บทที่ 23 ดาวบนฟ้านั้นข้าซื้อมาให้ท่านเอง
เซวียนเฟยหรงลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะมองลงมายังเด็กสาวที่ยังนั่งยองๆอยู่บนพื้นด้วยหางตา “หึ ถ้าหามาไม่ได้ก็ตัดใจเสีย”
หากแต่จิวฮวาที่ลุกตามขึ้นมาแล้วกลับคลี่ยิ้มสดใสออกมา “เพคะ ขอเวลาหม่อมฉัน 3 วัน หม่อนฉันจะเก็บดาวมาให้พระองค์เอง”
เมื่อได้ยินดังนั้นเซวียนเฟยหรงก็อดที่จะเป็กังวลไม่ได้ บวกกับสีหน้ามั่นใจนี้อีก เซียนเฟยหรงรู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันทีว่าหญิงหน้าหนาผู้นี้จะไปหาดวงดาวเอามาให้เขาจนได้ “ไม่ได้ เปิ่นหวางต้องได้วันนี้ ถ้าไม่ได้วันนี้ ก่อนเวลาประตูวังปิดก็ไม่ต้องมาคุยเื่แต่งงานกันอีก”
จิวฮวาเมื่อได้ฟังดังนั้นก็อดที่จะหน้าเสียขึ้นมาไม่ได้ ยามนี้เป็ยามอุ้ย(13.00-14.59 น) แล้วและประตูวังจะปิดยามอิ่ว(17.00-18.59น.) นั่นหมายความว่าเธอจะเหลือเวลาแค่ 2 ชั่วยามในการตามทำตามคำขอ
จิวฮวากัดริมฝีปากอย่างกังวล แต่เมื่อเริ่มออกเดินแล้ว ก็ต้องไปให้สุด ถ้าไม่ได้จริงๆ เธอก็ค่อยไปดักรอที่สถานการณ์อื่นก็ได้ ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ เธอก็จะหาประโยชน์จากเหตุการณ์ถัดไปแทน แต่ในเมื่อเดินมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ต้องไปให้มันสุดทาง “เพคะ หม่อมฉันจะทำให้ได้” จิวฮวาจ้องมองกลับด้วยสายตาไม่ยอมแพ้
จากนั้นเธอก็เดินตรงไปหานายท่านผู้เฒ่าสีทันที “ท่านตาหลาน้าความช่วยเหลือเ้าค่ะ หลาน้าให้ท่านตากระจายคนของเราออกไปตามพื้นที่ต่างๆ และมองตามหาหินที่มีลักษณะ ดังนี้มาให้หลานหน่อย
หินนั้นต้องเป็หินที่รูปทรงไม่สมมาตร กล่าวคือต้องมีลักษณะไม่เป็ทรงกลม หรือเกือบกลม
หินนั้นต้องเป็สีดำสนิท แต่หากไม่ใช่ หากเป็หินสีน้ำตาลแต่ถ้ามีลักษณะไม่สมมาตรตามที่หลานบอกก็สามารถนำมาได้
หินนั้นต้องมีลักษณะคล้ายมีเปลือกห่อหุ้มอยู่ เปลือกนั้นจะมีลักษณะค่อนข้างมันวาว
หินนั้นจะต้องไม่มีรูพรุน หรือมีฟองอากาศอยู่ด้านในโดยเด็ดขาด
หลานรบกวนท่านตากระจายคนออกไปตามหาหินลักษณะที่ว่านี้ให้หลานทีเ้าค่ะ”
ใช่แล้วสิ่งที่จิวฮวากำลังตามหานั่นก็คือหินอุกกาบาตนั่นเอง กล่าวกันว่าอุกกาบาตก็คือชิ้นส่วนของดวงดาวที่หล่นลงมากจากฟากฟ้า ในตอนแรกจิวฮวามั่นใจเหลือเกินว่าหากมีเวลาให้เธอถึง 3 วัน ด้วยอำนาจแห่งเงินที่ตระกูลเธอมี เธอจะต้องหามันได้แน่นอน แต่ใน 2 ชั่วยามนี้เธอคงได้แต่พึ่งโชคชะตา ใครก็ตามที่ส่งเธอมาที่โลกแห่งนี้
จิวฮวานั้นแสนโชคดีที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ ถึงแม้ที่นี่นั้นจะยังคงมีวัฒนธรรมที่คล้ายกับจีนในสมัยโบราณ หากแต่ก็มีการศึกษาหาความรู้และวิจัยอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นก็คือเื่ของหินอุกกาบาตด้วย นักวิจัยเวทย์มนต์ค้นพบหินลึกลับจากนอกโลกนานแล้ว และพบว่าหินนั้นมีออร่าเข้มข้นเหมาะแก่การนำไปทำเป็ประจุในการกักเก็บเวทย์มนต์ยิ่งนัก หากแต่ก็หายากสุด จึงยังไม่ค่อยเป็ที่รู้จัก และแพร่หลายมากนัก หลายคนก็อาจจะไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าหินอุกกาบาตนี้เสียด้วยซ้ำ
แต่แน่นอนว่าคนนั้นไม่ใช่เซวียนเฟยหรง แค่เขาฟังคำอธิบายของจิวฮวาถึงหินที่้า เขาก็มีสีหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมาทันที เขาที่ทำงานอยู่ในกระทรวงวิจัยเวทย์มนต์ แน่นอนว่าต้องรู้จักหินอุกกาบาตอยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าตายยิ่งนัก ทั้งๆที่เื่นี้ยังไม่แพร่หลาย ก็ยังจะรู้จัก เขาคงได้แต่ภาวนาให้เธอไม่สามารถหามาได้ภายใน 2 ชั่วยาม
“อ่อท่านตาเ้าคะ มันเรียกว่าหินอุกกาบาตนะเ้าคะ รบกวนท่านตาตรวจสอบตามโรงประมูลของตระกูลเราด้วย ว่ามีใครนำมาประมูลหรือไม่ หากมีหลาน้ามันเ้าค่ะ” จิวฮวากล่าวเอ่ยกับท่านตาเพิ่มเติม
นายท่านผู้เฒ่าสีพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินออกไปสั่งงานลูกน้อง
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามข่าวว่าตระกูลสี้าสิ่งที่เรียกว่าหินอุกกาบาตเร่งด่วน ก็กระจายไปทั่วอาณาจักร หลายคนเดินสายกันมายังร้านค้าในเครือตระกูลสีพร้อมกับหินหน้าตาประหลาดมากมาย
หินอุกกาบาตในโลกนี้นั้นตรวจสอบได้ง่ายยิ่งนัก เนื่องจากหินอุกกาบาตมีคุณสมบัติในการดูดซับ และกักเก็บเวทย์มนต์ เพียงแค่ลองปล่อยปราณเวทย์มนต์ส่งเข้าไป หากหินนั้นสามารถกักเก็บพลังได้ และปล่อยพลังออกมาได้เมื่อกระตุ้น นั่นก็คือหินอุกกาบาตแน่แล้ว
บ่าวรับใช้ และพนักงานในร้านค้าของตระกูลสีต่างถูกระดมพลพากันมาตั้งโต๊ะตรวจสอบหินที่มีผู้คนนำมาให้ หากแต่ผ่านไป เกือบ 2 ชั่วยามแล้วก็ยังไม่มีข่าวการค้นพบหินอุกกาบาตที่จิวฮวา้า
จิวฮวาเริ่มหน้าเสีย ในขณะที่เซวียนเฟยหรงเริ่มมีสีหน้ามั่นใจ กระหยิ่มยิ้มย่องมากขึ้น
แต่ใน่ 2 เค่อสุดท้ายนั่นเองนายท่านผู้เฒ่าก็ได้รับข่าวสารจากภายนอก ว่ามีการค้นพบหินอุกกาบาตแล้ว จากขบวนพ่อค้าต่างแดน หากแต่พ่อค้านั้นไม่ยอมขายเนื่องจากกล่าวว่าเป็สมบัติของบรรพบุรุษ
นายท่านผู้เฒ่าตวาดบ่าวที่เข้ามาแจ้งข่าวดังลั่น จนเสียงดังเข้ามาในตำหยักคุนหนิง “ทุ่มเงินเข้าไป เท่าไหร่ก็ได้ จนกว่ามันจะยอมขาย!!”
สุดท้ายในเวลาครึ่งเค่อสุดท้าย นางกำนัลคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ในมือเธอนั้นมีกล่องไม้ฉลุลายงดงาม เธอนำมายื่นให้แก่จิวฮวา เมื่อเด็กสาวเปิดฝากล่องขึ้น ก็พบหินสีดำ เนื้อมันเงา รูปร่าวเว้าแหว่ง ขนาดประมาณข้อนิ้วก้อยเด็ก 1 ข้อ วางอยู่บนผ้ากำมะหยี่สีแดง เมื่อเธอกระตุ้นเวทย์ลงไปมันก็มีลมเย็นพัดออกมาวูบหนึ่ง ใช้แล้วนี่คือหินอุกกาบาตจริงๆ
นางกำนัลทำท่าละลำละลักก่อนที่จะกล่าวออกมาเสียงเบา “บ่าว บ่าวที่นำมาให้แจ้งว่าได้ซื้อมาในราคา 100,000 ตำลึงทองเ้าค่ะ”
จิวฮวาพยักหน้ารับ ถือว่าเป็ราคาที่แพงมาก แต่ก็ไม่ได้เดือดร้องเงินในตระกูลเธอเท่าใดนัก เขาถึงบอกกันว่าถ้ามีเงิน ดาวบนฟ้าก็ซื้อเอามาได้ “องค์ชายเพคะ หม่อมฉันซื้อดาวบนฟ้ามาให้พระองค์แล้วเพคะ” หญิงสาวกล่าว พร้อมกับยื่นกล่องไม้ไปให้
เซวียนเฟยหรงมีสีหน้าย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในชีวิต สตรีหน้าหนานั้นทำได้
ดวงตาสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมา หลังจากเซวียนเฟยหรงรับกล่องไม้ที่เก็บชิ้นอุกกาบาตไปแล้ว
นายท่านผู้เฒ่าสีจึงเดินเข้ามา แล้วทำความเคารพเหยียนฮองเฮา กับองค์ชายรอง “ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมจะส่งวัน เดือนปีเกิดของทั้งคู่ไปให้โหรหลวงช่วยดูฤกษ์แต่งงานให้ แล้วจะแจ้งมาอีกทีพะยะค่ะ”
หลังจาก 2 ตาหลานเดินออกไปแล้ว เซวียนเฟยหรงก็ยังไม่อาจกล่าวอะไรออกมาได้ เขาจ้องมองหินอุกกบาตในมือด้วยดวงตาแดงกร่ำ
เหยียนฮ่องเฮาเห็นอาการโอรสก็ถอดถอนหายใจออกมา “ข้อเรียกร้องของเ้า นางก็ทำได้แล้ว จงแต่งงานกับนางเสียเถอะ เปิ่นกงมองดูแววตาแล้ว เด็กสาวผู้นั้นน่าจะหลงรักเ้าจริงๆ”
เซวียนเฟยหรงเมื่อได้ฟังก็เหยียดยิ้มออกมาคล้ายสมเพสตัวเอง “การแสดงทั้งนั้น หม่อมฉันเป็เช่นไร ใช่ว่าเสด็จแม่จะไม่เห็น สตรีที่ไหนจะมาหลงรักกระหม่อม ตระกูลสี ทั้งๆที่เบื้องหน้าแสดงเป็จงรักภักดี แต่เื้ักับใฝ่อำนาจ คงเห็นกระหม่อมดูโง่เง่า และหลอกใช้ง่ายจึงได้เข้าหา”
เหยียนฮองเฮาถอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “ในเมื่อเ้ารู้ตัวว่าไม่ได้โง่ ก็อย่าให้เขาหลอกได้สิ ก่อนเขาจะหลอกเ้า ทำไมจึงไม่คิดจะหลอกใช้เขาเสียก่อน ตระกูลสีเป็ตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยอันดับหนึ่งของอาณาจักร หากเ้าสามารถควบคุมตระกูลสีได้ ฐานะของพี่ชายเ้าก็จะมั่นคงเร็วขึ้นเท่านั้น นั่นมิได้หมายความว่าอิสระภาพของเ้าก็จะมาถึงเร็วขึ้นหรอกหรือ จงไปคิดดูดีๆแล้วกัน ว่าเ้าจะใช้อำนาจที่ได้มานี้เยี่ยงไร เปิ่นกงเหนื่อยแล้วคงไม่สะดวกออกไปส่งเ้า” เมื่อเหยียนฮองเฮากล่าวจบ ก็ลุกออกจากเก้าอี้ และเดินเข้าไปตำหนักด้านในทันที
เมื่อเหยียนฮองเฮาลุกจากไปแล้ว เซวียนเฟยหรงก็ถอดถอนหายใจออกมา นัยต์ตาคมสวยคล้ายปรากฏม่านน้ำเคลือบอยู่้า เสด็จแม่ก็ยังมีใจห่วงแต่เสด็จพี่ การแต่งงานของข้าก็กลายเป็การเสริมอำนาจให้เสด็จพี่มั่นคงเพียงเท่านั้น แล้วความรู้สึกของข้าเล่า เสด็จแม่เคยเอ่ยถามบ้างหรือไม่ ว่าข้าพึงใจในตัวนางหรือไม่
เมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงหน้าสวยคมแบบชาวตะวันตก แต่ก็มีเหลี่ยมมุมที่สวยหวานแบบชาวตะวันออก สายตาคมสวย นัยต์ตาสีทองที่มันเปล่งประกายระยิบระยับคล้ายมีดวงดาวเต้นอยู่ในนั้นก็ปรากฏขึ้นมา “สีจิวฮวา ในเมื่อเ้าอยากสมรสกับเปิ่นหวางนัก เปิ่นหวางก็จะตอบสนองให้ หากว่าเ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตงฟางชงหยวนแม้แต่น้อยก็อย่าหาว่าเปิ่นหวางใจร้ายก็แล้วกัน” เซวียนเฟยหรงกล่าวเสียงเครียด ก่อนที่จะปิดฝากล่องหินอุกกาบาต แล้วเดินออกจากตำหนักคนหนิงไป