ราวกับว่าเพื่อยืนยันการคาดเดาภายในใจของมู่เอ้าเทียนฮวาเหยียนจึงเปิดปากกล่าวต่อว่า "ท่านพ่อ ท่านคาดเดาได้ถูกต้องแล้วตอนที่ข้าอยู่ในหุบเขา หยวนเป่าน้อยรู้สึกไม่ดีที่ข้าถูกยุงกัด ดังนั้นเขาจึงไปหาหญ้าวิญญาณลึกลับจำนวนมากมาให้ข้าหลังจากผ่านการอบแห้งเย็บใส่ถุงผ้า เขาก็ให้ข้าไว้เพื่อใช้มันไล่แมลงหลายปีมานี้ใช้สมุนไพรไปไม่น้อยกว่าร้อยต้นเลย”
เฮือก
เมื่อพูดถึงตรงนี้ มู่เอ้าเทียนอดไม่ได้ที่จะสูดลมเย็นๆ เข้าปอด แม้จะตั้งใจแน่วแน่แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถอดทนอดกลั้นไม่แสดงท่าทางตกใจออกมาได้
หลายร้อยต้น...
บุตรสาวและหลานชายของเขาเติบโตอยู่ที่ไหนกันแน่
สีหน้าของมู่เอ้าเทียนเปลี่ยนไป
สมุนไพรนับร้อย แนวความคิดนี้คืออะไร?
“หยวนเป่า ลูกยังจำได้อยู่หรือไม่? ”
ฮวาเหยียนขยิบตาให้หยวนเป่าก่อนจะถาม
แน่นอน หยวนเป่าน้อยมีความทรงจำหลงเหลืออยู่มารดาของเขาเป็นสตรีผิวพรรณงดงาม มีเนื้อเนียนละเอียดนุ่มลื่นเมื่อถูกแมลงกัดจะกลายเป็นตุ่มใหญ่ เด็กน้อยจึงทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่งถุงผ้าไล่แมลงเหล่านั้นต้องค่อยๆ ทำที่ละใบ สมุนไพรมีมากกว่าร้อยต้นอีกทั้งมารดาของเขายังโยนทิ้งไปเยอะเสียด้วย...
“มีขอรับ ท่านแม่ ที่แท้แล้วสมุนไพรลึกลับเหล่านั้นมีราคามากหรือ? ”
หยวนเป่าน้อยถามออกมา
เขาเหมือนกับนางเมื่อตอนนั้นที่ไม่ค่อยแน่ใจราคาของสมุนไพรเหล่านี้
มู่เอ้าเทียนหน้าเบ้ แต่เขารู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องนี้จริงๆ"มันมีราคาที่สูงนัก ไม่ใช่เงินแค่พันตำลึงที่จะซื้อมันมาได้"
“ท่านพ่อหญ้าวิญญาณลึกลับเหล่านี้ถูกซื้อไปโดยหออู๋หมิงทั้งหมดด้วยราคาต่อต้นหนึ่งหมื่นตำลึงดังนั้นข้าจึงขายไปได้เงินเกือบสองล้านตำลึงเจ้าค่ะ…”
"หืม…"
"จริง จริงหรือ? "
หยวนเป่าน้อยและมู่เอ้าเทียนอุทานออกมาพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งผู้อาวุโสและอ่อนอายุแสดงอาการตกตะลึงเหมือนกันราวกับแกะ
ฮวาเหยียนพยักหน้าเพราะว่ามันคือเรื่องจริง
วันนี้นางขายหญ้าวิญญาณลึกลับให้หออู๋หมิงได้มากมายเพียงแค่หันหลังเดินกลับ เรื่องราวเหล่านี้ก็น่าจะถูกผู้คนเล่าลือต่อๆ กันมาแล้ว แม้ต้องการจะปิดซ่อนก็คงทำไม่ได้แต่จุดสำคัญก็คือนางใส่หมวกงอบปิดบังใบหน้าตลอดเวลาไม่มีผู้ใดรู้ได้ว่านางคือใคร
ดังนั้นคำพูดเหล่านี้ที่นางกล่าวแก่มู่เอ้าเทียนเขาย่อมทราบทันทีว่ามันเป็นความจริงทันทีที่เขาได้ฟัง
เพียงแค่เพิ่มจำนวนหญ้าวิญญาณลึกลับสักเล็กน้อยทำเช่นนี้แล้วท่านพ่อของนางก็จะได้วางใจ
อย่างไรก็ตามข่าวลือนั้นจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จตัวเลขก็ไม่มีทางถูกต้องทุกตัวแน่นอน
“ท่านแม่ ที่แท้แล้วหญ้าวิญญาณลึกลับนั้นมีราคาขนาดนี้เลยหรือหากรู้เร็วกว่านี้หยวนเป่าจะเก็บมาอีกเยอะๆตอนนั้นพวกเราใช้หญ้าวิญญาณลึกลับเพื่อไล่แมลง แช่เท้าอีกทั้งยังใช้เป็นขนมทานเล่นให้เสี่ยวไป๋... "
หยวนเป่าน้อยอ้าปากบ่น เขารู้สึกเสียใจภายหลังอยู่เล็กน้อย ไม่คิดเลยจริงๆเขาไม่ได้คาดหวังว่าหญ้าวิญญาณลึกลับจะมีค่ามากขนาดนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของหยวนเป่าน้อย มู่เอ้าเทียนก็หยุดกระตุกมุมปากไม่ได้เลยใช้หญ้าวิญญาณลึกลับเพื่อไล่แมลง แช่เท้าและทำเป็นของว่างให้หมาป่าตัวน้อย...
สวรรค์ เจ้าเด็กจอมล้างผลาญทั้งสอง
“ใช่หรือไม่เล่า หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ ก็คงจะไม่ทำตั้งแต่แรก! ”
ฮวาเหยียนถอนหายใจ นางเองก็เจ็บใจเช่นกัน
“ดังนั้น ลูกรัก ลูกเก็บเงินสามล้านได้ครบแล้วหรือ? ”
มู่เอ้าเทียนถามด้วยใบหน้าที่หมองคล้ำ เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่าตนเองช่างเป็นพ่อที่ไร้ประโยชน์เสียเหลือเกิน
ฮวาเหยียนเห็นเขาเป็นเช่นนี้นางรู้ว่าท่านพ่อพร้อมที่จะโทษตัวเองและรู้สึกผิดต่อนางนางจึงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยุ่งเหยิงทันทีว่า “ท่านพ่อแม้ว่าข้าจะขายหญ้าวิญญาณลึกลับได้และรวมกับเงินที่ข้าเก็บไว้ แต่เมื่อรวมกันแล้วยังขาดอีกห้าแสนตำลึงท่านพ่อ ข้าคงต้องขอความช่วยเหลือจากท่านแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน มู่เอ้าเทียนก็รู้สึกฟื้นพลังขึ้นมาทันที"ลูกรักโปรดวางใจ แม้ทองคำห้าแสนตำลึงจะไม่ใช่เงินจำนวนที่เล็กน้อยแต่สำหรับครอบครัวมู่ของเรา นี่ถือเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับของว่างจานหนึ่งเท่านั้น! "
มู่เอ้าเทียนตบหน้าอกรับประกันด้วยตนเอง
“ขอบพระคุณท่านพ่อ ข้าช่างโชคดียิ่งนักที่มีท่านมีท่านแล้วดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนกล่าวสามครั้งติดต่อกันหัวใจของมู่เอ้าเทียนทั้งร้อนระอุทั้งรักไม่หวาดไม่ไหว
บุตรสาวที่แสนดีของเขา เขาสาบานในใจเงียบๆว่าเขาจะต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างให้กับบุตรสาวของเขาให้จงได้
“แต่มีอีกเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ ตอนที่ข้าไปหออู๋หมิง ข้าได้สวมหมวกงอบไปและไม่ได้เปิดเผยตัวตนของข้าดังนั้นตอนนี้นอกจากพวกเราสามคนแล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ว่าผู้ที่ขายหญ้าวิญญาณลึกลับนั่นคือข้าข้าทำเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตกใส่หัวเจ้าค่ะ”
ฮวาเหยียนกำชับ
มู่เอ้าเทียนพยักหน้า "ยังเป็นลูกที่รอบคอบเสมอ"
มู่เอ้าเทียนชมเชยและใช้สายตาที่แสนจะภาคภูมิใจมองไปที่นาง
“เรื่องนี้พ่อจะแจ้งพี่ชายคนโตของเจ้าให้เขาทราบตอนนี้เขาวิ่งวุ่นหาเงินให้เจ้าอยู่ ไม่ต้องกังวล ปากของพี่ชายคนโตของเจ้านั้นหนักที่สุดในครอบครัวของเรา”
มู่เอ้าเทียนอธิบายออกมาอีกหนึ่งประโยค
ฮวาเหยียนกะพริบตา นางมองออกตั้งนานแล้ว
ดูเหมือนว่าเรื่องเงินจะได้รับการแก้ไขแล้วอารมณ์เยือกเย็นแข็งกระด้างของมู่เอ้าเทียนเองก็ผ่อนคลายลงมากแล้วเช่นกันคำพูดที่ออกมาจึงมีมากขึ้นด้วย
“ถึงแม้ว่าเรื่องเงินจะคลี่คลายไป แต่ลูกรักต่อไปเจ้าจงหนีห่างจากองค์ชายคนนั้นให้ไกลอีกสักหน่อย คนคนนั้นพ่ออ่านเขาไม่ออกเลย”
นึกถึงตี้หลิงหานดวงตาที่แสนจะเย็นชาและมีเสน่ห์คู่นั้นก็โผล่ขึ้นมาในความคิดและเมื่อนึกถึงการพบกันครั้งแรกในคุกที่มืดมิด ดวงตาที่ประสานสบคู่นั้นไม่มีความอบอุ่น เย็นเยียบราวกับสระน้ำในฤดูเหมันต์ราวกับไม่มีความอาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งใดในใต้หล้า
ดวงตาคู่นี้เพียงแค่มองก็สามารถทำให้คนถูกดึงจนจมปลักได้ตั้งแต่แวบแรกทว่ามันเย็นชาจนสามารถแช่แข็งผู้คนให้ตายภายใต้สายตาคู่นั้นของเขาได้
คนคนนั้น อารมณ์นิ่งเงียบเย็นชา จิตใจเยือกเย็นแข็งกระด้างราวกับในใต้หล้านี้มิอาจมีสิ่งใดมากระทบอารมณ์ของเขาให้แปรปรวนได้
หึหึหึ...
สุดท้ายก็มิใช่ว่าแตกละเอียดแปรปรวนในมือของนางหรือ
พิษในลำไส้ ยอดสุราธาราหยก [1] น้ำลายของนาง...
ฮ่าฮ่าฮ่า เพียงแค่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเกรงว่าตี้หลิงหานก็คงอยากจะฆ่าใครสักคน ดวงตาคู่นั้นของเขาคงลุกเป็นไฟ
ดูสิ การที่สามารถทำให้คนที่เย็นชาเฉยเมย ไม่มีอารมณ์ตอบสนอง หากกลั่นแกล้งคุ้ยเขี่ยซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งแตะเส้นความอดทนจนเขาระเบิดอารมณ์ออกมานั่นมิใช่ความสำเร็จที่น่าพอใจหรอกหรือ
ตี้หลิงหาน จักรพรรดิชั่วร้าย เจ้าจะมิอาจข้ามผ่านเรื่องนี้ไปได้ตลอดชีวิตในอนาคตแม้สะพานกลับสู่สะพาน ถนนคืนสู่ถนน [2] ขอเพียงแค่กล้ายั่วโทสะข้าเรื่องนี้ก็จะถูกนำออกมาเตือนอีกครั้ง ข้าก็จะแหย่จนเจ้าโมโหตาย
ไม่เคยได้ยินหรือ? ยอมทำผิดต่อผู้น้อยเสียดีกว่าทำผิดต่อสตรี
ทำให้ท่านต้องเล่นงานข้า! แก้แค้นข้า! ดูหมิ่นข้า!
ฮึ!
สีหน้าของฮวาเหยียนสักพักปรากฏอารมณ์พึงพอใจ อีกสักพักจริงจังอีกสักพักโมโห และอีกสักพักชั่วร้ายรุนแรงมู่เอ้าเทียนและหยวนเป่าน้อยยืนมองนางอยู่ครู่หนึ่งสงสัยว่าแม่นางน้อยกำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่กันแน่?
ทันใดนั้นนางก็กลับมารู้สึกตัว ฮวาเหยียนหันศีรษะกลับมาและประสานสายตาเข้ากับสายตาที่สงสัยของมู่เอ้าเทียนและหยวนเป่า นางแย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน "ไอ้หยา ท่านพ่อเมื่อครู่ข้าเสียสติไปแล้ว เหตุเพราะนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้เจ้าค่ะ"
“ลูกรัก เรื่องอะไรหรือ? ”
มู่เอ้าเทียนเอ่ยถาม
“เป็นเรื่องงานมงคลของท่านพี่พี่ใหญ่กำลังพูดคุยเรื่องงานมงคลมิใช่หรือเจ้าคะ? ข้าได้ยินมาว่าเป็นแม่นางจากตระกูลมู่?”
มู่เฉิงอินแห่งตระกูลมู่
แต่ใครจะรู้ว่ามู่เอ้าเทียนกลับโบกมือไปมา สีหน้าของเขาไม่น่าดูเล็กน้อยราวกับกำลังปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง"ข้าเกรงว่างานมงคลครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น"
"ทำไมเล่า? "
ดวงตาของฮวาเหยียนเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก
เหตุใดถึงไม่สำเร็จเล่า? นี่ไม่ใช่กำลังหารือเรื่องการเกี่ยวดองอยู่หรือ?
นางถือว่ามู่เฉิงอินเป็นพี่สะใภ้ของนางไปแล้ว แม่นางน้อยผู้นี้ไม่ว่าจะเป็นลักษณะนิสัยหรือรูปลักษณ์มารยาทล้วนยอดเยี่ยมไม่มีที่ติที่สำคัญคือสตรีนางนี้ใจดีและมีโชคชะตาที่ดีกับนางแต่แล้วเหตุใดเรื่องมงคลนี้ถึงมิอาจเกิดขึ้นแล้วเล่า?
การแสดงออกของฮวาเหยียนตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะนางจำได้ว่าตอนที่นางอยู่หออู๋หมิง มีคนกล่าวกับแม่นางมู่เฉิงอินถึงเรื่องการแต่งงานระหว่างนางและบุตรชายคนโตของตระกูลมู่ ตอนนั้นสีหน้าของนางค่อนข้างเขินอายไม่มีความรังเกียจหรือเฉยเมยซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าพี่หญิงพึงตาพึงใจพี่ใหญ่มิใช่หรือ
เหตุใดท่านพ่อถึงบอกว่าการแต่งงานครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้น?
หรือว่าจะเป็นเพราะ... นาง?
เชิงอรรถ
[1] ยอดสุราธาราหยก 琼浆玉液 qióng jiāng yù yè ซึ่งหมายถึงน้ำเหล้าที่ทำจากการนำหยกเนื้อดีชนิดหนึ่งชื่อว่า “ฉง” มาหลอมละลาย ในตำนานจีนเชื่อกันว่าหากดื่มแล้วจะสามารถกลายเป็นเซียนคำอุปมาสำหรับไวน์ชั้นดีหรือน้ำผลไม้ที่หอมหวาน
[2] สะพานกลับสู่สะพาน ถนนคืนสู่ถนน 桥归桥,路归路 qiáo guī qiáo,lù guī lù ต่างคนต่างเดินคนละเส้นทาง