สถานที่บางแห่งเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่สูงขึ้นไปยังอวกาศอันมืดมิดและไร้ที่สิ้นสุด ในมุมหนึ่งของจักรวาลเทพอัสนี
ภายในยานแสนล้ำสมัยลำหนึ่ง รูปทรงปราดเปรียวและดูดุดัน รัศมีความกว้างของยานนั้นกว้างกว่า1กิโลเมตร เรียกว่าเป็ที่ดินขนาดย่อมๆผืนหนึ่งเลยก็ว่าได้
ภายในห้องผู้บัญชาการ หญิงสาวผมสีแสงเืหมูตัดสั้นประบ่านั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ทั่วทั้งร่างเธอสวมไว้ด้วยชุดเกราะสีแดง มีลวดลายสีดำตามมุมต่างๆ เสริมให้ชุดเกราะดูดุดันมากยิ่งขึ้น
ในมือของเธอกำลังหมุนแหวนสีเงินไปมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนที่เธอจะโยนมันขึ้นลงและลุกออกจากโต๊ะไป
แหวนนวงั้นหากไม่สังเกตดูดีๆจะพบว่ามันเป็เพียงแค่แหวนธรรมดาๆวงหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อสังเกตดูให้ดีๆ จะเห็นเป็ตัวหนังสือสีเงินที่สลักไว้ว่า ' แด่รักนิรันดร์ของเราสอง '
เธอเดินออกมายืนอยู่ที่ลานกว้างของยาน ข้างหน้าเธอมีผู้คนมากมายหลายหมื่นชีวิตยืนรอเธออยู่ ทุนคนต่างสวมเ้วยชุดเกราะที่ดูน่าเกรงขาม ทั่วทั้งร่างปลดปล่อยแรงกดดันออกมา
ตรงกลางนั้นมีร่างหนึ่งถูกแขวนเอาไว้ด้วยกางเขนสีดำ พร้อมกันนั้นมันก็มีประจุไฟฟ้ากระจายออกมาเป็พักๆ เพื่อทำให้ร่างที่ถูกแขวนอยู่เกิดอาการชา และชักกระตุกตามการช็อตนั้น
" ท่านหญิง.. เราได้สอบสวนคนผู้นี้แล้วครับ ได้ความมาว่าพวกมันร่วมมือกับคนนอกเพื่อปล้นทรัพยากรประโยชน์ของตน ! ทำให้คนของเผ่าเราตกเป็ทาสของจักรวาลกว่า98% ครับ ! "
ชายในชุดเกราะเต็มตัวปิดบังทุกส่วนอย่างมิดชิดเดินเข้ามาคุกเข่าและกล่าวกับหญิงสาว
" รู้รึเปล่าว่าพี่น้องของเราที่ถูกจับไปเป็ทาสจักวาลอยู่ที่ไหนบ้าง ?"
หญิงสาวไม่ได้มองชายคนที่เข้ามารายงาน เธอเพียงมองออกไปนอกยานเหมือนกำลังมองไปยังสถานที่แห่งหนึ่งอยู่
" กลุ่มดาวแฝดแห่งเขตโลหิตครับท่าน"
ชายผู้รายงานกล่าว พร้อมกับก้มหัวลงก่อนจะเดินออกไป
" หักลำเปลี่ยนเส้นทาง ! เราจะมุงหน้าไปยังเขตโลหิต.. เพื่อปลดปล่อยพี่น้องของเรา !"
" ฮึ่ม !!" ผู้คนที่ยืนอยู่ที่ลานกว้างส่งเสียงในลำคอประสานกันจนเกิดเป็เสียงกังวานไปทั่วทั้งยาน
ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาเคาะที่อกซ้ายของตนเองด้วยความดุดัน จากนั้นฐานขนาดั์ลำนี้ก็เปลี่ยนเส้นทางและพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะหายไปกับขอบฟ้าอันดำมืดของจักรวาล
แต่ก่อนที่ยานจะลอยหายเข้าไปในมุมมืดของจักรวาล เสียงเล็กก็ลอยมากับอวกาศ " รอข้าเสร็จสิ้นเื่ของเผ่าพันธุ์ข้าเมื่อใด ข้าจักไปหาเ้าแน่ หึ.. ชักอยากรู้เสียจริงว่าคนที่ทำให้เศษเสี้ยวิญญาของข้ายอมรับได้จะเป็คนเช่นไร หวังว่าคงจะจะใช่ผู้ที่อ่อนแอหรอกนะ… หากไม่แล้ว… "
เสียงของหญิงสาวหายไป เนื่องจากยานลำดังกล่าวได้เข้าสู่เส้นทางไฮเปอร์ไดร์เพื่อมุ่งหน้าไปยังจักรวาลโลหิตสู่ดาวแฝดเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
.
.
.
กลับมาทางด้านของวรรณชัย ตอนนี้พวกเขาออกเดินทางมาได้10นาทีแล้ว แต่ก็หยุดพักชั่วคราว นั่นเพราะระหว่างทางพวกเขาพบเข้ากับอสูร และถูกหุ่นไม้ผ่าดาวจัดการไปอย่างง่ายดาย
ดังนั้นเลเวลของวรรณชัยจึงเพิ่มมาอยู่ที่10เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องหยุดเพื่อที่จะเลื่อนระดับของตนเองก่อน
[ ดิ้ง ~ ท่านทำตามเงื่อนไขในการเลื่อนระดับได้สำเร็จ ท่าน้าเลื่อนระดับหรือไม่ ? ]
วรรณชัยเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาและกดไปที่การเลื่อนระดับ ก่อนจะกดยืนยันการเลื่อนระดับทันที
วูบ ~
ร่างของวรรณชัยถูกดึงเข้ามายังพื้นที่แห่งหนึ่ง ซึ่งทั่วทั้งพื้นที่นั้นต่างก็เป็สีขาวโพลนไกลสุดลูหูลูกตา เรียกได้ว่าไร้ที่สิ้นสุดเลยก็ว่าได้
ตรงหน้าของเขามีวงแหวนสีเทาลอยอยู่ตรงนั้นและหมุนวนไปมา ตรงกลางของวงแหวนมีหุ่นไม้รูปร่างหยาบโลนไร้ความปราณีตลอยคว้างอยู่
" หยาบซิบ ! นี่มันยิ่งกว่ามือสมัครเล่นแกะสลักอีก ! ทนดูไม่ได้แล้ว ! ต้องรีบๆเลื่อนระดับ หุ้นไม้จะได้มีรายละเอียดมาขึ้น"
วรรณชัยมองสำรวจหุ่นไม้สี่ทิศที่อยู่ข้างในวงแหวนิญญาไปด้วยบ่นพึมพัมกับตนเองไปด้วย เนื่องจากเขาเองก็พอมีประสบการณ์การแกะสลักหุ่นไม้ขึ้นมาบ้าง เขาจึงจนดูรูปร่างอันบิดเบี้ยวของหุ่นไม้สี่ทิศในตอนนี้ไม่ได้
วรรณชัยมองสำรวจวงแหวนิญญาสีเทาตรงหน้าและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นั่นเพราะเขาสามารถเห็นลวดลายอักขระอันแสนวิจิตราได้
แม้ว่าภายในเกมเขาจะเห็นมันหลายครั้งแล้วก็ตามที แต่มันกลับไม่งดงามและมีรายละเอียดเท่ากับวงแหวนิญญาที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้
" สวยและปราณีตกว่าในเกมมากเลยแฮะ ขยาดวงแหวนเทายังขนาดนี้แล้ววงแหวนสีอื่นล่ะ ? "
เมื่อเห็นวงแหวนอันปราณีตตรงหน้าวรรณชัยก็อดคิดถึงวงแหวนระดับอื่นไม่ได้ เขาอยากจะรู้ว่าพวกมันจะสวยมากแค่ไหน
หลังจากที่มองสำรวจอยู่สีกพัก ลำแสงสีเหลืองทองก็หลั่งไหลออกไปจากร่างของวรรณชัยอย่างบ้าคลั่ง เลเวลของเขาก็ลดลงไปเรื่อยๆเช่นกัน จาก10ตอนนี้มันกลับไปเป็1เรียบร้อยแล้ว
วิ้ง ~
หลังจากที่ดูดซับแสงสีเหลืองทองจากร่างของวรรณชัยจนหมดแล้วร่างทั้งร่างของหุ่นไม้ก็เรืองแสงสีเหลืองทองขึ้นมา กระบวนการนี้กินเวลาเพียงไม่นานนัก ร่างของหุ่นไม้ก็หยุดเรืองแสง
ปรากฎหุ่นไม้ที่มีรูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย รูปร่างของหุ่นไม้ดูดีกว่าเดิมหากเทียบก็คือ เหมือนหุ่นไม้ก่อนหน้านี้ถูกสลักขึ้นโดยคนไร้ฝีมือ จึงออกมาไม่เป็รูปร่าง
ส่วนหุ่นไม้ในตอนนี้ถูกสลักขึ้นโดยช่างแกะสลักฝึกหัด จึงสามารถมองเห็นส่วนต่างๆได้ชัดเจนและดีขึ้นมาเล็กน้อย แม้รูปร่างจะยังคงบิดเบี้ยวและไม่ถูกองศาอยู่เหมือนเดิมก็ตาม
แกร่ก ~ เปรี้ยะ !
เกิดเสียงแตกร้าวขึ้นที่วงแหวนิญญาสีเทาที่หมุนวนไปมารอบหุ่นไม้
วิ้ง ~
หลังจากเสียงแตกร้าวหายไป วงแหวนิญญาของวรรณชัยก่อนจะมีแสงสีส้มเปร่งออกมาจากรอยร้าว จากนั้นวงแหวนิญญาของเขาก็แยกออกเป็สองส่วน และสีของมันก็เปลี่ยนไป กลายเป็สีส้มทั้งวงแหวนในทันที เรียกได้ว่ารัศมีแสงที่เปล่งออกมาจากวงแหวนทั้งสองนั้นแตกต่างจากสีเทาก่อนหน้านี้มากโขเลยทีเดียว
[ ดิ้ง ~ ท่านทำการเลื่อนระดับหุ่นไม้สี่ทิศสำเร็จ ! ระดับของหุ่นไม้สี่ทิศ จากระดับGเป็ระดับF ]
[ แต้มค่าสถานะ จากเดิม ความแข็งแกร่ง 1>3 ความทนทาน1>3 ความเร็ว 1>3 ความอึด 1>3 มานา 1>3 สกิลที่สามารถยืมได้ 2 ]
[ ดิ้ง ~ ยินดีด้วย ! ท่านทำตามเงื่อนไขในการปลดผนึกสกิล[สวมใส่]ได้สำเร็จ ! ท่าน้าที่จะปลดผนึกสกิลหรือไม่ ? ]
ทันทีที่วรรณชัยสามารถเลื่อนระดับหุ่นไม้สำเร็จ เสียงแจ้งเตือนของระบบเื่การปลดผลึกสกิลก็ดังขึ้นในหัวของวรรณชัยอีกครั้ง
" ปลดผนึก !" สิ้นคำของวรรณชัยการ์ดเปล่าระดับF10ใบก็ลอยออกมาจากกระเป๋ามิติของเขา ก่อนที่พวกมันจะลอยวนอยู่รอบตัวของหุ่นไม้สี่ทิศ วนอยู่ไม่นานพวกมันก็กลายเป็ลำแสงสีเหลืองทองพุ่งเข้าไปในร่างของหุ่นไม้สี่ทิศ
[ ยินดีด้วยท่านปลดล็อกสกิล[สวมใส่]สำเร็จ ! ]
*สวมใส่ : สวมใส่การ์ดิญญาไปยังหุ่นไม้ที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือมากกว่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของหุ่นไม้
หลังจากที่เสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วจิตของวรรณชัยก็กลับมายังโลกภายนอก เขาค่อยๆลืมตาขึ้น จากนั้นก็เปิดหน้าต่างสถานะของเขาขึ้นมาดู
*
ชื่อ : วรรณชัย พิทักษ์กุล
อาชีพ : ผู้ใช้หุ่นไม้สี่ทิศ
ระดับ : F ( เลื่อนระดับ )
เลเวล : 1
ขั้น : 0
ความแข็งแกร่ง : 3
ความทนทาน : 3
ความเร็ว : 3
ความอึด : 3
มานา : 3
แต้มิญญา : 2(+10)
สกิลใช้งาน : สวมใส่ , เรียกขาน (ผนึก) [ เงื่อนไขในการปลดผนึก ]
สกิลติดตัว : -
สถานะ : สุขภาพดี
*
เมื่อมองดูค่าสถานะของตนเองแล้ววรรณชัยก็พยักหน้าพอใจ แต่เมื่อเขาอ่านมาถึงตรงแต้มิญญาหัวใจของเขาก็เต้นรัวและแรงมาก
นั่นเพราะมันมีแต้มิญญาเพิ่มขึ้นมาอีก10แต้มที่อยู่ในวงเล็บ นั่นคือแต้มิญญาที่เขาไม่ได้ลงไปกับค่าสถานะไหนเลยตอนที่เขายังอยู่ในระดับ G
ซึ่งเมื่อเขาเลเวลอัพในระดับGแล้วเขาจะได้แต้มสถานะมาครั้งละ1แต้ม และเพิ่มทุกค่าสถานะทั้งหมด1แต้ม ดังนั้นเมื่อเขาถึงเพดานเลเวลของระดับGในเลเวล10เขาจึงมีแต้มิญญา10
และในเมื่อเขาไม่ได้ใช้ในระดับก่อนหน้านี้ หลังจากที่เขาเลื่อนระดับไปอยู่ในระดับFที่สูงกว่า แต้มที่ไม่ได้ใช้จึงติดมาด้วย นี่คือบัคลับอย่างหนึ่งที่เขาค้นพบตอนที่เขายังเล่นเกมอยู่
ในตอนนั้นตอนที่เขาพบความลับนี้เขาก็อยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว แต้มิญญาที่เขาได้รับจึงไม่มากนักเพราะเขาใช้มันไปเกือบหมดก่อนที่จะเลื่อนระดับไปยังระดับS
สิ่งนี้ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่ในความฝันเกือบทุกวันคืน นั่นเพราะหากเขาพบมันได้เร็วกว่านี้เขาคงจะแข็งแกร่งกว่านี้มาก หากเป็แบบนั้นในการปะทะกันของเขากับเทพปีศาจซากค้าและเทพปีศาจเพเรียนเขาคงไม่สูญเสียไปขนาดนั้นหรอกหากเขามีค่าสถานะที่สูงกว่านั้น และเขาก็หวังว่าเขาจะมีโอกาศได้แก้ตัวอยู่ล่ำไป
จนมาถึงวันนี้ ! เขาเองก็ไม่คิดฝันว่าสิ่งที่เป็บัคภายในเกมกลับสามารถนำมาใช้ในโลกจริงได้ !! และแต้มิญญาที่เขาไม่ได้ลงไปในค่าสถานะไหนเลยนั่นเป็เพราะเขาไม่จำเป็ต้องลง
เพราะเขาไม่ต้องสู้เองเหมือนตอนที่อยู่ในเกม ใน่แรกเขาต้องดิ้นรนต่อสู้ด้วยตนเองและใช้ทุกอย่างที่มีในการเอาชนะมอนสเตอร์ ดังนั้นค่าสถานะ1แต้มก็มีค่ามากสำหรับเขาใน่แรกตอนที่อยู่ในเกม
ดังนั้นเขาจึงต้องลงแต้มิญญาทุกค่าไปที่ค่าสถานะที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เื่นี้เองจึงทำให้เขารับรู้เื่บัคนี้ได้ช้ามาก แต่มันไม่ใช่กับตอนนี้แล้ว
เพราะตอนนี้เขาเริ่มเก็บเกี่ยวแต้มิญญาของแต่ละระดับั้แ่ต้น ทำให้ค่าสถานะของเขามีมากกว่าคนในระดับเดียวกัน ! ตอนนี้เขาก็มีมากกว่าระดับเดียวกันถึง10แต้ม !!
แล้วหากระดับต่อไปล่ะ ? ที่ระดับFแต่ละระดับจะได้รับ2แต้ม เพดานเลเวลอยู่ที่20 แต้มที่จะได้รับก็คือ 40 ! แค่คิดร่างกายของวรรชัยก็สั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นดีใจไม่หยุดแล้ว
ดังนั้นเขาจึงตรวจดูเงื่อนไขในการเลื่อนละดับ และกาาปลดล็อกสกิลที่2ของเขา
*
เงื่อนไขในการเลื่อนระดับ( F-E) : หุ่นไม้จัดการกับมอนสเตอร์ที่มีระดับและเลเวลสูงกว่าตนเองอย่างละ 10ตัวและถึงเลเวล20
สถานะปัจจุบัน :
เลเวลสูงกว่า 0/10
ระดับสูงกว่า 0/10
เลเวล 1/20
*
*
เงื่อนไขในการปลดผนึกสกิล [ เรียกขาน ]
รวบรวมการ์ดเปล่าระดับE 10/10
กำจัดมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงกว่าตนเอง2ระดับ 0/1
จุติครั้งที่2 1/2
*
มองดูเงื่อนไขทั้งหมดแล้ววรรณชัยก็พยักหน้า นันเพราะมันไม่ต่างจากที่เขาเคยทำตอนที่อยู่ในเกมเลย ดังนั้นเขาจึงปิดหน้าต่างไปโดยที่ไม่จำเป็ต้องอ่านซ้ำอีก
ส่วนตอนนี้เขาก็พอจะรู้แล้วว่าเขาอยู่ในโลกจริงหรือสมมติกันแน่ และตอนที่เห็นศพของหมาป่าลมกรดที่กองอยู่กับพื้นไม่สลายหายไป เขาก็รู้แล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ในโลกความเป็จริง
หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือเขาสามารถช่วยเหลือทหารเหล่านี้ได้แล้วทำไมเขาถึงยังไม่ถูกส่งไปยังฉากต่อไป หากเป็โลกสมมติเขาคงจะไปอยู่ในฉากต่อไปแบบไม่เอะใจอะไรแล้ว
แต่นี่เื่ราวกลับเป็ไปตามที่เขากำหนด อย่างเช่นการออกเดินทางหรือหยุดพัก ทหารก็จะทำตามเขาเสมอ ดังนั้นเขาจึงคิดถึงสถานการณ์ของเขาที่เป็อยู่ในตอนนี้แบบคร่าวๆ
มันคงจะเป็สถานการณ์ที่คล้ายกันนิยายในสมัยนี้ ที่ผู้คนถูกดึงตัวไปยังต่างโลกอย่างกระทันหันอะไรทำนองนั้น เมื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ของตนเองได้แล้ว วรรณชัยก็ลุกขึ้น ก่อนที่จะสั่งให้เหล่าทหารออกเดินทางอีกครั้ง
ในระหว่างทางที่เดินไปวรรณชัยก็เปิดช่องเก็บของออกมาดู เขามองดูของที่เขาได้มา อันที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่กับพวกจอบอาหารแห้ง และเมล็ดพันธุ์ เขาไม่ได้ตรวจสอบพวกมัน นั่นเพราะคิดว่ามันคงไม่มีอะไรพิเศษ
ดังนั้นเขาจึงดูเพียงแค่ หุ่นไม้ที่ใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่ที่วางอยู่ในช่องเก็บของเท่านั้น
*
ชื่อ : หุ่นไม้ที่พังทลาย
ระดับ : -
เลเวล : -
พละกำลัง : -
ความทนทาน : -
ความเร็ว : -
ความอึด : -
มานา : -
แต้มิญญา : -
สกิลใช้งาน : -
สกิลติดตัว : -
สถานะ : พังทลาย ( หุ่นไม้จะสลายหายไปในอีก9วัน.. หากไม่ได้รับการซ่อมแซมหุ่นไม้จะสลายหายไปตลอดกาล ! ) *ข้อมูลการซ่อมแซม
ข้อมูลการซ่อมแซม : หุ่นไม่ที่พังทลาย
เศษชิ้นส่วนต้นไม้โลก
พลังงานศักสิทธิ์
หยดน้ำแห่งชีวิต
.
.
.
นำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในรายการมาซ่อมแซมหุ่นไม้ จนกว่าการพังทลายจะหายไป
*
เห็นข้อมูลที่หุ่นไม้บอกมาหางคิ้วของวรรณชัยก็กระตุกไม่หยุด
ชื่อจริงก็ไม่มี ค่าสถานะก็ไม่มี สามารถทำอะไรได้ก็ไม่บอก แล้วยังสิ่งของที่ต้องนำมาซ่อมแซมนั่นอีก แต่ละอย่างไม่ใช่สิ่งที่หามาได้ง่ายๆเลย ยกเว้นก็เพียงแกนกลางอสูรเท่านั้น ที่หาได้ง่าย
เมื่อเห็นว่าตนเองไม่มีความสามารถในการตามหาสิ่งเหล่านี้ในเวลานี้ วรรณชัยจึงเลิกสนใจหุ่นไม้นี้ไปก่อน เขาหันมาให้ความสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้าของตน
ตอนนี้ข้างหน้าของพวกเขามีอสูรั์ตนหนึ่งยืนขวางพวกเขาอยู่ ด้วยร่างกายอันใหญ่โต เพียงแค่มันมองมาก็ทำเอานายทหารที่คุ้มกันวรรณชัยอยู่ถึงกับสั่นกลัวไปตามๆกัน
" น นายน้อย นั่นมันอสูรั์ภูผา มันมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก พวกเราในนี้ไม่มีใครที่สามารถเอาชนะมันได้ แม้มันจะอยู่โดดเดี่ยวตัวเดียวก็ตาม แต่ต่อให้พวกเราทั้ง10นายเข้าไปสู้กับมันก็มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ เพราะฉะนั้น…"
ไตรวิทย์เดินเข้ามารายงานแก่วรรณชัย เื่ความแข็งแกร่งของั์ภูผา
วรรณชัยที่ได้ยินดังนั้นเขาจึงตรวจสอบข้อมูลของั์ภูผา
*
ชื่อ : ั์ภูผา
ระดับ : D
เลเวล : 45
ความแข็งแกร่ง : 94(+20)
ความทนทาน : 81 (+10)
ความเร็ว : 61
ความอึด : 64
มานา :63
แต้มิญญา : 90
สกิลใช้งาน : ะเิภูผา , หนึ่งเดียวกับภูผา
สกิลติดตัว : กายภูผา , พลังยักษา
สถานะ : สุขภาพดี
*
เมือเห็นค่าสถานะของั์ภูผาแล้วคิ้วของวรรณชัยก็ขมวดแน่น อสูรระดับD พวกมันเริ่มมีสติปัญญาแล้ว นั่นเพราะพวกมันเริ่มนำค่าแต้มิญญาลงไปยังค่าสถานะอื่นๆแล้วนั่นเอง
ส่วนที่เขารู้ได้อย่างไรนั้น นั่นเพราะแต้มิญญาของมันเหลือแค่90แต้ม ทั้งที่จริงแล้วหากไม่ได้ใช้ เมื่ออยู่ที่เลเวล45 และได้แต้มิญญาเลเวลละ4 มันจะมีทั้งหมด 180แต้ม
ดังนั้นจึงแสดงว่ามันใช้แต้มิญญาไปกว่าครึ่งแล้วนั่นเอง !
" งานหยาบมาก ! " วรรณชัยพึมพัมออกมา ก่อนที่จะตรวจดูค่าสถานะของหุ่นไม้ผ่าดาว ที่สวมใส่การ์ดบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นอยู่
*
ชื่อ : ลากูน เรย์นอ
อาชีพ : บาร์บาเรี่ยนฟ้าลั่น
ระดับ : S+
เลเวล : 18
ขั้น : 0
ความแข็งแกร่ง : 90 (+180)
ความทนทาน : 77 (+77)
ความเร็ว : 70 (+70)
ความอึด : - (64)
มานา : 62
แต้มิญญา : 0
*
มองดูค่าสถานะคร่าวๆของลากูนแล้วคิ้วของวรรณชัยก็กระตุกเช่นกัน นั่นเพราะเลเวลของลากูนั้นแค่18 แต่ค่าสถานะของเขากลับเทียบเท่าได้กับอสูรระดับDเลเวล 45แล้ว ! นี่ยังไม่รวมผลของสกิลที่เพิ่มค่าต่างๆให้อีก เมื่อรวมสกิลแล้ว ั์ภูผาก็เทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อย !
นี่สินะสิ่งที่เรียกว่าความเหนือชั้นของระดับ !? ส่วนค่าความอึดของหุ้นไม้ผ่าดาวที่เป็ - นั่นเพราะมันไม่มีขีดจำกัดเื่ความเหนื่อยล้านั่นเอง เพราะมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต มันเป็เพียงหุ่นไม้ที่ขยับไปมาด้วยพลังมานาที่อยู่รอบตัวและสัญชาตญาณเก่าที่ติดมากับการ์ดิญญา
ส่วนเลข(64)ที่อยู่หลัง - คือค่าความอึดดั้งเดิมที่การ์ดิญญามีนั่นเอง