ตอนที่ 5 — สีสันที่ไม่มีใครเห็นค่า
รุ่งเช้าในป่าที่ชื้นฉ่ำจากหมอกบางเบายามรุ่งสาง ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยเสียงจิ้งหรีดและเสียงใบไม้ต้องลม อวี้เสวียนยืนกลางลานดินเล็ก ๆ ริมชายป่า แววตาส่องประกายด้วยความตื่นตาตื่นใจไม่ต่างจากเมื่อวาน
สรรพชีวิตและกลิ่นอายธรรมชาติรอบกายช่างสดใหม่เกินบรรยายสำหรับหญิงสาวที่เติบโตในโลกศิวิไลซ์ ถึงจะเคยเห็นป่าผ่านหน้าจอหรือในรายการสารคดีมานักต่อนัก แต่ไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบได้กับการยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริง ๆ
วันนี้นางสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อน แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก ผมยาวถูกรวบด้วยเชือกเส้นเล็กอย่างเรียบง่าย ดูคล่องตัว ต่างจากคุณหนูเ้าสำราญในวันวานโดยสิ้นเชิง
หลังจากกินข้าวเช้าร่วมกันอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองก็ออกเดินทางเข้าสู่ป่าอีกครั้ง เซียวเฉินเดินนำอยู่ไม่ไกล สะพายกระบุงเปล่าบนหลัง มือข้างหนึ่งถือมีดสั้นคู่ใจไว้ฟันกิ่งไม้และป้องกันอันตราย แม้ใบหน้าจะเงียบขรึมและไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยการสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของภรรยาอย่างเงียบ ๆ
อวี้เสวียนเดินตามเขาอย่างระมัดระวัง แววตากวาดมองพุ่มไม้และพื้นดินอย่างกระตือรือร้น ความรู้สึกตื่นเต้นในใจยังไม่จางหายไปแม้แต่น้อย
ครู่หนึ่ง นางก็หยุดลงทันที ราวกับค้นพบขุมทรัพย์
"อืม...นี่มันต้นครามหรือเปล่านะ?" นางพึมพำกับตัวเองก่อนจะคุกเข่าลงมองใกล้ ๆ อย่างตั้งใจ
ใบของมันเป็ทรงรีขนาดเล็ก สีเขียวหม่น ดอกสีม่วงอมฟ้าซ่อนตัวอยู่ตามซอกใบ อวี้เสวียนจำได้ดีจากที่เคยเห็นในสารคดีสมัยเรียนดีไซน์และตำราเกี่ยวกับการย้อมผ้าธรรมชาติในโลกเดิมของตน
นางเด็ดใบสองสามใบอย่างทะนุถนอม แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อออกมาห่อไว้
เซียวเฉินหันกลับมาเห็นนางนั่งอยู่ข้างพุ่มไม้ก็ขมวดคิ้ว เดินกลับมาหยุดตรงหน้า
"เก็บอะไรของเ้ากัน?" เขาถามเสียงเรียบ สีหน้าเงียบขรึมตามแบบของเขา
"ต้นไม้เ้าค่ะ" อวี้เสวียนเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง ๆ อย่างรู้ทัน
"กินได้หรือ?"
"ไม่ได้หรอกเ้าค่ะ"
"งั้นเอากลับมาทำไม? ของที่กินไม่ได้ ขายก็ไม่ได้ จะเก็บไว้ให้รกบ้านทำไม?" เสียงของเขาเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงกับดุดัน
อวี้เสวียนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ไม่ได้ถือโทษกับคำพูดตรงไปตรงมาของสามี นางลุกขึ้น ปัดฝุ่นออกจากหัวเข่า แล้วเดินเข้าไปใกล้พร้อมยื่นใบไม้ในมือให้เขาดู
"มันย้อมผ้าได้เ้าค่ะ"
เซียวเฉินขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม "เ้าเคยย้อมผ้าเป็หรือ?"
"ไม่เคยลงมือจริง ๆ หรอกเ้าค่ะ แต่ข้าศึกษามาบ้าง"
"ศึกษา?" เขายกคิ้วด้วยความสงสัย
"ใช่เ้าค่ะ สมัยก่อนข้าสนใจเื่พวกนี้มาก ก็เลยเคยอ่านตำราเกี่ยวกับการย้อมผ้าธรรมชาติ ทั้งสีครามจากต้นคราม สีเหลืองจากขมิ้น สีแดงจากครั่ง สีม่วงจากดอกไม้บางชนิด ข้าอยากลองทำดูจริง ๆ"
เซียวเฉินนิ่งไปชั่วครู่ แววตาฉายความไม่เชื่อ แต่เขาไม่ได้เอ่ยค้านออกมา เพียงพ่นลมหายใจเบา ๆ
"ตามใจเ้าเถอะ...แต่อย่าให้ข้าต้องช่วยอะไรยุ่งยากล่ะ"
อวี้เสวียนยิ้มน้อย ๆ อย่างพอใจ แม้เขาจะไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ห้าม นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอในตอนนี้
ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในป่าอีกระยะหนึ่ง อวี้เสวียนเก็บพืชใบเขียว ดอกไม้สีสดแปลกตา รวมถึงเปลือกไม้ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แม้ทั้งหมดจะไม่มีสิ่งใดกินได้ แต่ในสายตาของเธอ มันคือสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติ
ขณะที่เซียวเฉินกำลังเก็บเห็ดและสมุนไพรอยู่อีกด้าน เขาหันกลับมาเห็นอวี้เสวียนนั่งก้มหน้าอยู่ข้างตอไม้ มือกวาดดินเบา ๆ แล้วหยิบสิ่งบางอย่างขึ้นมาด้วยแววตาเปล่งประกายเหมือนเด็กที่พบของเล่น
เขาเดินเข้าไปใกล้พลางขมวดคิ้ว
"ครั่ง?" เขาถามอย่างไม่แน่ใจ
"ใช่เ้าค่ะ! ท่านรู้จักด้วยหรือ?" อวี้เสวียนเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นเต้น
"มันใช้ทำสีแดง ย้อมผ้าบางชนิด...แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครทำแล้ว มันวุ่นวาย"
"แต่ข้าอยากลองดูเ้าค่ะ" นางตอบอย่างมุ่งมั่น แววตาจริงจังสะท้อนถึงความตั้งใจ
เซียวเฉินมองดูหญิงสาวตรงหน้าเงียบ ๆ เขายังไม่เข้าใจว่านางคิดจะทำอะไร แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแววตาของนางยามนี้ไม่ใช่แววตาของหญิงเอาแต่ใจคนเดิม
เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยบ่าย ทั้งสองก็หอบกระบุงกลับบ้านกันเต็มมือ ตะกร้าของอวี้เสวียนเต็มไปด้วยพืชสมุนไพรและดอกไม้ ส่วนของเซียวเฉินมีเห็ด ผักป่า และหัวเผือกอ้วนกลมหลายหัว
ระหว่างเดินกลับ อวี้เสวียนหันไปหาเขาอย่างอารมณ์ดี
"ท่านพี่เซียว"
"อืม?"
"วันนี้ข้าสนุกมากเลยเ้าค่ะ แม้แต่เพียงการเดินในป่าแบบนี้ ยังดีกว่าการเดินบนส้นสูงในงานเดินแบบอีก ข้ารู้สึก...มีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ"
เซียวเฉินเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "เ้า...พูดถึงเื่อะไร?"
"หมายถึง แม้จะเหนื่อย แต่ข้าก็รู้สึกว่ามันมีค่า เหนื่อยแล้วได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ข้ารู้สึกเหมือน...ได้หายใจจริง ๆ"
คำพูดธรรมดาแต่เต็มไปด้วยความจริงใจทำให้เซียวเฉินเผลอมองนางอีกครั้ง ในใจของเขาเริ่มเกิดคำถามว่านางเปลี่ยนไปจริง ๆ หรือกำลังแสร้งทำอยู่กันแน่
เมื่อกลับถึงบ้าน อวี้เสวียนไม่รอช้า รีบนำของที่เก็บมาแยกออกเป็หมวดหมู่ นางขอยืมหม้อเก่า ๆ น้ำสะอาด และฟืนจากเซียวเฉินเพื่อทดลองต้มเปลือกไม้กับดอกไม้
เซียวเฉินยืนพิงเสาบ้าน มือกอดอกมองภรรยาเตรียมของอย่างขะมักเขม้น
"เ้าจะเล่นอะไรอีกล่ะ?"
"ไม่ได้เล่นนะเ้าคะ ข้าจะทดลองจริง ๆ วันนี้ข้าจะเตรียมของไว้ พรุ่งนี้จะลองย้อมผ้าดู หากสำเร็จ...ข้าอาจสร้างรายได้ก็ได้"
เขาไม่พูดอะไร เพียงเดินไปหาฟืนแล้ววางให้เงียบ ๆ
อวี้เสวียนเงยหน้าขึ้น ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"ขอบคุณนะเ้าคะ"
เซียวเฉินพ่นลมหายใจเบา ๆ หันหลังกลับเข้าบ้าน ในใจของเขาค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความสับสน เขาเริ่มไม่แน่ใจอีกต่อไป ว่าควรกลัวหญิงคนนี้ หรือควรเปิดใจให้ดี
ค่ำวันนั้น อวี้เสวียนเตรียมวัสดุสำหรับย้อมผ้าเรียบร้อย นางจึงเข้าครัวปรุงอาหารเย็นจากผักและเห็ดที่ได้มา ทั้งสองนั่งกินมื้อเย็นร่วมกันโดยไม่เอ่ยถ้อยคำใด
แม้จะเงียบ...แต่กลับไม่อึดอัดอีกต่อไป
เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ทั้งคู่ก็แยกย้ายเข้านอน เตรียมตัวรับวันพรุ่งนี้ที่อาจเป็ก้าวแรก...ของการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง