“พี่สิบสองแต่เดิมเขาเป็คนรักสนุกชีวิตเขามักแวดล้อมด้วยเสียงหัวเราะและอิสระ แต่ยามที่เขาโมโหน่ากลัวไม่น้อย บางทีข้าเคยสงสัยเหมือนกันว่าอารมณ์ของเขาขิ้นลงเปลี่ยนไปมายามดีก็ดีเสียจนลืมความโกรธเคืองยามร้าย แม้แต่พี่แปดที่ว่าชอบยั่วโมโหยังไม่กล้ากับเขาเลย เ้าทำทีเป็เขินอายหรือเปล่า เขาถึงแกล้งเอาได้”
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า”
“อืม อันนี้ก็พูดยากเอาเป็ว่า ข้าจะช่วยพูดกับพี่สิบสองให้เลิกแกล้ง เ้าก็แค่เอาใจเอาหน่อยอีกหน่อยคุ้นเคยกันเขาก็คงเลิกแกล้งเ้าพี่สิบสองโดยเนื้อแท้เขาเป็คนดีน่าคบหาเป็คนจริงใจที่สุด” เสี่ยวหลินอดที่จะเบ้ปากไม่ได้
“จะเชื่อองค์ชายได้อย่างไรในเมื่อองค์ชายก็ต้องเห็นพี่น้องดีกว่าอยู่แล้ว”
“ปะ เข้าไปข้างในด้วยกันข้าจะอาสาพูดกับพี่สิบสองให้ตอนนี้เลย”อยู่ๆ ก็คว้ามือเสี่ยวหลินจูงเข้าไปข้างใน
ข้างในนั้น เฉินไป๋หยวนสวมใส่อาภรณ์เรียบร้อยนั่งนิ่งอยุ่บนแท่นนั่งผ้าแพรปิดตาถูกเปลี่ยนเป็สีขาวใบหน้าหมดจดติดที่ผ้าแพรปิดตาทำเอาความหล่อเหลาถูกบดบัง เฉินไป๋หยวนจ้องมองมือขององค์ชายสิบสี่ที่กุมมือของเสี่ยวหลินไว้แน่นอย่างกับสนิทสนมกันเหลือเกิน ไป๋หยวนแกล้งเมินเสีย
“จริงตามคาดพี่สิบสอง พี่แปดจัดงานฉลองตำแหน่งต้าหวังในค่ำคืนนี้ เหมือนกับ้าจะประกาศให้คนอื่นรู้ว่าว่าเขารั้งตำแหน่งต้าหวังแล้ว”
“ดี ข้าตั้งใจไปแสดงความยินดีกับเขาอยู่แล้ว”
“เช่นนั้นข้ารอที่ตำหนักพี่แปด คืนนี้พบกันที่นั่น พี่สิบสองจะให้ข้า มาพาท่านไปหรือไม่”
“ไม่ต้องข้าให้นางพยุงไปนางเองก็ต้องร่วมงานเช่นเดียวกัน”
“แต่ๆๆ ข้า ยังไม่ทันได้เตรียมตัว”เสี่ยวหลินรีบออกตัว
“เตรียมตัวเ้าจะต้องเตรียมอะไรกัน”
“ผู้หญิงก็ต้องมีอาภรณ์หรือชาดทาปากแป้งผัดหน้า”องค์ชายสิบสี่ออกตัวแทน
“ของเดิมก็ดีอยู่แล้ว”พูดเพราะคิดอย่างนั้นจริงๆ เวลานี้เขาคิดว่าเสี่ยวหลินน่ามองอยู่แล้ว
“อาภรณ์ชุดนี้ข้าใส่ เปลี่ยนไปมากับอีกตัวสีหมองเสียหมดแล้ว หากไปงานเฉลิมฉลองกับไท่จือคนจะพูดเอาได้ว่าเป็คนของไท่จือไยแต่งกายไม่สมฐานะ”เฉินไป๋หยวนถอนหายใจยอมจำนน
“เ้าออกไปนอกวังที่นั่นมีขายมากมาย”เสี่ยวหลินยิ้ม ช่างง่ายดายทีแรกกำลังคิดว่าจะออกไปพบทูตของชนเผ่าได้อย่างไร”
“ข้าอาสาพานางออกไป”ยิ้มทั้งใบหน้าและดวงตาเฉินไป๋หยวนยิ้มบางๆ เหมือนกับจะอนุญาต
“ไม่ไม่ไม่ ข้าไปเพียงลำพังจะดีกว่าผู้หญิงเวลาเลือกอาภรณ์มักจะเนิ่นนาน จนน่ารำคาญองค์ชายสิบสี่ยากเกินจะทนไหวแน่”ชักแม่น้ำทั้งห้ากลัวว่าองค์ชายสิบสี่จะตามไปแล้วจะปลีกตัวไปพบกับทูตของชนเผ่าได้อย่างไร
“เช่นนั้นข้าก็คงจะต้องไปเตรียมตัวเช่นกันงานเฉลิมฉลองนี้ คาดว่าจะจัดยิ่งใหญ่ เพื่อ้าประกาศให้ หลายๆ คนรู้ แต่พี่สิบสองไม่ต้องห่วง อย่างไรเสียตำแหน่งไท่จือก็ยังเป็ของท่านไม่มีวันเปลี่ยนไป”องค์ชายสิบสองก้าวออกจากตำหนักบูรพาไปทันที
“องค์ชายสิบสี่ไหนท่านบอกข้าว่า… จะช่วยพูดเื่…”
“เื่อะไร”เฉินไป๋หยวนถามขึ้นมาทันที
“พี่สิบสองอย่าได้กังวลไปไม่มีเื่ไหนให้ต้องพูด” ขยิบตาให้กับเสี่ยวหลิน เหมือนจะบอกว่าข้าไม่ลืมแต่วันนี้โอกาสไม่เหมาะ เสี่ยวหลินยิ้มแห้งๆ ก้มหน้ามองพื้นเมื่อองค์ชายสิบสี่ออกไป
“เ้าพูดมา”ใบหน้าแม้จะเรียบเฉยหากเสี่ยวหลินเห็นดวงตาเขายามนี้น่ากลัวไม่น้อย
“เสี่ยวหลินกำลังจะออกไป นอกวังหลวง”ทำทีเป็เดินสะเปะสะปะเข้ามาหาเสี่ยวหลิน
“ข้าถามได้ยินหรือไม่”อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าอารมณ์ขุ่นมัว เป็เพราะอะไรหรือเป็เพราะแอบเห็นเ้าสิบสี่ขยิบตาให้นางกันแน่ แกล้งเดินชนนู่นนี่เรียกคะแนนสงสาร
“จะพูดหรือไม่หากเ้าไม่พูดข้าไม่ให้ออกไป”เสี่ยวหลินถอนหายใจ ตรงเข้าไปพยุง เฉินไป๋หยวน แต่เขากลับใช้มือใหญ่โอบรอบเอวบางไว้แน่น โน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเสี่ยวหลินอย่างจงใจ
“ไท่จือท่าน ข้าพยุงไปเอง”เสี่ยวหลินไม่มีทางรู้ทันแม้แต่น้อยด้วยความสงสารปิดบังดวงตาไว้เสียจริงไท้ผิดสังเกตกับอาการของอีกคน
“โอ๊ะ ๆๆ โอ๊ย” เซถลาใช้มือไขว่คว้ากอดเสี่ยวหลินไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง เสี่ยวหลินหน้าแดง เขินอายเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเฉินไป๋หยวนใบหน้าแนบชิดกัน
“บอกมา เสียดีๆ ว่าเ้ากับเ้าสิบสี่มีความลับอะไรกัน”เสี่ยวหลินเบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่มองไม่เห็นดวงตาแต่เหมือนว่าภายใต้ผ้าแพรสีขาวนั้น ดวงตาคมกำลังจ้องมองอยู่
“ไท่จือปล่อยเสี่ยวหลินก่อน”
“ใครให้เ้าต่อรอง เห็นว่าข้าตาบอดพวกเ้าคิดจะพูดจะเล่นตลกอะไรกันก็ได้เช่นนั้นหรือ บอกมาเสียดีดีไม่อย่างนั้น…..อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”โน้มตัวลงช้าๆ เสี่ยวหลินหลับตาปี๋เมื่อเห็นว่าริมฝีปากสีแดงบนใบหน้าขาวเนียนดังใบหน้าของหญิงสาวกำลังจะประทับลงบนฝีปากของตัวเอง
“จะพูดหรือว่าจะให้ข้า...”ริมฝีปากอุ่นแตะลงที่ริมฝีปากบางเบาๆ
“ไท่จือเสี่ยหลินพูดแล้ว”อมยิ้มถอนริมฝีปากออก
“ว่ามา”
“คือๆๆ เสี่ยวหลิน ..เอ่อองค์ชาย สิบสี่ แค่จะพูดเื่ที่เสี่ยวหลินเขินอายเหมือนเช่นตอนนี้ ”
“หมายความว่าอย่างไร” ผลักร่างบางออกห่างด้วยความเข้าใจผิดว่าเื่ระหว่างเขากับเสี่ยวหลินไยต้องให้เ้าสิบสี่มาพูดด้วยหรือไรในเมื่อนางอยู่ข้างกายเขา
“เ้ารังเกียจข้าเช่นนั้นหรือ จึงให้เ้าสิบสี่มาพูดกับข้าเื่นี้”
“เสี่ยวหลิน ความจริงเพียงเพื่อ สำนึกผิดต่อการที่ทำให้ไท่จือ าเ็”หันหลังเดินหนี
“ข้าเข้าใจแล้วต่อไปข้าสัญญาจะไม่แตะต้องตัวเ้าอีกเป็อันขาด ข้ามันก็แค่องค์รัชทายาทที่ตาบอด ไหนเลยจะสู้องค์ชายสิบสี่ ผู้ที่อนาคตไกล ผู้นั้นได้อีกทั้งไม่ต้องคอยปรนนิบัติดูแลเหมือนข้าด้วย เขาเองก็พึงใจเ้าไม่น้อย ถึงกับเอ่ยปากกับข้าเื่ของเ้า ข้าคงไม่อาจไปเทียบกับเขา”ความขุ่นมัวยิ่งเพิ่มทวี เขาโมโหเพราะเห็นว่าสองคนสนิทสนมกันอีกทั้งยังพูดแทนกันได้เช่นนั้นหรือ
เสี่ยวหลินถอนหายใจ
“ไท่จือกำลังอารมณ์ไม่ดีเสี่ยวหลิน ออกไปก่อนดีกว่า”ก้าวขาออกไปแต่ช้ากว่าอีกคนรวบเอวบางให้มาเผชิญหน้าก่อนจะกดริมฝีปากลงบนปากบางอย่างเร่งเร้ารุนแรง เสี่ยวหลินผลักร่างของอีกคนออกห่าง
“ไหนไท่จือบอกว่าจะไม่แตะต้องตัวเสี่ยวหลินอีก”พูดด้วยความโมโหและน้อยใจ จูบหนักหน่วงไร้ความอ่อนโยนทำให้เจ็บแปลบที่ริมฝีปาก เหมือนกับจะลงโทษกันหรือไร ผลักร่างใหญ่ให้ล้มลงกับพื้นก่อนจะสะบัดตัวออกไปทันทีไม่หันมามองว่าอีกคนจะล้มลงไปกองกับพื้นด้วยไม่ทันระวังตัว