เมื่อเย่ชิงหรั่นและฉีหงซิงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกมาจากบ้าน แล้วเดินไปที่บ้านพ่อแม่สามีเพื่อทักทาย
บ้านของตระกูลฉีเป็บ้านผนังดินทั่วไปเหมือนคนอื่นในหมู่บ้าน แต่ได้รับการซ่อมแซมอย่างดี ไม่เหมือนบ้านบางหลังที่หากมีลมแรงพัดมาก็อาจจะปลิวไปตามแรงลม
สนามหน้าบ้านถูกทำความสะอาดเป็อย่างดี ไก่ถูกขังอยู่ในเล้าไก่ มีพืชผักสวนครัวมากมาย เด็กๆ กำลังเล่นกันอยู่หน้าบ้าน เมื่อเห็นคนเข้ามาเด็กๆ ก็รีบะโแข่งกัน
“อาสี่มาแล้ว”
“เ้าสาวมาแล้ว”
“อาสะใภ้สี่มาแล้ว”
เย่ชิงหรั่นยิ้มและหยิบลูกอมนมตรากระต่ายขาวจากกระเป๋ากางเกงมายื่นให้เด็กๆ
“ว้าว”
"เย้"
เด็กๆ ดีใจมากจนะโตัวลอย บางคนที่ยังเด็กมาก เมื่อได้ยินว่าจะได้กินลูกอมน้ำลายของเขาก็ไหลออกมา
ช่วยไม่ได้จริงๆ ในยุคที่น้ำตาลหายาก และแพงแสนแพงนี้ เด็กในหมู่บ้านบางคนอาจไม่มีโอกาสได้ชิมน้ำตาลมาก่อนในชีวิต
เมื่อเข้าไปในบ้าน เยชิงหรั่นก็ได้พบกับพ่อแม่สามี และพี่น้องของฉีหงซิง เย่ชิงหรั่นรีบเข้าไปทักทาย "พ่อ แม่ พวกเรามาแล้ว"
ฉีต้าหย่งพ่อสามี สูดยาสูบในปากของเขา และพยักหน้าเบาๆ
หวังกุ้ยหัวยิ้ม และเดินออกมาจับมือเธอ "อุ๊ย ลูกสะใภ้คนใหม่ของแม่ สวยงามจริงๆ" แล้วกระซิบข้างหูเธอ "เมื่อคืนหงซิงรังแกลูกรึเปล่า บอกแม่นะ แม่จะจัดการให้"
เธอชอบลูกสะใภ้ในเมืองคนนี้มาก มันทำให้เธอมีใบหน้าไปอวดชาวบ้านั้แ่หัวหมู่บ้านยันท้ายหมู่บ้าน
เย่ชิงหรั่นได้ยินแม่สามีพูดแบบนี้ ก็คิดถึงวิธีการที่ฉีหงซิงรังแกเธอเมื่อคืนขึ้นมาทันที เธอหน้าแดงก่ำและกระซิบ “พี่หงซิงใจดีกับฉันมากค่ะแม่”
หวังกุ้ยหัวเห็นลูกสะใภ้คนใหม่เขินอายเธอที่แต่งงานมาหลายปี ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอหัวเราะออกมา และตบไหล่ของฉีหงซิง "ฮิฮิ มันดีๆ"
ฉีหงซิงได้ยินภรรยาของเขา เรียกว่า 'พี่หงซิง' หัวใจของเขาก็เต้นแรง ไม่ว่าเธอจะเรียกว่า สามี หรือ พี่หงซิง หัวใจของเขาก็อ่อนไปหมด เขายิ้ม มองเข้าไปในดวงตาของเย่ชิงหรั่นแล้วพูดกับแม่ของเขา "หรั่นหรั่นดีมากจนผมแทบรอไม่ไหวที่มอบทุกสิ่งให้เธอ ผมจะรังแกเธอได้อย่างไร?"
เย่ชิงหรั่นเขินอายจนแทบจะมุดดินหนี คำหวานๆ แบบนี้ ออกมาจากปากของผู้ชายที่ดูเ็าเหมือนน้ำแข็งคนนี้จริงๆ
หวังกุ้ยหัวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วชวนทุกคนไปทานข้าว "เอาล่ะๆ ได้เวลาทานข้าวเช้าแล้ว"
ทุกคนในบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่เกือบยี่สิบคน รีบมารวมตัวกันที่โต๊ะทานข้าว
พี่สะใภ้ทั้งสามคนถือจานกับข้าวออกมาจากครัว ส่วนใหญ่เป็อาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงแต่งงานเมื่อวาน ซึ่งก็ถือว่าเป็มื้ออร่อยของคนในบ้านเช่นกัน ปกติแล้วพวกเขามักจะกินผักป่าต้ม ธัญพืชหยาบปั้นเป็ก้อน หรือมันเทศต้ม
เมื่อฉีต้าหย่งขยับตะเกียบทุกคนก็รีบคว้ากับข้าวมาใส่ชามของตัวเองด้วยความเร็ว จนเย่ชิงหรั่นมึนงง และไม่สามารถคีบอะไรได้เลย
ฉีหงซิงเห็นภรรยาของเขาอึ้งกับการกินของคนในบ้าน แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเธอเป็คนในเมืองคนไม่ชินกับการกินแบบนี้ เขารีบยื่นตะเกียบไปหยิบกับข้าวมาใส่ชามของเธอ
เย่ชิงหรั่นเห็นสามีของเธอช่วยหยิบกับข้าวให้เธอมากมาย เธอรีบขอบคุณและหยุดเขา "พอแล้วค่ะ ฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ คุณรีบกินเถอะ"
ฉีหงซิงหยุดคีบกับข้าวให้เธอ และก้มหน้ากินต่อไป เขารู้สึกว่าการแยกบ้านมาอยู่เองเป็เื่ที่ถูกต้องแล้ว ภรรยาของเขาบอบบางขนาดนี้ จะอยู่บ้านเดียวกับญาติๆ ของเขาที่โตมาอย่างหยาบคายได้อย่างไร
‘ซูเสวี่ย’ พี่สะใภ้สามเห็นฉีหงซิงหยิบกับข้าวให้เย่ชิงหรั่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอิจฉา ผู้ชายของเธอ ‘ฉีหงซี’ แทบรอไม่ไหวที่จะฝังหัวของเขาลงไปในชามข้าว จะมีจิตใจช่วยหยิบกับข้าวดีๆ ให้เธอที่ไหน
เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อย พี่สะใภ้รอง 'หวงอิง' ก็รีบเก็บจานไปล้าง พี่สะใภ้สามลุกไปอุ้มลูกชายที่กำลังร้องไห้
พี่สะใภ้ใหญ่ ‘ม่ายหลัน’ เห็นเย่ชิงหรั่นนั่งนิ่งๆ อย่างสบายใจ ก็ไม่พอใจทันที เธอเกลียดที่น้องสะใภ้สี่เพิ่งแต่งงานกับตระกูลฉี ก็ได้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่แล้ว เธอรับใช้ตระกูลฉีมาเกือบยี่สิบปี และเป็คนคลอดหลานชายคนโตออกมาอย่างยากลำบาก แต่เธอยังอยู่ในห้องโทรมๆ รวมกับลูกชายลูกสาวของเธอ เธอจึงพูดอย่างเปรี้ยวๆ “น้องสะใภ้สี่นี่สบายจริงๆ ไม่ต้องตื่นเช้ามาทำอาหาร แล้วยังไม่ต้องล้างจานเองอีก”
เย่ชิงหรั่นเงยหน้ามองเธออย่างประหลาดใจ แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรออกมา แม่สามีของเธอก็ตบโต๊ะเสียงดัง “สะใภ้ใหญ่! หล่อนกำลังพูดอะไร? ตอนหล่อนเป็เ้าสาวคนใหม่ฉันเคยใช้งานหล่อนไหม? อีกอย่างลูกสะใภ้สี่ก็แยกบ้านไปแล้ว เธอจะมีชีวิตของเธอเอง”
พี่สะใภ้สามก้มหน้าลงหยอกล้อลูกของเธอ แต่คิดในใจว่า พี่สะใภ้ใหญ่คิดว่าตัวเองมีหลานชายคนโตจึงชูคอสั่งคนอื่นทั้งวัน ฮึ่ม! เธอซูเสวี่ยก็มีลูกชายเช่นกัน
พี่สะใภ้รองที่กำลังล้างจานได้ยินเสียงทะเลาะกันก็ไม่พูดอะไร เธอมีลูกสาวสี่คน แต่ไม่มีลูกชาย จึงรู้สึกด้อยกว่าเสมอ เธอและลูกสาวของเธอมักทำงานหนักกว่าใคร
ฉีหงซิงแอบบีบมือเย่ชิงหรั่นใต้โต๊ะ เขาไม่สามารถเถียงกับผู้หญิงได้ โชคดีจริงๆ ที่พวกเขาแยกบ้านกันไม่อย่างนั้นภรรยาที่อ่อนแอของเขาคงจะถูกรังแกทุกวัน
เย่ชิงหรั่นหันไปมองสามีของเธอและยิ้มเบาๆ
ถ้าแม่สามีไม่พูดแทนเธอ เธอคงลุกขึ้นด่าพี่สะใภ้ใหญ่แน่นอน
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเธอลุกขึ้นะโเหมือนผู้หญิงปากร้าย มันจะไม่ขัดกับภาพลักษณ์สาวสวยที่ละเอียดอ่อนเหรอ? สามีจะมองเธออย่างไร?