ตอนที่ 15
งานล่าสัตว์
“แล้วเื่ราวหลังจากนั้นเล่า?”น้ำเสียงสดใสแฝงความยียวน เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ คนพูดเผยใบหน้าตื่นเต้นไม่น้อยคล้ายกำลังฟังเื่เล่าที่น่าสนใจยิ่งยวด มือเรียวงามเขย่าตัวสาวน้อยข้างๆให้เร่งรีบเอ่ยต่อ
อวี้เยี่ยนกรอกตาเหนื่อยหน่ายผลักแขนกวนเฟยโหรวออกไปเบาๆ “จะมีเื่ราวอะไรได้ พวกเขาก็แค่แยกย้ายกันกลับ”
“ข้าไม่เชื่อ”กวนเฟยโหรวหรี่ตาจับผิดคนข้างกาย อวี้เยี่ยนผู้นี้จะทำอะไรก็ดี แม้หลังๆมานี้จะนิสัยดูผิดแปลกไปไม่น้อย นอกเหนือจากนั้น ก็ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนไปนิสัยโกหกไปเลิ่กลักไปก็ดูจะอยู่คงเดิม
“เ้าไม่สบตาข้า”นิ้วของเด็กสาวจิ้มลงไปบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของอวี้เยี่ยน นางยื่นใบหน้าเข้าหาใส่จับผิดคนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“เ้าเบิกตากว้างชอบมองพื้นหรือไม่ก็มองท้องฟ้าพร่ำเพรื่อเ้ากำลังแสดงละครตบตาอะไรข้าอยู่กัน” น้ำเสียงคาดคั้นหาได้แ่ลงอวี้เยี่ยนร้องเหอะออกมาคำนึง ปัดมือเรียวออกอีกครั้ง ท่าทางจำนนในที่สุด
“ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”ก่อนที่กวนเฟยโหรวจะเริ่มอาละวาดเพราะความอยากรู้อยากเห็นที่มากเกินไป
อวี้เยี่ยนก็กล่าวต่อ “พวกเขาดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ แท้จริงแล้วดูเข้ากันได้ดีทีเดียวข้าเลยบอกให้พวกเขากลับไปด้วยกันทั้งคู่นี่แหละ”
“แล้วพวกเขาว่าอย่างไรยินยอมหรือไม่?”
“จะไม่ยินยอมเื่อันใดกัน?ก็ต้องกลับสิ” น้ำเสียงอวี้เยี่ยนเหนื่อยหน่ายอย่างถึงที่สุด
ให้ย้อนกลับไปในตอนนั้นอวี้เยี่ยนก็เคร่งขรึมลง ยังมีเื่ราวหลายอย่างที่ไม่สามารถบอกกล่าวแก่สหายได้
“ชวี่ซื่อจื่อ...”กวนเฟยโหรวทำท่าครุ่นคิด ก่อนเอ่ยออกมา “เหมือนเขาสนิทกับเ้าไม่น้อยเลยใช่หรือไม่ไม่เช่นนั้นคงไม่ไปจวนแม่ทัพง่ายขนาดนั้น?”
“เขาอยากเพียงมาคารวะผู้าุโของผู้มีบุญคุณ”อวี้เยี่ยนหันไปเจอใบหน้าแปลกประหลาดของกวนเฟยโหรว นางจึงชะงัก“เ้ารู้เื่อันใดมาอีกเล่า”
สาวน้อยเ้าของเสียงสดใสยียวนดูลังเลนางเขยิบเข้ามาใกล้อวี้เยี่ยน พูดน้ำเสียงกระซิบกระซาบ“ตอนนี้สกุลชวี่ไม่รู้มาสนใจอะไรกับพวกกองทัพนักหนา ทางเสนาบดีก็ขยันขึ้นฎีกาฟ้องฮ่องเต้แจ้งกล่าวว่าในกองทัพของบิดาของเ้ามีไส้สึกบ้างล่ะ เสบียงร่อยหรอบ้างล่ะไม่จัดการกองทัพให้ดี หากยังมีปัญหาเรื้อรัง เขาจะเป็คนเข้ามาจัดการไม่มากก็น้อยเอง”
“ข่าวจากที่ใดกัน”
“ข้าไปเจอพี่สาวมาเมื่อไม่นานมานี้นางบ่นอยากเจอคนในสกุลบ้าง ไม่รู้ใช้วิชายั่วยวนอันใดแก่ฮ่องเต้ต่อมาก็มีคนรับข้าเข้าวังให้ไปเจอนาง อีกทั้งนางคงคันปากไม่น้อยถึงกับพูดเื่พวกนี้ให้ข้าฟัง”
พี่สาวที่กวนเฟยโหรวพูดถึงย่อมเป็กวนเสียนเฟย สนมที่ฮ่องเต้โปรดปรานในปัจจุบัน อำนาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าฮองเฮาทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน
ที่สกุลกวนไร้กังวลได้จนถึงตอนนี้เพราะบารมีของกวนเสียนเฟยที่ผู้คนหวั่นเกรง ลับหลังกวนเสียนเฟยผู้ยิ่งใหญ่กวนเฟยโหรวยังกล้าพูดโดยนัยว่าพี่สาวของนางผู้นี้ใช้ลีลาอันใดล่อลวงฮ่องเต้กันบ่งบอกว่าไม่สนิมสนมกันจนเกินไป ก็มีเื้ัในใจที่ไม่อาจกล่าวได้เมื่อเจอพระพักตร์โดยตรง
นี่เป็เื่ที่แม้แต่ในกาลก่อนอวี้เยี่ยนก็ไม่เคยรับรู้มาก่อนชวี่ฮุ่ยิ้าอำนาจของกองทัพเช่นเดียวกับชินอ๋อง
เช่นนั้นข้อแตกต่างของพวกเขาคือการที่ชินอ๋องไม่ยอมรับอวี้เยี่ยนแต่กลับเข้าหาเฉินชิงเหลียน ก่อนเขาจะตกหลุมรักนาง
ในส่วนของชวี่ฮุ่ยิก็เป็ไปได้ว่าในกาลก่อนเขามีความคิดที่จะใกล้ชิดนางอยู่เช่นกัน แต่นั่นคือ่เวลาก่อนที่พวกเขาจะได้เจอกับเฉินชิงเหลียน
การได้พูดคุยเป็ครั้งเป็คราวใน่เวลาพวกนั้นกับชวี่ฮุ่ยิคล้ายล้วนเต็มไปด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ใจอย่างที่อวี้เยี่ยนไม่เคยคาดคิดมาก่อน
มิตรแท้อันใดกันคนพวกนี้ล้วนเป็หมาป่าที่พร้อมเข้ามาขย้ำนางทั้งนั้น
นึกไม่ถึงจริงๆว่าที่สามารถได้พูดคุยกับชวี่ฮุ่ยิและได้ใกล้ชิดกับเขากาลก่อนไม่ใช่เป็เพราะเขาพอมีไมตรีแต่เป็เพราะเขาก็สบโอกาสเข้าใกล้เพราะนางคือบุตรสาวจากจวนแม่ทัพ
ผิดหวังหรือ?
หากไม่คาดหวังแล้วจะมีอันใดให้ผิดหวังกัน อวี้เยี่ยนหาได้ใส่ใจกับข้อเท็จจริงที่พึ่งได้ประจักษ์
“ชวี่ซื่อจื่อช่างเป็ผู้ที่คาดเดาจิตใจได้ยาก”อวี้เยี่ยนตอบกลับได้เพียงเท่านี้กวนเฟยโหรวมองดูท่าทางไม่สะทกสะท้านของสหายข้างกายด้วยความผิดหวัง เป็ปฏิกิริยาที่เรียบเฉยจนเกินไปช่างไร้ซึ่งความสนุกสนานเสียจริง
“น้องสาวคนใหม่ของเ้าเป็อย่างไรบ้าง”น้ำเสียงสดใสยียวนกล่าวเปลี่ยนเื่ “เห็นชินอ๋องพากลับจวนแม่ทัพด้วยตนเองดูอย่างไรนางก็ไม่ใช่ผู้ที่สามารถรับมือได้ง่ายๆ ใช่หรือไม่”
อวี้เยี่ยนนึกย้อนถึงเฉินชิงเหลียนเปรียบเทียบท่าทางของนางในกาลก่อนและในตอนนี้กิริยาท่าทางของน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ยังคงอ่อนแอน่าปกป้อง ที่แตกต่างคงมีเพียงการที่ชินอ๋องชวี่ฮุ่ยิ และเฉินชิงเหลียน พบเจอกันโดยพร้อมหน้าได้รวดเร็วกว่าเก่า
ทว่าสิ่งที่นางสามารถเห็นได้ถึงความแตกต่างที่ในกาลก่อนไม่เคยมองดูจริงจังก็คือเฉินชิงเหลียนดูชื่นชมชวี่ฮุ่ยิไม่น้อยเลยทีเดียว
ดวงหน้างดงามเกลี้ยงเกลาที่ประดับไปด้วยั์ตาสดใสจดจ้องไปยังซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดีครั้งแล้วครั้งเล่าคล้ายละความสนใจจากชินอ๋องไปชั่วขณะเมื่อเจอชวี่ซื่อจื่อ
ดูแล้วช่างให้ความรู้แปลกประหลาดยิ่งเพราะในความคิดของอวี้เยี่ยนเฉินชิงเหลียนน่าจะยังไม่ปักใจให้ใครใน่แรกที่ได้พบกับบุรุษพวกนี้อีกทั้งนางก็ดูจะไม่รู้ตัวเองเช่นกัน ว่ามีบุรุษมากมายกำลังตกห้วงเสน่ห์ของเด็กสาวร่าเริงเช่นนาง
“ดูเป็คนที่รับมือได้ยากไม่น้อย”อวี้เยี่ยนลงความเห็น
กวนเฟยโหรวไม่ได้สนใจอวี้เยี่ยนแล้วตอนนี้เด็กสาวทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในกระโจมหรูหราขนาดกว้าง ใช่แล้วนี่หาใช่จวนของพวกนาง
สกุลกวนยิ่งใหญ่ล้นเหลือตอนนี้กำลังจัดชุมนุมล่าสัตว์ ให้ขุนนาง ชนชั้นสูงและเหล่าบัณฑิตสามารถเข้าร่วมได้ สามารถนำผู้ติดตามและครอบครัวบางส่วนตามเข้ามาได้
น้อยสกุลที่จะปฏิเสธคำเชิญการปฏิเสธของพวกเขา ย่อมหมายถึงกำลังปฎิเสธกวนเสียนเฟย
อำนาจนั้นสามารถเนรมิตสิ่งใดก็ได้กวนเฟยโหรวเติบโตมาอย่างดีภายใต้กองเงินกองทองของสกุลกวนนางคล้ายจะกลายเป็องค์หญิงองค์หนึ่งไปแล้ว
ทันใดนั้นก็มีความวุ่นวายเกิดขึ้น
“พี่ชายของข้าได้รับาเ็! เขาตกหลังม้าในตอนที่กำลังเร่งตามหมูป่าไป”เสียงกรีดร้องเล็กแหลมดังขึ้น ฟังอย่างไรก็เป็เสียงที่ร่ำไห้อย่างใจจะขาดทะลุบาดหูยิ่งนัก
และคุ้นเคยเป็ที่สุด
“นั่นเสี่ยวฟางไม่ใช่หรือ”กวนเฟยโหรวเอนหัวมากระซิบกระซาบ ฟังแค่สิ่งที่นางะโคร่ำครวญแล้ว สามารถจับใจความได้ว่าว่าพี่ชายของนางาเ็เหตุเกิดขึ้นระหว่างล่าหมูป่าตัวหนึ่ง ที่เขาไล่ตามอย่างไม่ลดละจนกระทั่งเกิดพลาดท่าขึ้น ตกจากหลังม้า โชคร้ายคล้ายซ้ำเติมความผิดพลาดยังถูกเศษไม้ปักที่ต้นขา เืไหลอาบนองจนน่ากลัว
อย่างไรพี่ชายของเสี่ยวฟางก็เป็คนของสกุลหวังกระนั้นกลับไม่มีหมอจากสกุลหวังเข้ามาดูแลเพราะหมอของพวกเขากำลังยุ่งอยู่กับการตามคุณชายใหญ่สกุลหวังเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์ใหญ่
ส่วนหมอประจำสกุลกวนที่สมควรจะมีน่ะหรือ
“เขาเพิ่งถูกพี่สาวเรียกเข้าเรียกเข้าวังไปใช้งานข้าก็ไม่เข้าใจ ในวังก็มีหมอหลวง จะเรียกหมอของเราไปสมทบอีกทำไม”กวนเฟยโหรวพูดพลางขมวดคิ้ว
สกุลกวนเป็ผู้จัดงานความรับผิดชอบรวมไปถึงการรักษาเป็กฎขั้นพื้นฐานที่ที่ต้องเตรียมการเอาไว้แต่ในตอนนี้ ในส่วนที่สำคัญที่สุดกลับขาดคนไป บ่งบอกถึงไร้ความรับผิดชอบของสกุลชื่อเสียงนางอาจป่นปี้ลงในไม่ช้า
ใบหน้าของกวนเฟยโหรวเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆนางคือบุตรสาวคนเล็กที่ผู้คนในสกุลล้วนทะนุถนอม สิ่งของทั้งหลายแทบจะไม่ผ่านมือนางทุกอย่างมีมือที่หนึ่งที่สองหยิบจับแทนให้ตลอด
ที่นางถนัดที่สุดคงเป็การร่อนเทียบเชิญขยันแสวงหาเส้นสายมากมาย รวดเร็วในข่าวสารทุกชนิด ชื่นชอบการดื่มชาเล่าเรียนศาสตร์ทั้งสี่สำหรับสตรี และลอบพูดถึงชาวบ้านร่วมกับอวี้เยี่ยน
แต่หากพูดถึงทักษะในการใช้ชีวิตนั้นเรียกได้ยามเมื่อย่างก้าวออกมาข้างนอก ลมหอบเล็กก็ทำให้นางรับมือไม่ถูกแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ของอาการาเ็ขนาดใหญ่เช่นนี้
“ทำอย่างไรดีตอนนี้ผู้คนที่ล่าสัตว์กันก็ยังไม่ทยอยกลับมาเลยหมอของสกุลอื่นก็ล้วนติดตามคนในสกุลเข้าป่าไปแล้ว มีผู้ใดพอมีวิชาแพทย์อีกหรือไม่”
อวี้เยี่ยนมองท้องฟ้าใบหน้าไร้ซึ่งความกังวลตรงข้ามกับกวนเฟยโหรว นางเอ่ยเสียงเรียบ “มีแน่นอนอยู่แล้ว”
“ใคร?รีบบอก...”
“กะ..เกิดอันใดขึ้น”
เมื่อเสียงหวานเอ่ยจบทุกคนในบริเวณแห่งความวุ่นวาย ก็มองตรงไปยังเด็กสาวผู้มาใหม่เป็ตาเดียว
เป็เด็กสาวที่ความมีชีวิตชีวาบนใบหน้าไว้ได้อย่างน่ามองใบหน้าขาวนวลขมวดคิ้วด้วยความกังวล ริมฝีปากกลีบบางเม้มลึกดูน่าลิ้มลองเฉินชิงเหลียนเปลี่ยนจากชุดสีขาวล้วนมาใส่ตามชุดที่บิดาจัดให้เป็ชุดสีเหลืองนวลอ่อนหวาน ขับให้ความงดงามราวบุปผาที่ถูกซุกซ่อนอยู่เบ่งบานให้ผู้คนได้ประจักษ์และตื่นตะลึง
กวนเฟยโหรวลอบมองจนลืมเื่ผู้าเ็ไปแล้ว
ความรู้สึกแรกที่เห็นเด็กสาวผู้ไม่คุ้นหน้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ ทว่าความงดงามกลับดูเลิศล้ำเกินไปนั่นทำให้กวนเฟยโหรวรู้สึกว่าตนเองกำลังโดนบางสิ่งล่วงล้ำถิ่นมั่นที่ตนเองถือครองอยู่
คล้ายกับว่าคนผู้นี้จะเป็ผู้ที่แย่งชิงมันไปจากนางทั้งหมด
อวี้เยี่ยนเหลือบตามองการพบกันครั้งแรกของทั้งสองคนกวนเฟยโหรวคงกำลังรู้สึกคล้ายกับนางตอนที่เจอเฉินชิงเหลียนในกาลก่อนครั้งแรก นางจึงเดินเข้าไปเพื่อทำให้สหายคลายความรู้สึกรุนแรงนี้ลง
“นางคือเฉินชิงเหลียนบุตรสาวของภรรยาเอกจวนแม่ทัพ นางรู้วิชาแพทย์ไม่น้อยลองให้นางดูอาการพี่ชายหลินดูก่อน”
พี่ชายหลินคือชายของเสี่ยวฟาง เนื่องจากในกาลก่อนนางมีโอกาสได้พบคุณหนูสกุลหวังบ่อยเหลือเกิน และได้พบเสี่ยวฟางกับพี่ชายไม่น้อยยามสนทนา เขาดูชมชอบให้นางเรียกเขาว่าพี่ชายหลินแน่นอนว่าทุกครั้งที่ได้เรียกออกไป นางจะได้รับสายตาร้อนแรงแห่งความไม่พอใจมาจากเสี่ยวฟางทุกครั้งไป
ใช่แล้วนางย่อมกำลังพูดถึงพี่ชายของเสี่ยวฟาง ตำแหน่งกรมราชทัณฑ์ขั้นต้นผู้ที่ชื่นชอบในการเอาอำนาจไปอวดเก่งกับชาวบ้านผู้ไร้ทางสู้
เฉินชิงเหลียนไม่ได้ดูใบหน้ากวนเฟยโหรวแม้แต่น้อยเมื่อเห็นคนเจ็บ นางก็พุ่งตัวเข้าไป ใบหน้าหวานล้ำตื่นตระหนกดูน่าปกป้องตรงข้ามกับมือเรียวที่กำลังควานหายาลูกกลอนหน้าตาประหลาดในย่ามเล็กๆ ใบเก่า
เศษไม้ถูกดึงออกไปแล้วเหลือเพียงเืกองใหญ่ที่ไหลนองเจิงอยู่ เฉินชิงเหลียนนำยาลูกกลอนป้อนให้แก่หลินซานหรือพี่ชายเสี่ยวฟาง“เป็ยาลูกกลอนที่ทำให้ร่างกายเป็ชาเหน็บสักครู่เ้าค่ะ เมื่อรู้สึกชาแล้ว จะทำให้ไม่รู้สึกเจ็บชั่วคราวเ้าค่ะ”
เมื่อกล่าวจบสายตาหวาดระแวงของหลินซานจึงค่อยๆ หายไป แปรเปลี่ยนเป็ความชื่นชมยินยอมอ้าปากกินยาลูกกลอนหน้าตาประหลาดลงไป เพียงชั่วครู่ ร่างกายก็ค่อยๆ ไร้ความรู้สึกในขณะที่เฉินชิงเหลียนกำลังนำผ้าสะอาดมาห้ามเืจากแผล หลินซานนั้นไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย
์คุ้มครองเขานึกว่าขาจะกลายเป็แผลเน่าไปซะแล้ว
ว่าแต่สาวน้อยผู้นี้คือผู้ใดกันนอกจากงดงามอ่อนหวานแล้ว ยังเชี่ยวชาญวิชาแพทย์เลิศล้ำ ยิ่งมองยิ่งน่าพึงใจ
“พี่ชายหลินท่านเป็อย่างไรบ้าง” ทันใดนั้นเสียงเรียบเฉยแฝงความอ่อนหวานเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากหลินซานได้เป็อย่างดี
“นะ..น้องสาวเฉินเ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ?” หลินซานสะดุ้งในึกไม่ถึงว่าคนที่คุ้นเคยก็อยู่ที่นี่ด้วยจากที่กำลังจดจ้องเฉินชิงเหลียนอย่างเคลิบเคลิ้ม เขาก็หันไปสนใจผู้มาใหม่ในที่สุด
“ท่านาเ็หนักและอยู่เฉยๆ ให้นางดูอาการให้ท่านก่อนดีกว่า อย่าพึ่งกล่าวอันใดให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย”อวี้เยี่ยนเอ่ยก่อนเดินเข้าไปใกล้ๆ คล้ายกำลังเอ่ยปลอบประโลมคน
เสี่ยวฟางมองค้อนคนแล้วมองค้อนคนอีก
หญิงแพศยานี่ยั่วยวนพี่ชายของนางอีกแล้ว
“...”ที่แห่งนี้มันเกิดอันใดขึ้นกัน
ดวงตาเ็าเรียบเฉยสายหนึ่งกวาดตามองความวุ่นวายข้างหน้าพร้อมเคลื่อนตัวลงจากอาชาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเขาก็เห็นผู้โดดเด่นมากที่สุดในที่แห่งนี้ราวๆ สามคน
คนแรกเป็บุรุษโดดเด่นเนื่องมาจากตรงส่วนขาของเขาเืกำลังไหลอาบนองอย่างน่ากลัวคาดว่าคงได้รับาเ็หลังล่าสัตว์ คนที่สองคือสตรี มองจากด้านหลังก็รับรู้ว่าเป็เด็กสาวที่งดงามอย่างหาตัวจับได้ยากนางกำลังขมวดคิ้วตั้งใจดูอาการและพยายามรักษาาแของบุรุษผู้นั้น
ส่วนอีกคน...นางเพียงนั่งยอบกายอยู่ข้างๆบุรุษผู้นั้น ที่น่าประหลาดคือ ใบหน้าที่ปกติแล้วมักจะเรียบเฉย กำลังแสดงความห่วงใยเบาบางนางกำลังสนทนาบางอย่างกับบุรุษที่ใบหน้าซีดเซียวนอนซม ให้คาดเดาคงกำลังเอ่ยปลอบโยน
เฉินอวี้เยี่ยนปลอบโยนผู้คนเป็หรือ?
“ชวี่ซื่อจื่อ?”เสี่ยวฟางพบเขาก่อนเป็คนแรก ผู้คนเริ่มทยอยกลับมาจากล่าสัตว์ สภาพท่าทางนั้นบางกลุ่มก็ดูไม่ได้อะไรกลับมา ส่วนบางกลุ่มก็ฮึกเหิมเพราะล่าสัตว์ตัวใหญ่ได้โดยรวมแล้วไม่มีผู้ใดาเ็หนักหนาอะไร เว้นเพียงหลินซาน พี่ชายของนาง เสี่ยวฟางทั้งเป็ห่วงทั้งอับอาย
“เขาาเ็หรือ”
“ท่านชวี่ฮุ่ยิ?เขาาเ็มากเลยเ้าค่ะ แต่ตอนนี้ก็รักษาขั้นต้นให้เขาแล้ว อาจต้องส่งตัวไปดูแลแผลดีๆไม่ให้ติดเชื้อ อีกไม่นานก็จะหายดีและสามารถเดินได้เป็ปกติเ้าค่ะ” เฉินชิงเหลียนเมื่อเห็นชวี่ฮุ่ยิก็รีบลุกขึ้น ตอบอย่างฉะฉาน ท่าทางน่าเอ็นดูเป็ที่สุด
ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาชมเื่ราวที่เกิดขึ้นและเริ่มรับรู้แล้วว่าเฉินชิงเหลียนคือผู้ใด
แต่ที่น่าปละหลาดใจนางเอ่ยเรียกชื่อของชวี่ซื่อจื่ออย่างสนิทสนม
ผู้คนทั้งสองคนให้บอกกล่าวนอกจากคุณหนูหวังซือเจียแล้ว คุณหนูคนรองตระกูลเฉิน ก็ตำแหน่งดูเหมาะสมกับซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดีไม่น้อยเพราะทั้งคู่เกิดจากกภรรยาเอก เป็บุตรสายตรงที่ทั้งหน้าตาและฐานะเหมาะสมกันยิ่งกว่าผู้ใด
อวี้เยี่ยนนั้นแน่นอนว่างดงามแต่ให้เอ่ยเปรียบเทียบ นางไม่ใช่ทั้งบุตรสายตรงของภรรยาเอกไม่ใช่ทั้งบุตรของฮูหยินรองแต่เดิมเสียด้วยซ้ำ แต่เป็บุตรสาวของอนุที่ที่มารดาถูกเลื่อนขั้นขึ้นมาต่างหาก
“น้องสาวเฉินพี่ชายเจ็บเหลือเกิน”
“พี่ชายหลินกล่าวขำขันแล้วไม่ใช่ร่างกายท่านกำลังเป็เหน็บชาจากยาลูกกลอนหรอกหรือ จะรู้สึกเจ็บอย่างไร”
หลินซานหากไม่นับว่าเป็ชายที่เสเพล ชื่นชอบการรังแกชาวบ้านไปบ้าง ก็นับว่าเป็บุคคลที่อวี้เยี่ยนชื่นชอบในการสนทนาไม่น้อยดูนั่นสิ นางเอ่ยคำหวานให้หน่อยเดียว ใหน้าของชายหนุ่มก็ขึ้นสีหยาดเยิ้มไปแล้วขนาดนั้นเห็นแล้วช่างน่าขำขัน
น้องสาวเฉิน?พี่ชายหลิน?
นี่มันบทสนทนาอันใด?ชวี่ฮุ่ยิ เบื้องหน้าคล้ายกำลังตั้งใจฟังเฉินชิงเหลียนรายงานอาการาเ็ทว่าให้สังเกตโดยถีถ้วน จะพบว่าเขาหาได้ฟังคนพูดของเด็กสาวตรงหน้า
“ข้านั้นเจ็บเหลือแสนแต่พอเห็นเ้า ความหวานล้ำก็เข้ามาแทนที่เสียแล้ว”
อวี้เยี่ยนหัวเราะเสียงแ่“เช่นนั้นข้าจะมาให้ท่านเห็นหน้าบ่อยๆ ดีหรือไม่”
“ย่อมไม่ดีไม่ใช่หรือ”
อวี้เยี่ยนที่กำลังจะต่อบทสนทนาแสนขบขำนั่นก็ชะงักลงเมื่อเสียงที่สามถูกแทรกเข้ามา หันหน้าไปยังผู้มาใหม่ ก็พบเจอเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยอันเป็เอกลักษณ์ของชวี่ฮุ่ยิ
“...เ้าคะ?”อวี้เยี่นเอ่ยตอบรับของงงงวย
ครานี้ไร้เสียงตอบกลับจากร่างสูงอวี้เยี่ยนถือโอกาสกวาดตามองร่างสูงส่งทั้งสองตรงหน้าของเฉินชิงเหลียนและชวี่ฮุ่ยิยืนคู่กันเช่นนี้ ให้ฮูหยินชวี่มาเห็นเข้า คงอยากจับเฉินชิงเหลียนแต่งเข้าเป็สะใภ้เสียวันพรุ่งนี้
ยืนข้างเฉินชิงเหลียนแต่ยังคงขยันในการสนทนากับนาง
บุรุษผู้นี้คง้าอำนาจของจวนแม่ทัพอย่างมากล้น?
“...”เฉินชิงเหลียนค่อยๆ กระพริบตา ไม่รู้ตัวสักนิดว่าตนเองกำลังเม้มปากอยู่
เมื่อครู่ทุกคนเพิ่งจะสนใจนางอยู่เลยแต่เพียงพริบตา เป้าหมายที่ผู้คนสนใจ ก็เปลียนไปอีกครั้ง
ราวกับว่าเมื่อใดก็ตามที่พี่สาวต่างมารดาของนางปรากฏตัวผู้คนก็จะละทิ้งทุกสิ่ง และมุ่งความสนใจไปยังร่างงดงามยั่วยวนร่างนั้น
----------------------------
เฉินอวี้เยี่ยน: เลวมาก!กล้าดียังไงถึงอัพเื่ของข้าช้าขนาดนี้!
บักซิน: งานมันยุ่ง!
ชวี่ฮุ่ยิ: นางติดเกม
บักซิน: ก็บอกว่างานมันยุ่ง!
ซ่งหลิวหยาง: ลองดื่มน้ำยาพูดความจริงดีหรือไม่ //ง้างปากบักซิน
บักซิน: หยุดเดี๋ยวนี้นะ!ถ้าไม่ใช่เบียร์! ห้ามเอาน้ำบ้าน้ำบออื่นมากรอกปากข้อย!