ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 129 ทางเลือก ช่วงเวลาที่ตึงเครียด

            หานฉงอันจ้องมองหานอวี้ฉีด้วยความโกรธเกรี้ยวจากนั้นจึงจะพูดกับอี้ไท่เฟยต่อไปว่า “คุณชายใหญ่เป็นผู้ไม่มีวิชาความรู้ทำตัวเละเทะ คุณชายคนอื่นๆ ก็โง่เขลา และยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ก็ยังละทิ้งตระกูลหาน คุณชายเจ็ดนั้นมีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาด ทว่าเขาก็ยังอายุน้อยจึงไม่มีทายาทคนไหนของตระกูลหานที่สามารถสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ดังนั้นข้าเลยตัดสินใจมอบกุญแจห้องเก็บของตระกูลให้กับฉินหวังเฟยผู้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวที่อภิเษกออกไปแล้วของตระกูลหานเก็บรักษาไว้ชั่วคราว”

            “ท่านพ่อยังมีข้าอยู่นะ! ข้าไม่ต้องการแต่งงานข้าต้องการเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์ของตระกูลหาน!”หานรั่วเสวี่ยที่กังวลมากจนแทบจะร้องไห้ออกมา พรสวรรค์ของนางดีที่สุด ทำไมท่านพ่อถึงไม่พิจารณานางบ้างล่ะ

            เมื่อหานอวี้ฉีได้ยินบิดาดุด่าตัวเองเขาที่กำลังจะโกรธอีกครั้ง ฮูหยินสวี่ก็หยิกและหยุดเขาไว้พร้อมกับพูดอย่างรวดเร็วว่า “นายท่าน ท่านพูดถึงอวี้ฉีเช่นนั้นได้อย่างไร? เขาเป็นบุตรชายคนโตของท่านนะ! เขาอายุยังน้อย เลยยังห่วงเล่นแต่อีกไม่กี่ปีก็โตแล้วไม่ใช่หรือ? นอกจากนี้ถ้าท่านไม่เลือกผู้นำตระกูลในตอนนี้ก็ต้องฝากกุญแจห้องเก็บของไว้ในความดูแลของข้า! ข้าเป็นภรรยาของท่านนะ!”

            ใครจะรู้ว่าจู่ๆ หานฉงอันจะทำตามสิ่งที่พวกนางพูดอย่างชาญฉลาด แน่นอนว่าเขายังคงมองไปที่อี้ไท่เฟยและพูดว่า“อี้ไท่เฟย ท่านได้เห็นสถานการณ์ของตระกูลหานแล้ว ด้วยเพราะเหตุนี้กระหม่อมจึงใช้แผนการอันโง่งม เพื่อต้องการทดสอบเด็กเหล่านี้อีกสักสองสามปีและการมอบกุญแจห้องเก็บของให้ฉินหวังเฟย ก็ถือว่ายุติธรรมที่สุดแล้ว”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้หานอวิ๋นซีก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง สมกับที่หานฉงอันเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่าจริงๆฉลาดจริงๆ เขาไม่ได้พูดอะไรร้ายแรง แต่มันทำให้ผู้คนไม่มีอะไรจะโต้แย้ง

            แต่ใครจะคิดว่าอี้ไท่เฟยที่เงียบมาตลอดกลับยิ้มอย่างเย้ยหยัน

            “หานฉงอันเจ้าลองคิดดูให้ดี เจ้าแน่ใจหรือว่ากำลังพูดความจริง? หากฉินหวังเฟยบังคับเจ้า เจ้าก็แค่พูดออกมา ในเมื่อวันนี้ข้ามาที่นี่แล้วข้าจะตัดสินแทนเจ้าอย่างแน่นอน และการพัฒนาในอนาคตของตระกูลหาน ข้าก็จะดูแลเอง!”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหัวใจของหานอวิ๋นซีก็เต้นไม่เป็นจังหวะ คำพูดของอี้ไท่เฟยตรงไปตรงมาเหลือเกินไป

            อี้ไท่เฟยเหลือบมองนางอย่างมีความหมายจากนั้นก็มองทุกคนในตระกูลหานด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดต่อว่า “แน่นอนถ้าฉินหวังเฟยไม่ได้บังคับเจ้า ทั้งหมดนี้ก็เป็นความเต็มใจของเจ้าและข้าก็จะไม่เข้าไปยุ่งอีก อย่างไรก็ตาม ข้าอยากจะเตือนเจ้าสักหน่อยตระกูลหานของเจ้าล้วนแต่ร้องทุกข์ ใส่ร้ายฉินหวังเฟยว่าโลภทรัพย์สินของตระกูลหานแทรกแซงกิจการครอบครัวจนวุ่นวายไปทั่วทั้งเมือง แม้ว่าฉินหวังเฟยจะไม่เอาเรื่อง แต่ข้าไม่มีทางยกโทษให้เด็ดขาด!”

            เมื่ออี้ไท่เฟยพูดเช่นนี้ทั้งห้องโถงก็เงียบเสียจนได้ยินเสียงเข็มหล่น

            นางดูเหมือนจะพอใจกับความเงียบอย่างมากดื่มชาอย่างใจเย็นและพูดต่อว่า “แน่นอนถ้าข้ารู้ว่าวันนี้เจ้าโกหกแม้แต่ครึ่งเดียว ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเช่นกัน...!”

            ทันทีที่สิ้นเสียงถ้วยชาก็วางลง พร้อมกับเสียง “แกร๊ง” ที่ดังขึ้น ซึ่งปลุกทุกคนที่อยู่ ณที่นั้นให้ตื่น

            ในคำพูดของอี้ไท่เฟยมีความปรารถนาดีอยู่แต่ก็หมายถึงคำเตือนด้วยเช่นกัน

            อย่าว่าแต่คนในตระกูลหานเลยแม้แต่หานอวิ๋นซีก็ยังหวาดกลัว!

            ถ้าเป็นความปรารถนาดีหากหานฉงอันยอมรับว่าเขาถูกบังคับให้มอบกุญแจห้องเก็บของให้กับหานอวิ๋นซีอี้ไท่เฟยก็จะดูแลอนาคตของตระกูลหานและช่วยฟื้นฟูตระกูลหาน

            ส่วนความหมายของคำเตือนนี้ก็ชัดเจนอย่างมากหากหานฉงอันยอมรับว่าเขาไม่ได้ถูกบังคับ ฮูหยินสวี่ที่เอะอะโวยวายที่ประตูจวนฉินอ๋องและใส่ร้ายฉินหวังเฟยก็ต้องถึงจุดจบเช่นกัน!

            คนที่อยู่ในตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนฉลาดเข้าใจได้ว่าอี้ไท่เฟยหมายถึงอะไร โดยเฉพาะหานฉงอันเขารู้ตั้งแต่อี้ไท่เฟยมาที่นี่ในวันนี้ ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ก็ต้องการจะจับจุดอ่อนของหานอวิ๋นซีให้ได้

            อี้ไท่เฟยต้องการให้เขายอมรับว่าเขาถูกบังคับและใส่ร้ายหานอวิ๋นซี!

            เขาควรเลือกอย่างไรดี?

            ใช่หานฉงอันจะเลือกอย่างไร?

            ทุกคนต่างมองไปที่หานฉงอันฮูหยินสวี่ที่ตกใจมากจนใบหน้าซีดเซียว คนที่ส่งเสียงดังที่ประตูจวนฉินอ๋องและทำให้วุ่นวายไปทั่วเมืองก็คือนางเอง!

            หากนายท่านเลือกหานอวิ๋นซีเช่นนั้นนางก็คงจบ จบสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบ!

            เมื่อคิดเช่นนี้มือของฮูหยินสวี่ก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมาและนางเป็นคนแรกที่พูดว่า “นายท่านท่านต้องคิดให้ชัดเจนก่อนที่จะตอบ!”

            และตอนนี้เวลานี้หานอวิ๋นซีมองไปที่หานฉงอันด้วยสายตาที่จริงจัง

            ต้องบอกว่านางเองก็ไม่แน่ใจจริงๆ

            ข้อตกลงที่นางทำกับหานฉงอันเป็นข้อตกลงทางวาจาโดยไม่มีหลักฐานใดๆหากหานฉงอันใส่ร้ายนาง ไม่ว่านางจะแก้ต่างอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น

            ความจริงแล้วสิ่งที่หานฉงอันเผชิญอยู่ในเวลานี้ไม่ใช่การเลือกนางหรือฮูหยินสวี่เขากำลังเผชิญหน้าว่าจะเลือกนางหรืออี้ไท่เฟย!

            อี้ไท่เฟยพูดอย่างตรงไปตรงมาว่านางจะใส่ใจกับการพัฒนาของตระกูลในภายภาคหน้าทุกสิ่งที่หานฉงอันทำก็เพื่ออนาคตของตระกูลหานไม่ใช่หรือ?

            เป็นการดีกว่าที่จะฝากอนาคตของตระกูลหานไว้ในมือของอี้ไท่เฟยที่ทรงพลังมากกว่าอยู่ในมือของฉินหวังเฟยที่ไร้พลังอย่างนาง!

            ในเวลานี้หานฉงอันสามารถเอาใจอี้ไท่เฟยและหักหลังนางได้!

            จะทำอย่างไรดี?

            “หานฉงอันสรุปแล้วเจ้าถูกบังคับหรือเต็มใจ? นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะถามเจ้า”อี้ไท่เฟยเตือนหานฉงอันจากด้านบน ให้โอกาสหานฉงอันครั้งสุดท้าย

            “นายท่าน!ท่านต้องคิดให้ชัดเจน!” ฮูหยินสวี่ที่เกือบจะร้องไห้ออกมาพระเจ้ารู้ดีว่านางกลัวแค่ไหน

            หานอวี้ฉีผู้ซึ่งหยิ่งยโสโอหังและไม่สนฟ้าดินใดๆ ก็ประหม่าเช่นกันหากมารดาของเขากระทำความผิด เขาเองก็คงจบเห่เช่นกัน เขารีบพุ่งไปตรงหน้าหานฉงอันคุกเข่าลงต่อหน้าเขาและพูดเสียงดังว่า “ท่านพ่อท่านรีบตอบอี้ไท่เฟยสิว่าท่านถูกบังคับ! ท่านถูกนางบังคับ!”

            หากบอกว่าความกังวลใจของสองแม่ลูกสวี่คือความร้อนตัวและความกลัวเช่นนั้นเวลานี้ความกังวลใจของหานรั่วเสวี่ยเองนี้ก็เป็นความคาดหวัง

            นางรู้มาจากมู่หลิวเยวี่ยว่าหานอวิ๋นซีและมู่หลิวเยวี่ยเดิมพันกันในการตามหาผู้ร้ายตัวจริงที่วางยาพิษและหลังจากนี้สามวัน หากแพ้ละก็ จะต้องถอดเสื้อผ้าออกแล้ววิ่งไปตามถนน

            หากการสอบสวนของหานอวิ๋นซีสามารถล่าช้าไปได้สามวันเพราะปัญหาของตระกูลหานหานอวิ๋นซีก็จะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

            ยิ่งไปกว่านั้นด้วยวิธีนี้ “ความเป็นสหายร่วมรบ”ของนางกับมู่หลิวเยวี่ยก็จะใกล้ชิดกันมากขึ้นอีกขั้นหากมีมู่หลิวเยวี่ยคอยสนับสนุนนางอยู่ และหาโอกาสไปพบองค์หญิงฉางผิงได้นางก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับอำนาจที่อยู่เบื้องหลังฮูหยินสวี่

            ดังนั้นนางจึงแนะนำมู่หลิวเยวี่ยและมู่หรงหว่านหรูให้กับฮูหยินสวี่เพื่อสร้างฉากวุ่นวายนี้ขึ้นมาแน่นอนว่าแม่ของนางไม่รู้การกระทำลับหลังเหล่านี้

            นางที่ไม่ปรึกษาความเห็นของท่านแม่ก็รีบคุกเข่ากับหานอวี้ฉีและเต็มไปด้วยความประหม่า “ท่านพ่ออนาคตของตระกูลหานอยู่ในกำมือของท่าน!”

            อี้ไท่เฟยนั่งมองความกังวลใจของตระกูลหานอย่างสบายๆไม่ได้เร่งเร้าอีกต่อไป ดูเหมือนนางจะมั่นใจในตัวเลือกของหานฉงอันอย่างมาก

            ทางด้านข้างมู่หรงหว่านหรูเองก็ไม่ได้กังวลในหานฉงอันเลยและมองไปที่ฮูหยินสวี่พร้อมกับขมวดคิ้วและสายตาเยาะเย้ยดูถูกฮูหยินสวี่แต่งงานกับหานฉงอันมาหลายปีแล้ว นางยังไม่รู้จักสามีของนางอีกหรือ?

            อี้ไท่เฟยยื่นโอกาสให้ขนาดนี้หานฉงอันจะยังเลือกหานอวิ๋นซีอีกหรือ เห็นได้ชัดว่าเขาจะเลือกอะไรเหตุใดถึงได้ประหม่าอีกล่ะ?

            หานฉงอันมองไปที่เด็กสองคนตรงหน้าพวกเขากำลังหลบตาอย่างขุ่นมัว ไม่สามารถเห็นแววตาของเขาได้อย่างชัดเจนแต่หานฉงอันก็ไม่ได้พูดเป็นเวลานาน

            ฉากนี้ทำให้หานอวิ๋นซีที่ไม่สบายใจอยู่แล้วยิ่งไม่สบายใจเข้าไปใหญ่อย่าพูดถึงหานฉงอันเลย หากเป็นนาง นางก็คงเลือกอี้ไท่เฟยอย่างแน่นอน

            นางกำลังมีปัญหาใหญ่

            นางแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆและในขณะเดียวกัน หานฉงอันก็เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นสิ่งนี้หัวใจของทุกคนก็เต้นเร็วขึ้น หานฉงอันจะตอบแล้วใช่หรือไม่?

            ประหม่าเหลือเกิน!

            แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะรู้อยู่แก่ใจแต่นางก็ยังไม่อยากยอมแพ้จนกว่าผลจะออกมา นางมองไปที่หานฉงอันอย่างสงสัยแต่ใครจะรู้ ว่าหานฉงอันจะหลบสายตานางและมองตรงไปที่อี้ไท่เฟย

            นี่มัน…

            หานฉงอันสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร!

            หานอวิ๋นซีอ้าปากค้างเป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาตั้งใจใส่ร้ายนางจริงๆ?

            ตึกตัก!ตึกตัก!

            การเต้นของหัวใจของหานอวิ๋นซีเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

            “ทูลไท่เฟย...”หานฉงอันพูดอย่างใจเย็น

            ครั้งนี้แม้แต่อี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูเองก็จริงจังและนั่งตัวตรงโดยไม่รู้ตัวนางคาดหวัง หวังว่าหานอวิ๋นซีจะเป็นคนผิด!

            โดยไม่คาดคิดในตอนที่หานฉงอันกำลังจะเอ่ยถึงทางเลือกของเขาทันใดนั้นเสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็กระโดดออกมาจากด้านหน้าของมารดาเขา และล้มลงข้างๆหานฉงอันอย่างแรง

            “อี้เอ๋อร์!”

            หานฉงอันที่กระวนกระวายและรีบหันไปช่วยแต่เมื่อเขาอุ้มเสี่ยวอี้เอ๋อร์ขึ้นมา เสี่ยวอี้เอ๋อร์ก็ร้องไห้ “ท่านพ่อพี่หญิงอวิ๋นซีเป็นคนดี พี่หญิงอวิ๋นซีไม่มีทางบังคับท่านใช่หรือไม่?”

            อย่างไรก็ตามเสี่ยวอี้เอ๋อร์ยังเด็กเกินไป เขาไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่อี้ไท่เฟยพูดในตอนนี้เขารู้แค่ว่าพี่หญิงอวิ๋นซีไม่มีทางโกหกอย่างแน่นอน เขาที่กำลังจะพูดใครจะรู้ว่าท่านแม่ที่อ่อนแออยู่เสมอกลับดึงเขาออกมา

            ด้วยการสนับสนุนจากแม่ของเขาเขาก็ยิ่งมีความกล้ามากขึ้นและต้องการที่พูดสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกมา

            “ท่านพ่อท่านอย่าใส่ร้ายพี่หญิงอวิ๋นซีเลยได้หรือไม่?”

            “พี่ใหญ่รังแกข้าแล้วก็เป็นพี่หญิงอวิ๋นซีที่เป็นคนช่วยข้าไว้พี่หญิงอวิ๋นซียังส่งคนมาปกป้องท่านแม่กับข้าด้วยนะ”

            “ท่านพ่อท่านอย่า...”

            คำพูดของเสี่ยวอี้เอ๋อร์ทำให้อี้ไท่เฟยขุ่นเคืองจู่ๆ นางก็พูดอย่างโกรธเคืองว่า “ทหาร ลากเด็กผู้นี้ออกไป ในห้องโถงเช่นนี้จะปล่อยให้เด็กร้องไห้อยู่ได้อย่างไร? มันเหมาะสมหรือไร?”

            ตอนนี้อี๋เหนียงเจ็ดรีบเข้าไปอุ้มเสี่ยวอี้เอ๋อร์ออกมาและขอร้องด้วยความกลัว “ไท่เฟยโปรดใจเย็นก่อนนะเพคะ เด็กน้อยไม่รู้เรื่องราวหม่อมฉันจะปิดปากเขาไม่ให้เขาส่งเสียงออกมาเองเพคะหม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาอีก!”

            อี๋เหนียงเจ็ดที่พูดและกอดเสี่ยวอี้เอ๋อร์ไว้มือหนึ่งก็ปิดปากของเขาไว้แน่น ท่าทางหวาดกลัวและน่าอายของนางเช่นนั้นช่างน่าสมเพชและน่าขำสิ้นดี

            สำหรับสตรีที่อ่อนแอแบบนี้อี้ไท่เฟยรู้สึกดูถูกเหยียดหยามถึงก้นบึ้งของหัวใจ นางมองไปอย่างเย็นชาโบกมือให้คนรับใช้ และเมินเฉย

            หานอวิ๋นซีมองไปเดิมทีคิดว่าเสี่ยวอี้เอ๋อร์อาจสามารถช่วยนางได้อย่างไรก็ตามหานฉงอันก็รักอี้เอ๋อร์มากที่สุดและมองเขาในแง่ดีมากที่สุด

            แต่ตอนนี้เมื่อมองดูท่าทางที่น่าสงสารของอี๋เหนียงเจ็ดแล้ว นางคงสิ้นหวังจริงๆ!

            แต่!

            ไม่มีใครคาดคิดว่าหลังจากเสี่ยวอี้เอ๋อร์ปิดปากอี๋เหนียงเจ็ดก็พูดขึ้นมาว่า “นายท่านอี้เอ๋อร์และข้าเชื่อว่าท่านไม่ได้ถูกบังคับ”

            เสียงพูดอู้อี้และเบาเป็นอย่างมากแฝงไปด้วยความหวาดกลัวและความอ่อนแอ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันเผยให้เห็นถึงพลังที่หนักแน่นผิดปกติ ซึ่งน่าเหลือเชื่ออย่างมากให้ความรู้สึกว่ามันเป็นอย่างที่อี๋เหนียงเจ็ดพูด แต่ก็ดูเหมือนไม่ใช่เช่นกัน

            หานอวิ๋นซีมองด้วยความประหลาดใจจากที่นางรู้จักอี๋เหนียงเจ็ดนางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอี๋เหนียงเจ็ดจะพูดสิ่งนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ออกมา!

            และฝูงชนเองก็ดูตกใจเช่นกันพูดได้ว่าคำพูดของอี๋เหนียงเจ็ด ทำให้ทุกคนไม่สบายใจโดยไม่มีเหตุผล

            แม้แต่อี้ไท่เฟยก็ยังรู้สึกไม่สบายใจและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พอได้แล้ว! หานฉงอัน ตอบคำถามของข้ามาเดี๋ยวนี้!”

            “พ่ะย่ะค่ะ!”

            หานฉงอันละสายตาจากอี๋เหนียงเจ็ดสองแม่ลูกและมองไปทางฝั่งอี้ไท่เฟยอีกครั้ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และไม่ลังเลอีกต่อไป“ทูลไท่เฟย กระหม่อม...”

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498