ตอนนี้จ้าวเทียนรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนตาชั่งเขาไม่สามารถเอนเอียงไปทางไหนมากจนเกินไป
ไม่งั้นอาจจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น…
‘ ที่แท้ความรู้สึกเมื่อครู่ มาจากสองสาวที่นั่งอยู่ข้างฉันนี่เอง ’
“ น้องจ้าว…กินปูผัดผงกระหรี่พวกนี้สิพี่แกะเนื้อออกมาให้เธอเรียบร้อยแล้ว ” กงเสี่ยวเหมยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบ…คุณครับ” เขาตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
“ นายกินกุ้งอบชีสพวกนี้สิ…ฉันแกะเนื้อกุ้งมาให้นายแล้วมันอร่อยมากเลยนะ ” ลี่เหยาเหยาพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ อ่า…ขอบใจมาก ” เขาตอบออกมาเสียงอ่อน
ชิ้ง!
ทั้งสองสาวต่างมองมาที่จ้าวเทียนด้วยรอยยิ้มน้อยๆพวกเธอกำลังดูว่าจ้าวเทียนจะกินของใครก่อน
เฮ้อ…
จ้าวเทียนถอนหายใจออกมาเบาๆเขาตักปูผัดผงกระหรี่กับกุ้งอบชีสเข้าปากไปพร้อมกันแล้วเคี้ยวพวกมันด้วยสีหน้าฝืนทน
เหตุการณ์แบบนี้ได้ผ่านมาหลายรอบแล้วเขาไม่รู้ว่าพวกเธอแอบนัดกันมาก่อนหรือเปล่า
เวลาที่มีคนตักอาหารมาให้เขาอีกคนก็จะตักให้ด้วย…
ถ้าตัวเขาตักอาหารของใครกินก่อนอีกคนก็จะทำหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา…
ทำให้เขาต้องกินอาหารสองอย่างผสมกันทุกครั้งซึ่งรสชาติมันก็ตีกันเองจนเขาต้องฝืนกลืนเข้าไป
จนถึงตอนนี้หากเขายังไม่เข้าใจอีก ก็คงจะเสียแรงที่อยู่มาเกือบแสนปีแล้วหญิงสาวทั้งคู่ต่างก็มีใจให้เขาแต่ตัวเขานั้นก็ไม่รู้จะจัดการกับเื่แบบนี้ยังไง
เมื่อคิดย้อนกลับไปในอดีตตอนที่เขาถูกคู่หมั้นของตัวเองหักหลัง แล้วตายไปอย่างน่าสมเพชนั้นิญญาของเขาถูกท่านอาจารย์ดึงมาที่แดน์
เขาได้เลือกที่จะผนึกความทรงจำความรู้สึกทั้งหมดในอดีตแล้วตั้งใจฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง จนสามารถ่ชิงตำแหน่งมหาเทพมาได้
จากนั้นก็โดนเต๋าแห่ง์ควบคุมเป็หุ่นเชิดตลอดเวลาที่ผ่านมานับแสนปี เขาไม่เคยมีคนรักเลย
ทำไมชีวิตเขามันช่างน่าเศร้า…
‘ เต๋าแห่ง์…แกทำให้ฉันโสดมานับแสนปีฉันไม่มีทางปล่อยแกไปแน่ ! ’
ตอนนี้เขารู้สึกว่าลิ้นตัวเองแทบไม่รู้รสแล้วต้องทำอะไรซักอย่าง สายตาเขามองไปที่ลี่เฟยเพื่อนรักเป็คนแรก
คิกคิก
เมื่อลี่เฟยเห็นแววตา้าความช่วยเหลือของจ้าวเทียนเธอก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา แล้วหันไปกระซิบอะไรบางอย่างให้เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
จ้าวหยูเหมยที่ได้ยินสิ่งที่ลี่เฟยบอกเธอก็มีสีหน้าใเล็กน้อย แล้วมองไปทางพี่ชายด้วยแววตาเป็ประกายระยิบระยับ
สาวน้อยแบบเธอชอบเื่อะไรทำนองนี้ที่สุดยิ่งตัวเอกของเื่เป็พี่ชายตัวเองยิ่งสนใจมาก…
เฮ้อ…
จ้าวเทียนถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางของลี่เฟย อีกฝ่ายคงไม่ช่วยเขาแน่นอน เขากลั้นใจกินปลาผัดเปรี้ยวหวานผสมกับผัดเผ็ดเต้าหู้อย่างอดทน
งั้น..
สายตาของจ้าวเทียนมองตรงไปที่ลี่หวูเฉินผู้เป็ความหวังสุดท้าย เขาแกล้งส่งสายตาไปทางขวดเหล้าที่ตั้งอยู่
ซึ่งอีกฝ่ายก็รับรู้ได้เพราะเป็ผู้ชายเหมือนกันอีกทั้งพรุ่งนี้ยังต้องพึ่งพาจ้าวเทียนในการรักษาคุณปู่ลี่ด้วย
หลังจากที่เห็นลี่หวูเฉินกระพริบตาตอบกลับมาให้จ้าวเทียนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที เขารีบตักไก่แช่เหล้าผสมกับกระเพราะปลาน้ำแดงเข้าปากแล้วกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ มาเถอะ…ได้เวลาสำหรับการดื่มฉลองแล้ว ” ลี่หวูเฉินพูดขึ้นเสียงดัง
“ ใช่แล้ว…ฉันก็รู้สึกอิ่มแล้วเรามาดื่มกันต่อเถอะแต่น้องพี่ยังเด็กอยู่ เธอดื่มน้ำผลไม้ก็แล้วกันนะ ” จ้าวเทียนพูดเสริมขึ้นเมื่อเห็นแววตาเป็ประกายของน้องสาว
จ้าวหยูเหมยทำแก้มป่อง แล้วมองค้อนใส่พี่ชายของเธอแบบงอนๆ
“ เหล้าเหมาไถ50ปีขวดนี้ พี่แอบเอามาจากที่บ้านเธอลองชิมดูสิ ” กงเสี่ยวเหมยหันไปบอกจ้าวเทียนด้วยรอยยิ้ม
ในขณะที่พนักงานกำลังรินเหล้าเหมาไถใส่แก้วของทุกคนบนโต๊ะ
“ ฉันเกือบลืมไป…ตอนที่ไปถ่ายโฆษณาที่ฝรั่งเศสฉันได้ไวน์Romanee-Conti ปี1990 มาฉันเลยเอามาวันนี้ด้วย ” ลี่เหยาเหยาพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเธอได้ให้พนักงานไปหยิบไวน์ออกมา
“ เอ๋…ให้ฉันลองด้วยพี่เหยาเหยา ” ลี่เฟยรีบออกตัวทันที
“ นายก็ลองชิมดูสิ..” ลี่เหยาเหยาส่งแก้วไวน์ให้จ้าวเทียนด้วยรอยยิ้มจริงใจ
….
ตอนนี้ที่อยู่ตรงหน้าจ้าวเทียนคือแก้วเหล้าและแก้วไวน์ด้านข้างเขาก็มีสายตาของหญิงสาวสองคนที่กำลังส่งรอยยิ้มเฝ้ารออย่างคาดหวังมาให้เขา
‘ ทำไมฉันรู้สึกว่าสถานการณ์มันเลวร้ายลง ’
จ้าวเทียนได้หันไปสบตากับลี่หวูเฉินอีกครั้งซึ่งอีกฝ่ายก็มองกลับมาด้วยสีหน้ายุ่งยากเหมือนกับ้าจะสื่อกลับมาว่า
‘ นี่ฉันก็ช่วยนายไปแล้ว นายจะเอายังไงอีก ’
ลี่หวูเฉินปรับสีหน้าเล็กน้อยแล้วก็คิดขึ้นในใจ ฉันจะช่วยนายอีกครั้งก็ได้
“ เอ๋…ไวน์นี้พี่อยากลองชิมมานานแล้วขอพี่ก่อนแล้วกันนะ ” เขาเอื้อมมือไปหาแก้วไวน์ตรงหน้าจ้าวเทียนทันที
ตุบ!
ที่ใต้โต๊ะกงซือลู่ได้เหยียบไปที่เท้าของคู่หมั้นเธอเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ อีกทั้งยังส่งสายตาเ็ากลับไปให้
‘ ถ้านายยังไม่หยุดยุ่งเื่ของคนอื่น…ฉันจะจัดการนาย!’
ลี่หวูเฉินสะดุ้งเฮือกทันทีเขาอ่านความหมายของสายตาคู่หมั้นสาวได้ เขาจึงหดมือกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ เอ่อ…แต่พอคิดดูอีกทีพี่คิดว่าถนัดดื่มเหล้าจีนมากกว่านะ ” เขารีบนั่งลงหยิบเหล้าเหมาไถขึ้นมาดื่มด้วยสีหน้ามีความสุขแล้วแอบส่งสายตาขอโทษกลับไปให้จ้าวเทียน
!!
นี่ฉันต้องดื่มเหล้ากับไวน์ผสมกันจริงๆรึจ้าวเทียนคิดขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
เขาแอบมองไปยังสีหน้าคาดหวังของสองสาวข้างๆ แล้วก็ต้องถอนหายใจ
ช่างเถอะ…
ในตอนที่เขากำลังจะเทผสมเครื่องดื่มทั้งสองนั้นเอง…
คิกๆๆอิอิๆๆ
ผู้หญิงทั้งสองคนข้างๆเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างกลั้นไม่อยู่ ตัวของพวกเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้แต่สาวๆคนอื่นบนโต๊ะก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
คิกๆๆๆฮ่าๆๆ
เหลือเพียงจ้าวเทียนกับลี่หวูเฉินที่สบตากันด้วยความสับสน…
“ นายคิดจะดื่มมันจริงๆเหรอ…พวกพี่เขาก็แค่แกล้งนายเล่นเท่านั้นเอง” ลี่เฟยที่พยามกั้นหัวเราะพูดออกมาด้วยเสียงร่าเริง
“ พี่ชาย…ซื่อบื้อที่สุด ” จ้าวหยูเหมยรู้สึกอ่อนใจยิ่งเมื่อนึกไปถึงการแสดงออกของพี่ชายเธอ ตอนอยู่ที่งานดนตรีในโรงเรียน
ทั้งเื่ตอนรักษาข้อเท้าของพี่เหยาเหยากับเื่ในห้องประชุมจัดแสดง แสดงให้เห็นพี่ชายเธอไม่ได้เข้าใจผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย…
จ้าวเทียนเมื่อโดนน้องสาวว่ามาแบบนั้นก็รู้สึกอายเล็กน้อย ตัวเขาตอนอยู่บนแดน์ก็เคยชินกับกฎที่ผู้เข้มแข็งควบคุมผู้อ่อนแอ
บนแดน์มีการต่อสู้แย่งชิงเกิดขึ้นทุกวันตัวเขาในฐานะผู้ปกครองสูงสุด คำสั่งของเขาไม่มีใครกล้าขัดขืน ทุกคนต้องเคารพเชื่อฟังเขาไม่จำเป็ต้องสนใจความรู้สึกของใคร
ยิ่งเวลานั้นที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเต๋าแห่ง์ตัวเขาเองเหมือนหุ่นเชิดที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก เื่การคาดเดาความคิดของคนรอบข้างนั้นไม่จำเป็
ถึงแม้ตอนนี้เขาจะได้ความทรงจำและความรู้สึกของตัวเองกลับมาแล้วแต่ก็คงต้องใช้เวลาซักพักในการปรับตัวให้เข้ากับโลกมนุษย์
“ เหมือนที่ลี่เฟยบอกแหละ…ฉันกับพี่เสี่ยวเหมยก็แค่แกล้งนายเล่นพวกเรารอดูว่านายจะรู้สึกตัวตอนไหน ” ลี่เหยาเหยาพูดออกมาพร้อมกันแอบขำเล็กน้อย
ตัวเธอไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มานานแล้ว…
เธอยอมรับว่าตัวเธอมีความรู้สึกสนใจจ้าวเทียนกว่าผู้ชายคนอื่นเขาเป็ผู้ชายที่ดูลึกลับ มีความสามารถหลายอย่าง เวลาที่อยู่ใกล้เขาแล้วเธอรู้สึกปลอดภัยแต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นเป็ความรัก
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอพบเจอผู้คนมากมาย แม้จะไม่เคยมีคนรักมาก่อนเพราะอยากทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับความฝันของตัวเอง แต่ก็ใช่จะไร้เดียงสาในเื่นี้
เธอกับจ้าวเทียนพึ่งรู้จักกันได้แค่วันเดียวเท่านั้นเื่ความรักคงต้องให้มันค่อยเป็ค่อยไปจะดีกว่า…
ทางฝั่งของกงเสี่ยวเหมยนั้นความคิดของเธอก็คล้ายกับลี่เหยาเหยาพวกเธอทั้งคู่ก็รู้สึกสนใจในตัวจ้าวเทียนเหมือนกันแต่ยังไม่ถึงขั้นที่จะทุ่มเทความรักให้
ั้แ่ได้พบจ้าวเทียนเมื่อวานเธอก็รู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยเจอมายิ่งเธอได้เห็นการแสดงออกของจ้าวเทียนที่คลับแมวป่าก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูลึกลับมาก
อีกทั้งเขายังช่วยเหลือเธอไว้ด้วยทำให้เธอรู้สึกว่าเขานั้นพึ่งพาได้แม้จะอายุน้อยกว่าเลยอยากจะรู้จักกันให้มากกว่านี้
จ้าวเทียนมองผู้คนรอบๆตัวเขาที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนานผ่อนคลาย และหัวเราะกันออกมาอย่างร่าเริง บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยความสุข
เขารู้สึกถึงมิตรภาพและความจริงใจที่เขาไม่เคยได้ััตอนที่เป็มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ เพราะตอนนั้นสายตาของผู้คนรอบกายมองมาที่เขาด้วยความหวาดกลัวเท่านั้น
รอยยิ้มอันอบอุ่นครั้งแรกั้แ่ที่เขาได้ย้อนกลับมาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของจ้าวเทียน
มันเป็รอยยิ้มที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนบนใบหน้ามหาเทพตี้เทียน…
ซึ่งหญิงสาวทั้งสองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างก็ได้แอบเห็นเข้าพอดี พวกเธอทั้งคู่ต่างหน้าแดงแล้วก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
“ จะว่าไป…นายนี่ก็ดูดีเหมือนกันนะสนใจมาเป็แฟนฉันมั้ย ” ลี่เฟยที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรอยยิ้มของจ้าวเทียนก็ได้หลุดปากพูดออกมาด้วยใบหน้าแดงๆเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์
!!
ทั้งโต๊ะอาหารเงียบไปในทันทีเหมือนกับเวลาถูกหยุดเอาไว้
ชิ้ง!
สายตาอันดุดันของสองสาวฝั่งตรงข้ามได้จ้องกลับมาอย่างเอาเื่
“ อ๊ะ…คือเมื่อกี้ฉันล้อเล่นนะ สงสัยฉันดื่มมากไปหน่อยเลยเมาขนาดนี้” ลี่เฟยรีบพูดขึ้นด้วยท่าทางหวาดกลัวเธอแกล้งหันไปคุยกับจ้าวหยูเหมย เพื่อกลบเกลื่อน
เวลาสี่ทุ่มหลังจากมื้ออาหารอันแสนสุขจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยจ้าวเทียนกับน้องสาวนั้นได้ลี่หวูเฉินขับรถไปส่ง
หลังจากที่ได้กินข้าวด้วยกันในวันนี้ ช่องว่างระหว่างพวกเขาก็หายไปตลอดการเดินทางพวกเขาได้พุดคุยถึงเื่ศิลปะการต่อสู้กันไม่หยุด
โดยส่วนมากจะเป็จ้าวเทียนที่ให้คำแนะนำหลายอย่างในเื่ที่ลี่หวูเฉินสงสัยทำให้ลี่หวูเฉินนั้นได้ประโยชน์อย่างมาก จนเขาแทบจะรีบกลับไปฝึกฝนทันทีซึ่งลี่เฟยที่แอบฟังอยู่ก็รู้สึกได้ประโยชน์เช่นกัน
ลี่เหยาเหยามองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าที่มีความสุขตอนนี้จ้าวหยูเหมยนั้นหลับไปแล้ว เด็กสาวนอนหนุนตักของเธออยู่สาเหตุเป็เพราะลี่เฟยแอบเอาเหล้าให้กิน เธอก็เลยเมาหลับไปทันทีตอนขึ้นรถ
“ วันนี้ขอบคุณนะ…ฉันสนุกมากเลย” เธอบอกจ้าวเทียนด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้ถึงที่พักของจ้าวเทียนแล้วเขากำลังอุ้มน้องสาวกลับขึ้นห้อง
“ ฉันก็สนุกเหมือนกัน…พรุ่งนี้ฉันรักษาคุณปู่ลี่สำเร็จแน่นอน” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะอุ้มน้องสาวกลับห้องไป
“ เจอกันพรุ่งนี้นะ…”