ตอนที่ 15 พลิกล็อค
ฉั่ววววว ฉั่ววววววววว ฉั่ววววววววววว
"อ๊ากกกกกกก"
ถางเทียนเจี๋ย ที่กำลังดีใจอยู่นั้น ก็ถูกฟันโดนไม่ทันตั้งตัวทันที
ตุบบบบบบ
ถางเทียนเจี๋ย ที่ถูกฟันหลายแผลล้มลงไปกับพื้นทันที
!!!!
"บ้าน่า พี่เจี๋ยล้มลงไปงั้นรึ" เหล่าศิษย์ของสำนักเหล็กไหล ที่ดูการต่อสู้อยู่ก็ใขึ้นมา เมื่อคนที่ล้มลงไปคือ ถางเทียนเจี๋ย ที่แข็งแกร่งที่สุดในทีมรุ่นเยาว์ของตนเอง
"ถางเทียนเจี๋ย" เ้าสำนักเหล็กไหล ที่นั่งอยู่ในแถวผู้ชมะโร้องออกมา เมื่อเห็นลูกชายตัวเองล้มลงไป
"นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"นั้นสิ เมื่อกี้ก็เห็นอยู่ว่าค้อนั์อันนั้นััโดนกะบี่แล้ว"
"ใช่ ไม่มีทางที่กะบี่อันบอบบางจะทนรับแรงทุบค้อนั์ได้เด็ดขาด"
"จริงด้วย มันไม่มีทางที่กะบี่จะไม่เป็ไร แล้วอยู่ในสภาพดีอยู่แบบนี้"
เหล่าผู้ชมชาวเมืองที่มาชมการแข่งขันกันพูดคุยกันขึ้นมา เมื่อไม่อยากเชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
มีเพียงเหล่าาุโ คนมีประสบการณ์การต่อสู้ จึงมองเหตุการณ์การต่อสู้เมื่อกี้ออก
"ไม่เลวเลยแม่หนูนั้น บรรลุปราณจิตศาสตราวุธขั้น 3 ด้วยอายุแค่นั้น"
"จริงด้วยเป็เด็กสาวที่มีพร์ไม่ธรรมดาจริงๆ"
เหล่าาุโที่มีประสบการณ์ต่างชมเชยออกมา
ตอนนี้เหลือเพียงศิษย์ของสำนักเหล็กไหลอีก 4 คน ที่ยังไม่ได้พ่ายแพ้
"ฮึ่ม เอาละพวกเราไปแก้แค้นให้พี่เจี๋ยกันเถอะ"
"ใช่แล้ว หากพวกเราร่วมมือกัน ไม่มีทางที่เด็กสาวบอบบางนั้น จะทำไรเด็ดขาด"
"จริงด้วย เพราะพี่เจี๋ยอาจจะประมาทเกินไปที่เห็นเป็เพียงเด็กสาวจึงออมมือให้แน่"
"นั้นสิ พี่เจี๋ยต้องออมมือให้ จึงทำให้พ่ายแพ้ไป พวกเราต้องแก้แค้นแทน"
เหล่าศิษย์สำนักเหล็กไหลอีก 4 คน ต่างพูดคุยกัน จึงลงความเห็นว่าถางเทียนเจี๋ยแพ้เพราะออมมือให้ จึงมั่นใจว่าหากร่วมมือกันต้องเอาชนะได้อย่างแน่นอน
"น้องเฟิ่ง เ้ากลับมาพักผ่อนเถอะ เดี้ยวข้าจะจัดการที่เหลือเอง" หยางหลง ที่กล่าวออกมาบอกน้องสาวตน
"ไม่อะท่านพี่ ข้ายังไม่เหนื่อยเลย ข้าขอจัดการพวกที่เหลือเองทั้งหมดคนเดียวพอ" หยางเฟิ่ง ที่ตอบพี่ชายกลับมา
หยางหลง ที่เห็นเช่นนั้น จึงช่วยไม่ได้กับการดื้อรั้นของน้องสาวตัวเอง แต่ในเมื่อไม่มีอะไรที่น่ากลัว เมื่ออีก 4 คนที่เหลือไม่น่าจะเป็ภัยคุกคามกับน้องสาวตน จึงต้องปล่อยให้น้องสาวจัดการต่อ
"หึหึ สาวน้อยช่างใจกล้านัก ไม่เรียกคนอื่นมาช่วยเ้าเช่นนี้" ศิษย์สำนักเหล็กไหลคนนึงพูดออกมา
"แค่ข้าคนเดียวก็เหลืิอเฟือ ไม่ต้องถึงมือพี่ชายข้าหรอก" หยางเฟิ่ง ที่กล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
"อวดเก่งนัก" ศิษย์ทั้ง 4 ได้ยินเช่นนั้น จึงใช้ปราณจิตศาสตราวุธเรียกอาวุธของตัวเองขึ้นมาทันที
จึงปรากฏค้อนหลากหลายขนาดออกมา ซึ่งค้อนทั้ง 4 คนล้วนแล้วแต่มีขนาดเล็กกว่าถางเทียนเจี๋ยทั้งนั้น ด้วยระดับลมปราณที่น้อยกว่าถางเทียนเจี๋ย แล้วการนำลมปราณมาใช้เป็ปราณจิตศาสตราวุธของแต่ละคนไม่เท่ากันด้วย ขึ้นอยู่กับการควบคุมปราณจิตของแต่ละคน
"แม้ว่าการรุมผู้หญิงคนเดียวจะเป็เื่น่าอับอาย แต่นี้คือการแข่งขัน ที่กำหนดให้สามารถลงแข่งได้ทีเดียว 5 คนพร้อมกัน จึงไม่ถือว่าผิดอะไร ถ้าจะโทษต้องโทษที่สำนักตัวเองขาดคนไร้ฝีมือมาลงแข่งซะเถอะ" ศิษย์คนนึงกล่าวออกมา
จากนั้นทั้ง 4 คนก็พุ่งเข้าหยางเฟิ่งทันที
เฟี้ยววววว ตูมมมม เฟี้ยวววววว ตูมมมมมมมม
ฉั่ววววว ฉั่วววววว ฉั่วววววววว ฉั่ววววววววว
ไม่นานการต่อสู้ระหว่างหยางเฟิ่งกับศิษย์ทั้ง 4 ก็จบลง
หยางเฟิ่ง ที่เอาชนะศิษย์สำนักเหล็กไหลไปแบบไม่ยากเย็น ด้วยการที่ศาสตราวุธตัวเองเป็กะบี่ แล้วยังบรรลุขั้น 3 ในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของกะบี่ให้มีความอ่อนนุ่ม จึงไม่กลัวที่จะโดนค้อนทุบทำลาย เพราะทันทีที่กะบี่ัักับค้อนจะอ่อนนุ่มเหมือนผ้า จึงไม่โดนทำลาย แล้วด้วยความที่เป็กะบี่ที่มีความคล่องตัว พริ้วไหวสูงกว่าค้อนฝ่ายตรงข้ามที่ดูใหญ่เทอะทะ จึงมีรวดเร็วกว่าในการเคลื่อนไหว ทำให้หลบได้ง่าย แล้วอาศัยจังหวะฟันสวนเข้าไปทันที
ผลเป็ไปตามที่หยางหลงคาดการณ์ไว้
แต่เป็เื่พลิกล็อคของเหล่าผู้ชมแล้วคนของสำนักอื่นๆที่ชมการแข่งขันอย่างมาก ไม่มีใครจะนึกได้ว่าจะพ่ายแพ้ขาดลอยเช่นนี้มาก่อน คนเพียงคนเดียวจัดการศิษย์อีก 5 คนได้ และเอาชนะแบบง่ายดายไม่ยากเย็น แถมไม่ได้รับาเ็ าแมาอีกด้วย