เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 87 ฉันก็เป็นคนแบบนี้

            หลังกินอาหารเสร็จซูอี้เฉิงกับจางเหมยก็ขอตัวกลับก่อนส่วนลู่เป๋าเหยียนและซูเจี่ยนอันกำลังยืนรอให้พนักงานนำรถมาที่หน้าร้าน

            “เมื่อกี้ทำไมเธอต้องหลอกถามเขาด้วย”ลู่เป๋าเหยียนถามขึ้นมา

            เขารู้ทันเธอจริงๆ ด้วยที่เขาพูดกับพี่ชายเธอว่ายังต้องเลือกคู่ควงอีกเหรอ คงเพราะต้องการช่วยเธอสินะ

            “ยังจำเรื่องที่เสี่ยวซีขอบัตรเชิญงานเลี้ยงครบรอบกับนายได้หรือเปล่า”ซูเจี่ยนอันถาม “เสี่ยวซีต้องการจะเข้างานไปตีเนียนเป็นคู่ควงพี่ชายฉันแต่ถ้าพี่ชวนจางเหมยไป เสี่ยวซีก็หมดโอกาส”

            ตอนนั้นเองพนักงานก็ขับรถของลู่เป๋าเหยียนมาจอดด้านหน้า และช่วยเปิดประตูให้กับซูเจี่ยนอันเธอหันไปขอบคุณก่อนที่จะถามลู่เป๋าเหยียน

            “นายว่ารอยยิ้มของพี่ฉันเมื่อกี้...มันหมายความว่าไง”

            ลู่เป๋าเหยียนสตาร์ทรถก่อนจะตอบ“เขาคิดจะขอให้จางเหมยเป็นคู่ควง เพียงแต่ยังไม่เอ่ยปาก เข้าใจ?”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้า“งั้นก็หมายความว่า ถ้าเสี่ยวซีลงมือตอนนี้ก็ยังทันสินะ”

            เธอกะว่าหากบริษัทเมื่อไรจะรีบบอกข่าวนี้กับลั่วเสี่ยวซีทันทีแต่ใครจะไปนึกว่า ลั่วเสี่ยวซีได้มานั่งรอเธออยู่ในห้องของผู้จัดการไช่ก่อนแล้ว

            วันนี้เธอมัดผมลอนสลวยเป็นหางม้าอยู่ในชุดออกกำลังกายรัดรูป และผูกเสื้อคลุมเอาไว้ที่เอวแต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจปิดบังหุ่นสะโอดสะองของเธอเอาไว้ได้

            ซูเจี่ยนอันนึกว่าตัวเองตาฝาดที่เห็นเพื่อนของตนนั่งยิ้มกว้างอยู่ตรงหน้า

            “เมื่อวานฉันได้ยินคนเม้ากันว่าบอสใหญ่พาเธอมาที่บริษัทคิดไม่ถึงว่าจะจริงแฮะ”

            ซูเจี่ยนอันยิ้ม“ฉันมีเรื่องจะบอกเธออยู่พอดี”

            หลังได้ฟังเรื่องที่ซูเจี่ยนอันกล่าวลั่วเสี่ยวซีกลับไม่รู้สึกแปลกใจอะไร

            “ฉันบอกแล้วว่าตอนนี้พี่ชายเธอกับจางเหมยยังไม่ได้คบกัน แต่อนาคตต้องมีอะไรแน่”

            “งั้นเธอคิดจะทำไงต่อไป”ซูเจี่ยนอันถาม

            ลั่วเสี่ยวซีปล่อยผมหางม้าออกก่อนจะใช้มือเสยผมอย่างเย้ายวน

            “จะให้ทำยังไงฉันก็ต้องหาทางกำจัดศัตรูก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมือน่ะสิ”

            พูดจบเธอก็เดินออกจากฝ่ายกลยุทธ์ไปซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าเพื่อนของเธอจะไปไหนแต่ก็ไม่ได้ห้ามไว้ เพราะถึงอย่างไรลั่วเสี่ยวซีก็คุ้นเคยกับที่นั่นยิ่งกว่าเธอ

            ลั่วเสี่ยวซีไม่ได้รีบร้อนตรงไปยังจุดหมายเลยทันทีเธอเดินกลับไปที่ห้องซ้อมก่อน

            Lu Media ตั้งอยู่ด้านหลังตึกใหญ่ของเครือลู่ ชั้นสามถึงสี่เป็นห้องซ้อมและห้องฟิตเนสต่างๆสำหรับศิลปินในสังกัด ปัจจุบันลั่วเสี่ยวซีกำลังฝึกการเดินแคทวอล์คทุกวันตอนเช้าเธอจะต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะรับการสอนจากเทรนเนอร์อย่างเข้มงวด

            ที่เธอกลับมาที่นี่ก่อนก็เพราะต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าและบอกกับผู้จัดการของตนก่อนออกไป

            “นอร่าฉันขอลาช่วงบ่ายนะ!”

            พูดจบเธอก็สวมเสื้อคลุมและเดินออกจากประตูไปโดยไม่รอคำตอบ

            นอร่าเองก็หมดปัญญากับเธอ

            ลั่วเสี่ยวซีเป็นศิลปินฝึกหัดที่ขยันที่สุดคนหนึ่งในตอนนี้ภายนอกเธออาจจะดูไม่ค่อยเรียบร้อยอยู่ในโอวาทนัก แต่เธอไม่เคยมาสายเลยสักครั้งและไม่เคยแสดงตนข่มคนอื่นแม้แต่น้อย บทเรียนที่ว่ายาก สำหรับเธอก็ไม่ได้ง่ายแต่ในขณะที่คนอื่นร้องบ่นระงม ลั่วเสี่ยวซีกลับกัดฟันสู้ ฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งทำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            รูปร่างของลั่วเสี่ยวซีนับว่าดีมากแต่ถ้าอยากจะเป็นนางแบบชั้นนำคงต้องผ่านการฝึกฝนอีกมากมายยามที่หยาดเหงื่อไหลลงมาดั่งสายฝน เธอไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลยสักครั้งราวกับว่าในพจนานุกรมของลั่วเสี่ยวซีนั้น มีแต่คำว่า “พยายาม”

            ลั่วเสี่ยวซีเองก็เคยหกล้มจากการส้วมส้นสูงกว่าสิบเซนติเมตรตอนเดินแบบแต่ขณะที่คนอื่นพากันกุมบาดแผลร้องโอดโอย เธอกลับแค่ยิ้มแหยๆ และลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่

            ถึงเธอจะดูเป็นคนที่ขี้เกียจที่สุดทว่าความจริงเธอคือคนที่ขยันและพยายามมากที่สุดต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเธอจะยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัททุกอย่าง อย่างวันนี้ในเวลาแบบนี้เธอก็มักทำตามใจตัวเองโดยไม่สนใครหน้าไหน

            เพราะลู่เป๋าเหยียนเคยกำชับไว้ว่าหากไม่ใช่เรื่องเกินเลยอะไร ขอให้ตามใจลั่วเสี่ยวซีดังนั้นวันนี้ก็ให้เธอทำตามใจสักวันแล้วกัน

            ขณะนั้นเองลั่วเสี่ยวซีก็กำลังขับเฟอร์รารีสีแดงคันงามของตนไปยังเครือเฉิงอัน

            มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เธอเป็นแขกประจำของที่นั่นเธอตามติดซูอี้เฉิงราวกับเหาฉลาม เธอมักจะแวะไปเซอร์ไพรส์เขาให้ตกใจเล่นอยู่บ่อยๆแถมยังชอบซื้อข้าวของติดไม้ติดมือไปให้คนใกล้ตัวของเขาพร้อมกันด้วยเมื่อเวลาผ่านไป คนทั้งเครือเฉิงอันตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ยันรปภ.หน้าประตูต่อให้ไม่เคยเห็นหน้า ก็ต้องเคยได้ยินชื่อของลั่วเสี่ยวซีกันทุกคน

            แต่ตอนหลังเธอเริ่มรู้สึกเกรงใจและมักบังเอิญเจอบรรดาคุณอาเพื่อนพ่อที่นั่นบ่อยๆเลยไม่ได้ไปหาซูอี้เฉิงที่บริษัทอีก

            แต่ว่าวันนี้ลั่วเสี่ยวซีกลับมาแล้วค่า!

            รปภ.หน้าประตูยังเป็นคนเดิมเมื่อเขาเห็นเธอก็รีบส่งเสียงทักทาย

            “อ้าวคุณหนูลั่วใช่ไหมครับ”

            ลั่วเสี่ยวซีส่งยิ้มพลางเดินเข้าไปหาเธอยื่นชานมและทาร์ตไข่ให้เขา

            “คุณอาจางไม่เจอกันนานนะคะ ว่าแต่...ผอ.ซูวันนี้อยู่หรือเปล่า”

            “อยู่ครับ” เขารับของตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจพลางตอบ“คุณหนูไม่ได้มานานเลยนะครับเนี่ย”

            “วันนี้ก็มาแล้วไงคะงั้นหนูขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะคะคุณอา”

            พูดจบลั่วเสี่ยวซีก็หิ้วของเข้าไปในบริษัทอย่างรวดเร็วกว่าประชาสัมพันธ์จะตามมาดูว่าเธอเป็นใคร เธอก็ขึ้นลิฟต์ส่วนตัวของซูอี้เฉิงขึ้นชั้นบนไปแล้ว

            พวกเลขาของซูอี้เฉิงเธอก็คุ้นเคยดีหลังจากวางขนมและกาแฟลงบนโต๊ะเธอก็พูดว่า

            “กาแฟสตาร์บัคและขนมจาก JB House ที่พวกเธอชอบ ตามสบายเลยนะ!”

            เลขาที่สนิทกับเธอพากันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดและส่งสัญญาณบอกเธอว่าซูอี้เฉิงอยู่ในห้องทำงาน

            ลั่วเสี่ยวซีจึงรีบเดินไปทันทีเมื่อเกือบถึงประตู ก็มีเสียงของคนรู้จักดังขึ้นซะก่อน

            “คุณหนูลั่วคุณเข้าไปไม่ได้ค่ะ”

            เมื่อหันกลับไปมองก็เป็นจางเหมยอย่างที่เธอคิด

            “ฉันรู้ว่าฉันเข้าไปไม่ได้”ลั่วเสี่ยวซียิ้มกว้างอย่างท้าทาย “แต่ยังไงฉันจะเข้า”

            “คุณไม่ควรทำตามใจตัวเองแบบนี้นะคะ”จางเหมยเตือน “ผอ.ซูกำลังทำงานอยู่ถ้าคุณเข้าไปเกรงว่าจะเป็นการรบกวนเขาเสียเปล่าๆ เขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปกวนเวลางานโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เข้าไม่ชอบหน้า”

            “แผลที่หน้าผากหายดีหรือยังคะ”ลั่วเสี่ยวซีไม่หลงกลกับคำพูดยั่วโมโหของจางเหมย เธอส่งยิ้มกว้างก่อนเอ่ย“เรื่องที่คลับเฮาส์ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ว่า...ซูอี้เฉิงเขาโดนฉันรบกวนบ่อยจนชินแล้วล่ะค่ะเพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องห่วง”

            เธอกดรหัสอย่างคล่องมือเมื่อประตูเปิดออก เธอก็เดินเข้าไปอย่างผ่าเผย

            เชอะเธอรู้รหัสเข้าห้องเขาก่อนยัยนั่นตั้งนาน มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้เธอเข้ากันฝันไปเถอะ!

            ซูอี้เฉิงกำลังอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาจึงเงยหน้าขึ้น และก็เป็นคนที่เขาคาดไว้จริงๆ

            “เธอมาทำไม”เขาขมวดคิ้วถาม

            “มารบกวนนายไง”ลั่วเสี่ยวซีเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของเขา เธอใช้สองมือกุมขอบโต๊ะและก้มตัวลงส่งยิ้มราวกับจิ้งจอกสาว

            “นายพอจะมีเวลาสักหน่อยไหม”

            “ไม่มี”ซูอี้เฉิงตอบหน้านิ่งพลางเปิดเอกสาร “ออกไป!”

            “ฉันไม่ออก!”ลั่วเสี่ยวซีลากเก้าอี้เข้ามานั่งข้างกายซูอี้เฉิง“ออกไปตอนนี้คงได้โดนหัวหน้าเลขานายหัวเราะเยาะแน่ๆ”

            ซูอี้เฉิงมองเธออย่างเย็นชาเธอห่อไหล่ลงเล็กน้อยก่อนถาม

            “นายยุ่งมากเลยเหรอ? งั้น...นายทำงานต่อเถอะฉันไม่กวนแล้ว” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เธอกลับไม่ขยับไปไหน

            ซูอี้เฉิงชักจะทนไม่ไหว“ออกไปห่างๆ ฉันหน่อย”

            “อ้อ”ลั่วเสี่ยวซีลากเก้าอี้ไปนั่งตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขาอย่างเชื่อฟังและจ้องหน้าเขาต่อไป

            ซูอี้เฉิงอ่านเอกสารในมือต่อโดยไม่สนใจเธอลั่วเสี่ยวซีเองก็นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาเงียบๆเขานึกว่าตัวเองจะสามารถอ่านเอกสารต่อไปได้ตามปกติ ทว่าอ่านไปอ่านมาทำไมตัวอักษรตรงหน้ากลับกลายเป็นใบหน้ายิ้มแย้มของลั่วเสี่ยวซีไปได้ล่ะเนี่ย

            เขาหลับตาลงและปิดเอกสารในมืออย่างหงุดหงิด

            “มีอะไร!”

            ลั่วเสี่ยวซีหัวเราะคิกคัก“นายมีคู่ควงไปงานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่หรือยัง”

            ซูอี้เฉิงกอดอกสีหน้าเย็น“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ?”

            “จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ยังไง”ลั่วเสี่ยวซียืดอกพูดอย่างมั่นใจ “ฉันอยากจะเป็นคู่ควงของนายเพราะงั้นนายห้ามไปชวนคนอื่นนะ”

            ซูอี้เฉิงหัวเราะแกนๆ ออกมา“ฉันมีคู่ควงแล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไร ก็ออกไปได้แล้ว!”

            “หัวหน้าเลขาของนายน่ะเหรอ”ลั่วเสี่ยวซีพูดช้าๆ ชัดๆ “ซูอี้เฉิง นายอย่าคิดว่าเรื่องจะจบแค่นี้!ถ้าฉันเห็นนายมากับเธอในวันงาน รับรองว่าฉันจะหาทางแยกพวกนายออกจากกันให้ได้ฉันอุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้แล้วนายลองคิดเอาเองละกันว่าอยากจะหาเรื่องปวดหัวใส่ตัวเพิ่มหรือเปล่า”

            “เธอจะแยกพวกฉันออกจากกันได้ยังไง”ซูอี้เฉิงพูดอย่างไม่แยแส “งานเลี้ยงครบรอบของเครือลู่ไม่ได้มีจัดแข่งเทนนิสนะ”

            “เรื่องนั้นฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ...”ลั่วเสี่ยวซีเบ้ปาก “ใครใช้ให้เธอมาลองดีกับฉันก่อนล่ะเธออยากแกล้งให้ฉันวิ่งจนหมดแรง ให้ขายหน้าต่อหน้าทุกคนตอนหลังฉันไม่เล่นแรงกว่านั้นก็บุญแล้ว ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละคิดแก้แค้นแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย ส่วนนายจะคิดยังไงก็ช่าง!”

            ซูอี้เฉิงยกมือนวดขมับ“ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ กลับไปเถอะ อีกห้านาทีฉันมีประชุม”

            “นายจำเรื่องที่ฉันพูดได้แล้วใช่ไหม”ลั่วเสี่ยวซีถามย้ำ

            ซูอี้เฉิงตอบเสียงเย็น“จะให้ฉันเรียกรปภ.ไหม”

            “เรียกมาสิ”ลั่วเสี่ยวซีพูดอย่างไม่เกรงกลัว “ฉันติดสินบนรปภ.ทุกคนในตึกนี้ไว้หมดแล้วนอกจากนายจะเรียกตำรวจมาจับฉัน”

            ตอนนั้นเองจางเหมยก็เดินเข้ามา

            “ผอ.ซูคะ ผู้จัดการของ HC มาถึงแล้วค่ะคุณควรไปที่ห้องประชุมได้แล้ว”

            ซูอี้เฉิงลุกขึ้นพลางติดกระดุมเสื้อสูทก่อนจะพูดขู่ลั่วเสี่ยวซี “กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะกลับมา”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มโบกมือไล่หลังเขาไปเธอรอจนกระทั่งเขาเดินออกจากห้องทำงานไปแล้วจึงหยิบมือถือของเขาขึ้นมาและใส่รหัสวันเกิดของซูเจี่ยนอันเพื่อปลดล็อก

            เธอส่งรูปเซลฟี่ของตัวเองเข้าไปในมือถือเขาและตั้งค่าให้เป็นรูปหน้าจอ จากนั้นจึงวางมือถือกลับที่เดิมก่อนจะปัดมือและเดินออกจากห้องทำงานของเขา

            เมื่อซูอี้เฉิงเสร็จจากการประชุมลั่วเสี่ยวซีก็ได้กลับไปแล้ว แต่...ทำไมเขารู้สึกว่าลั่วเสี่ยวซีคงไม่ยอมกลับไปง่ายๆแบบนี้ เธอต้องทำอะไรสักอย่างแน่ๆ

            จางเหมยถามขึ้นว่า“ผอ.คะ เหมือนคุณหนูลั่วจะรู้รหัสเข้าห้องถ้าเป็นแบบนี้จะกระทบกับการทำงานของคุณหรือเปล่า ให้ฉันเปลี่ยนรหัสให้ไหมคะ”

            ซูอี้เฉิงหยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อกแล้วนึกว่าตัวเองตาฝาด เพราะตอนนี้รูปหน้าจอมือถือเขากลายเป็นภาพของลั่วเสี่ยวซีที่กำลังส่งยิ้มหวานอย่างสดใสไปเสียแล้ว

            นั่นไงว่าแล้วว่าเธอไม่ใช่คนว่าง่ายขนาดนั้น

            เขายกมือนวดขมับเล็กน้อยก่อนตอบ

            “ไม่เป็นไร”

            จางเหมยนิ่งไปเธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ถูกซูอี้เฉิงพูดขัดเสียก่อน

            “จะเปลี่ยนรหัสอีกกี่ครั้งเธอก็หาทางเข้ามาได้อยู่ดีไปทำงานต่อเถอะ”

            จางเหมยได้ยินดังนั้นจึงไม่พูดอะไรอีกและเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

            ซูอี้เฉิงมองภาพบนหน้าจอมือถือของตนโดยไม่ทำอะไรและวางมันทิ้งไว้ดังเดิม

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828