ในที่สุดการประลองก็วนมาถึงรอบสุดท้ายแน่นอนว่าคู่ต่อสู้ของซ่งไป่หลางครานื้คืออู่ลี่ลี่ในที่สุดอันดับหนึ่งและสองก็กำลังจะได้ปะทะกัน นี่เป็การต่อสู้ที่น่าจับตามองที่สุดในการทดสอบดังนั้นผู้คนจึงสูดหายใจด้วยความเย็นเยียบและรอคอย
อู่ลี่ลี่รู้สึกตื่นเต้นผสมกับหวาดหวั่นฝีมือของซ่งไป่หลางที่แสดงออกมาแต่ละครั้งทำให้นางเข้าใจดีแล้วว่าไม่อาจเทียบชั้นได้แต่ใจหนึ่งกลับยิ่งรู้สึกอยากต่อสู้อย่างเต็มกำลังให้รู้ผลขณะเดียวกันซ่งไป่หลางก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกันเนื่องจากอู่ลี่ลี่มีวิชาต่อสู้สายอ่อนที่น่าสนใจทั้งยังมีเคล็ดลับมากมายจึงทำให้ซ่งไป่หลางอยากรู้ว่าอู่ลี่ลี่จะรับมือตนเองอย่างไร
อู่ลี่ลี่เป็ฝ่ายขยับตัวก่อนแม้ว่าวิชาส่วนมากของนางจะโดดเด่นในเื่การตั้งรับทว่ากับคู่ต่อสู้อย่างซ่งไป่หลางหากปล่อยให้เขาเป็ฝ่ายโจมตีก่อนเกรงว่าต่อให้นางเชี่ยวชาญวิชาตั้งรับมากเพียงใดก็คงไร้ประโยชน์
เมื่อเข้าถึงระยะโจมตีอู่ลี่ลี่ขยับมีดสั้นด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยทว่าแฝงด้วยแรงคุกคามซ่งไป่หลางก้าวเท้าขยับด้วยเคล็ดวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราที่ได้รับการชี้แนะแก้ไขจากเซี่ยหยางทำให้กลายเป็วิชาระดับสูงเพียงพริบตาร่างของซ่งไป่หลางก็คล้ายกับแยกออกเป็แปดร่างมองเห็นเพียงเงาเลือนรางยากจะจับต้อง
“หรือว่าเขาก็ฝึกวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราจนถึงระดับสิบแล้ว”ผู้ชมต่างอุทานด้วยความตื่นตระหนกลำพังฝึกวิชาฝ่ามือบัว์ถึงขั้นสิบนับว่าน่าอัศจรรย์แล้วนี่กลับมีวิชาท่าเท้าแปดบัวดาราอีกหนึ่งวิชา ยากนักที่จะหาคู่ต่อสู้จากบรรดาศิษย์สายนอกด้วยกัน
อู่ลี่ลี่รู้สึกตกตะลึงนางไม่สามารถจับร่างจริงของซ่งไป่หลางได้ ทว่ากลับััได้ถึงการโจมตีที่กำลังใกล้เข้ามาดังนั้นจึงรีบหมุนกายร่ายวิชาของตนออกมา
เคล็ดวาดบัวล้อมสระ์สระสงบใต้แสงจันทร์
ฝ่ามือของซ่งไป่หลางปะทะกับแขนเสื้อของอู่ลี่ลี่ที่โบกสะบัดราวกับปีกผีเสื้อทว่าการปะทะกลับเบาบางอย่างยิ่งคล้ายปีกของแมลงปอที่ปะทะกับผืนน้ำซ่งไป่หลางรู้สึกได้ว่าพลังโจมตีของตนถูกชักนำให้สลายไปด้วยพลังของอีกฝ่าย
‘นี่คือเคล็ดลับของวิชาของนาง’ ซ่งไป่หลางค่อยๆทำความเข้าใจวิชาของอู่ลี่ลี่
เด็กสาวกลับขมวดคิ้วเล็กน้อยซ่งไป่หลางใช้เพียงฝ่ามือธรรมดาไม่ใช้กระบวนท่าฝ่ามือบัว์นางจึงสามารถต้านรับไว้ได้แต่ลำพังฝ่ามือธรรมดาของเขากลับรุนแรงไม่ต่างจากวิชาโจมตีของพวกอันดับห้าลงไปดังนั้นหากซ่งไป่หลางลงมือด้วยฝ่ามือบัว์คงยากที่นางจะต้านรับสำเร็จ
เคล็ดวาดบัวล้อมสระ์ บัวมายา
ซ่งไป่หลางรู้สึกคล้ายเสียการทรงตัวทว่าก็เป็เพียงชั่วครู่เท่านั้นการโจมตีที่อู่ลี่ลี่สามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียหลักล้มลงได้ทุกครั้งกลับไม่ได้ผลต่อซ่งไป่หลางร่างของเขาเพียงส่ายน้อยๆก่อนจะยืนหยัดอย่างมั่นคงในชั่วพริบตา
‘เข้าใจแล้ว’ ซ่งไป่หลางเผยรอยยิ้มก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว
เคล็ดวาดบัวล้อมสระ์ บัวมายา
อู่ลี่ลี่อุทานออกมารู้สึกว่าโลกพลิกจากบนเป็ล่างท้องฟ้าถล่มทลายลงมาร่างของนางพลิกลงอย่างรวดเร็วทว่ายังไม่ทันตกถึงพื้นกลับพบว่าซ่งไป่หลางคว้าร่างของนางเอาไว้ไม่ให้ร่วงลงไปกองบนพื้นได้ทันท่วงที
“ขออภัย ข้ายังไม่คุ้นเคยกับวิชาจึงทำให้มันรุนแรงเกินไป”ซ่งไป่หลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อน
อู่ลี่ลี่รู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าเมื่อพบว่าตนเองถูกโอบประคองเอาไว้โดยเด็กหนุ่มนางรีบวาดฝ่ามือเข้าใส่เพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยมือออกจากร่างของตนทำให้ซ่งไป่หลางต้องรีบทะยานร่างถอยหนี
‘เป็ไปได้ยังไง เขาลอกเลียนวิชาของเราได้ในพริบตาทั้งยังใช้ได้อย่างสมบูรณ์จนเกือบจะเหนือกว่าเราเสียอีก’ อู่ลี่ลี่รู้สึกตื่นตะลึงกับความสามารถของซ่งไป่หลาง
ไม่เพียงอู่ลี่ลี่ทุกคนที่ได้ชมแม้แต่เซี่ยหยางเองยังรู้สึกตื่นตะลึงเซี่ยหยางรู้ว่าศิษย์ของตนมีความสามารถไม่ธรรมดาโดยเฉพาะในด้านการเรียนรู้แต่กลับนึกไม่ถึงว่าซ่งไป่หลางจะเก่งกาจถึงขนาดสามารถจับหลักการวิชาของอู่ลี่ลี่และนำมาประยุกต์ใช้ได้
‘แม้จะไม่เหมือนกันทั้งหมดแต่อาศัยความเข้าใจของตนเข้าไปเพิ่มเติมจึงทำให้สามารถสร้างเป็วิชาแนวทางใหม่ให้กับตนเองได้หรือนี่คือพร์ที่แท้จริงของเ้าหนูนี่กัน’
‘หรือที่แท้ซ่งไป่หลางเคยฝึกฝนวิชาวาดบัวล้อมสระ์มาก่อนดังนั้นจึงสามาถใช้ออกได้ไม่ด้อยไปกว่าอู่ลี่ลี่เลย’ ผู้าุโจางลอบครุ่นคิด
ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่ฉินจีเคยเล่าให้ฟังผู้าุโจางก็ต้องส่ายหัวเพราะคิดว่าซ่งไป่หลางคงใช้พร์ในด้านความเข้าใจเสียมากกว่า
อู่ลี่ลี่ขบฟันรู้สึกพ่ายแพ้ทว่ายังไม่ยินยอมดังนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งในเมื่ออีกฝ่ายสามารถใช้วิชาเดียวกับตนเองได้การเอาชนะนั้นย่อมยากเย็นอย่างยิ่งแต่อู่ลี่ลี่ทุ่มเทฝึกฝนวิชากระบวนท่าสายอ่อนมานานจึงยังรู้สึกเชื่อมั่นว่าตนเองจะต้องเหนือกว่า
เคล็ดวาดบัวล้อมสระ์
เวลาเดียวกันซ่งไป่หลางหมุนควงฝ่ามือควบคุมพลังลมปราณให้หมุนวนในลักษณะเดียวกันกับอู่ลี่ลี่เห็นได้ชัดว่าเป็การใข้ลมปราณรูปแบบเดียวกับวิชาวาดบัวล้อมสระ์ที่มุ่งเน้นความละเอียดอ่อนของพลังลมปราณทำให้เกิดเป็รูปแบบที่ซับซ้อนและสามารถควบคุมการโจมตีของศัตรูได้
“วิชาของทั้งสองคนแตกต่างกัน” ผู้าุโจางมีสายตาเฉียบคมยิ่งมองเห็นถึงความแตกต่างระหว่างระดับวิชาของทั้งสอง
เปรียบเทียบกันแล้วอู่ลี่ลี่สามารถใช้วิชาได้อย่างสมบูรณ์ถูกต้องตามตำราใช้วิชาวาดบัวล้อมสระ์ได้ถึงระดับหก นับว่ายอดเยี่ยมยิ่งทว่าการใช้วิชาวาดบัวล้อมสระ์ของซ่งไป่หลางกลับไม่ถูกจำกัดไว้โดยกรอบใดๆเป็เพียงการดึงเอารูปแบบพลังลมปราณอันเป็เอกลักษณ์มาใช้ผสานกับความเข้าใจของตนเองจนแทบจะกลายเป็ขอบเขตของวิชาอื่น
“สอดผสานหนักเบา” เซี่ยหยางอุทานออกมาเบาๆ
เปรี้ยง!! ร่างของอู่ลี่ลี่ถอยหลังไปสามถึงสี่ก้าวดวงตาสั่นไหวด้วยความตื่นตะลึง การปะทะกันเมื่อครู่นางจึงตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าซ่งไป่หลางไม่ได้กำลังใช้วิชาวาดบัวล้อมสระ์แต่เป็วิชาที่นางไม่รู้จัก แม้จะคล้ายคลึงกับวิชาของนางอยู่บ้างแต่วิชาของซ่งไป่หลางกลับมีประสิทธิภาพมากกว่าดีไม่ดีอาจเปรียบเทียบได้กับวิชาระดับสูงเลยก็เป็ได้
‘วิชานี้ไม่เหมาะกับการโจมตีเท่าไหร่นัก’ ซ่งไป่หลางทำความเข้าใจถึงเคล็ดวิชาวาดบัวล้อมสระ์ก่อนจะยิ้มออกมา
เดิมทีเขาเพียง้าเรียนรู้เคล็ดลับของวิชาสายอ่อนเท่านั้นดังนั้นจึงไม่สนใจวิชาวาดบัวล้อมสระ์หลังจากเข้าใจเทคนิคของมันแล้วเขาจึงนำมันมาใช้ปรับปรุงวิชาดั้งเดิมของตนเอง
เคล็ดฝ่ามือบัว์
เงาของดอกบัวปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่งอู่ลี่ลี่หวาดผวารีบก้าวเท้าถอยหลังหลบเงาดอกบัวที่เกิดจากฝ่ามือของซ่งไป่หลางทว่าเมื่อนางมองเห็นเงาของดอกบัวอย่างชัดเจนดวงตาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความรู้สึกตกตะลึง
“เป็ไปไม่ได้ วิชาฝ่ามือบัว์ในระดับสูงสุดควรจะมีเพียงแค่เงาของดอกบัวสิ”หลายคนอุทานออกมา
ภาพของเงาดอกบัวสองดอกซ้อนทับกันพร้อมกับหมุนวนจนเกิดเป็ระลอกคลื่นสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนที่ได้เห็นเป็อย่างมากวิชาระดับกลางโดยทั่วไปต่อให้ฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดก็ไม่มีทางสร้างภาพเงาที่ซับซ้อนถึงขนาดนี้ได้อย่างแน่นอนนี่แสดงให้เห็นว่าฝ่ามือบัว์ของซ่งไป่หลางได้ก้าวข้ามระดับดั้งเดิมของวิชาไปแล้ว
กลายเป็วิชาระดับสูงอย่างแท้จริง!!
‘แตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิมเพราะเ้าหนูนี่ใช้ความรู้จากวิชาอื่นเข้ามาดัดแปลงแต่ยังไงซะก็กลายเป็วิชาระดับสูงได้จริงๆ ไม่เลว’ เซี่ยหยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เมื่อซ่งไป่หลางขยับฝ่ามือเงาของดอกบัวพลันหมุนวนอย่างรวดเร็วดุจกงจักรพริบตาเดียวก็พุ่งเข้าหาร่างของอู่ลี่ลี่
เด็กสาวไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตั้งรับเนื่องจากความเร็วของเงาดอกบัวมีมากเกินไปวิชาวาดบัวล้อมสระ์ถูกร่ายออกมาอีกครั้งทว่าแม้จะต้านทานอย่างเต็มกำลังอู่ลี่ลี่กลับพบว่าวิชาของตนไม่สามารถสลายพลังโจมตีของวิชาฝ่ามือบัว์ได้เลยแม้แต่น้อยราวกับว่าวิชาของนางแพ้ทางต่ออีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง
“หึหึเ้าหนูนี่พัฒนาวิชาฝ่ามือบัว์ด้วยเคล็ดอ่อนดังนั้นส่วนหนึ่งของวิชาจึงมีแก่นของวิชาสายอ่อนแฝงอยู่จะสลายพลังของวิชานี้ได้มีแต่ต้องใช้วิชาสายอ่อนระดับสูงเท่านั้น” เซี่ยหยางหัวเราะออกมา
เปรี้ยง!! อู่ลี่ลี่ได้รับแรงกระแทกจากเงาดอกบัวทว่ากลับไม่ได้รับาเ็มากนักเพราะในจังหวะสุดท้ายที่ปะทะกันซ่งไป่หลางเป็ฝ่ายคลายสภาวะโจมตีสลายพลังทำลายในเงาดอกบัวทิ้งไปจึงทำให้อู่ลี่ลี่รอดพ้นจากอาการาเ็สาหัสได้อย่างหวุดหวิด
อู่ลี่ลี่ไม่สามารถทำอันใดได้นอกจากประกาศยอมแพ้นางเข้าใจดีว่าซ่งไป่หลางได้ก้าวไปสู่อีกระดับแล้ว อย่าว่าแต่ในบรรดาศิษย์สายนอกนางเชื่อว่าต่อให้เป็ศิษย์สายในก็ต้องเป็ผู้ที่ทะลุไปสู่ระดับเที่ยงแท้แล้วเท่านั้นจึงจะพอรับมือกับซ่งไป่หลางได้อย่างไรก็ตามเพราะซ่งไป่หลางแข็งแกร่งเกินไปจึงทำให้นางไม่ต้องเสียหน้านัก และนางก็ได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างเต็มใจ
เสียงโห่ร้องดังขึ้นเมื่อผลตัดสินให้ซ่งไป่หลางได้เป็อันดับหนึ่งอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเมื่อผลการประลองถูกตัดสินทั้งหมดอันดับของซ่งไป่หลางอู่ลี่ลี่และเทียนหลู่ลี่ยังคงเป็สามอันดับแรก ทว่าซ่งชางหยางกลับตกไปอยู่อันดับห้าเพราะเขาถูกซ่งไป่หลางจัดการจนหมดสภาพไม่สามารถรประลองรอบที่สิบได้จึงถูกอันดับห้าเดิมอย่างจ้าวฟ่านกลายมาเป็อันดับสี่แทน
อันดับอื่นๆนั้นไม่สำคัญนักแต่ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะได้รับรางวัลพิเศษจากนิกายนี่จึงทำให้ผู้คนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อว่ารางวัลชิ้นนั้นจะเป็สิ่งใดกันแน่
ผู้าุโเว่ยทำการประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการทดสอบและกลายเป็ศิษย์สายในไล่ั้แ่อันดับที่หนึ่งร้อยลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งเมื่อมาถึงชื่อของซ่งไป่หลางผู้าุโเว่ยจึงกระแอมเล็กน้อย
“ซ่งไป่หลาง เ้าสามารถผ่านการทดสอบโดยมีคะแนนสูงสุดนับว่าเป็อันดับหนึ่งของศิษย์สายนอกอย่างไร้ข้อกังขาดังนั้นเ้าจึงจะได้รับรางวัลคือตราสีทองของหอคัมภีร์นิกายบัว์มีสิทธิ์เลือกวิชาระดับสูงของนิกายได้หนึ่งวิชา”
ผู้คนต่างอุทานออกมาด้วยความตื่นใวิชาระดับสูงนั้นนับว่ามีค่าอย่างมากโดยทั่วไปศิษย์สายในคนหนึ่งต้องทำภารกิจของนิกายเพื่อสะสมคุณความดีมากมายกว่าจะมีสิทธิ์ได้เรียนวิชาระดับสูงหนึ่งวิชาทว่าซ่งไป่หลางเพิ่งก้าวเข้าสู่การเป็ศิษย์สายในก็ได้เรียนแล้วนี่นับว่าเป็โอกาสที่จะช่วยให้เขาพุ่งทะยานในฐานะศิษย์สายในได้อย่างง่ายดาย
ซ่งไป่หลางพยักหน้าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนักลำพังสองวิชาที่ฝึกฝนอยู่ตอนนี้ก็นับได้ว่าเป็วิชาระดับสูงอยู่แล้วยิ่งถ้าหากฝึกฝนจนถึงจุดสูงสุดตามที่เซี่ยหยางบอกวิชาทั้งสองอาจพัฒนาจนเทียบเคียงได้กับวิชาระดับขั้นมหัศจรรย์หรือขั้นปฐีได้เลยทีเดียว
“หึหึ เ้าหนูไม่ต้องเสียดายไปหรอกไม่แน่ว่าในบรรดาวิชาระดับสูงของนิกายเ้าอาจมีวิชาที่ถูกตัดทอนมาจากวิชาระดับ์อีกก็เป็ได้หากได้ฝึกฝนวิชาใหม่ๆเพิ่มเ้าก็จะมีทางเลือกในการต่อสู้มากขึ้นโดยเฉพาะหากเป็ไปได้ต้องเป็วิชาที่สนับสนุนพลังธาตุวารี เพื่อให้ิญญาวารีศักดิ์สิทธิ์ของเ้าส่งเสริมวิชานั้นอาจทะยานขึ้นสู่ระดับ์ได้อีกครั้ง”
เซี่ยหยางกลับคิดต่างออกไปในมุมมองของเซี่ยหยางนิกายบัว์นับว่ามีความแปลกประหลาดบางอย่าง วิชาหลายๆวิชาของนิกายกลับเป็วิชาที่ถูกตัดทอนมาจากวิชาขั้น์อีกทั้งพลังแฝงบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ซึ่งเซี่ยหยางสามารถััได้อย่างเบาบางนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งปิดซ่อนเอาไว้เป็พลังที่เหนือกว่าขั้นเที่ยงแท้ เหนือยิ่งกว่าขั้นเหนืุ์ราวกับว่าเป็พลังของระดับรวมิญญา ซึ่งเป็พลังขั้นที่อยู่เหนือแปดขั้นเหนืุ์ไปอีกระดับ
‘หากข้าคิดไม่ผิดไม่แน่นิกายนี้อาจเคยเป็นิกายระดับสูงทว่าเพราะวิกฤติบางอย่างจึงทำให้ระดับของนิกายตกลงมาทั้งวิชาที่เคยสูงส่งถึงระดับ์ก็ยังได้รับความเสียหายจนกลายเป็วิชาที่ไม่สมบูรณ์’เซี่ยหยางคาดเดา
ผู้าุโเว่ยรอจนความวุ่นวายเงียบสงบลงจากนั้นจึงกระแอมขึ้นอีกครั้งก่อนจะประกาศต่อว่า“นอกจากตราสีทองของหอคัมภีร์แล้วรางวัลอีกอย่างหนึ่งที่อันดับหนึ่งจะได้รับก็คือแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองและผลิญญาสีแดงอีกด้วย”
“อันใดนะ” ครานี้ความวุ่นวายยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นควรทราบว่าแก่นิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองนั้นมีค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้มีพลังเพียงขั้นก่อกำเนิดบางคนอาจสามารถเลื่อนระดับได้หนึ่งขั้นในเวลาอันสั้นบางคนอาจถึงขนาดก้าวข้ามจากระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดจนกลายเป็ขั้นแก่นแท้
ยังไม่นับผลิญญาที่ทำให้ความหนาแน่นของพลังลมปราณถูกขยายมากขึ้นทว่าผลิญญาสีแดงกลับไม่มีค่ามากนักสำหรับซ่งไป่หลางเพราะการฝึกด้วยวิธีพิเศษของเซี่ยหยางทำให้พลังิญญาของซ่งไป่หลางมีความหนาแน่นมหาศาลอยู่แล้วการกินผลิญญาหนึ่งลูกก็มีค่าไม่ต่างจากการเทน้ำหนึ่งแก้วลงในทะเลสาบไม่ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแม้แต่น้อย
“อืม แก่นิญญาของสัตว์ปีศาจระดับสองนับว่าไม่เลวพอจะใช้ช่วยเหลือในการฝึกฝนเพิ่มระดับได้เล็กน้อยแต่ผลิญญาสีแดงคงไม่มีผลกับเ้าแล้ว” เซี่ยหยางเอ่ย
“ถ้าเช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรกับมันดี อาจารย์”ซ่งไป่หลางถามความเห็นแม้ว่าครึ่งปีก่อนหน้านี้ผลิญญาสีแดงจะเป็สิ่งล้ำค่าที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการถึงแต่ในเวลานี้ซ่งไป่หลางเชื่อคำพูดของผู้เป็อาจารย์หากเซี่ยหยางเอ่ยว่ามันไม่มีค่าเขาก็เห็นด้วยเช่นกัน
“หรือข้าจะนำมันไปมอบให้กับศิษย์พี่ฉิน” ซ่งไป่หลายเอ่ยกับตัวเองเบาๆ
ทว่าเซี่ยหยางกลับค้านขึ้นมา “พลังของนางก้าวเข้าสู่ขั้นเที่ยงแท้แล้วมีเพียงผลไม้ิญญาสีเหลืองที่จะส่งผลดีต่อนางผลิญญาสีแดงสำหรับนางคงไม่ต่างจากของทานเล่นเช่นกันหากจะมอบให้สู้มอบให้อู่ลี่ลี่ยังดีเสียกว่า แม้นางจะยังอ่อนแอหากเทียบกับเ้าแต่ในอนาคตนางอาจกลายเป็ผู้ช่วยที่ดี”
เซี่ยหยางถอนหายใจ “หรืออีกทางเลือกหนึ่ง มอบให้กับตระกูลของเ้า อย่าลืมว่าตัวเ้าในตอนนี้นับว่าอยู่ในสถานภาพที่สุ่มเสี่ยงอย่างมากเพราะตัดสินใจที่จะหันหลังให้ตระกูลทว่าลำพังกำลังของเ้าเองยังไม่เพียงพอที่จะรับมือพลังของตระกูลได้หากเ้าแสดงตนเป็ศัตรูอย่างชัดเจนในเวลานี้ เกรงว่าตระกูลคงไม่อยู่เฉยแน่”
ซ่งไป่หลางได้ฟังก็รู้สึกเห็นด้วย ในหมู่คนรุ่นใหม่ของตระกูลซ่งยังมีซ่งเจียหลานที่เป็ถึงระดับเที่ยงแท้ทั้งยังอยู่ในจุดสูงสุดของบรรดาศิษย์สายในหากไม่นับฉินจีที่น่าจะสามารถก้าวไปถึงระดับศิษย์หลักได้นอกจากนั้นยังมีผู้าุโหลายคนของตระกูลที่อยู่ในระดับเที่ยงแท้ ยังไม่นับหัวหน้าตระกูลที่เป็ถึงระดับสี่เที่ยงแท้ซึ่งแทบจะเป็ระดับที่สูงที่สุดในเมือง
‘ข้าคงต้องยอมมอบผลิญญาให้พวกเขา เพื่อให้ตระกูลไม่เพ่งเล็งมากนักรอจนกว่าข้ามีความพร้อมที่จะรับมือคนทุกระดับในตระกูลได้ หรือมีเื้ัที่แข็งแกร่งเพียงพอเมื่อถึงตอนนั้นข้าก็แค่ชดใช้บางอย่างให้ตระกูลจากนั้นจึงสามารถตัดขาดได้’
การทดสอบจบลงแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตนเองศิษย์ที่สอบผ่านร้อยคนได้รับตราสัญลักษณ์ในฐานะศิษย์สายในและได้รับอนุญาตให้พักผ่อนเป็เวลาหนึ่งเดือนก่อนจะเริ่มรับภารกิจของนิกายในฐานะศิษย์สายในหลายคนจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเพื่อแจ้งข่าวถึงการยกระดับฐานะ
ควรทราบว่าศิษย์สายในและนอกนั้นมีความต่างกันอย่างยิ่งในนิกายบัว์มีศิษย์สายนอกอยู่นับหมื่นนับแสนคนแต่ศิษย์สายในกลับมีเพียงหลักพันทั้งหมดล้วนมีฝีมือแข็งแกร่งและมีระดับไม่ต่ำกว่าระดับหกก่อกำเนิดสูงสุดมีระดับถึงขั้นหนึ่งเที่ยงแท้ นับว่าเป็ขุมกำลังที่สามารถทำลายเมืองเมืองหนึ่งได้
ในขณะที่คนอื่นๆเลือกเดินทางกลับบ้านซ่งไป่หลางกลับเลือกที่จะเข้าไปฝึกฝนในหุบเขาต้องห้ามอีกครั้งโดยก่อนไปยังฝากไหว้วานผู้ส่งสาส์นของนิกายให้นำผลิญญากลับไปมอบให้กับผู้นำตระกูลแน่นอนว่าผู้ส่งสาส์นจะไม่กล้าลักขโมยของชิ้นนี้เพราะหากถูกจับได้โทษของมันคือการปะาล้างตระกูล
ภายในพื้นที่จวนตระกูลซ่งสถานที่ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่โตราวกับเป็เมืองขนาดย่อมที่ซ้อนทับอยู่ในเมืองอีกทีเพราะจำนวนสมาชิกของตระกูลนั้นมีมากกว่าพันคนบัดนี้ผู้าุโของตระกูลรวมถึงหัวหน้าตระกูลต่างมารวมตัวกันเพื่อเตรียมต้อนรับลูกหลานที่เข้าไปฝึกฝนที่นิกายบัว์
“พวกเขากลับมาแล้ว ท่านพ่อเจียหลานกับชางหยางเองก็เป็หนึ่งในนั้น” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเขามีพลังระดับสามเที่ยงแท้ เป็บุตรอันดับสองของผู้นำตระกูลซ่งหงเฉิน นามของเขาคือซ่งจวิน
“จวินเอ๋อ เ้านับว่ามีบุตรชายที่ดี” ซ่งหงเฉินเอ่ยชมเชยซ่งชางหยางนั้นเป็บุตรชายของซ่งจวินการที่เขาสามารถกลายเป็ศิษย์สายในด้วยอันดับห้านั้นนับว่าไม่ธรรมดาอย่างไรก็ตามซ่งหงเฉินรู้สึกกระวนกระวายเล็กน้อยเพราะเขาไม่ได้ยินว่าซ่งไป่หลางที่ได้อันดับหนึ่งเดินทางกลับมาด้วย
“ซ่งไป่หลางไม่ยอมกลับมาเป็ไปได้หรือไม่ว่าเขาต่อต้านพวกเรา” ชายอีกคนหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวคนผู้นี้คือซ่งเจี่ย เป็บุตรชายคนโตของตระกูลพลังฝึกตนอยู่ที่ขั้นสามเที่ยงแท้และใกล้จะทะยานขึ้นสู่ขั้นสี่เต็มทีนับเป็คนที่มีคุณสมบัติสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลซ่งที่สำคัญคือบุตรสาวของซ่งเจี่ยเป็ถึงศิษย์สายในอันดับหนึ่งของนิกายบัว์ในปัจจุบันเซี่ยเจียหลาน
ฉินจีสามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองเข้าสู่การเป็ศิษย์หลักได้สำเร็จดังนั้นในบรรดาศิษย์สายในด้วยกันไม่มีใครแข็งแกร่งไปกว่าซ่งเจียหลานอีกแล้ว และในปีต่อไปผู้คนต่างคาดหวังว่านางจะสามารถทะยานไปสู่การเป็ศิษย์หลักของนิกายได้สำเร็จ
“อย่าได้พูดจาเหลวไหลพี่ใหญ่หรือท่านกลัวว่าเด็กคนนั้นจะโตขึ้นมาโดดเด่นยิ่งกว่าบุตรสาวของตนถึงได้้าใส่ร้ายมัน” ซ่งิผู้เป็บุตรชายคนที่ห้าเอ่ยกลั้วหัวเราะ
ซ่งเจี่ยขมวดคิ้วมองดูซ่งิด้วยสายตาราวกับ้าจะกินเืกินเนื้อขณะเดียวกันซ่งจวินมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักเนื่องจากการที่ซ่งชางหยางต้องกลายเป็อันดับห้าทั้งที่ควรจะได้อันดับสี่ก็เพราะถูกซ่งไป่หลางจัดการจนาเ็สาหัส
“ท่านพ่อ ข้าได้ยินมาว่าในการประลองกับซ่งชางหยางเด็กนั่นลงมืออย่างโเี้อำมหิต คล้าย้าตัดอนาคตของบุตรชายข้า ทั้งที่เป็สายเืตระกูลเดียวกันกลับทำเช่นนี้ข้าคิดว่าเด็กนั่นคงไม่เห็นตระกูลอยู่ในสายตา” ซ่งจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“ถูกต้อง ข้ายังได้ยินมาว่าเด็กนั่นใช้แต่วิชาของนิกายกลับไม่ใช้วิชาของตระกูล ในขณะที่ซ่งชางหยางพยายามต่อสู้ด้วยวิชาของตระกูลจนถึงท้ายที่สุดแม้จะพ่ายแพ้แต่ข้าคิดว่าซ่งชางหยางได้ทำอย่างเต็มที่เพื่อตระกูลของเราแล้ว”
แน่นอนว่าโอกาสเช่นนี้หลายคนย่อมไม่ยอมพลาดเพราะตัวตนของซ่งไป่หลางนั้นปรากฏขึ้นอย่างกระทันหันเกินไปผู้าุโหลายคนไม่อยากให้มีคนโดดเด่นกว่าบุตรหลานจึงรีบพากันช่วยใส่ร้ายอย่างเต็มที่ขอเพียงให้ความสำคัญของซ่งไป่หลางถูกลดระดับลงไม่ว่าจะต้องทำเช่นไรคนพวกนี้ย่อมไม่รอช้าที่จะทำ