ตอนที่6 แนวทางใหม่
ตอนนี้เขาต้องเก็บตัวให้พ้นจากความสนใจของขุนนางที่มาจากโลกภายนอก
ชิงฉางได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการเดินทางข้ามโลกมานับไม่ถ้วนทำให้เขาเข้าใจว่าหากทำตัวเด่นเกินไปจะเป็ภัยต่อตัวเอง ชิงฉางคิดว่าการที่นิยายส่วนใหญ่ให้ตัวละครเอกมีความสามารถในการเรียกลมหรือฝนในต่างโลกได้นั้นเพราะนักเขียนมือทอง้าเขียนในลักษณะนั้น แต่ในความจริงในโลกที่อยู่ตัวคนเดียวในสภาวะสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยหากทำตัวไม่ดีจุดจบที่ตามมามักจะไม่สวย
ชิงฉางอยู่ฐานะทายาทคนสุดท้ายของตระกูลเฉินอู้และในขณะเดียวกันก็เป็กลุ่มคนที่ถูกหมายหัวโดยกลุ่มมหาอำนาจต่าง ๆ ในจักรวรรดิอู้ซา ภายใต้สถานการณ์นี้ เขาจำเป็ต้องเก็บตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ไม่งั้นคนที่ต้องตายก็อาจจะเป็พวกเขาเลยก็ได้
แม้ว่าเขาจะสามารถซ่อนตัวในมิติฟาร์มได้แต่มันมีอีกหลากหลายวิธีมากที่จะฆ่าคน หนึ่งคน และชิงฉางไม่้าให้ใครเอามีดมาจี้ที่คอแม้กระทั่งเวลาที่เขานอนอยู่
ขณะที่ชิงฉางกำลังคิดถึงเื่ราวเหล่านี้ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู ชิงฉางใเล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า“เข้ามา”
จางลี่เปิดประตู และเดินเข้า เธอก้มหน้าเดินเข้ามาโดยที่ไม่มองชิงฉางก่อนคำนับเขาแล้วพูดว่า“นายน้อย”
ชิงฉางมองดูรูปร่างหน้าตาของจางลี่แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เหตุผลที่จางลี่ก้มหน้า และไม่มองมาที่เขาก็เพราะฉางเคยลวนลามจางลี่ จากความสวยของเธอมาก่อน แต่ฉางก็ทำไม่สำเร็จจนทำให้จางลี่ต้องค่อยหลบหน้าเขาเรื่อยมาเธอมักจะคำนับเขา และเรียกเขาแค่ “นายน้อย” ก่อนเดินจากไป
ชิงฉางถอนหายใจกับปัญหาที่ฉางได้ก่อเอาไว้ แต่นี่คือสิ่งที่เขาต้องจัดการ ์สร้างปัญหาจำนวนมากให้กับชิงฉางเยอะมาก
ชิงฉางมองที่หน้าของจางลี่แล้วถอนหายใจอีกครั้ง “ฉันไม่เป็ไรเธอไปพักข้างล่างเถอะ ฉันจะหลับอีกสักหน่อย เธอมาเรียกฉันตอนมื้อเย็นแล้วกัน”
จางลี่ส่งเสียงตอบรับแล้วมองหันไปรอบ ๆก่อนก้าวออกไปข้างนอกห้องแต่เธอยังคงยืนอยู่หน้าประตูเฝ้าห้องชิงฉางไว้ เมื่อเห็นเธอรีบออกจากห้อง เพื่อหนีจาก
ชิงฉาง ทำให้เขาสะแยยิ้มออกมา
ร่างกายของเขาตอนนี้ปกติดีแล้ว แต่เหตุผลที่เขา้าพักผ่อนก็เพื่อเรียบเรียงความทรงจำของฉางดูว่ามีสิ่งไหนบ้างที่เขายังไม่รู้ พร้อมกับเื่ที่เขามีมิติฟาร์ม ซึ่งนี่น่าจะเป็สิ่งที่น่าจะสามารถช่วยให้เขากอบกู้ตระกูลกลับมาได้ ชิงฉางคิดทุกอย่างที่จะใช้ประโยชน์จากมิติฟาร์มที่เขามีให้ได้มากที่สุด
ตอนนี้เขากำลังปลูกหัวไชเท้าไว้ข้างในมิติและหากเขาขายหัวไชเท้าเ่าั้ให้มิติเขาจะได้เงินอย่างน้อย ห้าร้อยเหรียญทอง หรือก็คือจะได้กำไรอยู่ที่สามร้อยห้าสิบเหรียญทอง
ชิงฉางสามารถนำหัวไชเท้าออกมานอกมิติ เพื่อให้ฟางนำไปขายในพื้นที่ต่างๆ ในทวีปคาร์คได้ ซึ่งมันอาจทำให้เขาได้เงินมากกว่าเดิมด้วย
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเขาไม่แน่ใจว่าในทวีปคาร์ดมีหัวไชเท้าอยู่หรือเปล่า ฉางเป็พวกเสเพลจึงเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะเคยซื้อผัก และกินสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเขา ตัวฉางคงไม่เคยถามว่าในอาหารที่กินทุก ๆ วันใส่อะไรลงไปบ้างทำให้ในความทรงจำของเขาไม่มีอะไรเลยเกี่ยวกับหัวไชเท้า
ถ้าไม่สามารถนำหัวไชเท้าออกขายได้ เขาก็คงต้องแปรรูปเป็อย่างอื่นแทน หัวไชเท้าสามารถใช้ได้ทุกส่วน แม้กระทั่งใบของหัวไชเท้าก็มีราคาเหมือนกันเพราะมันมีรสที่อร่อยมากหากนำมันไปหมักไว้ สิ่งที่ชิงฉางคิดในตอนนี้ก็คือพวกเขาจะต้องเก็บเกี่ยวหัวไชเท้าให้ได้เร็วที่สุด
ชิงฉางอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของจีนเขาจำได้ว่าแม่ของเขาเคยหมักใบหัวไชเท้าตอนที่เขายังเด็ก ซึ่งมันให้รสชาติที่อร่อยมาก
นอกจานี้มันอาจใช้เป็อาหารสัตว์บางชนิดได้ด้วย ซึ่งหากในทวีปคาร์คนี้ไม่มีหัวไชเท้า เขาคงจะขายมันให้กับร้านมิติ แต่เก็บใบไว้ให้สัตว์เวทย์มนตร์อื่นๆ ได้ ในความทรงจำของฉางมีสัตว์เวทย์มนตร์ที่เลี้ยงง่ายเพราะมันสามารถกินอะไรก็ได้ และเมื่อเวลาที่พวกมันสามารถผสมพันธุ์ได้จนมีสัตว์เวทย์มนตร์จำนวนมากเราก็ไม่ต้องเป็กังวลเกี่ยวกับเื่เนื้อสัตว์อีกต่อไป นอกจากนี้หากเขาสามารถสร้างทุกหญ้าเพื่อทำปศุสัตว์ได้แล้วหล่ะก็ มันก็จะทำให้พวกเขามีรายได้เพิ่มมากขึ้นเป็มหาศาลเลยก็ได้
แต่ถ้าโลกนี้มีหัวไชเท้าแต่ราคาไม่สูง เขาก็แค่ขายมันให้ร้านค้ามิติและเก็บใบมันไว้ ไม่ว่าจะแบบไหนเขาก็จะไม่ทำให้มันศูนย์เปล่าเลยแม้แต่นิดเดียว
เพราะเลเวลของฟาร์มยังไม่สูงมากนัก ชิงฉางจึงไม่สามารถใช้งานทุ่งหญ้าในมิติได้แต่เขาสามารถสร้างทุ่งหญ้าที่นี่ในทวีปคาร์ดก่อนได้ เมื่อฟาร์มเขามีเลเวล
มากพอในอนาคต เขาก็สามารถเปิดทุ่งหญ้าในมิติที่ และเลี้ยงสัตว์จากโลกที่เขานำเข้ามาได้
ชิงฉางคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ จนได้ว่า การพัฒนาของเขาจำเป็ต้องอาศัยการทำฟาร์มเป็หลัก อย่างไรก็ตามมิติที่เขามีก็ไม่ได้มีความสามารถในการโจมตีเลย
ตอนนี้เขามีพื้นดินที่กว้างใหญ่ , ูเา และบึงมรณะ พื้นที่เหล่านี้ล้วนเป็ของเขาทั้งนั้น แต่การจะปรับปรุงพื้นที่เหล่านี้ให้ใช้ประโยชน์ได้จำเป็ต้องใช้เวลาอย่างมากเลยทีเดียว
ชิงฉางหวังว่าดินมิติ และน้ำมิติจะช่วยปรับสภาพดินในแดนทมิฬนี้ได้ ถ้าหากมันสำเร็จเขาจะสามารถขยายพื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกได้อย่างมหาศาล เพราะดินแดนแห่งนี้จะเป็รากฐานให้กับตระกูลเฉินอู้
ส่วนเื่กำลังคน ชิงฉางไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเื่นี้เลย เพราะในโลกนี้มีทาสอยู่ ซึ่งในโลกที่เขาอยู่นั้นไม่มีทาสแล้ว
ตราบใดที่คุณมีเงิน คุณก็สามารถที่จะซื้อทาสได้อย่างไม่จำกัด และชีวิตของพวกทาสก็จะตกเป็ของผู้ชื้อโดยทันที พวกเขาจะซื่อสัตย์ต่อคุณโดยไม่ขัดขืน และไม่สามารถหนีไปไหนได้เนื่องจากทาสแต่ละคนจะถูกตีตราสัญลักษณ์ของตระกูลไว้ที่หน้าผาก ซึ่งหากพวกทาสพบว่าเป็พวกไร้นายหรือแอบหนีออกไป ผลที่ตามมาไม่ใช่เื่ที่ดีสำหรับพวกเขาเลยมันแย่ยิ่งกว่าตายเสียอีก
ดังนั้นหากเขาสามารถทำฟาร์มจนมีเงิน เื่กำลังคนจึงไม่ใช่ปัญหา ในทวีปนี้มีทาสจำนวนมาก แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ทาสโดยดั้งเดิมแต่หากให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับพวกขุนนางแล้วละก็เื่หาทาสก็ไม่ใช่เื่ยากลำบากอะไร
ขุนนางปกครองไปทุกสิ่ง เป็คติง่าย ๆ ของโลกแห่งนี้
แต่สถานการณ์ปัจจุบันหากชิงฉางซื้อทาสไปเป็จำนวนมากมันจะเป็จุดสนใจจนเกินไป ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือเก็บตัวให้พ้นจากสายตาของเหล่าขุนนาง และพัฒนาฟาร์มนี้ นี่เป็ทางเลือกเดียวที่ชิงฉางสามารถทำได้ในตอนนี้
เมื่อชิงฉางคิดเื่นี้ เขาก็ถอนหายใจก่อนจะเอนตัวลงนอน เขารู้สึกราวกับว่ากำลังฝันอยู่ เขาเป็เพียงแค่เด็กเนิร์ดที่มาจากโลก แม้ว่าจะชอบอ่านนิยายมากก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาอยากจะมาอีกโลกหนึ่ง แต่ใครจะคาดคิดละว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเขา
พระเ้าการที่แยกเด็กเนิร์ดออกจากคอมพิวเตอร์ มันเป็เื่ที่โหดร้ายเกินไปจริง ๆ
ชิงฉางถอนหายใจพร้อมคลุกอยู่บนเตียงก่อนมองไปยังเพดานถอนหายใจอีกรอบ โลกนี้คงจะไม่มีสถานที่พักผ่อนอื่น แล้วเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร นิยายของฉัน ไม่นะ ม่ายยยยย
อาจเป็เพราะชิงฉางได้รับความทรงจำที่มากมาย และการมีมิติฟาร์มทำให้เขาตื่นเต้นเกินไปจนร่างกายอ่อนล้า ทำให้เขาเผลอหลับไป
สิ่งที่ชิงฉางไม่รู้ก็คือเมื่อเขาหลับไปประตูห้องของเขาก็เปิดออกก่อนที่จางลี่จะเดินเข้ามา เมื่อเห็นว่าชิงฉางหลับอยู่ เธอก็เอาผ้าห่มมาคลุมชิงฉาง เธอยืนอยู่ข้างเตียงก่อนที่จะพูดว่า “นายน้อย สู้ ๆ นะค่ะ อนาคตของตระกูลอยู่ในมือของคุณแล้ว” เมื่อพูดจบเธอออกเดินไปอย่างเงียบ ๆ
เมื่อจางลี่ออกจากห้องชิงฉาง ฟางก็เดินขึ้นมา และพูดว่า “จางลี่นายน้อยเป็อย่างไรบ้าง? เขาทำอะไรอยู่ตอนนี้?”
จางลี่ตอบกลับทันทีว่า ”นายน้อยไม่เป็อะไรแล้วตอนนี้เขากำลังหลับอยู่”
ฟางพยักหน้า “ไปช่วยย่าเตรียมอาหารเย็นเถอะเสร็จแล้วก็มาเรียกนายน้อยด้วยละ เฮ้อเมื่อเรามาที่แห่งนี้แล้วก็ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากนักก็ได้” ฟางส่ายหัวก่อนจะเดินกลับไป
จางลี่มองไปที่ปู่ของเธอ เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยว่าฟางกำลังคิดอะไรอยู่ชีวิตนี้ของฟาง ได้ยกให้ตระกูลเฉินอู้ไปแล้ว และไม่เคยคิดว่าตระกูลเฉินอู้จะตกอับใน่ที่เขามีชีวิตอยู่นี่เป็สิ่งที่ทำให้ฟางรู้สึกแย่มาก
จางลี่เดินตามฟางไปยังห้องครัว แม้ว่าหลี่นาจะเป็แม่ครัวเพียงคนเดียวในปราสาทแห่งนี้แต่เธอก็ทำอาหารแค่เฉพาะคนในตระกูลเฉินอู้เท่านั้น ส่วนทาสจะทำยังไงเธอไม่ได้สนใจเพราะฟางได้ให้อาหารพวกเขาไปแล้วจะทำอย่างไรก็เป็เื่ของพวกทาส
จางลี่เข้าใจในสิ่งที่ฟางจัดการกับเื่นี้ แม้ว่าทาสเหล่านี้จะน่าสงสารแต่ก็ยังดีเหมือนเทียบกับที่อื่น แม้ว่าอาหารจะไม่ได้หรูหรามากนักแต่อย่างน้อยพวกเขาก็กินอิ่มท้อง ซึ่งนี่เป็สิ่งที่เป็ไปได้ยากเมื่ออยู่กับขุนนางคนอื่น
จางลี่เข้าใจอย่างชัดเจนเลยว่า ตอนนี้ตระกูลเฉินอู้้าปู่ฟางมากฉางเองก็ยังไม่เข้าใจเื่ราวเหล่านี้เลย ตอนนี้เธอได้หวังแต่ว่าฉางจะฉลาดพอที่จะคิดได้ว่าต้องทำอะไรไม่อย่างงั้นแล้วตระกูลเฉินอู้ก็คงจะหมดหวัง และไม่อาจคงอยู่ต่อไปได้
ถึงแม้ว่าฉางจะคิดได้ แต่เขาก็ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ก่อนหน้านี้ ฉางเป็คนเสเพลที่ขาดการอบรม และทักษะ ซึ่งทำให้เขาไม่มีความรู้ในการบริหารจักการตระกูลเลย ถ้าเขาคิดได้แล้วเรียนรู้มันก็คงจะเป็เื่ที่ดี แต่ถ้าเขาไม่เรียนรู้แล้วให้คำสั่งผิดๆ พวกเขาก็คงอยู่ได้ไม่ถึงปี
แม้ว่าตระกูลเฉินอู้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก แต่เขาก็เป็ขุนนางมาก่อนแม้ว่าจะถูกตราหน้าว่าเป็อาชญากรแต่ทรัพย์สินก็ไม่ได้ถูกยึดทำให้เขายังพอมีเงินจำนวนหนึ่งประมาณหนึ่งแสนเหรียญทอง ซึ่งก็ถือว่าเป็เงินที่จำนวนไม่น้อยเลย
แต่ตอนนี้ฟางเอาเงินไปซื้อข้าวของที่จำเป็เหลืออยู่เพียงประมาณหนึ่งร้อยเหรียญทอง ซึ่งหากตระกูลเฉินอู้ยังใช้เงินเหมือนเมื่อก่อน คนเหล่านี้คงได้แต่ผูกคอตายหรือไม่ก็อดอยากจนตาย
ตอนนี้ฉางคือคนจะตัดสินชะตากรรมของตระกูลเฉินอู้เพียงคนเดียว
จบตอนแล้วนะครับติดตามพวกเรา Mysterybox ด้วยนะครับ