“นี่ แม่สมบุญ เ้าชัยมันกลับมาหรือยัง”
คุณนายวัลยาเทียวเดินเข้ามาถามหญิงแม่บ้านวัยไล่เลี่ยกันเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงมานี้ หลังได้รับโทรศัพท์จากบุตรชายคนเดียวที่โทรเข้ามาให้ไปรับที่สนามบินั้แ่บ่ายสามโมง ซึ่งทันทีที่ได้รับโทรศัพท์คุณนายก็รีบส่งคนขับรถไปทันทีด้วยความดีใจที่จะได้เจอหน้าบุตรชายหลังจากที่เขาเดินทางไปอยู่ต่างประเทศเสียเกือบปีจนตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบสองทุ่มแล้วก็ยังไม่เห็นมีวี่แววว่าคนที่รอจะเดินทางมาถึงบ้านเสียทีความจริงตอนที่บุตรชายเดินทางไปต่างประเทศนั้นก็ยังไม่ได้มีกำหนดกลับที่แน่นอนแต่เมื่อรู้ว่าเขากลับมาก็อดที่จะดีใจไม่ได้ แต่เมื่อรอนานๆเข้าความดีใจก็ชักจะกลายเป็ความหงุดหงิด
“ยังเลยค่ะคุณนาย”
ป้าสมบุญตอบไปทั้งที่ไม่คิดว่าจำเป็ต้องตอบเพราะคำตอบนั้นก็เห็นๆกันอยู่
“แกลองโทรไปถามเ้าชัยสิ ว่าถึงไหนกันแล้ว อะไร ไปั้แ่บ่ายสาม นี่มันปาเข้าไปเท่าไหร่แล้ว”
“ความจริงคุณนายน่าจะลองโทรเข้ามือถือของคุณวัฒน์มากกว่านะคะ”
“เอ๊ะ แกเป็เ้านายของฉันหรือไงห๊ะ ฉันบอกให้โทรก็โทรไปสิ ทำไมจะต้องมาย้อนฉันด้วย”
คุณนายเสียงเขียวใส่หญิงแม่บ้านอย่างเจตนาจะกลบเกลื่อนความจริงที่ว่าตัวเองได้พยายามโทรเข้ามือถือของบุตรชายไปหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่ยอมรับ ซึ่งมันทำให้คุณนายยิ่งกังวลใจ
ป้าสมบุญไม่เอ่ยแย้งอะไรอีก รีบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของตนออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อโทรหาวิชัยซึ่งเป็คนขับรถของบ้านนี้ที่ได้รับคำสั่งให้ออกไปรับบุตรชายของคุณนายจากสนามบินทันทีซึ่งหลังจากที่พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็วางสายก่อนหันมาบอกกับคุณนายที่ยืนรอฟังอย่างใจจดใจจ่อว่า
“เ้าชัยมันบอกว่ามันกำลังอยู่ในผับค่ะคุณนาย”
“ว้าย ตายแล้วเ้านี่ ฉันสั่งให้มันไปรับคุณวัฒน์กลับบ้าน แต่ดันมัวเถลไถลไปเที่ยวผับซะนี่”
คุณนายโวยวายทันที
“เ้าชัยบอกว่ามันไม่ได้ไปเองค่ะแต่คุณวัฒน์นั้นแหละที่เป็คนพามันไป”
“เอ๊ะ อะไรกันลูกคนนี้ ไปอยู่ต่างประเทศตั้งนานเกือบปี กลับมาแทนที่จะรีบมาหาแม่กลับรีบหนีไปเที่ยวซะนี่”
คุณนายบ่นอย่างหงุดหงิดและไม่เข้าใจ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
คุณนายวัลยานั่งรอการกลับมาของบุตรชายอยู่ในห้องรับแขกนานจนเผลอหลับไปก่อนที่จะใตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเอะอะของคนที่เข้ามาในห้องรับแขกนี้
“เฮ้ย แกจะพาฉันไปไหนว่ะเ้าชัย ฉันบอกว่าฉันจะกินเหล้าฉันจะกินเหล้า”
เป็เสียงอ้อแอ้อย่างคนเมามายของชายหนุ่มร่างสูงหุ่นเพรียวใบหน้าหล่อเหลา แต่ตอนนี้ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ท่ายืนของเขาไม่มั่นคง ต้องมีคนช่วยประคองซึ่งความสูงใหญ่ของเขานั้นได้ทำเอาคนประคองที่มีรูปร่างสันทัดถึงกับยืนเป๋ไปเป๋มาเพราะแบกรับน้ำหนักของเขาไม่ค่อยจะไหว
คุณนายรีบหันมองนาฬิกาตั้งโต๊ะราคาแพงระยับที่ตั้งอยู่บนชั้นโชว์ในห้องนั้นแล้วเห็นบอกเวลาเกือบตีสองก็รู้สึกไม่พอใจมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อบวกกันเข้ากับสภาพที่เมาแประของบุตรชายในตอนนี้ด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้ไม่พอใจ
“นี่มันอะไรกันตาวัฒน์ ทำไมลูกถึงได้กลับบ้านมาในสภาพอย่างนี้”
“เสียงใครว่ะ สาวชงเหล้าในผับทำไมถึงมาทำเสียงดุใส่ลูกค้าอย่างนั้น แถมเสียงก็ยังเหมือนกับคนแก่อีกด้วย”
ตนุวัฒน์บ่นเสียงดังแต่ตาปรือ ลืมไม่ขึ้น ศรีษะโยกไปมาไม่มั่นคง
“วุ้ย ตายแล้ว นี่เมาจนจำแม่ไม่ได้เลยหรือไง”
คุณนายวัลยาตวาดแหวอย่างเหลืออดจริงๆ
“คุณแม่งั้นหรือครับ แล้วคุณแม่เข้ามาทำอะไรในผับ”
“ลืมตาดูซะก่อนสิ แล้วค่อยพูด นี่มันบ้านของเราน่ะ”
“บ้านของเราเหรอ”
ตนุวัฒน์ทวนคำแล้วก็พยายามฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้น ก่อนจะจำบ้านอันแสนคุ้นเคยนี้ได้ซึ่งเมื่อได้รู้ว่าที่นี่เป็ที่ไหนแน่แล้ว เขาก็ทิ้งกายลงนอนบนโซฟาตัวยาวทันที
“ตาวัฒน์ บอกแม่มาสิ ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมลูกถึงได้ทำตัวแบบนี้”
คุณนายเข้าไปนั่งข้างๆแล้วจับตัวของบุตรชายเขย่าถามตนุวัฒน์นั้นถึงปกติจะเป็หนุ่มเ้าสำราญ ชอบเที่ยวกลางคืนและดื่มเหล้าอยู่เป็นิจแต่เขาก็ไม่เคยเหลวไหลจนถึงกับดูไม่เป็ผู้เป็คนอย่างนี้
“ผมก็แค่...ดื่มเหล้า”