ม่านน้ำที่โรยตัวลงมาจากฟากฟ้าั้แ่่บ่ายจนกระทั่งหกโมงเย็นก็ยังไม่มีท่าทีจะหยุดทำให้บรรยากาศทั่วทุกสารทิศขมุกขมัว และเงียบเชียบเพราะชาวบ้านหรือนักท่องเที่ยวเลือกที่จะอยู่ในห้องพักมากกว่าออกมาเตร็ดเตร่อย่างที่ควรจะเป็เมืองที่เดิมทีก็ค่อนข้างสงบ และเรียบง่ายอยู่ก่อนแล้วจึงเหมือนจะยิ่งจมหายไปกับกาลเวลา
แต่สิ่งนี้คือมนต์เสน่ห์ที่ใครๆ หลายคนอยากัั ความเรียบง่ายที่มาพร้อมกับอารยธรรมอันเก่าแก่ของเชียงคานที่ชาวบ้านร่วมใจอนุรักษ์
ดินแดนขับรถผ่านน้ำฝนที่เจิ่งนองบนถนนเพื่อกลับมายังรีสอร์ต‘ดินแดนนับดาว’ พื้นที่เล็กๆที่แม่ทุ่มเทสร้างอยู่ติดริมแม่น้ำโขงในตัวเมืองเชียงคาน เขตของถนนคนเดิน
ลลนาคือแม่ของเขาเป็หญิงแกร่งที่สร้างโลกของตัวเองได้อย่างน่าอยู่ในความคิดของคนเป็ลูก
หลังจากที่แม่แยกทางกับพ่อซึ่งเป็คนเชื้อชาติลาวแม่ก็พาเขากับนับดาวซึ่งเป็น้องสาวย้ายถิ่นฐานกลับไทยแม้ว่าพ่อกับแม่จะยุติการเป็สามีภรรยาแต่ท่านทั้งสองยังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี นับดาวจึงเป็เด็กอารมณ์ดีและเขาก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร
ความสุขในพื้นที่นี้จึงเกิดขึ้นได้ทุกวัน
แม่ของเขาที่ครองตัวโสดเป็แม่หม้ายที่วันๆ มีแต่ลูกและงานที่ยุ่งได้ทั้งวัน เพราะทำทั้งรีสอร์ตร้านอาหาร และร้านกาแฟ อีกทั้งขยายกิจการรีสอร์ตแห่งใหม่นอกตัวเมืองโดยให้เขาออกจากงานวิศวกรโยธาที่กรุงเทพฯ เพื่อมาคุมงานก่อสร้างของตัวเองงานของแม่ทำให้สมาชิกทุกคนจึงอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา
รถกระบะโฟร์วีลสี่ประตูเขรอะกรังด้วยขี้โคลนจนมองแทบไม่เห็น
สีขาวเลี้ยวจากถนนหลักเข้ามาขับอยู่บนถนนคนเดินที่เรียบโล่งเพราะแม่ค้าพากันหลบฝน ส่วนนักท่องเที่ยวก็ไม่คิดจะออกมาจับจ่ายใช้สอย
ทั้งที่ปกติในเวลานี้จะมีผู้คนมากมายแต่เพราะวันนี้ไม่ปกติผู้คนจึงหายไป
ใบหน้าของหญิงสาวที่ยืนกอดอกเหม่อมองสายน้ำอย่างนึกเป็ห่วงคนที่ยังมาไม่ถึงบ้านเริ่มมีรอยยิ้มเมื่อเห็นรถของดินแดนเลี้ยวเข้ามาจอดในพื้นที่ของรีสอร์ตเธอขยับผ้ากันเปื้อนรีบมายืนรอรับพร้อมรอยยิ้มแต่เสียงเรียกของลลนาดึงความสนใจเธอออกจากชายหนุ่ม
“เอาร่มออกไปรับเ้าแดนหน่อยสิจัน”
“ค่ะคุณนา”
เธอขานรับแล้วคว้าร่มในตะกร้าหวายหน้าประตูทางเข้าร้านวิ่งไปถึงที่รถก็เห็นเขากำลังก้มๆ เงยๆ เก็บข้าวของอยู่จึงยืนรอ
ดินแดนรวบรวมบิลและแบบก่อสร้างที่ต้องนำมาตรวจสอบคืนนี้งานที่ต้องเร่งทำให้เสร็จตอนแรกตั้งใจว่าจะรอให้ฝนหยุดตกแล้วค่อยกลับมาเอา แต่ดูแล้วฝนน่าจะตกอย่างนี้ทั้งคืน
เก็บของที่ต้องใช้เรียบร้อยก็เปิดประตูลงมาอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน
“ขอบใจนะจัน”ดินแดนยิ้มให้หญิงสาวที่ยืนเขย่งปลายเท้า พยายามจะไม่ให้น้ำฝนร่วงมาใส่เขา
“คุณแดนรีบกลับทำไมคะน่าจะรอให้ฝนหยุดก่อน” หญิงสาวแกล้งถามเย้าแหย่ เธอกับเขาชอบหยอกล้อกันบ่อยๆโดยเฉพาะ่หลัง เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็อยากทำให้่เวลาที่เหลือมีความสุข
“ถ้ารอฝนหยุดก็คงได้นอนที่นู่น”
“นอนก็นอนสิคะสบายหูดีออกไม่ต้องฟังเสียงคุณนาบ่น” จันดีหัวเราะคิก
“เดี๋ยวจะฟ้องแม่”
“โอ๊ยอย่าค่ะจันยังไม่อยากหูชา ไปค่ะไป โอ๊ะ ฝนหยดใส่เสื้อแล้ว อุ้ยๆจันจะเปียก คุณแดนขยับเข้ามาชิดๆ สิ” จันดีบอกแล้วเบียดเข้าในร่มอย่างทุลักทุเลเพราะตัวเล็กจึงยื่นความสูงของร่มให้เขาได้ไม่เต็มที่ แขนเหยียดจนตึงเขย่งเท้าเต็มที่เพื่อให้ความสูงเทียบเท่าเขา
“เอามานี่ฉันถือเอง”ดินแดนแย่งร่มไป “จันเอาเอกสารไป แล้วดูแลดีๆนะอย่าให้เปียก”
“ค่ะ”
จันดีรับเอกสารของชายหนุ่มมากอดแล้วรอจนดินแดนล็อคประตูเรียบร้อยจึงพากันเดินเข้ามาในร้าน
นับดาวออกจากห้องครัวมาเห็นก็หัวเราะร่วนจันดีกับพี่ชายมีร่มแต่เนื้อตัวเปียกปอนมาด้วยกันทั้งคู่
“ทำไมไม่เอาร่มไปสองคันล่ะคะพี่จัน”
คนถูกถามยิ้มอายๆเมื่อรู้ว่าพลาด
“ก็พี่รีบนี่คะน้องดาวกลัวคุณแดนจะเปียก”
“แล้วเป็ไงล่ะเปียกหนักทั้งคู่”
ดินแดนว่าอย่างไม่จริงจังขณะวางร่มไว้ตรงหน้าร้านทั้ง ๆยังกางเพื่อให้แห้งก่อนจะนำมาเก็บใส่ตะกร้าใบเดิมที่เตรียมไว้รองรับลูกค้าส่วนจันดีเดินเข้ามาสมทบกับนับดาวที่หน้าเคาน์เตอร์
“แฮะๆ”
หญิงสาวหัวเราะเอียงอายอย่างหมดข้อแก้ตัวจนลลนาที่กำลังช่วยลูกน้องทำเครื่องดื่มส่ายหน้า ทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้จันดีที่ชอบทำอะไรเปิ่นๆ
“แม่เห็นแล้วล่ะแต่เรียกบอกไม่ทันพอให้เอาร่มไปรับแดนเท่านั้นแหละ จันก็วิ่งแจ้นไปเลย ไม่รอฟังแม่พูดให้จบเสียก่อน”
“พี่จันกลัวพี่แดนจะฝ่าสายฝนเข้ามาเลอะเทอะในร้านซะก่อนนะสิแม่ใช่ไหมพี่จัน” นับดาวบอกพลางขำ
“พี่จันเปียกแต่เอกสารคุณแดนไม่เปียกนะคะ”
ดินแดนเดินย้อนกลับมาหาหญิงสาว
“เอาของคืนมาก่อนที่มันจะเปียกเพราะเสื้อจัน”
“จันก็กอดไว้แน่นจะเปียกยังไงคะ”
“ก็เปียกเพราะจัดกอดไว้นี่แหละมาๆ เอามานี่”
“มัวแต่เถียงกันอยู่นั่นล่ะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” ลลนาบ่น“วันนี้เลยไม่ได้งานเลยสิแดน ฝนเทตลอดทั้งบ่ายแบบนี้”
“ผมให้คนงานทำในอาคารครับแม่ไม่เสียเวลาเปล่าหรอกครับ”
“ดีๆเสร็จไวเราก็มีรายได้เพิ่ม”
“ครับผมไปอาบน้ำก่อนนะ”
“รีบไปเถอะทั้งคู่นั่นแหละเรียบร้อยแล้วก็ออกมากินข้าว” ลลนาที่ยังอยู่หลังเคาน์เตอร์ออกปากไล่
ร้านอาหารกึ่งร้านกาแฟของรีสอร์ตดินแดนนับดาวเป็ร้านเล็กๆ แบบบ้านไม้โบราณเก่าแก่สองชั้น้าจัดให้เป็ที่พักของคนในครอบครัว แต่เธอคือสิทธิพิเศษที่คุณลลนามอบให้หลังเช็คอินเข้ามาพักที่นี่ได้ไม่ถึงเดือน เธอก็ถูกเ้าของรีสอร์ตเรียกไปถามอาจเพราะเห็นว่าพักอยู่คนเดียว และพักหลายคืน
จากการพูดคุยกันวันนั้นเ้าของสถานที่ก็ให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ในโซนของครอบครัว อยู่ได้ประมาณเดือนกว่าๆดินแดนก็กลับมาที่นี่หลังลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลงานก่อสร้างให้กับธุรกิจของครอบครัว
ก่อนจะได้รับอนุญาตให้มาอยู่ด้วยกันเธอเล่าเื่บางอย่างให้ลลนาฟังถึงแม้จะเล่าไม่ทั้งหมดแต่เธอสบายใจที่ได้บอกอย่างน้อยก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ั้แ่นั้นมาเธอก็เริ่มเข้ามาช่วยงานในร้านด้วยความตั้งใจว่าจะทำให้เต็มที่กับเวลาที่ยังเหลืออยู่ที่นี่
นอกจากคนในครอบครัวแล้วที่รีสอร์ตยังมีป้าแหวน ลุงสุข และ
ตี่หม่องทั้งหมดเป็คนงานของคุณลลนา แต่พวกเขาอยู่บ้านพักด้านหลัง
นับดาวเด็กสาววัยสิบเจ็ดย่างสิบแปดปีลูกสาวคนเล็กของบ้านขยับมายืนเคียงข้างมารดาแล้วร้องเรียกพี่ชายที่กำลังจะเดินหนีเข้าห้อง
“พี่แดนๆอย่าเพิ่งไป”
เรียกแล้วทำหน้ายิ้มกริ่มเหมือนมีความลับยิ่งใหญ่ในกำมือ
ดินแดนเอี้ยวตัวมามองหน้าน้องสาวตัวแสบนิ่วหน้าเมื่อนับดาวทำท่ายียวน
“เรียกแล้วไม่พูดจะเรียกทำไมเห็นไหมพี่เปียกจะรีบไปอาบน้ำ”
“เดี๋ยวก่อนๆดาวยังไม่ได้เล่าอะไรเลย”
“เดี๋ยวค่อยเล่าได้ไหมขอไปอาบน้ำก่อน”
“ไม่ได้ๆ เดี๋ยวลืมเดี๋ยวพี่แดนไม่อยู่ดู”
“ดูอะไร อะมีอะไรก็ว่ามาเร็วๆ พี่รีบ”
“จะรีบอะไรนักหนาไม่แน่นะ ถ้ารู้ข่าวนี้พี่แดนอาจจะเปลี่ยนปลายทางรีบก็ได้”
“จะอมพะนำอีกนานไหมพี่จะได้ไปอาบน้ำก่อน”
“โอ๊ย ใจร้อนจริงๆคืองี้ค่ะ วันนี้ที่รีสอร์ตเรามีดาราเข้ามาเช็คอินด้วยนะ”
“แล้วมาบอกพี่ทำไม”
ดินแดนมองรอยยิ้มของคนอารมณ์ดีอย่างไม่เข้าใจแต่ถ้านับดาวจะเห่อดาราก็ไม่แปลกเพราะเป็เื่ปกติของเด็กวัยรุ่นทั่วไปแต่เขาไม่ใช่คนบ้าดาราและรีสอร์ต ‘ดินแดนนับดาว’ ก็เป็พื้นเล็กๆ ไม่ได้หรูหราน่าสนใจเหมือนรีสอร์ตใหญ่บนเนินเขาแถวชานเมืองแล้วดาราดังๆที่ไหนจะเข้ามาพักในสถานที่แบบนี้
“ก็เป็นางฟ้าขวัญใจพี่แดนไง”
“หึ!”ดินแดนทำหน้าเหนื่อยๆ จ้องคนพูดที่ยังเล่นลิ้น “เยอะไปแล้วนะเราพี่ยังไม่รู้เลยใครมาเป็ขวัญใจพี่แล้วดาวจะรู้ได้ยังไง”
“รู้สิ”นับดาวยักคิ้วทำหน้าทะเล้น
“รู้ว่า...”
“ก็รู้ว่าถ้าพี่แดนรู้ว่าดาราคนนั้นเป็ใครพี่ต้องเซอร์ไพรส์แน่ๆ” นับดาวลอยหน้าลอยตาขณะบอก
“ขนาดนั้นเลย”
“ขนาดนี้แหละ”คนพูดยังหัวเราะคิกคัก
ดินแดนส่ายหน้า
“นินทาแขกอีกแล้วนะเราเขาเป็ดารา เขาสวย เขาดัง เป็นางฟ้าขนาดนั้นจะสนใจคนอย่างพี่ทำไมอย่าเห่อให้มากนักเอาเวลาบ้าดาราไปหาที่เรียนดีกว่าไหมยังอยากจะเรียนอยู่หรือเปล่า”
“โธ่เอ๊ยพี่แดน...ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์เอาซะเลยนะ”นับดาวลากเสียงต่อว่า
“ไม่ใช่ไม่มีแต่พี่มองตามความเป็จริงถ้าพี่สนใจเขาแล้วคิดเหรอว่าดาราสวยราวนางฟ้าของดาวจะสนใจพี่ตอบน่ะหือ...อ้าวมีอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น”ดวงตาดำเข้มจ้องแม่และน้องสาวที่ฟังเขาพูดอยู่ดีๆก็ยักคิ้วหลิ่วตาพยักพเยิดหน้าให้
ดินแดนมองแม่กับน้องสาวอย่างงงๆแต่พอสังเกตดีๆ ก็รู้ว่าสองคนไม่ได้มองมาแค่เขากว่าจะรู้ตัวว่าอะไรเป็อะไรก็สายเสียแล้ว
ดินแดนลอบถอนหายใจเมื่อหันหลังกลับไปมองชายหนุ่มขยับตัวเปิดทางให้อีกฝ่ายพลางคิดว่าถึงอยากหลบหน้า ก็ไม่ทัน...
“ไม่ใช่นางฟ้าหรอกค่ะ”
น้ำอิงก้าวเท้ามายืนข้างๆชายหนุ่มเงยมองดวงหน้าเคร่งขรึมเสแสร้งมองไปทางอื่นขณะถอยออกห่างเธอพลางยิ้มหวานตามแบบฉบับของนางเอกคนดังที่ฉีกยิ้มให้กล้องทุกครั้งที่ส่องมาทางตัวเอง รอยยิ้มของเธอทำอีกฝ่ายยืนอึ้งอาจเพราะตั้งตัวไม่ติด หรือไม่คิดถึงว่าเธอจะมายืนอยู่ตรงนี้ในพื้นที่ของเขา
“ก็เป็คนธรรมดาเหมือนคุณนี่แหละค่ะ”เธอมองใบหน้าขาวสะอาดของชายหนุ่ม “แต่ไม่เป็หรอกไรค่ะ อิงไม่ถือปกติมีคนพูดถึงทั้งทางดี และเสียๆ หายๆ บ่อยจนชินคุณไม่ได้คิดจะว่าอะไรให้อิงเสียหายนี่คะ จริงไหม”
“ครับ”
ดินแดนรับคำพอน้ำอิงเผลอเขาก็เขม่นตาเขียวใส่น้องสาวที่เกาะแขนแม่หัวเราะคิกๆ คักๆอยู่หลังเคาน์เตอร์ราวสะใจ
“ที่ห้องขาดเหลืออะไรหรือคะ้าอะไรบอกได้เลยนะ”
ลลนาถามขัดบรรยากาศชวนอึดอัดและอยากดักคอลูกชายด้วยเพราะกลัวว่าดินแดนจะใช้คำพูดขวานผ่าซากใส่ดาราสาว
“ขอบคุณนะคะ”น้ำอิงหันมายิ้มให้ลลนา
“ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับแม่”
“เดี๋ยวค่ะ!ไฟที่ห้องอิงดับ”
นางเอกสาวบอกกับชายหนุ่มแล้วมองหน้าเขาราวรอปาฏิหาริย์แต่คนที่ร้อนใจเห็นจะเป็ลลนาที่รีบบอกเบอร์ห้องของน้ำอิงกับลูกชาย
“ห้องแดน 2 นะลูก”
ดินแดนพยักหน้าให้มารดา“เข้าไปดูตอนนี้เลยได้ไหม” เขาหันมาถามคนเข้าพักแล้วยื่นเอกสารใส่มือนับดาว“ฝากเข้าไปเก็บในห้องให้พี่หน่อย”
เขาบอกแล้วเตรียมออกจะไปยังห้องพักของนางเอกคนดัง
“พี่แดนๆ”
เสียงเรียกเชิงกระซิบของนับดาวทำให้ดินแดนหันมามองก็เห็นน้องสาวตัวแสบส่งซิกให้เขาหยิบร่มไปด้วย ดินแดนก็เดินไปหยิบร่มในตะกร้าออกมาสองคันไปหาดาราสาวสวยที่ใครๆ ก็รู้ว่าเธอคือนางเอกหน้าหวานที่มีผลงานโด่งดังจนกู่ไม่กลับ
ยื่นร่มอีกคันให้น้ำอิงที่ยืนรอแต่เธอมองเฉย ชายหนุ่มจึงยัดร่มใส่มือแล้วผละออกไปยังห้องแดน 2 ที่หญิงสาวเช็คอินเข้ามา
นับดาวยืนกอดเอกสารของพี่ชายพลางส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด
“หยิบไปสองคันแล้วยังเดินหนีอีกนะ เฮ้อ...พี่แดนนะพี่แดนไม่โรแมนติกเล้ยยยนั่นน่ะนางเอกคนดังเลยนะ”
โธ่เอ๊ยพี่ชายใครฟระ!