ก๊อก! ก๊อก!
“กาแฟร้อนๆ มาเสิร์ฟแล้วพ่อซัน”เสียงมาพร้อมถาดใบย่อมบนฝ่ามือข้างหนึ่งของคนมาใหม่ที่หมุนตัวรวดเร็วยามมืออีกข้างปิดประตูบอกถึงความชำนาญเป็ที่ตั้ง มิเช่นนั้น..ไม่ถ้วยกาแฟบนถาดก็คนเสิร์ฟนั่นแหละได้ล้มคว่ำไม่เป็ท่า
“ขอบคุณครับอา” อาเอกฉีกยิ้มแฉล้มขณะเดินกรีดกรายเข้ามายังโต๊ะทำงานของหลานชายหนุ่มแท้ๆ 100% จึงวางปากกาในมือและปิดแฟ้มงานตรงหน้าคล้ายได้เวลาพักสายตาพอดี
“คุณพ่อเป็ยังไงบ้างอา”
“่หลังๆ คุณหมอก็ตอบแบบเดิมๆ ประมาณว่าอาการคุณท่านเป็ปกติดีครับแต่ระวังอย่าให้ท่านเจอเื่ตื่นเต้นหรือะเืใจ เพราะอาจจะทำให้ช็อกได้อีก..ราวๆนี้ล่ะ อาจำได้จนขึ้นใจละ” อาเอกตอบแนวล้อเลียนนายแพทย์ผู้สูงวัยจากโรงพยาบาลใกล้ๆขณะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
“เราจะได้ไม่หลงลืมไงครับ งานดูแลคนป่วยน่ะละเอียดอ่อนขาดยาไปสักเม็ดอาจมีผลถึงชีวิต”
“โอยยยย! เื่นั้นไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ อาน่ะถวายทั้งชีวิตเพื่อดูแลพวก..เธอ..เธอ..เธออย่างดีที่สุด” ปลายนิ้วชี้ยกสับกราดกลางอากาศรอบทิศช่วยตอกย้ำคำท้ายประโยคได้ดีนักเชียว
“แล้วเป็ไงล่ะ ผู้ช่วยของแม่ลูซี่น่ะได้มะ ตะกี้อาเห็น she ไปงอดๆ อยู่กับคุณปีเตอร์โน่นแน่ะ” วสันต์อมยิ้ม คุณอาเอกมักแปลงชื่อทุกคนเป็ภาคภาษาอังกฤษสุดอินเตอร์ตามนิสัยคนหัวนอก
สันต์ = ซัน
ปิติ = ปีเตอร์
รุ้ง = ลูซี่
หากคนเป็อาไม่เผลอตัวไปลุ่มหลงหนุ่มตาน้ำข้าวจนเสียการเรียนคงได้ปริญญาติดมือกลับมาสักใบไอ้ที่ได้จึงเป็แค่ภาษา..แต่แค่นั้นก็นับว่าเป็ประโยชน์กับทางรีสอร์ตอยู่ไม่น้อย
ชายหนุ่มยกมือขึ้นคลึงขมับเบาๆรู้ดีว่าปิติคงไม่อาจรอดพ้นหูตาของแม่น้องสาวตัวแสบของเขาไปได้ป่านนี้คงซักความชนิดเจาะลึกถึงไหนต่อไหนแล้ว แต่ไม่ว่าจะรู้เร็วหรือช้า..อย่างไรก็ต้องรู้อยู่ดี
“เพิ่งได้เมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง”
“หรอ! ไหนให้อาดูหน่อยสิ..หน้าตาเป็ไง”อาเอกออกท่าทางโอเว่อร์แอ็กชั่นจนวสันต์อดแซวไม่ได้
“ผมรับแต่ผู้หญิงครับอา” คนฟังปรายตาค้อนทันควัน
“รู้แล้วน่ะ ไอ้ที่อยากดูก็เพราะจะได้ช่วยวิเคราะห์ว่า she น่ะ friendly สำหรับแม่ลูซี่ของเราหรือเปล่าใครพิศวาสกันยะ..ยี้..ผู้หญิง”
“ก็ไม่แน่นะครับ รายนี้อาจจะถูกใจคุณอาก็ได้ มันกึ่งๆ อยู่”คนฟังขมวดคิ้วงงงวย ก่อนคลายออกอย่างรวดเร็วด้วยกลัวริ้วรอยแห่งวัยมาเยือนมืออวดจริตจะก้านเอื้อมคว้าแฟ้มจากคนเป็หลานกางออกกว้างราวกับเป็เมนูอาหาร
“ต๊ายยยยย!!!”
“อะไรอา!” วสันต์ดีดตัวตรงทันทีที่ได้ยินเสียงร้องแหลมและเท่านั้นอาเอกของเขาก็ลดระดับแฟ้มลงฮวบฮาบหากสายตามันวาวยังคงจับจ้องที่รูปถ่ายขนาด 2 นิ้วบนเอกสารรูปเดียวกับที่ชายหนุ่มเคยสะดุดตามาแล้ว
หากแต่ต่างประเด็นกัน!
“ทำไมเท่น์อย่างนี้ล่ะ!” คนเปอร์เซนต์ความเป็ชายเหลือน้อยตวัดตาพรืดมาจ้องหลานชาย“ขาวใสยังกะหนุ่มเกาหลี ต๊าย! แน่ใจนะว่านี่ผู้หญิง” วสันต์ลอบระบายลมหายใจโล่ง
นึกว่าอะไร
“ยิ่งกว่าชัวร์ ผู้หญิงแน่ๆ”
“มาเมื่อไหร่”
“คงพรุ่งนี้มั้งครับ เพราะเขาอยู่กรุงเทพฯ โน่น”
ปัง!
ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงเมื่ออีกฝ่ายตบโต๊ะเสียงดังมันเป็กิริยา ‘ถูกใจ’ ของคนที่คุ้นเคยและรู้นิสัยกันมานานลองคุณอาของเขาลงน้ำหนักมือแรงขนาดนี้..นึกอนาคตของพนักงานคนใหม่ได้เป็ฉากๆเลยทีเดียว
ไม่รู้ว่าเขาคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่เลือกผู้หญิงคนนี้มาทำงาน หรือเป็เพราะที่นี่ยังไม่เคยมีคนลักษณะเช่นนี้มาก่อนเขาจึงเดาทางคนเป็อาไม่ออกว่า..ชายกึ่งหญิงจะถูกคอกับ หญิงกึ่งชายหรือไม่
“งั้นเราคงต้องเตรียมห้องหับเผื่อไว้”
“เขาอาจมีที่พักอยู่แล้วก็ได้นะ”
“No!no” อาเอกหักข้อมือบ่ายยิก “เพิ่งบอกเองหยกๆ ว่าเขาอยู่ Bangkokนั่นหมายถึงต่างถิ่น เปอร์เซนต์ความ้าสูงจ้ะ” คนฟังกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก็ไอ้ท่าทีมันเขี้ยวและเปรี้ยวปากของอีกฝ่ายทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเปอร์เซนต์‘ความ้า’ ของใครจะสูงกว่ากันแน่
“ครับ เอาเป็ว่าเบื้องต้นก็แล้วแต่อาจะจัดการ ยังไงซะเราก็มีสวัสดิการส่วนนี้ให้พนักงานอยู่แล้ว”
“ถูกต้องที่สุด งั้นอาไปก่อนนะ” วสันต์ยิ้มออกมาได้ไม่เต็มที่เท่าไรนักเห็นทีรุ้งหลากสีรีสอร์ตที่เคยเงียบสงบมานานอาจมีเื่แปลกใหม่ให้ตื่นเต้นก็คราวนี้
“แต่ยังไงซะ สุดท้ายแล้ว..ผมขอเป็คนประเมินสถานการณ์เองนะอา” คนฟังหันมาค้อน
“อะไรกัน..เขายังไม่ทันจะมา ทำหวงซะละ”