ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 30 บรรลุเคล็ดวิชา
ร่างวิญญาณโปร่งใสถูกดึงเข้าไปภายในวังวนมืดๆ รอบข้างเป็นเส้นทางยาวๆ สีเทาสลับดำ
กายโปร่งแสงของจินดูค่อยๆ คมชัดมากขึ้น สมจริงมากขึ้น เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง เขาก็กลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวล้วน ทุกอย่างดูราวกับเป็นร่างกายของมนุษย์คนหนึ่งจริงๆ
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองไปรอบด้าน
คราวนี้เขาไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำเหมือนคราวที่แล้ว แต่เป็นด้านหน้าของอาคารไม้สีแดงแห่งหนึ่ง
มองเข้าไปด้านในมีชายผมขาวกำลังนั่งขีดเขียนบางอย่างลงบนกระดาษอย่างขะมักเขม้น
จินในชุดคลุมสีขาวสะอาดค่อยๆ เยื้องย่างเดินเข้าไปภายใน ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายสูงวัยผมขาว
กึก
เพราะเกิดความรู้สึกบางอย่างมารบกวนจิตใจ ชายผมขาวก็เผลอใช้แรงมากไปจนหัวปากกาทะลุแผ่นกระดาษจนเป็นรู และนั่นเองทำให้เขาหลุดออกจากความตั้งใจตรงหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นการมาถึงของชายหนุ่มชุดขาวเข้าพอดี
“สวัสดียามดึกมาคัส” ชายหนุ่มในชุดขาวกล่าวทักทายออกไปเมื่อเห็นว่ามาคัสหยุดมือจากสิ่งตรงหน้าแล้ว
“ถะ...ท่านบรรพบุรุษ...ราตรีสวัสดิ์ขอรับ” มาคัสที่ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนก็เกิดอาการประหม่าเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ตอบรับกลับไปได้
“นี่......ท่านบรรพบุรุษเข้าฝันข้าจริงๆ หรือเป็นเพียงอาการฝันเฟื่องไร้สาระของข้าเอง?” มาคัสเหม่อมองชายหนุ่มตรงหน้า เอ่ยถามสิ่งที่สงสัยในใจออกไป
เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยฝันถึงบรรพบุรุษอยู่เหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะเป็นความฝันที่เกิดจากความกังวลของตัวเขาเอง หาใช่บรรพบุรุษบันดาลให้เกิดไม่
เมื่อเห็นท่าทางของมาคัส จินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ต่อหน้าสมาชิกตระกูล มาคัสเคร่งขรึม เด็ดขาด บารมีของความเป็นผู้นำโอบล้อมรอบตัวไปหมด
แต่บัดนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าบรรพบุรุษ หัวหน้าตระกูลผู้เคร่งขรึมก็ไม่มีความเป็นผู้นำหลงเหลือแม้แต่น้อย สำหรับบรรพบุรุษอย่างจินแล้ว มาคัสก็ไม่ต่างไปจากเด็กน้อยคนหนึ่ง เป็นดั่งลูกเป็นดั่งหลานในสายตาของเขา
“เป็นข้าเอง” รอยยิ้มประดับบนดวงหน้าของชายหนุ่ม ดูสดใสราวกับดวงอาทิตย์สาดแสงแรกของวัน
“ที่ข้าเข้าฝันเจ้าในวันนี้ก็เพราะอยากจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นด้านนอกนั่นว่าเป็นเช่นไรบ้าง รวมถึงมีหลายสิ่งที่จะต้องแจ้งด้วยเช่นกัน”
เมื่อได้ฟังดังนั้นมาคัสก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะวางปากกาลงที่โต๊ะ
“เชิญท่านบรรพบุรุษนั่งลงก่อนเถิด ข้าเกรงว่าการพูดคุยครั้งนี้จะนานอยู่สักหน่อย” มาคัสผายมือไปที่โต๊ะไม้เล็กๆ ด้านข้าง มีเก้าอี้วางเอาไว้อยู่สองสามตัว
หลังจากจินนั่งลง มาคัสก็เทชาให้ทั้งของตนเองและฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้จินฟังด้วยความนอบน้อม
“อืม เรื่องราวกลับกลายเป็นเช่นนี้” ชายหนุ่มในชุดขาวขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ถือถ้วยชาค้างไว้ในมือขณะที่รับฟังอีกฝ่าย
“ต้องชื่นชมเจ้าแล้วที่ตัดสินใจได้ดี สมาคมนักล่าเป็นอีกที่ที่น่าสนใจไม่น้อย แต่พวกเขาเป็นองค์กรที่มีการกระจายอำนาจไปในที่ต่างๆ สูง ย่อมไม่อาจทำให้แผนการยื้อเวลาของเจ้าสำเร็จลุล่วงได้รวดเร็วมากพอ” จินกล่าวชื่นชมมาคัสด้วยใจจริง
ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตไปถึงขนาดนี้ หากมาคัสไม่ได้ตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลนี้ออกไปแล้วเก็บผลประโยชน์ไว้กับตนล่ะก็ เห็นทีหายนะจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด
จินจ้องมองไปที่ถ้วยชาในมือ ภายในใจครุ่นคิดถึงอำนาจของตระกูลตนเอง
'บางที ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้ยันต์เร่งการฝึกฝนห้าสิบเท่าคงจะเป็นตอนนี้?'
การเก็บยันต์ไว้ใช้ในเวลาที่ได้ประโยชน์สูงสุดจริงๆ อาจไม่เป็นผลดีต่อตระกูลของเขาในช่วงเวลานี้ หากตระกูลล่มสลาย ยันต์เหล่านั้นจะไปมีประโยชน์อะไรอีกเล่า?
จินตัดสินใจแล้วว่าจะต้องใช้ยันต์ที่ได้มาใหม่ทั้งหมดในตอนนี้เลย ไม่เช่นนั้นตระกูลของเขาคงไม่อาจต้านรับภัยร้ายที่กำลังจะมาถึงนี้ได้
โชคดีอย่างเดียวในเรื่องนี้คือเขายังมีเวลาเหลือเพียงพอ การยื้อเวลาของมาคัสคงทำให้ตระกูลหวงหลงวุ่นวายไปอีกพักใหญ่ๆ กว่าจะจัดการเรื่องราวได้เสร็จ ยามนั้นตระกูลพีไรซ์ก็น่าจะมีอำนาจต่อรองในมือบ้างแล้ว
ระบบบรรพบุรุษนั้นยอดเยี่ยมโดยแท้จริง แต่ใช่จะเนรมิตทุกอย่างได้ในทันทีเสียเมื่อไหร่ หลายๆ สิ่งต้องใช้เวลา หรืออย่างน้อยก็ต้องมีแต้มระบบที่มากพอ แต่สำหรับบรรพบุรุษยาจกอย่างจินคงทำได้เพียงรอช่วงลดราคาหลังเสร็จพิธีเคารพบรรพชนเท่านั้น
“อ้อจริงสิ ช่วงนี้อยู่ให้ห่างตระกูลบัตส์เอาไว้หน่อยก็ดี เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในตระกูลช่วงที่เจ้าไม่อยู่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับพวกมัน รวมถึงอาการบาดเจ็บของมาดิออสก็ด้วย เป็นฝีมือของผู้ใช้พิษอิสระผู้หนึ่งซึ่งเป็นแขกของตระกูลบัตส์”
หลังจากครุ่นคิดเรื่องราวหลายอย่าง จินก็ไม่ลืมที่จะกล่าวเตือนมาคัสกับสิ่งที่ตนพบก่อนหน้านี้
“เป็นพวกมันจริงๆ!” มาคัสทุบกำปั้นลงกับโต๊ะด้วยความเกรี้ยวกราด
ในใจของเขาก็แอบคิดอยู่บ้างว่าตระกูลบัตส์อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่พอได้ยินจากปากบรรพชนเองก็ทำให้มันอดโมโหไม่ได้
“เอาเป็นว่าเรื่องที่ยังไม่เกิดเจ้าก็อย่าไปกังวลกับมันมาก เรื่องการกำจัดอันตรายของตระกูลขอให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง พวกเรายังพอมีเวลาอยู่ ส่วนเรื่องตระกูลบัตส์ยิ่งไม่ต้องไปสนใจ มีเรื่องที่สำคัญกว่าให้เจ้าจัดการอีกมาก” จินกล่าวออกไปเมื่อเห็นว่ามาคัสอารมณ์เย็นลงบ้างแล้ว
“ในช่วงนี้เจ้าจงออกคำสั่งให้ชะลอกิจการต่างๆ ของตระกูลเอาไว้ก่อน อะไรที่จำเป็นก็ให้ทำไปตามปกติ ให้สมาชิกในตระกูลหาเวลามาฝึกฝนให้ได้มากที่สุดภายในช่วงหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะช่วยเหลือเรื่องการฝึกฝนให้แก่ทุกคนเอง”
“แล้วก็อย่าลืมกำชับสมาชิกทุกคนให้มาที่ศาลบรรพชนทุกๆ วันด้วยนะ” จินจ้องมองมาคัสอย่างคาดหวังขณะพูดถึงเรื่องนี้
“รับคำสั่งบรรพบุรุษ ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามคำพูดของท่าน” มาคัสรับคำด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ยึดถือคำสั่งของบรรพชนเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตาม
“ดี! ภายในหนึ่งเดือน เจ้าจะได้เห็นพัฒนาการภายในตระกูลที่ก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน!” จินพยักหน้าด้วยความยินดี ก่อนที่จะกระดกน้ำชาเข้าไปทั้งจอก
มาคัสเองก็ยกชาขึ้นดื่มเช่นกัน ความกังวลในใจของเขาเริ่มเบาบางลงเพราะมีบรรพบุรุษคอยช่วยเหลือแบ่งเบา
ชายหนุ่มชุดขาวยกแขนเสื้อขึ้นซับริมฝีปาก ก่อนจะเปิดปากพูดถึงเรื่องต่อไปที่จะต้องพูด
“ครั้งที่แล้วข้าได้มอบวิชาบ่มเพาะให้เจ้าไป ตอนนี้ตระกูลของเรามีวิชาในการฝึกฝนพลังที่ดีแล้ว”
“แต่ระดับพลังของอเวกนั้นไม่ใช่ทุกสิ่ง อเวกที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ก็มีถมเถไป ข้าคิดว่าตระกูลของเราควรจะมีเคล็ดกระบวนท่าดีๆ ติดตัวเอาไว้บ้าง”
เมื่อพูดจบชายหนุ่มชุดขาวก็ยกมือขวาขึ้นพร้อมกับถือหนังสือปกสีเทาเรียบๆ ที่โผล่ออกมาตอนไหนก็ไม่อาจทราบได้
“รับไป นี่คือเคล็ดวิชาหมัดแปดทิศ เป็นเคล็ดกระบวนท่าที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง หากคนในตระกูลได้ฝึกฝนย่อมเพิ่มพูนความสามารถในการต่อสู้ได้อีกมากทีเดียว” จินในชุดสีขาวล้วนยื่นหนังสือเล่มสีเทาออกไป และมาคัสก็เอื้อมมือมารับไว้
“ภายในห้วงความฝันนี้จงท่องจำเคล็ดวิชาให้ขึ้นใจ หากมีปัญหาสงสัยให้มาถามข้า ข้าจะนั่งรออยู่ที่นี่ จงจำเคล็ดวิชาทุกตัวอักษรให้ได้ก่อนฝันจะจบลง เพราะหนังสือเล่มนี้จะหายไปเมื่อความฝันนี้สิ้นสุด สิ่งที่คงเหลืออยู่ จะมีแต่ความทรงจำของเจ้าเท่านั้น”
เมื่อมอบเคล็ดวิชาให้มาคัสไปแล้ว จินก็ปิดเปลือกตาลง มือทั้งสองข้างกอดอกเอาไว้ เหมือนรอคอยให้มาคัสมาถามตนเองอีกครั้งหากไม่เข้าใจรายละเอียดตรงไหน
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” มาคัสรับหนังสือไปก็รีบคำนับให้จินจนหัวแทบฟาดกับโต๊ะ ก่อนจะเดินออกไปหามุมเงียบๆ เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาในหนังสือ
และแล้วค่ำคืนก็ผ่านพ้นไป แสงอาทิตย์วันใหม่ส่องสว่างขึ้นมาจากทิศตะวันออก พร้อมกันกับที่ชายคนหนึ่งบรรลุเคล็ดวิชาหมัดแปดทิศภายในค่ำคืนเดียว