สายตาของซุนฝูยวี่จดจ้องไปยังแผ่นหลังของเหวินจื่อห่าวที่กำลังเดินจากไป
ศิษย์พี่ผู้นั้นเดินอย่างสงบและไม่รีบร้อน ราวกับว่าเขาได้ลืมเลือนเื่เมื่อครู่ไปจนหมดสิ้นแล้ว
“เขาต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ ถึงได้ดูผ่อนคลายไร้กังวลขนาดนี้”
สองเท้าของซุนฝูยวี่ก้าวเดินตามเขาไป
ตัวเขาเองก็เคยเห็นเหวินจื่อห่าวผ่านๆ ตามาก่อน เหวินจื่อห่าวคือคนที่ใช้เวลาอยู่ที่ลานฝึกกระบี่นานที่สุด และไม่เคยชายตามองซุนฝูยวี่เลยสักครั้ง ส่วนซุนฝูยวี่เองก็มีปัญหาของตัวเองให้ต้องคิดมากเกินกว่าจะไปสนใจคนอื่น ดังนั้นเขาจึงไม่เคยใส่ใจศิษย์พี่เหวินเช่นกัน
จนกระทั่งตอนนี้ เหวินจื่อห่าวเป็คนแรกที่...
“โอ้ ข้าลืมกล่าวขอบคุณเขาไปเสียสนิท ทำไมข้าถึงได้โง่ และขี้ลืมขนาดนี้กันนะ มิน่าล่ะข้าถึงต้องอยู่ตัวคนเดียวเสมอ
แต่...ถ้าทำเช่นนั้นมันจะดูเป็การไปรบกวนศิษย์พี่หรือเปล่านะ” ซุนฝูยวี่คิดในใจก่อนจะใช้สายตามองเหวินจื่อห่าวจากไกล ๆ เส้นผมและเสื้อคลุมของศิษย์พี่เหวินดูหลุดลุ่ย ทว่าเขากลับดูผ่อนคลายอย่างสิ้นเชิง ศีรษะเอียงแหงนขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังเปิดรับแสงแดดเหมือนกับภูตพฤกษา
ซุนฝูยวี่ไม่สามารถเดารูปแบบการเคลื่อนไหวของศิษย์พี่เหวินได้เลย เขากำลังตามหาอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า? นั่นเป็เหตุผลที่เขาไล่อู่ชิงชิง และคนอื่นๆ ไปใช่หรือไม่?
ไม่ว่าศิษย์พี่เหวินกำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่ได้รีบร้อนเลย นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ใบไม้ ดอกไม้อย่างเกียจคร้าน กลิ่นอายรอบตัวเขาช่างดูเปี่ยมสุขยิ่งนัก...
สิ่งที่ซุนฝุยวี่เห็นนั้นเป็ความจริงทุกอย่าง เหวินจื่อห่าวคนใหม่ในร่างนี้กำลังผ่อนคลายจากโลกเก่าให้มลายหายไปท่ามกลางความเงียบสงบอันงดงามของทิวทัศน์รอบตัว ยิ่งทำตัวสบาย ๆ เหวินจื่อห่าวก็สงสัยว่าสวนในสำนักตะวันทองคำ แห่งนี้อาจจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยลดจิตมารโดยเฉพาะกระมัง
ท่ามกลางสภาวะจิตใจที่กำลังล่องลอยอยู่นั้น เหวินจื่อห่าวก็ได้รับความทรงจำของ 'เหวินจื่อห่าวคนเดิม’ เพิ่มมากขึ้นด้วย 'เหวินจื่อห่าวคนใหม่’ เลยนึกสนุก ขยับแขน ทำท่าทางเลียนแบบการถือกระบี่
ดูเหมือนว่าเขาจะดึงความทรงจำในร่างเื่กระบวนท่าพื้นฐานของการกระบี่ มาใช้ได้จริง ๆ ดูเหมือน'เหวินจื่อห่าวคนเดิม’นั้นต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักหน่วงเพื่อที่จะก้าวหน้า และพัฒนาสู่ขั้นต่อ ๆ แถมทุกย่างก้าวยากเรื่อยๆ ซึ่ง ‘เหวินจื่อห่าวคนใหม่' มองไม่เห็นประโยชน์ของการทำเช่นนี้แม้แต่น้อย”
เขาขอเลือกทำแค่ขั้นต่ำที่สุดเพื่อให้มีชีวิตที่ดีก็พอ ส่วนหนึ่งเพราะทราบดีว่าตนไม่มีวันได้เป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว และในเมื่อไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพร์ในการฝึกกระบี่ แล้วจะดิ้นรนไยไปเพื่อเป็ที่หนึ่งทำไมล่ะ?
ชีวิตนี้ยังมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่าการฝึกกระบี่วันละ 3 ชั่วยามตั้งเยอะ...
ยกตัวอย่างเช่น... ของกิน อย่างไรเล่า
จบบท