ตอนที่ 26 : เข้าเฝ้าท่านเ้าสำนักเต๋อเจิ้น
ยามเย็นหลังพิธีจบลงได้เพียงครึ่งวัน เสียงกระดิ่งทองคำก็ดังขึ้นหน้าที่พักของเมิ่งหลง
ศิษย์รับใช้ค้อมตัวแล้วกล่าวกับเมิ่งหลงว่า “ศิษย์เอกหวังเมิ่งหลงแห่งตำหนักโอสถ ได้รับพระบัญชาจาก ท่านเ้าสำนักเต๋อเจิ้น ให้เข้าเฝ้า ณ หอเมฆาในรุ่งอรุณพรุ่งนี้”
เมิ่งหลงนิ่งอึ้ง ขาไม่เคยคาดคิดว่าท่านเ้าสำนักซึ่งแทบไม่มีผู้ใดได้พบหน้า จะเรียกตนไปพบด้วยตัวเอง
เขาค้อมศีรษะ “ข้าจะไปตามนัด ขอบคุณที่แจ้งข่าว”
รุ่งอรุณแห่งหอเมฆาแสงแรกของอรุณฉาบทั่วยอดเขาหมอกบาง ๆ ลอยวนรอบ หอเมฆาที่ประดับด้วยยันต์พลังฟ้าจนแสงอ่อนสีทองระยับ
เมิ่งหลงเดินขึ้นบันไดหินทีละขั้นหัวใจเต้นเป็จังหวะสงบ แต่ทุกย่างก้าวกลับรู้สึกถึงแรงกดดันอันมองไม่เห็นเมื่อเขาก้าวเข้าสู่โถงใหญ่
ท่านเ้าสำนักเต๋อเจิ้นใบหน้าเปี่ยมด้วยรัศมีสงบแต่ทรงอำนาจนั่งอยู่เบื้องหน้าผมสีเงินยาวสยาย ดวงตาลึกล้ำราวกับเห็นผ่านกาลเวลา
เบื้องข้างคือผู้าุโระดับสูงทั้งห้า นั่งนิ่งไม่กล่าววาจา
“ศิษย์ผู้น้อยหวังเมิ่งหลง คารวะท่านเ้าสำนัก”เมิ่งหลงค้อมศีรษะต่ำคุกเข่าลงต่อหน้าบัลลังก์หินเพลิงแดงที่เปล่งแสงอ่อน ๆ ผู้าุโเต๋อเจิ้นเ้าสำนักไท่ซานนั่งนิ่งอยู่เหนือขั้นบันได ใบหน้าเปี่ยมด้วยรัศมีสงบแต่ทรงอำนาจ
เสียงท่านเ้าสำนักดังขึ้นนุ่มลึก
“ไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถิด เก่งมากเมิ่งหลง เ้าเป็ผู้หลอมโอสถเซียนได้สำเร็จในรอบร้อยปีนี้”
เมิ่งหลงลุกขึ้นอย่างสำรวมแต่ยังคงก้มหน้า เคารพโดยไม่กล้ามองสบตาท่านโดยตรง
เต๋อเจิ้นหัวเราะเบา ๆ
“เ้าไม่ต้องเกร็ง ข้าไม่ได้เรียกเ้ามาลงโทษ... แต่เพื่อถามบางสิ่ง”เขาเหยียดมือออกเปลวเพลิงสีทองอมม่วงลอยขึ้นเหนือฝ่ามือ คือ เพลิงเซียนชั้นฟ้าแท้จริง
“เพลิงที่เ้าหลอมเมื่อวาน ข้ามองแล้ว... มันไม่ใช่เพียงเพลิงสุริยันธรรมดา
แต่มีพลังแฝงของ ‘เพลิงฟื้นิญญา’ ซึ่งสูญหายไปั้แ่สมัยบรรพชน
เ้าบอกข้าได้หรือไม่... เ้าได้เพลิงนั้นมาจากไหน?”
เมิ่งหลงนิ่งไปครู่ก่อนค่อยตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ข้า... ไม่อาจกล่าวได้แน่ชัด ข้าเพียงฝึกตามเคล็ดเพลิงชีวิตที่อาจารย์ไป๋มอบให้บวกกับมีผู้าุโซูช่วยฝึกสอนนหอเทพเพลิงจนเลื่อนระดับเป็พลังเพลิงสุริยันเซียนะ
แต่ระหว่างฝึก ข้าเคยเห็นภาพในจิต — หญิงสาวผมขาวผู้ถือเตาหลอมโบราณ...นางพูดเพียงคำเดียวว่า ‘เพลิงที่รักษา’ ”
ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปสายตาทุกคู่จับจ้องที่เมิ่งหลง
ผู้าุโจ้าวซือเอ่ยเบา ๆ“หญิงสาวผมขาว... หรือว่าจะหมายถึง เทพีหลงอวี๋ แห่งยุคดึกดำบรรพ์?”
เ้าสำนักเต๋อเจิ้นขมวดคิ้ว “เทพีหลงอวี๋... ิญญาผู้พิทักษ์แห่งเพลิงชีวิตว่ากันว่าผู้ที่ได้รับการยอมรับจากนาง จะได้ ‘เพลิงแห่งการสร้าง’ ”
เขาลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าเมิ่งหลงแววตาลึกล้ำปานทะเลดาว
“เมิ่งหลง เ้ารู้หรือไม่ เพลิงที่เ้า... คือเพลิงที่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาแห่งโลกได้”
เมิ่งหลงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“ข้าน้อย... เพียง้าใช้เพลิงนี้เพื่อช่วยผู้คน มิใช่เพื่อทำลายใคร”
เต๋อเจิ้นยิ้มบาง แววตาอบอุ่นขึ้น “ถ้อยคำของเ้า ข้าชอบนัก...
ั้แ่บัดนี้ ข้าขอแต่งตั้งเ้าเป็ ผู้สืบทอดเพลิงชีวิต แห่งหอเทพเพลิงอย่างเป็ทางการ”
เสียงผู้าุโทั้งห้าเอ่ยพร้อมกัน
“ขอน้อมรับคำสั่งเ้าสำนัก”
เมิ่งหลงค้อมศีรษะ น้ำเสียงสั่นด้วยความเคารพ“ข้าน้อย... จะไม่ทำให้ท่านเ้าสำนักผิดหวัง”
เต๋อเจิ้นพยักหน้า ก่
อนกล่าวเบา ๆ
“จงจำไว้... เพลิงนี้ไม่เพียงหลอมโอสถ หากยังหลอมชะตาของเ้า และโลกใบนี้ด้วย”