It's my Fault
“ธนัทเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น?” เจษลินทร์เอ่ยถามธิติทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล ส่วนคนที่โดนยิงตอนนี้หลับไปแล้ว
“ปลอดภัยแล้วครับ ความจริงถูกยิงตั้งแต่เมื่อวานแต่พี่ธนัทเพิ่งฟื้นเลยเพิ่งได้โทรหาผม โชคดีมากๆที่มีคนช่วยไว้”
“ทำไมถึงโดนยิง ใครยิง แล้วใครเป็นคนช่วยไว้?”
จังหวะเดียวกันกับผู้มาใหม่เดินเข้ามาพอดี
“อ้าวพี่ซัน?” / “เจษ ทำไมมาอยู่นี่?” สองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“คุณซีเปียนเป็นคนช่วยพี่ธนัทไว้ครับ” ธิติบอก
“มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เจษลินทร์เอ่ยถามคนโตกว่าอย่างใคร่รู้
“เราไปหาที่นั่งคุยกันดีมั้ย ปล่อยให้ธนัทได้พักผ่อนดีกว่าเนอะ”
เจษลินทร์พยักหน้าและเดินตามซีเปียนไปยังร้านกาแฟของโรงพยาบาล
“เจษเป็นไงบ้าง สบายดีไหม” ซีเปียนเอ่ยขึ้นก่อน สายตามองสำรวจคนตรงหน้าพอเห็นว่าเจ้าตัวซูบลงเขาก็ขมวดคิ้วทันที
“ก็สบายดีครับ พี่ซันล่ะ”
“แต่เจษซูบลงมาก” คนพี่เอ่ยด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เจษลินทร์ยกยิ้มเล็กน้อย ซีเปียนยังคงมองเขาด้วยสายตาแบบนี้ไม่เปลี่ยนเลย
“ผมเพิ่งหายไข้น่ะครับ แต่ตอนนี้โอเคแล้วจริงๆ”
ซีเปียนพยักหน้ารับก็ได้ หลังจากนั้นก็ถามไถ่กันอีกสองสามประโยค
"ว่าแต่พี่เถอะ ได้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุ พี่เป็นยังไงบ้างครับ"
“ไม่เป็นอะไรมากหรอก”
“ผมขอถามได้ไหมครับ ว่าแค่พี่เห็นต่างจากซีฮัน ทำไมถึงกับจะฆ่าจะแกงกันด้วย แค่เดินคนละทางก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ”
ซีเปียนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจที่เจษลินทร์รู้เรื่องนี้
“เพราะสิ่งที่พี่ทำและกำลังจะทำ มันทำให้หลายๆคนเสียผลประโยชน์และแน่นอนมันต้องมีส่วนที่ต้องขัดผลประโยชน์กันด้วย คนพวกนั้นเลยไม่ยอม ไปยุแยงและกดดันซีฮัน ส่วนน้องชายพี่ก็ต้องการให้คนเหล่านั้นยอมรับ เขาเลยหันมาทำร้ายพี่” ซีเปียนตอบ แววตาเขาฉายแววความเจ็บปวดอย่างเก็บไม่มิด ก็นะ น้องชายที่คลานตามกันมาเป็นไปได้ถึงเพียงนี้
เจษลินทร์ก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น จึงเอ่ยถาม
“พี่ซันโอเคมั้ยครับ” ว่าพร้อมแตะหลังมืออีกฝ่ายเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
คราแรกซีเปียนไม่โอเคเลยสักนิด แต่พอคนตรงหน้าถาม เขารู้สึกว่าความเจ็บปวดมันเบาบางลงมาก เขาจึงพยักหน้าให้น้องแทนคำตอบ
“ส่วนเรื่องธนัท เจ้าตัวคงจะทำให้ซีฮันสงสัยเข้าเลยโดนสั่งเก็บ ดีที่พี่ให้คนแอบตามดูอยู่ เลยช่วยไว้ได้”
"ซีฮันนี่ระวังตัวดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ ธนัทอยู่ข้างเขาตลอดถ้าเป็นคนอื่นไม่น่าจะได้เอะใจด้วยซ้ำนะเจษว่า”
“ฮันน่ะไม่รู้หรอก แต่เพื่อนเขาต่างหากเป็นคนที่บอกแถมยังเป็นคนที่ยิงธนัทด้วย”
“เพื่อนเหรอครับ?” เจษลินทร์ถาม
“อือ เขาชื่อพลวัฒน์น่ะ เป็นทั้งเพื่อนและเป็นลูกน้องของพ่อพี่ด้วย สนิทกับฮันได้หลายปีแล้ว” ซีเปียนถอนหายใจยืดยาว
“ทำไมถอนหายใจแบบนั้นล่ะครับ”
คราแรกซีเปียนมีสีหน้าลำบากใจ คล้ายจะอยากเล่าให้เจษลินทร์ฟัง แต่ก็มีท่าทีเหมือนขบคิดบางอย่าง
“พี่ซันมีอะไรก็เล่ามาเถอะครับ เอ่อ มันอาจจะแปลกสักหน่อยที่ผมจะบอกว่าผมรู้เรื่องซีฮันแล้วก็เรื่องของพี่ค่อนข้างเยอะ ทั้งเรื่องธุรกิจมืดและอาการที่ซีฮันเป็น เพราะฉะนั้นพี่ซันมีอะไรก็เล่ามาเถอะครับ”
ซีเปียนทึ่มทื่อไปครู่ใหญ่ นี่เจษลินทร์รู้เรื่องขนาดนี้เลยเหรอ นี่คือเหตุผลที่เจ้าตัวมาอยู่ที่นี่สินะ แต่จะว่าไปเจษรู้แค่ไหนกันนะ รู้เรื่องนั้นด้วยรึเปล่า?
“พี่ซันครับ” คนเด็กกว่าเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งนานเกินไป
“พี่คงเป็นคนเลวมากใช่ไหม” ซีเปียนถามด้วยแววตาหม่นลงอีกครั้ง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคาดหวังอะไรในคำตอบนั้น เขามันคนสีเทาอยู่แล้วนี่
“พี่…” เจษลินทร์ถึงกับพูดไม่ออก จะปฏิเสธก็ไม่ถูก แต่ครั้นจะให้ยอมรับก็พูดไม่เต็มปากอีก เพราะสำหรับเจษลินทร์ไม่เคยรู้สึกว่าคนตรงหน้าเลวร้ายกับเขาเลยสักครั้ง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะปฏิเสธการกระทำที่ผิดกฎหมายของอีกคนได้
เมื่อเห็นท่าทีลำบากใจของคนตรงหน้า ซีเปียนจึงเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง
“อ่า ก็นั่นแหละ อย่างที่เจษรู้ว่าฮันมีอาการทางจิต สาเหตุน่าจะมาจากตอนเด็กที่เคยถูกอริของพ่อจับตัวไป ซึ่งฝ่ายนั้นตั้งใจจะจับพี่ไปแต่กลับได้ฮันไปแทน เด็กน้อยโดนพาตัวไปเกือบอาทิตย์ ทั้งโดนทรมานอย่างหนัก รายละเอียดพี่ไม่ขอพูดถึงแล้วกัน รู้แค่ว่ามันเลวร้ายสำหรับฮันมาก จนเจ้าตัวเสียความทรงจำช่วงนั้นไปเลย ตอนแรกก็คิดว่าดีแล้วที่ฮันจำอะไรไม่ได้ แต่พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ฮันเริ่มมีพฤติกรรมผิดปกติและหัวรุนแรง พี่กับพ่อก็พยายามพาไปรักษาแต่ฮันไม่ให้ความร่วมมือเลย และอาการเขารุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อได้รู้จักกับพลวัฒน์ จนเขาล้ำเส้นในที่สุด”
“คนชื่อพลวัฒน์ นี่เป็นคนยังไงเหรอครับ”
“เท่าที่พี่ให้คนไปตามดู เขาก็น่าจะมีอาการทางจิตเหมือนกันแต่หัวรุนแรงกว่าฮันเยอะ ทั้งเล่นยา ทั้งค้าประเวณีเด็กหญิงชายและทำให้มีคนตาย” ซีเปียนตอบ
เดี๋ยวนะ ค้าประเวณีเด็ก ยาเสพติด หัวรุนแรง หรือว่าจะเป็น...
“เขามีรอยสักมังกรที่ข้อมือขวาหรือเปล่าครับ” เจษลินทร์ละล่ำละลักเอ่ยถาม
“พี่ก็จำไม่ได้ เดี๋ยวดูให้นะ” ซีเปียนว่าพร้อมหยิบมือถือขึ้นมากดหาบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง
“มีรอยสักมังกรที่ข้อมือจริงด้วย เจษรู้ได้ไง?”
คนคนนี้คือคนที่ยิงเขาและปัณณวิชญ์!
และยังรู้จักกับลุงศินด้วย บ้าจริง! นี่เขาลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง?
หัวใจเจษลินทร์สั่นรัว มือเขาชื้นขึ้นมากะทันหัน อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าเขากำลังหวาดกลัวหรืออะไรกันแน่
“เจษ” ซีเปียนเรียกบ้างเมื่อเห็นคนเด็กนิ่งไป
“ผมขอข้อมูลของคนชื่อพลวัฒน์ทั้งหมดได้ไหมครับ”
“พี่คงให้ไม่ได้”
“ทำไ-”
“ที่ธนัทโดนยิงก็เพราะเข้าไปยุ่งกับพลวัฒน์ เพราะฉะนั้นพี่จะไม่ยอมให้เจษไปยุ่งกับหมอนี่แน่ๆ มันอันตรายเกินไป”
อ่า ไม่ว่าเมื่อไหร่ซีเปียนก็ยังคงพยายามกันเขาออกจากเรื่องนี้ทุกทีสิหน่า
ว่าแต่ ธนัทตามสืบเรื่องของพลวัฒน์งั้นเหรอ? ในอนาคตเป็นธิติที่ตามสืบจนถูกฆ่าตาย ตอนนี้กลับเป็นคนพี่แทน แถมยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด นี่เป็นผลพวงที่เจษลินทร์เปลี่ยนทิศทางของอนาคตใช่ไหม? แล้วตอนนี้ถือว่าช่วยชีวิตธิติไว้ได้หรือยัง?
“ถ้าพลวัฒน์รู้ตัวว่าโดนธนัทตาม เขาอาจจะรู้ว่าเจษมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย พี่ขอร้องนะเจษหลังจากนี้อย่าติดต่อกับธนัทและธิติอีก ดูแลตัวเองให้ดี ส่วนเรื่องวิดีโอที่เจษอยากได้ พี่จะจัดการเอง”
“พี่ซัน…”
“พี่พูดจริง เจษอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลยนะ ปล่อยให้พี่เป็นคนจัดการเถอะ”
แต่ถ้าซีเปียนจัดการเอง นั่นแปลว่าเขาเองก็เสี่ยงอันตรายเหมือนกัน
“ไม่ต้องห่วง ถึงพี่จะวางมือแต่ก็ใช่ว่าพี่จะไม่มีพรรคพวก” ซีเปียนตอบเหมือนรู้ความคิดของอีกฝ่าย
‘ถ้าจัดการสองคนนั้นได้และสะสางคดีของชวินทร์ นั่นก็แปลว่าพี่ซันก็ต้องเตรียมตัวที่จะโดนดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย?’
ซีเปียนพยักหน้ารับแล้วยิ้มให้คนเด็กกว่า ทั้งคู่คุยกันอีกไม่กี่ประโยค เจษลินทร์ก็ไปดูอาการธนัทอีกครั้งก่อนจะแยกย้าย และจำต้องทำตามที่คนโตกว่าบอก คือไม่ติดต่อกับธนัทหรือธิติอีก อ้อ รวมถึงซีเปียนด้วย สรุปคือตอนนี้เจษลินทร์โดนกันออกจากเรื่องนี้โดยสมบูรณ์แล้ว
***
วันถัดมา
วันนี้เจษลินทร์จำเป็นต้องกลับไปเอาของที่คอนโด
'คงจะไม่บังเอิญเจอกับปืนหรอกนะ' เขาคิดในใจ
หัวใจเขายังไม่พร้อมที่จะเจออีกฝ่าย แต่กระนั้นลึกๆในใจก็ยังอยากเห็นหน้าเขาอยู่ดี
เฮ้อ ย้อนแย้งชะมัด! เจษลินทร์ทึ้งหัวตัวเองในความคิด
แต่ดูเหมือนพระเจ้าคงอยากหยอกเอินเขาแหละ พอเจษลินทร์เดินมาถึงหน้าห้องตัวเอง ประตูห้องตรงข้ามก็เปิดออกพอดิบพอดี
เมื่อกี้เขาลืมคิดแบบเจาะจงไปหรือเปล่านะว่าขอเจอปืนแค่คนเดียว ส่วน ‘คนรัก’ ของเจ้าตัวนั้น เก็บไว้ก่อนได้หรือไม่?
‘นี่พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ? เห็นทีเราต้องย้ายออกแล้วสินะ’ เจษลินทร์คิดในใจพร้อมยิ้มเฝื่อน
ฝ่ายปัณณวิชญ์มีสีหน้าตกใจอยู่มาก
เจษลินทร์เองก็ทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องทักทายหรือเปล่า แต่ถ้าทักออกไปแล้วปัณณวิชญ์แนะนำว่าคนข้างๆเป็นใคร หัวใจช้ำๆของเจษลินทร์คงรับไม่ไหวแน่ จึงทำได้แค่ใช้ทักษะสายตาสั้น มองเหม่อเหมือนไม่เห็นทั้งคู่แล้วเข้าห้องไปเสีย
อาการอกหักนี่ก็ทรมานดีเนอะ เจษลินทร์เบะปากแล้วเงยหน้า พยายามไม่ให้ก้อนความเสียใจที่จุกอยู่ที่คอเปลี่ยนสถานะเป็นน้ำตา
เขารีบเดินไปหยิบของที่ต้องการ มองสำรวจรอบห้องดูอีกครั้งว่ามีของที่ต้องใช้อีกหรือเปล่า เพราะไม่อยากจะมาที่นี่เห็นภาพบาดตาบาดใจบ่อยๆ
ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วเห็นปัณณวิชญ์ยืนอยู่หน้าห้องของเจ้าตัว แต่ครั้งนี้เขายืนอยู่คนเดียว
เจษลินทร์ใช้สกิลเดิมตั้งใจจะเดินผ่านไปเสีย แต่อยู่ๆก็รู้สึกอุ่นที่ข้อมือ เขาหันไปมองมือหนาของอีกฝ่ายที่คว้าเขาไว้
ปัณณวิชญ์เหมือนจะเพิ่งรู้ตัวจึงรีบปล่อยมือ
“เจษผมมีเรื่-”
“เอ่อ พอดีผมต้องรีบกลับไปทำงานอะ ขอตัวก่อนนะครับ” เจษลินทร์ว่าแล้วก้าวฉับๆหนีไป ไม่หันหลังกลับไปมองอีกเลย
เขาน่ะไม่ได้โกรธปืนหรอก แค่ใจเขาไม่พร้อมจริงๆ
รู้ว่ามันเป็นเพราะตัวเขาเองนี่แหละที่โผล่มาอยู่ผิดช่วงเวลา แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น ไอ้ก้อนเนื้อเท่ากำปั้นในอกข้างซ้ายมันก็ยังเจ็บอยู่ดี
'ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับความรู้สึกของตัวเองโว้ย!'
***
01.45 น.
หาญแบกเพื่อนรักที่เมายั้งหมา มาจนถึงคอนโดของเจ้าตัว
“ไอ้ปืน นั่นมันห้องตรงข้าม ห้องมึงอยู่นี่ว้อย เฮ้ย!รู้รหัสห้องเขาได้ไง? เดี๋ยวเขาก็ด่าบรรพบุรุษเอาหรอก” หาญตกใจเมื่อเพื่อนเปิดประตูห้องคนอื่นได้
เมาแล้วทรงโจรเฉย คุณตำรวจครับผมไม่รู้จักมัน!
ปัณณวิชญ์ยืนแน่นิ่งอยู่หน้าประตู ไม่ได้ก้าวเข้าไปแม้ครึ่งก้าว
“เขาไม่อยู่หรอก ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่กลับมานอนนี่อีกเลย” ปัณณวิชญ์เอ่ยเสียงยานๆ
“ใคร?”
“เขาไปแล้ว เขาไปแล้ว” ปัณณวิชญ์พูดซ้ำๆ จนเพื่อนต้องกึ่งลากกึ่งกระชากทั้งหยุมหัวเข้าห้องของเจ้าตัว
“กูเป็นคนทำเอง เขาไม่มาเพราะกูเองแหละ” คนเมายังคงพร่ำเพ้อ
“พูดอะไรของมึงวะ? อะ ว่ามาดีๆ เป็นอะไรไหนบอกพี่ซิ ทำไมแดกเหล้าหนักขนาดนี้?” หาญถามพร้อมนั่งจ้องหน้าคนเมา เขารู้ว่าเพื่อนตัวเองคอแข็งแค่ไหน ถึงจะเมามากแต่ก็ยังมีสติอยู่
ปัณณวิชญ์ถอนหายใจยืดยาว
"ทำไมมันเจ็บขนาดนี้วะ"
"เจ็บอะไร ไหนใครต่อยมึง เจ็บตรงไหนบอกกู"
"เขาไม่ได้แตะตัวกูสักนิด แค่เขาไม่มองหน้ากู ทำเหมือนกูไม่มีตัวตน แค่เขาแทนตัวเองว่า 'ผม' ทำไมกูต้องเจ็บขนาดนี้วะ" ปัณณวิชญ์ระบายให้เพื่อนฟัง
"ใคร พี่เจเจเหรอ? ทะเลาะกันรึไง"
"ไม่ใช่พี่เจ"
"อ้าว แล้วใครวะ?"
"คนที่ยิ้มหวาน ทำอาหารอร่อย คนที่คอยวอแวกูอยู่ตลอดอะ ตอนนี้ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว"
ยังไม่ทันที่หาญจะได้คำตอบ หรือซักไซ้ต่อ คนเมาก็ฟุบหลับไปเสียแล้ว
TBC
น้อนปืนทำลูกเราเจ็บอ่า งื้อออออ
ติชมกันเข้ามาได้นะคะ
Love