“ฮองเฮาเพคะ”
“คืนนี้เป็นใครอีกล่ะ”
“เออ...เป็นหยางกุ้ยเฟยเพคะ”
“หึ!! ก็ไม่แปลกใจ”รอยยิ้มเย็นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันฉายชัดขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามราวบุปผาแย้มบาน ทว่าสายตาของนางกลับเต็มไปด้วยความชิงชังเจ็บใจมือข้างที่ถือม้วนกระดาษ บีบสิ่งที่อยู่ในมือแน่นจนขึ้นสีขาวซีด
เดิมทีคิดว่าใส่ร้ายสตรีนางนั้นไปแล้วฝ่าบาทจะเลิกสนใจนางที่ไหนได้เพียงไม่กี่วันเขาก็วิ่งแจ้นไปหานางเพียงเพราะบ่าวว่านางป่วยแต่กลับเป็นข้าที่โดนพระองค์ชิงชังเพราะคำหวานของสตรีผู้นั้น
ปึก
‘หึ้ย!!ช่างน่าเจ็บใจนัก’
สีหน้าไม่พอใจเงยขึ้นพร้อมกับตำราในมือที่วางกระแทกโต๊ะอย่างแรง
“ฮองเฮาเราจะทำอย่างไรต่อดีเพคะ”
“ยานั่น”
“พระนางทรงอย่าห่วงคนของเราที่แฝงเข้าไปยังทำหน้าที่อย่างดีรับรองว่ากุ้ยเฟยไม่มีทางตั้งครรภ์ได้แน่เพคะ”
“ดี เจ้าออกไปเถิดข้าจะพักแล้ว”
นัยน์ตากลมมองตามหลังมัวมัวข้างกายที่อยู่กับนางมาตั้งแต่เข้าวังจนลับสายตาก่อนจะลุกเดินไปทางข้างหน้าต่างมองแสงจันทร์ที่ส่องสว่างไปทั่วก่อนจะหยุดยังทิศทางที่เป็นที่ตั้งตำหนักกุ้ยเฟยและแม้จะมองไม่เห็นแต่นางคิดว่าอย่างไรคืนนี้ไฟที่ตำหนักนั้นคงจะไม่ดับง่าย ๆ แน่
“ฝ่าบาทหม่อมฉันต้องทำเช่นไรพระองค์ถึงจะมองหม่อมฉันให้เต็มตาอย่างที่มองนาง”เสียงพึมพำเบาดังออกมาจากปากของ หลินเยว่หลาน ระหว่างที่นางมองออกไปด้วยความรู้สึกเหงา
นางเข้าวังพร้อมกับหยางซินเหยาแต่เพราะเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของเสนาบดีหลินผู้ควบคุมในท้องพระโรงและเป็นน้องสาวรองแม่ทัพอนาคตไกลผู้ดูแลกองทัพทางตะวันออกจึงได้รับเลือกให้เป็นชายารัชทายาทในเวลานั้น เดิมทีคิดว่าความเพียบพร้อมและการเอาใจใส่ของนางจะสามารถมัดใจเขาได้ แต่เปล่า…นางคิดผิดในวันเข้าหอหากไม่เพราะสุราผสมยาปลุกกำหนัดคิดว่าจนเช้าเขาก็คงไม่แต่ต้องกายนางและสิ่งที่คอยตอกย้ำนางว่าไม่เคยอยู่ในสายตาและใจสวามีคือเขาแทบจะไม่กลับมายังเรือนของนางจนบ่าวเอาไปลือกันตอกย้ำให้เจ็บใจ
จนผ่านไปหลายปีขนาดนี้นางก็ยังไม่ตั้งครรภ์เป็นที่ขบขันของคนภายในไม่น้อย
“พวกเจ้าสองคนนี้อย่างไรจนตอนนี้แล้วยังไม่มีใครตั้งครรภ์ จนสนมพวกนั้นแซงหน้า มอบพระธิดาให้ฝ่าไปหลายคนแต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจนป่านนี้โอรสสักองค์ก็ยังไม่มีพวกเจ้านี่ทำเปิ่นกงหนักใจจริงๆ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลและติเตียนของไทเฮาดังออกมาอย่างเหนื่อยใจดวงตาสีอ่อนแฝงความกดดันของพระนางกวาดมองมารดาของแผ่นดินและสนมรักของบุตรชายอย่างอ่อนใจ ทั้งสองเข้าวังมาพร้อมๆ กันทั้งยังแต่งตั้งพร้อมกันอีก แต่จนบัดนี้แล้วพวกเขายังไร้วี่แววจะมีทายาทให้ฝ่าบาททำนางหนักใจไม่หาย
“เอาเถิดๆพวกเจ้าก็เป็นเช่นนี้ตลอดเปิ่นกงพูดเรื่องนี้ทีไรก็ตีหน้าเศร้าจนหลายครั้งฮ่องเต้มาตำหนิข้า ที่ไปต่อว่าพวกเจ้า โดยเฉพาะเจ้าหยางกุ้ยเฟย”
ฮองเฮาเหล่มองดวงหน้าเจื่อนของสตรีคู่แค้นด้านข้างที่โดยไทเฮาตำหนิออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ก่อนจะแสร้งสงบเสงี่ยมยกชาจิบด้วยท่าทางสง่า
“ไปไปได้แล้วเปิ่นกงจะพัก” ทั้งสองลุกขึ้นถวายคำนับหลังโดยพระนางโบกมือไล่แล้วถอยห่างออกมา
“ฮองเฮาช่วงนี้หม่อมฉันไม่ได้ไปถวายพระพรพระองค์ขออย่าได้ถือสาเพราะกว่าฝ่าบาทจะออกจากตำหนักก็รุ่งสางแล้ว หม่อมฉันตื่นไม่ไหวจริงๆ”
ถ้อยคำถากถางออกมาจากปากหยางกุ้ยเฟยทันทีที่เท้านางก้าวออกมาจากตำหนักไทเฮา
“เจ้ารับใช้ฮ่องเต้ข้าย่อมไม่ถือสาอยู่แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็รีบตั้งครรภ์มีทายาทให้ฝ่าบาทและไทเฮาให้ทั้งสองเบาใจสิ”
“นี่เจ้า!!”สายตาเคียดแค้นมองแผ่นหลังคนตำแหน่งสูงกว่าพร้อมสะบัดผ้าเช็ดหน้าในมือแรงอย่างเจ็บใจ
‘จนป่านนี้แล้วไยไม่ท้องเสียทีนะ’
“ฮองเฮาพระองค์ไปยั่วหยางกุ้ยเฟยเช่นนั้นไม่กลัวว่านางจะไปตรวจสอบหรือเพคะ”
จางมัวมัวอดจะเอ่ยถามออกมาด้วยความกังวลไม่ได้หลังเจ้านายของตนเหน็บแนมสตรีอีกคนแล้วเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่ทุกข์ร้อน
“เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าไม่มีวันยานั่นตรวจสอบไม่ได้ยิ่งไม่ต้องกลัวว่านางจะจับคนของเราได้”น้ำเสียงมั่นใจเอ่ยออกมาพร้อมดวงหน้าเปื้อนรอยยิ้มฉายชัดออกมาพร้อมร่างสง่างามมุ่งกลับตำหนักตัวเอง
ตำหนักโซ่คัง
“พระนาง”
“ฝ่าบาทไปที่นั่นอีกแล้วหรือ?”
“เพคะ”
“อืมมม เจ้าออกไปเถิด”ดวงตาเฉี่ยวยังคงกวาดไล่ตัวอักษรไม่ละสายตาไม่รู้สึกแปลกใจหรือตื่นเต้นกับคำตอบมัวมัวข้างกายเลยสักนิด
“ฮองเฮานี่พระนางจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิดเลยหรือ?”
“แล้วเจ้าจะให้เปิ่นกงกังวลเรื่องอะไรที่ผ่านมาฝ่าบาทก็ไปที่ตำหนักนั่นตลอด อีกอย่างนางก็ตั้งครรภ์ไม่ได้เจ้าจะให้เปิ่นกงกังวลอะไร”
“โธ่พระนางพระองค์ช่างพระทัยเย็นนักแม้หยางกุ้ยเฟยตั้งครรภ์ไม่ได้แต่สนมนางอื่นก็ตั้งครรภ์ได้นะเพคะถึงฝ่าบาทจะยังไร้โอรส ทว่าพระองค์อายุยังน้อยทั้งในแต่ละปีก็มีสนมเข้ามาไม่หยุดหากเป็นเช่นนี้เรื่อยไปตำแหน่งของพระองค์จะไม่มั่นคงนะเพคะ”
สายตาที่มองอักษรหยุดนิ่งมือที่จับม้วนตำราเผลอกำแน่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่สิ่งที่มัวมัวเอ่ยออกมาทำให้นางฉุกคิดขึ้นมาได้พลันในอกร้อนรนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นางลืมคิดถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร
“แล้วเจ้าว่าเปิ่นกงควรทำเช่นไร”
หญิงชราเดินเข้ามาหาเจ้านายของนางด้วยสายตาเจ้าเล่ห์นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระซิบแผนการที่นางคิดได้ขึ้นมา
“เจ้าว่าเช่นนี้ดีจะดีหรือ?”
“ดีแน่นอนเพคะ”
“แต่...ฝ่าบาทไม่มาที่นี่เลย”น้ำเสียงหมองเอ่ยออกมาจากริมฝีปากระเรื่อดวงตาของนางเศร้าลงอย่างชัดเจนเมื่อคิดถึงสวามีที่แทบจะไม่ย่างกรายเข้ามาที่ตำหนักของนางเลย
“ฮองเฮาพระนางอย่าทรงกังวล เรื่องนี้หากไทเฮายื่นมือเข้ามาไม่ว่าอย่างไรฮองเต้ก็ปฏิเสธไม่ได้”
“เช่นนั้นก็เอาอย่างที่เจ้าว่าเถิด”
ถึงจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทีไม่สนใจทว่าเย่วหลานกลับแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าสิ่งที่มัวมัวบอกจะสำเร็จ
“หวังว่าครั้งนี้ข้าจะตั้งครรภ์อย่างที่เจ้าว่า”
“จางมัวมัวเจ้าว่าคืนนี้ฝ่าบาทจะมาที่นี่หรือไม่”
“ต้องมาแน่นอนเพคะไทเฮาบอกว่าจะให้ตู้มัวมัวมาส่งฝ่าบาทด้วยตัวเองรับรองว่าฝ่าบาทต้องมาถึงที่นี่แน่นอนเพคะ”
น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจของมัวมัวอดทำพระนางตื่นเต้นตามไปด้วยไม่ได้ดวงตาสดใสเป็นประกายมองดวงหน้าหวานละมุมแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมอ่อนที่นางบรรจงแต่งแต้มอย่างตั้งใจรอยยิ้มบางเต็มไปด้วยความหวังฉายชัดบนใบหน้าของนาง
มือเล็กเรียวงามลูบกระชับเสื้อคุมเนื้อบางของตัวเองให้ปิดชุดเอี้ยมเนื้อลื่นบางสีแดงสดลายหงส์ที่ทั้งผ้าและเนื้อตัวของนางพรมไปด้วยน้ำมันหอมหอมหวังให้กลิ่นมันรัญจวนจนสวามีไม่อาจจะละจมูกออกจากเรือนร่างของนางได้
“ฮองเฮาไปที่โต๊ะเถิดเพคะอีกไม่นานฝ่าบาทก็จะมาแล้ว”
“อืม”สองนายบ่าวต่างส่งยิ้มตื่นเต้นให้กันก่อนจะพากันไปยังโต๊ะอาหารเฝ้ารอฮ่องเต้อย่างใจจดจ่อทั่วไปทั้งตำหนักประดับโคมไฟส่องสว่างไปทั่วทั้งกำยานหอมกินที่ฮ่องเต้ชื่นชอบก็ถูกนำมาจุดส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ชวนผ่อนคลาย
“ฮ่องเต้เสด็จจ...”ดวงหน้าหวานหันมองบ่าวข้างกายอย่างดีใจ รอยยิ้มที่นางส่งออกไปเต็มได้ดด้วยความหวังก่อนจะลุกขึ้นถวายบังคับคนมาให้ที่อยู่ในชุดเต็มยศ บ่งบอกว่าหลังเสร็จราชกิจพระองค์ก็มุ่งตรงมาหานางเลย
“คารวะฝ่าบาทขอพระองค์อายุยืนหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”
“อย่ามากพิธีเลยนั่งเถิดๆ”
“ขอบพระทัยเพคะ”สุรเสียงติดเย็นชาออกมาจากปากของฮ่องเต้สายตาของเขากวาดมองอาหารหลายอย่างที่ชื่นชอบ ก่อนจะเลยมองใบหน้ามเหสีของตัวเองการแต่งกายของนางไม่ต้องเดาเขาก็รู้ว่าคาดหวังสิ่งใดความรู้สึกอึดอัดทำเขาลอบถอนหายใจออกมา ดวงตาคมแข็งกร้าวละมองอาหารตรงหน้าอย่างหาทางหลีกเลี่ยงแม้จะไม่เต็มใจ และไม่อยากมาตำหนักนี้เพียงไรแต่เขาก็ไม่อาจละเลยมเหสีผู้นี้ได้เพราะบิดาและพี่ชายของเขาต่างก็กุมอำนาจทั้งบุ๋นและบู้อีกทั้งพระมารดาถึงขั้นกำชับมาว่าอย่างไรเขาก็ต้องทำให้นางตั้งครรภ์ถึงขั้นส่งมัวมัวข้างกายมาดูขนาดนี้อย่างไรคืนนี้ก็ต้องนอนที่ตำหนักนี่และทำเรื่องควรทำ
“ฝ่าบาทอาหารพวกนี้หม่อมฉันสั่งให้ห้องเครื่องจัดเตรียมอย่างดี”
“อืมม”
“ฤดูนี้ต้องกินอาหารมีฤทธิ์เย็นขับร้อนจะช่วยให้สบายตัวขึ้นนะเพคะ”
“อืมมม”
ฮองเฮาอดไม่ได้ที่จะมองสีหน้าติดรำคาญหลังเขาเอาแต่ขานรับสั้นๆแต่กลับไม่คีบอาหารในจานที่นางคีบให้สักอย่าง แต่กลับเลือกคีบอาหารอย่างอื่นแทนพลันมือและสีหน้าตื่นเต้นของนางก็เจื่อนลงอย่างห้ามไม่อยู่ความรู้สึกอยากอาหารก่อนหน้าหายสิ้น มือที่ทำหน้าที่คีบนั่นนี่ก่อนนี้ก็ชักกลับวางลงแล้วเปลี่ยนเป็นยกสุราขึ้นจิบ
ฮ่องเต้ไม่สนใจปฏิกิริยาของมเหสีเขาตั้งหน้าตั้งตาจัดการมื้ออาหารตรงหน้าเพื่อให้จบๆแล้วเข้านอนให้เสร็จสิ้นสิ่งที่พระมารดาปรารถนา
“ฝ่าบาทสุรานี่เป็นสุราที่ไทเฮาส่งมาให้พระองค์ลองหน่อยเถิดเพคะ”
‘สุรานี่พระองค์ปฏิเสธไม่ได้แน่’
มือเรียวเลื่อนจอกสุราไปตรงหน้าสวามีพร้อมเอ่ยสิ่งที่ทำให้มั่นใจว่าเขาไม่มีทางปฏิเสธนางแน่ๆออกมา
“อืม”
สายตาเย็นชาเหลือบมองดวงหน้ามเหสีถอนหายใจแผ่วแล้วยกจอกสุราขึ้นดื่มอย่างไม่อาจเลี่ยงเพราะสายตาของมัวมัวข้างกายมารดาคอยเฝ้ามองอยู่
‘ฝ่าบาทอย่างไรคืนนี้พระองค์ก็ต้องอยู่กับหม่อมฉัน’
หลินฮองเฮาเริ่มขยับตัวกระสับกระส่ายสายตาของนางมองชายด้านข้างที่ดูจะไร้อาการยังคงคีบอาหารใส่ปากไม่หยุดราวกับว่าเขากำลังหิวเต็มประดาก่อนนางจะรินชาใส่จอกหวังให้น้ำช่วยดับกระหายในกาย
ทว่าไม่รู้ว่าชาในกานี่หมดไปตั้งแต่เมื่อไรและเมื่อกวาดตามองไปทั่วห้องบ่าวที่คอยดูแลรับใช้ก่อนหน้าก็หายไปไม่เหลือรวมถึงมัวมัวทั้งสอง
“เจ้าหิวน้ำหรือ?”น้ำเสียงทุ้มทรงพลังเอ่ยออกมาหลังเห็นท่าทางไม่สงบนิ่งของมเหสีข้างกายสายตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องอย่างเช่นฮองเฮาและพึ่งจะสั่งเกตว่านางกำนัลขันทีในห้องได้หายออกไปหมดแล้วคิดว่าคงเป็นเพราะมัวมัวของมารดาแน่ที่คิดจะให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกัน
“เพคะแต่ไม่เป็นไรหม่อมฉันดื่มสุราแทนก็ได้” กล่าวจบนางก็ยกจอกสุราดื่มอย่างรวดเร็วไม่สนมือใหญ่ที่ยื่นออกมาเตรียมคัดค้าน
“เอาละเจิ้นอิ่มแล้วเราเข้านอนกันเถิด”
“แต่แฮกแฮกพระองค์ยังไม่ได้สรงน้ำเลย”
“เจ้าไม่ต้องห่วงเจิ้นจัดการเอง” ฮองเฮามองสวามีที่ลุกเดินไปทางห้องอาบน้ำด้านหลังด้วยท่าทางมั่นคงไม่เหมือนนางที่ตอนนี้รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว มองทุกอย่างเลือนรางแทบไม่มีแรงทรงตัวแต่เพราะหน้าที่ของนางยังไม่จบหญิงสาวจริงหอบเอาร่างร้อนระอุเดินโซเซไปทางห้องอาบน้ำด้านหลังหวังช่วยสวามีชำระร่างกาย
“แฮกแฮกฝ่าบาทหม่อมฉันช่วยพระองค์เอง”
ร่างกายใหญ่สะดุ้งแรงหลังมือร้อนแตะแผ่นหลังร่างกายกำยำเท้าขอบอ่างหายใจเหนื่อยหอบหมุนตัวหันมองผู้มาใหม่อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของมเหสีฮ่องเต้ที่อยู่ในอาการไม่ต่างกันก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาทั้งสองนั่น โดนวางยาปลุกกำหนัด
“ฮองเฮา แฮกแฮกเจ้าถอดเสื้อผ้าสิ เจิ้นจะช่วยให้ความปรารถนาของเจ้าและมารดาเป็นจริง”