ตอนที่แปด ความลับที่ถูกซ่อนในคริสตัลสีฟ้า
หลังจากอ่านจดหมายของเมโลดี้จบ เอเดนก็รู้สึกถึงความสงบที่แปลกประหลาดเข้าปกคลุมจิตใจ ความโกรธที่เคยเดือดพล่านเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจที่เปราะบาง เขามองไปยังคริสตัลเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน แสงสีฟ้าอ่อนๆ ยังคงเรืองรองอยู่ภายใน ราวกับกำลังรอคอยให้เขาค้นพบความจริงที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
เขาใช้เวลาตลอดทั้งคืนนั่งอยู่ตรงนั้น จ้องมองคริสตัลเสียง สลับกับอ่านจดหมายของเมโลดี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขานึกย้อนถึงทุกคำพูดของเมโลดี้ในระหว่างการบำบัด ทุกคำแนะนำที่ช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ทรมานที่เขากดทับไว้ และ ทุกแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจที่เธอส่งมาให้เขา
เอเดนรู้ว่าเมโลดี้ไม่ได้โกหกเขาด้วยเจตนาร้าย เธอทำไปเพราะความปรารถนาดี เพราะเธอ้าให้เขาดีขึ้นจริงๆ และความจริงที่ว่าเธอคือ “น้องสาวของลูน่า” ยิ่งทำให้ทุกอย่างซับซ้อนและเ็ปมากขึ้นสำหรับเธอด้วยเช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น เอเดนตัดสินใจแล้ว เขาจะต้องไปพบเมโลดี้ เขาจะต้องพูดคุยกับเธอ และเขาจะต้องเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเขาลุกขึ้นยืน เดินไปที่โต๊ะทำงาน แล้วหยิบคริสตัลเสียงขึ้นมาถือไว้ในมือ มันเย็นเฉียบเมื่อััปลายนิ้ว แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ เมื่อเขาถือมันไว้ในฝ่ามือ เอเดนรู้สึกว่าคริสตัลเสียงนี้คือสิ่งที่จะเชื่อมโยงเขากับความจริงทั้งหมด และมันคือสิ่งที่เขาควรนำไปให้เมโลดี้ดูด้วย
เขาเก็บคริสตัลเสียงไว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง แล้วเดินออกจากร้านไป เขาไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว แต่กลับรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ว่ามันจะเ็ปแค่ไหนก็ตาม
เมื่อเอเดนมาถึงคลินิกของเมโลดี้ เขาพบว่าประตูคลินิกเปิดอยู่ และมีรถยนต์ของเมโลดี้จอดอยู่หน้าคลินิก เขาเดินเข้าไปในห้องรอรับแขกอย่างเงียบๆ เมโลดี้กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารบางอย่างอยู่
เมโลดี้เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเอเดน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความใและดีใจ เธอรีบลุกขึ้นยืนทันที
“คุณเอเดน!” เมโลดี้อุทานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ
“คุณมาแล้ว”
เอเดนพยักหน้าช้าๆ เขามองเมโลดี้ด้วยสายตาที่ยังคงมีความเ็ปอยู่ แต่ก็มีความเข้าใจปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้น
“ผม... ผมมาคุยกับคุณครับ” เอเดนพูดเสียงแ่
“ผมอ่านจดหมายของคุณแล้ว”
เมโลดี้ยิ้มเศร้าๆ “ฉันขอโทษนะคะคุณเอเดน ฉันรู้ว่ามันอาจจะทำให้คุณรู้สึกเ็ปมาก”
“ทำไมคุณถึงไม่บอกผมั้แ่แรก” เอเดนถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธ แต่เป็ความเ็ปและความสับสน
“ทำไมคุณถึงเก็บความลับเื่พี่สาวของคุณไว้”
เมโลดี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม แล้วเชิญให้เอเดนนั่งลงตรงข้ามกับเธอ
“ฉันรู้ค่ะว่ามันเป็เื่ที่ยากจะยอมรับ” เมโลดี้เริ่มพูด เสียงของเธอนุ่มนวล และอ่อนโยน
“แต่ในตอนนั้น คุณยังอยู่ในภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง การเปิดเผยความจริงในตอนนั้นอาจทำให้คุณยิ่งแย่ลงไปอีก ฉันกลัวว่าคุณจะรับมันไม่ได้”
เธอเล่าถึงความรู้สึกของเธอในวันที่เธอรู้ว่าเอเดนคืออดีตคนรักของลูน่า เธอเล่าถึงความรู้สึกที่ต้องต่อสู้ระหว่างบทบาทของจิตแพทย์กับบทบาทของน้องสาวที่ต้องแบกรับความสูญเสียเช่นกัน
“ฉันอยากจะบอกคุณเหลือเกินค่ะคุณเอเดน อยากจะบอกว่าฉันเข้าใจความเ็ปของคุณมากแค่ไหน เพราะฉันเองก็สูญเสียลูน่าไปเช่นกัน” เมโลดี้กล่าว น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมาในดวงตา
“แต่ฉันก็ต้องอดทน ฉันต้องคิดถึงผลประโยชน์สูงสุดของคุณในฐานะผู้ป่วย”
เอเดนฟังเมโลดี้อย่างตั้งใจ เขามองเห็นความเ็ปในดวงตาของเธอ เห็นความจริงใจในคำพูดของเธอ และเห็นความรักที่เธอมีต่อพี่สาวของเธอ
"ผมเข้าใจครับ" เอเดนพูดเสียงแ่
“ผมก็คงทำแบบเดียวกัน ถ้าผมอยู่ในสถานการณ์ของคุณ”
ความเข้าใจเริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง กำแพงที่เคยถูกสร้างขึ้นจากความลับและความเข้าใจผิดเริ่มพังทลายลง
“มีอีกเื่หนึ่งครับ”
เอเดนพูดขึ้นมา เขาหยิบคริสตัลเสียงออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะตรงหน้าเมโลดี้ แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกมาจากภายในคริสตัลอย่างสวยงาม
เมโลดี้เบิกตากว้างด้วยความใ เธอจ้องมองคริสตัลเสียงด้วยความรู้สึกที่ไม่เชื่อสายตา
“นี่มัน...” เมโลดี้พึมพำ “คริสตัลเสียง...”
“คุณรู้จักมันเหรอครับ” เอเดนถาม
เมโลดี้พยักหน้าช้าๆ “ฉันเคยได้ยินลูน่าพูดถึงมันค่ะ เธอเคยบอกว่าเธอมีคริสตัลเสียงที่เธอใช้บันทึกความรู้สึกพิเศษของเธอไว้ แต่ฉันไม่เคยเห็นมันจริงๆ เลย”
เอเดนเล่าเื่ราวการค้นพบคริสตัลเสียงในกีตาร์โปร่งเก่าๆ การที่เขาได้ยินบทเพลงสุดท้ายของหัวใจของลูน่า และภาพความทรงจำที่คริสตัลฉายออกมาให้เขาเห็น รวมถึงภาพสุดท้ายที่น่าะเืใจในห้องนอนของลูน่า
เมโลดี้ฟังเอเดนด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความใ ความเศร้า และความอัศจรรย์ เธอไม่เคยคิดเลยว่าคริสตัลเสียงที่พี่สาวของเธอเคยพูดถึงจะมีอยู่จริง และมันจะมาอยู่ในมือของเอเดน
“ผมไม่เข้าใจครับ” เอเดนพูด
“ทำไมลูน่าถึงทิ้งคริสตัลนี้ให้กับผม ทำไมมันถึงฉายภาพความทรงจำของลูน่า? และทำไมมันถึงจบลงด้วยภาพนั้น “
เมโลดี้หยิบคริสตัลเสียงขึ้นมาถือไว้ในมือ เธอหลับตาลง พยายามััถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากมัน เธอรู้สึกได้ถึงความรัก ความสุข และความเ็ปที่ซ่อนอยู่ภายใน
“ลูน่า... เธอเป็คนที่มีจิตใจที่ละเอียดอ่อนมากค่ะ” เมโลดี้กล่าว
“เธอชอบบันทึกความรู้สึกของเธอไว้ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เพลง บทกวี หรือแม้แต่การวาดภาพ”
ทันใดนั้นเอง แสงจากคริสตัลเสียงก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง สว่างกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเป็ แสงสีฟ้าอ่อนๆ เปล่งประกายออกมาจากภายในคริสตัลอย่างรุนแรงจนทั้งเอเดนและเมโลดี้ต้องหรี่ตาลง
แล้วภาพ... ภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา ราวกับคริสตัลกำลังฉายภาพโฮโลแกรมกลางอากาศ คราวนี้มันไม่ใช่ภาพของสวนดอกไม้ แต่เป็ภาพของ ห้องนอนเล็กๆ ที่ดูอบอุ่น มีเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าห่มลายดอกไม้ มีโต๊ะเขียนหนังสือที่เต็มไปด้วยสมุดบันทึกและปากกาสีต่างๆ และมีกีตาร์โปร่งตัวเดิมที่เอเดนกำลังซ่อมอยู่ วางพิงอยู่ข้างเตียง
ภาพนั้นเคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับกำลังพาพวกเขาเข้าไปในความทรงจำของลูน่า
พวกเขาเห็น ลูน่า กำลังนั่งอยู่บนเตียง เธอสวมชุดนอนลายดอกไม้ ผมสีแดงอมส้มหยักศกของเธอปล่อยยาวสยายลงมาถึงกลางหลัง ใบหน้าของเธอดูซีดเซียวเล็กน้อย แต่ดวงตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยประกายแห่งความมีชีวิตชีวา
ลูน่าหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมา เธอเริ่มดีดสายกีตาร์เบาๆ ท่วงทำนองที่ไพเราะและคุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง มันคือ "บทเพลงสุดท้ายของหัวใจ" ที่เอเดนเคยได้ยิน
ลูน่าเริ่มฮัมเพลงตามท่วงทำนอง เสียงของเธออ่อนหวานและสดใส แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเศร้าเล็กๆ ซ่อนอยู่
แล้วเสียงของลูน่าก็ดังขึ้น ชัดเจนราวกับเธอกำลังพูดอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“เอเดน... ถ้าคุณได้ยินเสียงนี้... ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน”
เอเดนเบิกตากว้างด้วยความใ เมโลดี้เองก็เช่นกัน
“ฉันรู้ว่าฉันจะจากโลกนี้ไปั้แ่อการของฉันเริ่มทรุดลง... และฉันก็รู้ว่าบางครั้งฉันก็ทำให้คุณเป็ห่วง” เสียงของลูน่าสั่นเครือเล็กน้อย
“แต่ทุกวินาทีที่เราอยู่ด้วยกัน... คือความสุขที่สุดในชีวิตของฉัน... ความรักของฉันที่มีต่อคุณไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย”
น้ำตาของเอเดนไหลอาบแก้ม เมโลดี้เองก็เช่นกัน
“ฉันรู้ว่าฉันอาจจะอยู่กับคุณได้ไม่นาน” เสียงของลูน่าเริ่มแ่ลง
“ฉันรู้สึกได้ว่าร่างกายของฉันกำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ ... ฉันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็อย่างไร...
แต่ฉันอยากให้คุณรู้ว่าทุกวินาทีที่ฉันอยู่กับคุณ...
มันคือความสุขที่สุดในชีวิตของฉัน”
“บทเพลงนี้... คือบทเพลงสุดท้ายที่ฉันแต่งขึ้นมา” ลูน่ากล่าว
“ฉันแต่งมันขึ้นมาเพื่อคุณเอเดน... เพื่อบอกคุณว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน... และเพื่อบอกคุณว่าไม่ต้องโทษตัวเองนะ... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น... มันไม่ใช่ความผิดของคุณเลย... คุณดูแลฉันดีที่สุดแล้ว”
“ฉันหวังว่าสักวันหนึ่ง... คุณจะได้ยินบทเพลงนี้... และคุณจะเข้าใจว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน... และฉันอยากให้คุณมีความสุข... อยากให้คุณก้าวเดินต่อไปในชีวิต...
และ…
เปิดใจรับความรักอีกครั้ง... ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม”
เสียงของลูน่าเริ่มแ่ลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะเงียบไปในที่สุด
แล้วภาพก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เป็ภาพของลูน่ากำลังวางคริสตัลเสียงลงในช่องลับเล็กๆ ภายในกีตาร์โปร่งตัวนั้น เธอใช้มือลูบไล้กีตาร์อย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังบอกลามันเป็ครั้งสุดท้าย
ภาพสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นคือภาพของลูน่ากำลังเดินออกจากห้องนอนของเธอ ใบหน้าของเธอยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าและความยอมรับในโชคชะตา
แล้วภาพก็จางหายไปในความมืดมิด เหลือเพียงคริสตัลเสียงที่เรืองรองอยู่บนโต๊ะทำงาน
เอเดนและเมโลดี้นั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่หยุดยั้ง
ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในคริสตัลเสียงได้ถูกเปิดเผยแล้ว มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่เป็ข้อความสุดท้ายจากลูน่า ข้อความที่เต็มไปด้วยความรัก การให้อภัย และความปรารถนาที่จะให้เอเดนได้ก้าวเดินต่อไป
เอเดนรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกกำลังสลายไป ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจของเขามานานหลายปีเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรักและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมโลดี้มองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ เธอรู้ว่าข้อความนี้มีความหมายต่อเอเดนมากแค่ไหน และมันคือสิ่งที่เอเดน้ามากที่สุดในตอนนี้
ทั้งสองคนต่างเงียบงัน ปล่อยให้ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจ
แต่ในความเงียบนั้น ความเชื่อมโยงบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิมก็เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ความเชื่อมโยงที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยความรัก ความเ็ป และบทเพลงสุดท้ายของหัวใจของลูน่า
Alice คนชอบทะเล