พันธสัญญาลวงรัก

    ตอนที่ 70 เข้าตาจน

    ตอนที่ 70 

    เข้าตาจน


    ถงกัวฮุยล้มตัวลงนอนบนเตียงทั้งที่จิตใจกระสับกระส่าย


    เกิดอะไรขึ้นกันแน่?


    แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บริษัทจะต้องรอด!


    ถงกัวฮุยรีบโทรหาผู้ช่วยทันที “แกไปปล่อยเงินกองทุนกู้ยืมซะแล้วให้คนเบื้องล่างชดใช้หนี้นอกระบบที่ติดค้างเอาไว้ให้หมด!”


    ผู้ช่วยที่อยู่ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน “คุณถง ไม่มีเงินเหลือเลยครับ...”


    “ไม่มีได้ยังไง!”


    ถงกัวฮุยเบิกตากว้างและถามกลับว่า “ถึงบริษัทจะขาดทุนยับเยิน แต่ก็ยังมีผู้จัดการหลี่อยู่นี่ เงินที่ผู้จัดการหลี่ส่งมาไปไหนหมด!”


    ตามแผนการเมื่อคืนนี้ผู้จัดการหลี่ได้ครอบครอง      เหมี่ยวเหมี่ยวเรียบร้อยแล้ว เขาควรจะทำตามสัญญาและส่งเงินที่เหลือมาให้ไม่ใช่เหรอ?


    เงินที่มีจำนวนมหาศาล!


    เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากฝั่งผู้ช่วยก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า “คุณถง! ไม่ต้องกังวลไปครับ ผู้จัดการหลี่จะส่งเงินมาให้เรา! แต่ผมเพิ่งได้ยินข่าวมาว่าลูกค้าส่งคนมาทวงเงินกับผู้จัดการหลี่ด้วยครับ!”


    จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือก็หล่นออกจากมือเขา


    ถงกัวฮุยตกตะลึง


    สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้จัดการหลี่หมายความว่าอย่างไร?

    เขากดวางสายและโทรหาผู้จัดการหลี่ทันที


    ทันทีที่โทรติด ถงกัวฮุยก็ถามออกไปอย่างเหลือเชื่อ “ผู้จัดการหลี่ เรื่องเมื่อคืนก็จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมเงินยังไม่เข้าบัญชีผมอีก...”


    สิทธิ์ในการพูดสิ่งต่าง ๆ ของถงกัวฮุยยังด้อยกว่าผู้จัดการหลี่มาก


    และทันทีที่เขาพูดจบ เสียงตะคอกก็ดังลอดมาจากปลายสาย


    “มึงหุบปากไปเลย!” ผู้จัดการหลี่ตะโกนด่า “มึงหาเรื่องให้กูแท้ ๆ ไอ้สารเลว! แล้วยังจะมีหน้ามาถามกูอีกเหรอ? เพราะมึงนั่นแหละที่ทำให้กูมีปัญหากับตระกูลมู่ ตระกูลมู่คือใคร? ถ้าไอ้พวกแซ่มู่ยังทำแบบนี้ต่อไปกูก็จะเอาตัวไม่รอดแล้ว!”


    “ตอนนี้ตระกูลมู่กำลังตัดเส้นทางกิจการของกู! แค่คืนเดียวหลายโครงการถูกตัดขาด ราคาหุ้นบริษัทดิ่งลงจนหลายคนแตกตื่น!”

    ผู้จัดการหลี่หัวเราะเยาะ “แล้วมึงจะยังมีหน้ามาขอเงินกูอีกเหรอ?”


    ถงกัวฮุยตกใจและรีบโต้ตอบกลับโดยไม่รู้ตัว “ไม่ครับ   ผมไม่กล้าหรอกครับ!”


    แต่นี่ยังห่างไกลจากการบรรเทาความโกรธของ ผู้จัดการหลี่ได้ เขาจึงตอบโต้กลับด้วยความขุ่นเคือง “ถงกัวฮุย!    กูจะบอกอะไรมันให้เอาบุญ ถ้าตระกูลหลี่ของกูถูกทำลายจนย่อยยับ ตระกูลถงของมึงก็อย่าหวังจะได้อยู่ดีกินดีเลย!”


    ผู้จัดการหลี่พูดจบภายในเฮือกเดียวและตัดสายไป


    เขาคว้าชามบนโต๊ะขึ้นมาเขวี้ยงมันลงกับพื้นด้วยความโกรธจัด และเริ่มสบถคำหยาบ “ไอ้เชี่ยเอ๊ย!”


    ชั้นไขมันบริเวณใกล้กับผิวหนังกระเพื่อมไปมาหลังจากการเคลื่อนไหวที่รุนแรง ความเจ็บปวดสาหัสบนร่างกายทวีคูณมากขึ้นเกินกว่าจะบรรยายได้ เขาล้มตัวลงกับเตียงพยาบาลขณะที่เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา

    ตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมาสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้มากที่สุดคือการสูญเสียความเป็นลูกผู้ชาย!


    แต่ก่อนที่เขาจะมีเวลามายอมรับความจริง โทรศัพท์มือถือกลับสั่นไหวราวกับกำลังจะระเบิด! หัวหน้าโครงการที่อยู่ในช่วงดำเนินการสี่ห้ารายโทรมาบอกเขาว่าโครงการทั้งหมดถูกตัดขาด


    นอกจากนี้ความร่วมมือขั้นพื้นฐานก็ถูกกวาดออกไปจนเกลี้ยง


    เมื่อบริษัทได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มันจึงทำให้เขาดูแย่ไปกันใหญ่!


    และทั้งหมดเป็นเพราะผู้ชายคนนั้นคนเดียว...            ผู้จัดการหลี่ตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้


    เขาไปยั่วยุมู่อวี้เฉิง เจ้าแห่งนรกได้อย่างไร?!


    ผู้ช่วยที่อยู่ด้านข้างสังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวจึงรีบถามขึ้นว่า “ผู้จัดการหลี่รู้สึกไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าครับ?”


    “กูก็ต้องไม่สบายใจอยู่แล้วสิ!” ผู้จัดการหลี่ร้องคำราม


    ผู้ช่วยถูกด่าทออย่างไร้เหตุผล ใบหน้าของเขานิ่งเรียบราวกับพูดไม่ออก ก่อนจะนั่งลงและปิดปากเงียบ


    ผู้จัดการหลี่ใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่นาน แล้วจึงหันไปพูดกับผู้ช่วยว่า “นายช่วยไปแทนในนามฉันที! ไปขอโทษมู่อวี้เฉิง จะใช้วิธีการอะไรก็ได้! ให้ฉันสละพื้นที่ของบริษัทหลี่ให้ครึ่งหนึ่งเลยก็ได้!”


    ณ ตระกูลถงในเวลาเดียวกัน


    โจวเพ่ยฮวาเดินถือแก้วน้ำเข้าประตูห้องมาแล้วสังเกตเห็นสีหน้าหมองคล้ำของถงกัวฮุยที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นจึงมองดูโทรศัพท์มือถือที่ถูกโยนลงกับพื้นและถามด้วยความกังวลว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ?”


    ถงกัวฮุยเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเธอฟัง


    โจวเพ่ยฮวาแทบไม่อยากจะเชื่อ “เป็นแบบนั้นไปได้ยังไง?!”


    “ถามผมเหรอ?” ถงกัวฮุยเค้นน้ำเสียงโกรธเคืองและมองตาขวางใส่โจวเพ่ยฮวา “เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะคุณคุณต้องรับผิดชอบ ไหนคุณบอกว่าเรียบร้อยแล้วไง! ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”


    โจวเพ่ยฮวาหน้าซีดเผือดเมื่อเขาตะคอกใส่เธอ


    “ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะลงเอยแบบนี้... คุณไม่ต้องห่วงไปค่ะ ยังไงบริษัทเราก็ยังรอด!” โจวเพ่ยฮวาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าราวกับคิดอะไรบางอย่างออก “ก่อนเกิดเรื่องซ่งอวี่ซีสัญญาว่าจะให้เงินเราห้าล้าน เพราะงั้นเธอไม่มีทางปฏิเสธเราแน่!”


    “ใช่!” ดวงตาของถงกัวฮุยเปล่งประกายไปด้วยความหวังอีกครั้ง


    ซ่งอวี่ซีคือคุณหนูแห่งตระกูลซ่ง ไม่มีทางที่เธอจะไม่รักษาคำพูด! ตราบใดที่มีเงินจ่ายล่วงหน้า บริษัทของพวกเขาก็จะยังคงอยู่รอด!


    โจวเพ่ยฮวากดหมายเลขโทรออกทันที


    โชคดีที่อีกฝ่ายรับสายภายในไม่กี่วินาที


    ใบหน้าของถงกัวฮุยสว่างสดใสขึ้น ลมหายใจค่อย ๆ เงียบสงบลงขณะโน้มตัวลงไปแนบชิดกับโทรศัพท์มือถือเพื่อฟังเสียงจากปลายสาย


    โจวเพ่ยฮวารีบพูดถามเธอด้วยน้ำเสียงเยินยอ “คุณหนูซ่งขา! เห็นก่อนหน้านี้คุณหนูบอกจะให้เงินเราห้าล้าน... เมื่อไหร่เราจะได้เงินเหรอคะ?”


    เสียงหัวเราะเยาะดังลอดมาจากปลายสาย 


    น้ำเสียงของปลายสายฟังดูหยิ่งผยองอย่างชัดเจน       “ห้าล้านหยวนน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ!”

    ทันใดนั้นสีหน้าของโจวเพ่ยฮวาก็เปลี่ยน พร้อมกับน้ำเสียงที่ดังขึ้น “คุณหนูซ่ง! กล้าปฏิเสธเรื่องเงินได้ยังไงคะ?”


    น้ำเสียงของซ่งอวี่ซีเต็มไปด้วยความรังเกียจ “แกมันขยะจริง ๆ! เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็จัดการไม่ได้แล้วยังจะมีหน้ามาขอเงินจากฉันอีกเหรอ? อย่าโทรมาหาฉันอีกล่ะ!”


    เธอพูดและกดตัดสายไป


    ใบหน้าของโจวเพ่ยฮวาซีดเผือดลงเมื่อเสียงตัดสายโทรศัพท์ดังขึ้น


    หรือว่านี่จะเป็นจุดจบของบริษัทแล้วจริง ๆ?


    หลังจากดิ้นรนเอาชีวิตรอดมานาน มันกลับทำให้บริษัทล้มละลายลงเร็วกว่าเดิม...


    ภายในห้องพักผู้ป่วย


    ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับสายจากกู้ซิงที่โทรมาบอกเล่าสถานการณ์ต่าง ๆ ของกิจการตระกูลถงกับตระกูลหลี่


    หลังจากได้ยินเหตุการณ์อันเศร้าสลดของทั้งสองบริษัทแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้แสดงท่าทางยินดีกับการแก้แค้นสำเร็จ แต่กลับพูดเบา ๆ ว่า “เข้าใจแล้ว คอยจับตาดูต่อไป”


    “ค่ะคุณถง”


    หลังวางสายลง ข่าวเกี่ยวกับโครงการหลี่กรุ๊ปที่เกิดวิกฤตก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์


    ทั้งหมดนี้เป็นไปตามที่เธอคาดหวังไว้


    เธอแย่งชิงโครงการทั้งหลายของหลี่กรุ๊ปมาในนามของสตีเฟนกรุ๊ป


    หากผู้จัดการหลี่ไม่ทำตัวโหดเหี้ยม เธอก็คงจะไม่แย่งชิงหุ้นส่วนพวกนี้มาหรอก แต่ตอนนี้พูดได้คำเดียวว่าผู้กระทำสมควรจะได้รับบทลงโทษ

    สายตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเย็นชาขึ้น


    เธอจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายเธอลอยนวล และตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องต่อสู้กลับแล้ว!


    เมื่อเห็นว่าสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวตึงเครียดขึ้น   เยี่ยชวงจึงยื่นน้ำอุ่นและยาเม็ดสีเหลืองให้เธอสองสามเม็ด “คุณหนู คุณหมอมาจ่ายยาทาภายนอกและภายในให้แล้วค่ะ ทานยาก่อนนะคะ”

     

    “อืม”


    ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับยามากินและกลับไปจัดการกับกองเอกสารที่ค้างคาอยู่ที่บริษัทเมื่อสองวันก่อน


    เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับการล้มละลายของบริษัททั้งสองแห่งมากนัก


    และไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงมีส่วนร่วมในการช่วยกดดัน เพราะถึงแม้ว่าเธอจะแย่งชิงโครงการต่าง ๆ ไปจากหลี่กรุ๊ปได้ ตระกูลหลี่ก็คงจะไม่ล่มสลายลงเร็วขนาดนี้





    คล้ายกับเรื่องพันธสัญญาลวงรัก ที่คุณอ่าน