู่ทั่วบนขุนเขาแห่งนี้ เพียงออกไปไม่ไกลเจ้าก็จะพบมัน จงเก็บมาให้ข้าสักกำมือนึง”“ชิ้นต่อไปคือผลึกจอมโลหะ” พญามังกรหยิบควันก้อนต่อมา “มันคือแร่เหล็กโบราณ การจะหามันหาได้ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป อาจจะไม่ใช่แร่เหล็กที่ดีที่สุดบนโลกใบนี้ แต่สำหรับข้า มันคือตัวแปรสำคัญที่สุดในการซ่อมดาบวิเศษ ซึ่งสามารถผันแปรและขึ้นรูปตามความต้องการของข้าได้ สมชื่อของมันว่าผลิตจอมโลหะ เอามาให้ข้าสักก้อนกำมือนึง”หลังจากนั้นนางก็เอื้อมมือไปหยิบควันก้อนที่สาม“แก้วอัคคี ได้ชื่อว่าเป็นสินแร่แห่งเวทมนตร์ที่ใช้งานได้สารพัดนึก หากจะขึ้นรูปดาบใหม่ก็จำเป็นต้องมีแร่ตัวนี้เอาไว้ใช้งาน เจ้าจะพบมาในถ้ำตะวันออก ณ ที่แห่งนี้จะต้องระวังให้มาก เวทินเอย เจ้าอาจจะเจอสิ่งมีชีวิตที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตัวเจ้าเอง สิ่งนี้ข้าต้องการใช้สักแท่งหนึ่ง”เฮอเหลียวปัดรูปสินแร่ทุกชิ้นให้ไป คงเหลือเพียงชิ้นสุดท้าย“ทองคำบริสุทธิ์ หายากที่สุดในบรรดาสามสิ่ง มันไม่ใช่สิ่งที่จะหาได้โดยง่ายในที่นี่ ถ้าเจ้าจะไปเจอสถานที่แห่งหนึ่ง ตามแผนที่ที่ข้ามอบให้ ที่นั่นจะมีแบบทดสอบสุดท้ายให้แก่เจ้า ถ้าเจ้าสามารถผ่านมันไปได้ ก็เท่ากับว่าเจ้าจะได้รับทองคำ และผ่านการคัดเลือกเป็นลูกศิษย์ของข้า”"เมื่อนำทั้งสี่มา ข้าจะผสมกับหินทมิฬซึ่งจะเสริมสร้างดาบให้มีอานุภาพกล้าแกร่ง"พญามังกรกำควันรูปทองคำก้อนสุดท้าย มันแตกสลายหายไปในอากาศ จากนั้นจึงเหลียวมองไปยังเด็กชายนักบวชอยู่ตรงหน้า“ทั้งหมดนี่แหละ คือวัตถุดิบแห่งการซ่อมดาบของอาจารย์ซือหลินของเจ้า”“ข้าทราบแล้ว และจะรีบนำของทั้งสี่ทั้งหมดกลับมาก่อนตะวันตกดิน”พญามังกรเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พร้อมเผยรอยยิ้ม“ดี จงนำกลับมาให้ครบเชียว”“ข้าท่องจำของทั้งหมดจนขึ้นใจแล้วครับ” เวทินตอบอย่างมั่นใจ เขาใช้เวลาทั้งคืนในการจดจำสถานที่ตั้งแหล่งวัตถุดิบ ซึ่งอยู่รายล้อมรอบภูเขาซุยซานแห่งนี้ รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในทุกด้านด้วยตนเองอย่างรัดกุมมังกรสาวร่างมนุษย์ผมสีเทาพยักหน้า พลางหันศีรษะไปยังหน้าถ้ำของตนเอง“ดี เจ้าต้องเอากลับมาให้ข้าก่อนตะวันตกดิน ไม่เช่นนั้นจะหนาวตายข้างนอก”เด็กชายสะพายกระเป๋าย่าม เก็บข้าวของที่จำเป็นแล้วจึงเอ่ยตอบ“ข้าจะไม่ทำให้ทุกท่านต้องผิดหวังครับ”พูดจบเด็กชายวัยสิบขวบก็โน้มตัวก้มคำนับ ซือหลินผู้กล้าวัยกลางคน ซึ่งอุ้มลูกน้อยที่หลับสนิทแนบอก ก็ก้าวเข้ามาหาทันที“ขอให้โชคดีเวทิน พวกข้าเป็นกำลังใจให้เจ้า ขอจงระมัดระวังและทำภารกิจกลับมาให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี”“ขอบคุณครับท่านซือหลิน ท่านเพตรา ท่านเฮอเหลียว เวทินต้องขอตัวก่อน!” เด็กชายยิ้มตอบอย่างมุ่งมั่น ก่อนเดินเข้ามาหาทารกน้อย “แล้วเจอนะ น้องฟาน!”“ฟรี้!”ทารกน้อยหลับสนิท แต่ก็มีเสียงกรนเล็กแผ่วเบา เหมือนเป็นคำตอบให้เดินทางปลอดภัยหลังจากนั้นเวทินก็ออกเดินทาง ทุกคนยืนส่งเขาจวบจนลับสายตาออกไป
“อื้ม เป็นเด็กดีเอาการเอางานเหลือเกิน เหมือนเจ้าสมัยเรียนกับข้าใหม่ๆเลยนะ ซือหลินเอย” พญามังกรกล่าวพลางยิ้ม นัยน์ตาสีฟ้าท้องนภาหันไปมองอย่างผู้กล้าผู้เป็นลูกศิษย์ เธอแต่ปากเบาๆ ก่อนพูดอย่างร่าเริง“พลังใจและความกระตือรือร้น ฮ้า! ไฟของคนหนุ่มสาวละนะ!”
ผู้กล้าวัยลุงโอบทารกน้อยแนบอกแล้วจึงตอบ“ข้าก็ยังมีไฟนะท่านอาจารย์”
“ไฟในกายเจ้ามันหย่อนยานตามหนังหน้าเจ้า ถึงจะโดนสาปจนแก่เฒ่า แต่ถ้าใจเราเข้มแข็ง แกร่งดังภูเขาหิมะเสียอย่าง ก็เสมือนหนึ่งเจ้าได้คลายคำสาปจนหมดสิ้นแล้วนั่นแหละ”พญามังกรอธิบายอย่างแผ่วเบา เพื่อตั้งให้ศิษย์ของตนได้ยินเพียงลำพัง“ข้าต้องลับคมวิชาให้กับเจ้าเพิ่มเติมเสียแล้ว”
คำสอนของอาจารย์ทำให้ซือหลินฉุดคิดขึ้น
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ พลังใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ซือหลินเลือกที่จะยอมรับในความแก่เฒ่าของตนเองตามคำสาปปริศนาที่ตนได้รับ
ใช้ชีวิตร่างสูงวัยกับลูกสาวอย่างสันโดษและสมถะ กระทั้งเหตุการลักพาตัวเกิดขึ้น…
หากมัวแต่พะวงเรื่องความแก่ของตัวเอง คงไม่อาจก้าวข้ามช่วงเวลานี้ไปได้
“ศิษย์เข้าใจในความหมายของท่าน ขอบคุณคำชี้แนะ ท่านอาจารย์”
เมื่อได้ยินคำพูดของลูกศิษย์เช่นนั้น เฮอเหลียวยิ้มที่มุมปาก“อืม...จะตอนหนุ่มหรือแก่ ความอ่อนน้อมเจ้ายังเหมือนเดิม เด็กดีๆ”
“ท่านอาจารย์ก็พูดเล่นทำเป็นตลกเหมือนเคย”ซือหลินเอ่ยกลับตามตรง
“ประเดี๋ยวเถอะเจ้า พูดจากับท่านพญามังกรแบบนั้นได้อย่างไรกัน!?”สหายร่วมกลุ่มผู้กล้าแย้งอย่างรวดเร็ว จนอาจารย์มังกรหลุดหัวเราะเล็กน้อย
“ฮึฮึ ไม่เป็นไรเพตราคนดี ฝีปากเจ้าซือหลินมีพัฒนาการขึ้นกว่าเมื่อก่อน ก็ถือว่าบุญโขแล้วล่ะ!”ริมฝีปากเล็กๆพูดพร้อมกับโบกฝ่ามือไปมา“เก่าก่อนนั่นเจ้านี้เป็นคนนิ่งขรึม พูดน้อยแถมยังซื่อบื้อ ต้องขอบคุณคำสาปพิศดารของมันนะ พอแก่ตัวลงก็ดูโพลงคำพูดออกมามากขึ้นหน่อย เฮอะ เฮอะ!”
“อาจารย์ ท่านให้เวทินออกตามหาวัตถุดิบแบบนี้ จะไม่หนักสำหรับเขาหรือครับ?” ซือหลินพูดแทรกขึ้น ระหว่างที่เห็นอาจารย์กำลังหัวเราะชอบใจอยู่ พญามังกรพันปีเอียงคอเล็กน้อย
“สมัยของเจ้า ข้าก็ให้ฝึกเช่นนี้นี่?”เฮอเหลียวตอบ
“แต่ตอนนั้นข้ามิใช่เด็กสิบขวบนะครับ”
“ห่างกันไม่กี่ปียิบย่อย ถ้าไม่ใช่หลักร้อยหรือหลักพันปี ข้าก็ไม่เห็นว่าต่างกันที่ตรงไหน” “เด็กคนนี้เป็นคนธรรมดาที่มีชะตาเล่นตลก โชคชะตาช่างแปลกประหลาด ถ้าดีก็จะได้ดี แต่ถ้าหลงผิดคิดร้าย ก็จะกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจน่าดู เพราะแบบนั้นข้าเลยเอารับมาเป็นศิษย์ยังไงล่ะ!”
คำพูดของอาจารย์ทำให้ซือหลินนึกขึ้นได้เมื่อครั้งอดีต
อาจารย์มังกรรับเข้ามาเป็นลูกศิษย์ก็ด้วยคำว่าโชคชะตาแปลกประหลาด
และในระหว่างสอนท่านกำลังพูดอยู่เสมอว่า หากมีโอกาส การได้ชี้นำให้คนคนหนึ่งให้เป็นคนดี ตามครรลองคลองธรรมยังถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะปลีกวิเวกอยู่บนหุบเขาก็ตาม
จนถึงตอนนี้ ซือหลินเข้าใจดีว่านี่คือความเมตตาของท่านมังกรโดยแท้ “ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาต่อเวทินนะครับ”
พญามังกรยิ้มอย่างร่าเริงจนเผยให้เห็นฟันเขี้ยวเล็กของเธอ แล้วจึงเดินหันกลับเข้าไปยังมีถ้ำของเธอ
“เอาเถอะ! ข้ารับเป็นศิษย์เพราะเจ้าด้วยส่วนหนึ่ง ซือหลินเอย เด็กคนนี้คล้ายกับเจ้า ข้าเห็นในตัวเด็กนักบวชเวทินคือโชคชะตาประหลาด ยากจะคาดเดาได้ ช่างพิลึกพิลันพอกันกับเจ้าเลย”เฮอเหลียวอธิบาย พร้อมชายตามองมายังลูกศิษย์คนโปรด“เจ้าคนซื่อบ้านนอกกลายเป็นผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่ อีท่าไหนก็ไม่รู้ ดันโดนคำสาปมาแก่หัวขาวเอาตอนหนุ่ม กระเตงลูกท่องโลกกว้าง เกิดมาพันปี ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องราวอัศจรรย์ใจ ยากจะจินตนาการอะไรอย่างนี้มาก่อนได้เลย”
มังกรสาวเอ่ยพร้อมหัวเราะชอบใจ แต่ยกนิ้วชี้ขึ้นมา “ ไปกันเถอะ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล เจ้ามาขอให้ข้าทำดาบให้ก็เตรียมใจไว้ให้ดี ”
“ขอความกรุณาด้วยครับท่านอาจารย์” ซือหลินกล่าวหลังยกมือประกบกันขึ้นเพื่อทำท่าคารวะ
“อ่า... เรื่องรักษาความปลอดภัย เพตราคนดี ฝากฝังเจ้าด้วยนะ” พญามังกรสาวหันไปหาอัศวินหญิงที่อยู่ข้างๆ เธอบอกอย่างกำชับ
“ค่ะ ข้าจะค่อยดูแลให้ค่ะ”ผู้กล้าหญิงผมแดงตอบอย่างรวดเร็ว
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นตะโกนเรียกข้าได้เลย เพตรา" ชายวัยกลางคนที่อุ้มลูกสาวกล่าว
“แหมน่ารักกันจริงเลยนะ” พญามังกรแซว จนอัศวินหญิงต้องหันมามองค้อน"พวกเจ้าก็ยังเป็นคนหนุ่มสาวนี่น่า..." หลังจากคำพูดชวนหัวนั้น เพตราก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผู้กล้าหญิงยืนประจำการอยู่ตรงหน้าถ้ำ เธอเพ่งสมาธิอย่างใจเย็น ก่อนเตรียมธนูวาเลเทียพร้อมง้างลูกศรไว้อย่างบรรจง ผู้กล้าหญิงค่อยๆแฝงตัวไปกับสภาพแวดล้อมอย่างแนบเนียน “ดีล่ะ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ได้แล้ว” พญามังกรปรบมือหนึ่งครั้ง หลังจากนั้นก็เดินไปจับบ่าศิษย์ "ทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ล่ะนะ หน้าที่"เหมือนซือหลืนจะจำไต๋ของอาจารย์ตนเองได้ เขาจึงเอ่ยถามขึ้น“แล้วในระหว่างนี้ ข้าพอจะช่วยอะไรท่านได้ไหมครับท่านอาจารย์”มังกรสาวแสยะยิ้มชวนขนลุกในทันที“ซือหลิน เจ้ากับลูกสาวคนดีจงไปที่โรงถลุงเหล็กของข้า มีวัตถุดิบที่ต้องใช้จากเจ้า”พญามังกรตอบ"วัตถุดิบที่ต้องใช้หรือครับ..."ซือหลินถามอีกครั้ง ทว่าคำตอบที่ได้กลับฟังดูชอบกล..."ใช่แล้ว ดิบๆเลยล่ะ"
ซือหลินอยู่ในห้วงแห่งความฝัน…ในภาพความทรงจำนั่นเอง ซือหลินก็เห็นตนเองเมื่อสมัยเดินทางมายังเมืองเหนือครั้งแรก เมื่อเขาได้มาประจำการยังกรมทหารเมืองด้วยความไม่เท่าทันเล่ห์การเมือง ซือหลินจึงถูกใช้ให้กลายหมากใช้แล้วทิ้งเขาซมซานหลงทางจนมาถึงเขาซุยซานแห่งนี้...ในขณะที่กำลังจะหมดแรงและทนกับความหนาวแทบขาดใจ"มนุษย์ กล้าดียังไงถึงเข้ามาที่นี่ ในดินแดนของข้า"เสียงหนึ่งดังขึ้นมาหญิงสาวผู้งดงามสวมอาภรณ์เหมือนนางในวรรณคดีก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า น่าประหลาดใจที่มีเขาคล้ายกวางบนหัวของเธออยู่ด้วย“ท่าน...เป็นนางฟ้าหรือ?”ซือหลินถามขณะที่ริมฝีปากเริ่มชาไปกับความเย็น“นางฟ้าหรือ? ท่าทางจะอาการหนัก”หญิงสาวยกชายผ้าขึ้นป้องปากเล็กน้อย"ข้าคือพญามังกรเฮอเหลียวตั้งหาก เอาล่ะ! บอกข้ามาว่าต้องการอะไร? หลงทาง? หาแร่หายาก? หรืออยากจะเป็นคู่มือ ข้าก็พร้อมจะช่วยเป็นคู่ปรับให้นะ""ท่าน...รู้วิชาการต่อสู้หรือ?""เจ้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับข้าหรอกหรือ?""ข้าไม่เคยมีความคิดทำร้ายผู้หญิงหรือมังกรหรอกครับ..."ชายหนุ่มกล่าวตามตรงคำพูดอันสัตย์ซื่อ ทำให้ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างขึ้น ...

สีหน้าดูเปลี่ยนไป ยากจะอธิบายว่าแฝงด้วยความเศร้าหรือความสุขเธอจดจ้องมองซือหลินด้วยความรู้สึกพิเศษอันยากที่จะเอ่ยออกมาชั่วครู่รอยยิ้มน้อยๆก็ปรากฏที่มุมปาก"ช่างประหลาดคน...เจ้าช่างเหมือนคนคนนั้นจริงๆ ฮ้า! โชคชะตานำพาบุรุษประหลาดมาพบข้าอีกแล้วหรือเนี่ย"เธอจ้องมายังซือหลินหากแต่ชายหนุ่มกลับรู้สึกว่าเธอมองเห็นใครบางคนซ้อนทับอยู่มากกว่า
"ช่างเหมือนกันเหลือเกิน..."หญิงสาวส่ายหน้า ถอนหายใจเหมือนโล่งอก"เจ้าชื่ออะไร?"เธอถาม"ข้าชื่อซือหลิน เป็นนายทหารประจำเมืองเหนือครับ...""มนุษย์ผู้เป็นทหาร ซือหลินเอย เจ้าช่างมีชะตาประหลาดล้ำ น่าสนใจยิ่งนัก เจ้าอยากมาเป็นลูกศิษย์ของข้าหรือเปล่า?""... ... .."คำพูดนี้คือจุดเริ่มต้น...ของเรื่องราวทั้งหมด...เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของซือหลินตลอดกาล............"ซือหลิน ซือหลิน!...เจ้าลูกศิษย์!!"เสียงหนึ่งดังขึ้น ปลุกเขาขึ้นมาจากภวังค์หลับ"อ้อแอ้!"ร่างเด็กอันคุ้ยเคยกำลังกระโดดทับร่างของเขาอยู่"เอื้อออออออออ"ซือหลินร้องเสียงหลงจนตัวงอเป็นกุ้งแม่น้ำเด็กทารกลูกสาวอันเป็นที่รัก น้ำหนักเกือบสิบกิโลกรัมทับร่างของบิดาอย่างเต็มรักตุบตับ!
เอื้ออออออออออออออ!?"ลูกฟาน? อย่าปีนตัวพ่อ อ้าก หลังข้า!"ซือหลินตื่นขึ้นมาบนเตียง เขาเหลือบมองร่างสตรีที่อยู่ใกล้อีกราย"อาจารย์...เฮอเหลียว? เกิดอะไรขึ้นกับข้า ท่านเล่นตลกอะไรอีกเนี่ย?""สำออยน่า! แค่บริจาคเลือด ถึงกับสลบเลยหรือเจ้าน่ะ!?"เฮอเหลียวกล่าวขณะที่จับสายโยงถ่ายเลือดซือหลินจำได้เพียงอาจารย์บอกว่าต้องการเลือดเพื่อไปใช้ผสมเพื่อบริกรรมคาถาในการซ่อมแซมดาบ ครั้นพอนอนบนเตียง จู่ๆสติก็ดับวูบไปเฉยๆ"ข้าฝันเห็นท่านด้วย ฝันถึงตอนที่ข้าพบท่าน"ซือหลินพูด เฮอเหลียวเดินมาแตะหน้าผากลูกศิษย์ ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย"อืม ถ้าเช่นนั้นก็เป็นฝันดีนะสิ เอาล่ะ! มาบริจาคเลือด สื่อกลางกันต่อเถอะ!"ภาพที่ซือหลินเห็นคือสายโยงถ่ายเลือด เป็นถังขนาดใหญ่ถังหนึ่ง"ท่านจะบ้าเหรอ!?? แบบนี้ถึงได้สลบไปไงเล่า!!! ทำไมเอาเลือดข้าไปเยอะขนาดนี้ล่ะท่าน!"ซือหลินแย้ง"ท่านคิดจะฆ่าข้าเหรอ?""ถังเดียวไม่ตายหรอกน่า!"มังกรร่างมนุษย์ถอนหายใจก่อนบ่นเสียงอุบอิบ"โธ่พ่อคุณ แค่เลือดถังเดียวเองผู้กล้าซะเปล่า เพื่อสร้างดาบวิเศษรุ่นพัฒนาขึ้นมา ก็ต้องใช้เลือดเจ้าของนะ""ตรรกะพิลึก อย่ามาทดลองอะไรแปลกๆกับข้านะ! ข้าถูกสาปอยู่ในร่างคนแก่นะท่านอาจารย์!""ถึงตัวจะแก่ แต่หัวใจยังหนุ่มไง เจ้าศิษย์แสนรักของข้า ฮ่าฮ่าฮ้า"นางหัวเราะร่า จ้องมาเลือดของซือหลินที่ถูกสูบออกมา ก่อนพูดน่าเสียงชวนสยอง"ดาบเล่มนี้จะอาบเลือดของเจ้า กลายเป็นสุดยอดดาบที่เจ้าใช้ได้เพียงคนเดียว ข้าขอตั้งชื่อมันว่าดาบวิเศษอาบโลหิตผู้กล้าซือหลิน! ฮ่าฮ่าฮ้า!!""ชื่อดาบไม่เป็นมงคลกับชีวิตข้าเลยอาจารย์!!!"งานนี้ถ้าซือหลินเลือดหมดตัวก็อวสานนิยายเลยทีเดียว ฮา จบไปแล้วนะครับกับตอนกึ่งจริงจังและกาวไปแล้วนะครับ ภารกิจตอนนี้มีเพื่อปูไปยังเนื้อเรื่องของเวทินและการซ่อมดาบ นอกจากนี้ยังเล่าพาร์ท อดีตระหว่างซือหลินและอาจารย์เฮอเหลียวไปในตัวด้วย ซึ่งเป็นคู่หนึ่งที่นักเขียนชอบมาก พอๆกับคู่เพตรา ฮา// ขอฝากตอนต่อไปด้วยนะครับ ไรท์เบนนี่
