“อาจิว ๆ” เสียงดังโหวกเหวกดังจากหน้าเรือน ทำให้ ‘ลู่จิว’ ที่นั่งเล่นอยู่สวนด้านหลังเรือนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มือบางคลำหาไม้เท้าช่วยนำทาง แม้ว่าทิวทัศน์ที่นางเห็นจะมืดสนิท ทว่าหญิงสาวกลับสามารถเดินไปยังต้นเสียงได้อย่างชำนาญ
“ป้าจางหรือเ้าคะ?” นางถามกลับ
“ใช่ มาดูสามีเ้าเร็ว เขากลับมาแล้ว” ป้าจางที่เห็นว่าหญิงสาวเดินได้ช้าไม่ทันใจ จึงปรี่เข้ามาลากไปหน้าเรือนทันที
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ เดินช้าหน่อย” หญิงสาวพยายามบอกหญิงวัยกลางคน แต่เหมือนว่าจะไม่เข้าหูอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“หากปล่อยให้เ้าเดินเอง สามีเ้าคงเป็ลมแดดแล้ว!” ป้าจาง หรือ ‘จางเหมี่ยว’ เป็เพื่อนบ้านของลู่จิว และเป็คนดูแลนางตลอดที่สามีออกไปรบที่ชายแดน
“ป้าจาง ไม่จำเป็ต้องรีบร้อน เดี๋ยวนางจะล้ม” เสียงทุ้มแสนคุ้นหูดังมาแต่ไกล เป็เหตุให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวทันที นางสาวเท้าไปยังต้นเสียงนั้น ทั้งยังเร็วกว่าหญิงเพื่อนบ้านอีกด้วย
“พี่จิ้นหรือเ้าคะ?” มือบางยื่นไปด้านหน้าพยายามคลำหาเ้าของเสียงทุ้มนั่น
“พี่เอง จิวเอ๋อร์สบายดีหรือไม่?” เจียวจิ้นคว้ามือมาจับไว้ ดวงตาคมสำรวจร่างบางที่ไม่เจอนานเกือบสองปีด้วยความคิดถึง เขาคิดถูกแล้วที่ปลดประจำการกลับมาบ้านเกิด
อย่างไรนางก็ต้องมีเขาอยู่ข้างกาย...
“อื้อ เพราะท่านเลย” ลู่จิวพยักหน้ารัว ๆ หากเขาไม่เสียสละอาสาเข้าร่วมกองทัพเพื่อที่จะได้ส่งเงินมาจุนเจือและเป็ค่ารักษาให้กับนาง ป่านนี้นางคงได้ดื่มน้ำแกงยายเมิ่งแล้ว
“ดีแล้ว ๆ”
“อะแฮ่ม เข้าไปคุยกันต่อในเรือนดีหรือไม่ ข้าร้อน” ป้าจางที่เงียบอยู่นานกล่าวขึ้น ทำให้คู่สามีภรรยาชะงักด้วยความเคอะเขิน ก่อนที่ร่างสูงจะประคองฮูหยินของตนเข้าไปในเรือน
“เ้าไม่ต้องประคองอาจิวหรอก ห่วงตัวเองเถอะ กลับมากะทันหันแบบนี้ไม่ใช่ว่าาเ็ตรงไหนใช่หรือไม่?”
“ป้าจาง!” เจียวจิ้นเอ่ยปราม ทว่าก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ท่านาเ็หรือเ้าคะ?” ลู่จิวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำอะไรไม่ถูก นางมองไม่เห็นจึงไม่รู้ว่าอาการของสามีสาหัสหรือไม่ ทั้งยังไม่กล้าััเพราะไม่รู้ว่าแผลของเขาอยู่ที่ใด จนกลายเป็ท่าทางเงอะงะชวนน่าเอ็นดู
“จิวเอ๋อร์ใจเย็น ๆ พี่ไม่ได้เป็อะไร” เขากระชับมือบางเพื่อยืนยันอีกครั้ง พร้อมอธิบาย “พี่ขอลาออกมาเอง ด้วยเหตุผลบางอย่าง เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง ตอนนี้เข้าเรือนกันก่อนเถิด”
“เ้าค่ะ” ตลอดมานางรู้นิสัยของสามีเป็อย่างดี เขาไม่เคยโกหกนางแม้แต่ครั้งเดียว และครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ไม่าเ็ก็ดีแล้ว เช่นนั้นพวกเ้าก็ดูแลกันเองเล่า ป้าไปละเดี๋ยวมาหาใหม่” จางเหมี่ยวขอตัวกลับก่อนจะได้ไม่เป็ก้างขวางคอของคนทั้งคู่ เด็กทั้งสองนางเห็นมาั้แ่เล็ก ย่อมมีความรู้สึกเอ็นดูเป็ธรรมดา
“ขอบคุณป้าจางเ้าค่ะ/ขอรับ”
“เอาเถอะ ๆ ไว้ข้าจะมาเยี่ยมใหม่”
เจียวจิ้นพาฮูหยินของตนนั่นที่เก้าอี้กลางโถง สายตาคมสำรวจไปทั่วร่างบางว่าแตกต่างจากความทรงจำเมื่อสองปีก่อนของตนหรือไม่
และเมื่อเห็นใบหน้ามนที่มักซีดเซียวมีเืฝาดและสดใสมากขึ้น ก็นับว่าคุ้มค่าที่เขายอมเสี่ยงชีวิตในสนามรบแล้ว
“กลับมาเหนื่อย ๆ พี่จิ้นดื่มน้ำก่อนเ้าค่ะ” มือบางคลำหากาน้ำชาที่วางอยู่ไม่ไกล พร้อมรินให้สามีอย่างชำนาญ ซึ่งต่างจากสองปีก่อนมากนักที่ทำสิ่งใดไม่ได้เลย ต้องมีคนอยู่ดูแลตลอด
“จิวเอ๋อร์เก่งขึ้นแล้ว”
“เพราะข้าไม่อยากเป็ภาระท่าน”
การเติบโตของหญิงสาวทำให้เจียวจิ้นทั้งยินดีและปวดใจ ยินดีที่นางสามารถดูแลตนเองได้ ทว่าก็เสียใจเพราะที่นางเป็เช่นนี้สาเหตุจากเขาที่ปล่อยให้สตรีตาบอดอาศัยอยู่คนเดียวที่นี่
“เ้าไม่ได้เป็ภาระข้า ต่อให้ปู่ลู่ไม่ฝากฝังเ้าเอาไว้ก่อนตาย พี่ก็ยินดีรับเ้ามาเป็ภรรยาอยู่แล้ว” เสียงทุ้มแสนหนักแน่นชวนให้หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัว นางก้มหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าที่คล้ายจะเห่อร้อนยากจะควบคุม
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“สามีภรรยากัน ไยต้องมีคำขอบคุณ” มือใหญ่วางลงศีรษะเล็กพร้อมลูบเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
เจียวจิ้นเข้าใจดีว่าเื่ของเราเริ่มต้นด้วยคำว่าบุญคุณ ก่อนที่เื่ราวจะดำเนินมาจนได้แต่งงานกัน
“ข้าจะพยายามทำตัวให้มีประโยชน์เ้าค่ะ พี่จิ้นไม่ต้องกังวล ข้าสามารถซักผ้าได้ ปัดกวาดเรือนก็เริ่มเก่งแล้ว สวนด้านหลังที่ท่านเห็นก็เป็ฝีมือของข้า แม้ว่าจะมีป้าจางคอยช่วยก็ตาม พวกใช้แรงงานข้าสามารถทำได้ขอเพียงท่านแค่บอก ข้า...”
“จิวเอ๋อร์” คนเป็สามีไม่สามารถทนฟังปากเล็กพูดได้อีกต่อไป เพราะมันหมายความว่าที่ผ่านมานางลำบากมากเพียงใด “พี่ส่งเงินมาให้เ้ามากมาย เหตุใดจึงไม่ใช้จ่าย”
“ส่วนที่เหลือจากค่ายาและอาหารข้าเก็บเอาไว้เ้าค่ะ มันเยอะมากทีเดียวท่านอยากดูหรือไม่?” เสียงหวานพูดอย่างตื่นเต้น นางรู้สึกภูมิใจเป็อย่างมากที่สามารถเก็บเงินของเขาเอาไว้ได้มากถึงเพียงนี้
“เฮ้อ พี่ให้ใช้เพื่อความสะดวกของเ้า เหตุใดถึงได้ดื้อรั้นนัก คนที่มาส่งเงินไม่ได้แจ้งแก่เ้าหรือ?”
“แจ้งเ้าค่ะ แต่อย่างไรก็ต้องประหยัดให้มากหน่อย เพราะไม่รู้ว่าวันหน้าจะเป็เช่นไร อีกอย่างมันก็เป็เงินของท่าน ท่านเสี่ยงตายอยู่สนามรบอย่างยากลำบากเพื่อแลกกับเงินพวกนี้ ข้าที่นอนสบายอยู่ที่เรือนจะกล้าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้อย่างไร”
เจียวจิ้นหมดคำพูด แต่ที่นางคิดเช่นนั้นก็ไม่แปลก
“จิวเอ๋อร์ต้องเข้าใจใหม่ เงินพวกนี้เป็ของเรา พี่ยอมเสี่ยงตายเพราะอยากให้เ้าสบาย มีแรงใจจะสู้ก็เพื่อกลับมาหาเ้า”
“อึก เหตุใดท่านต้องดีกับข้าขนาดนี้เ้าคะ?” ลู่จิวถามอย่างไม่เข้าใจ
ท่านปู่มีบุญคุณกับเขา ก่อนสิ้นใจจึงฝากฝังนางที่ตาบอดเพราะหัวกระแทกพื้นจากการตกเขาให้ดูแล ผ่านมาหลายปีขนาดนี้คำสัญญาพวกนั้นเขาไม่จำเป็ต้องยึดมั่นถึงเพียงนี้ก็ได้
“จิวเอ๋อร์ไม่รู้จริง ๆ หรือว่าพี่รู้สึกเช่นไรกับเ้า?” ชายหนุ่มหันไปประจันหน้ากับฮูหยิน มือเกลี่ยไปที่พวงแก้มใส
“ขะ...ข้า”
โครก
“อ๊ะ”
“พรืด ฮ่า ๆ”
ช่างเป็จังหวะนรกโดยแท้ ระหว่างที่กำลังกล่าววาจาซึ้งกันอยู่นั้น เ้าท้องไม่รักดีของลู่จิวก็ร้องดังขึ้น ความอับอายถาโถมเข้ามา กอปรกับเสียงหัวเราะของสามีที่คล้ายจะขบขันเหลือคณาทำให้นางอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
“ห้ามหัวเราะนะเ้าคะ” มือบางปัดหน้าตนเอง แม้ว่านางจะตาบอด ทว่าก็จินตนาการถึงใบหน้าของอีกฝ่ายได้เป็อย่างดี
“หึ ได้ ๆ”
“พี่จิ้น!”
“จิวเอ๋อร์รออยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพี่จะเข้าครัวไปดูว่ามีอะไรกินบ้าง”
ร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าเรือนหลังนี้โทรมกว่าในความทรงจำของตนมากนัก
“แม้กระทั่งเรือนก็ยังไม่คิดจะซ่อมแซมเลยหรือ” เขาพึมพำกับตนเอง ก่อนจะยกหมั่นโถวที่วางไว้ไม่ไกลไปอุ่น
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ทว่าเมื่อเจียวจิ้นยกอาหารกลับมาอีกครั้ง กลับไม่พบร่างของลู่จิว ภายในอกแกร่งพลันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
“จิวเอ๋อร์!”
สวัสดีค่ะทุกคน เื่นี้เป็เื่แรกของไรท์ที่แต่งแนวรักผู้ใหญ่ค่ะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดบอกได้เลยนะคะ จะนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อไปค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณนักอ่านทุกคนมากค่ะที่เข้ามาอ่าน