第六十章
ทุกอย่างดูชุลมุนวุ่นวายไปหมดฟ่านเสวียนเองก็ไม่ต่างจากคนอื่น เขาเองตกใจจนทำอะไรไม่ถูกอีกทั้งได้ยินมาว่าการคลอดลูกถือว่าขาข้างหนึ่งก้าวไปสู่สะพานไน่เหอเสี่ยงทั้งแม่ทั้งลูกหัวใจของเขาเต้นแรงแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นสลับเบาดังหมอตำแยสองสามคนวิ่งสลับกันไปมา สาวใช้ใบ้กับอีกหนึ่งคนวิ่งเข้าออกถืออ่างน้ำร้อนกลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่วห้อง เขาเดินกลับไปมาหน้าผ้าม่านหนาหนักที่ปิดปากห้องของอวี้หนี่เอาไว้ทำให้ไม่สามารถเห็นถึงด้านใน สาวใช้คนหนึ่งวิ่งออกมาเขาคว้าข้อมือเอาไว้แน่น
"นางล่ะ"
"ยังไม่คลอดเจ้าค่ะ ตอนนี้เห็นเห็นว่าปากช่องคลอดปิดได้น้อยมาก"ฟ่านเสวียนอ้าปากค้าง นี่หมายความเช่นไร นางคลอดไม่ได้หรือ หรือว่าเป็นอันตรายกันแน่เขาไม่เข้าใจสักนิด เขาปล่อยมือสาวใช้ให้ไปเอาน้ำร้อนตัวเองกลับยืนเหม่อเพราะใช้ความคิดใบหน้าซีดเผือดราวกับจะเจ็บป่วยเสียเองกระนั้น ทันใดนั้นเองเสียงฝีเท้าร้อนรนจากคนสองคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า จื่อหลงรีบเข้ามาประคองร่างของฟ่านเสวียนที่ยืนโอนเอนไปมาเอาไว้แนบอก ปู้เฉินหอบฮักด้วยความเหนื่อยยืนด้านข้างสองมือกุมกันแน่นใบหน้าเผือดขาวเหงื่อไหลย้อนเต็มใบหน้า
"นาง...นาง"ปู้เฉินแม้กระทั่งจะเปิดปากพูดยังลำบาก
"นางอยู่ด้านใน ข้าฟังสิ่งที่สาวใช้พูดไม่เข้าใจ"ฟ่านเสวียนยกมือกุมอกราวกับจะกดมิให้หัวใจเต้นแรงไปกว่านี้
"อย่าตระหนก เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา ข้ารักษาคนเกือบตายให้หายได้แค่คลอดลูกไม่เหนือบ่ากว่าแรงข้าหรอก"เสียงเย็นเรียบดังขึ้นจากทางด้านหลังทั้งสามหนุ่มถึงกับถอนหายใจโล่งอก
"ท่านหมอเหยียน"สามเสียงประสานพร้อมกัน หมอเหยียนโบกมือไปมา
"พวกเจ้านี่นะ ฆ่าคนตายเลือดนองเต็มพื้นยังไม่สะทกสะท้าน เรื่องแค่นี้กลับทำอะไรไม่ถูกกันแล้ว"หมอเหยียนพยักหน้าให้สตรีนางหนึ่งที่ตามหลังมาพร้อมกับกล่องเครื่องมือให้เดินเข้าไปด้านใน ส่วนตัวเขายืนรอพร้อมกับหนุ่มสามคนด้านนอก
"นี่ตกลงกันแล้วใช่หรือไม่เรื่องซื่อจื่อ"หมอเหยียนเอ่ยถาม
"ตกลงแล้วขอรับ"ปู้เฉินตอบแทนเมื่อเห็นผู้เป็รนายยังปิดปากเงียบ
"เช่นนั้นก็ดีแล้วเด็กคนนี้นับวามีวาสนานัก เขาต้องเกิดมาสมบูรณ์พร้อมชื่อเสียงยศศักดิ์และเงินทอง พวกเจ้าตั้งชื่อให้เขาหรือยัง"
"ยังเลย"จื่อหลงส่ายหน้า เขาเองยอมรับว่ากระวนกระวายไม่แพ้ทุกคนหากไม่เผยสีหน้าท่าทางออกมา แน่นอนเด็กคนนี้ถือว่าเป็นบุตรสายตรงของเขาแน่นอนหากอวี้หนี่นั้นดื้อนักไม่ยอมให้หมอวินิจฉัยว่าเป็นชายหรือหญิง ทั้งที่หากหมอจับชีพจรแล้วก็ย่อมต้องรอว่าเป็นเพศใดกันแน่ อวี้หนี่ถึงกับสั่งเด็ดขาดว่าห้ามบอกนางและทุกคนให้หมอเหยียนรู้แต่เพียงผู้เดียว ทว่าคำพูดคำนี้ของหมอเหยียนทำให้รู้แจ่มชัดแล้วว่าเด็กคนนี้คือเด็กชาย รอยยิ้มบนใบหน้าปรากฏขึ้นเด่นชัด
"ข้าฝากชีวิตลูกชายคนนี้เอาไว้ที่ท่านหมอเหยียนด้วย"น้ำเสียงอบอุ่นนุ่มนวลออกจากปากจื่อหลงทำให้ฟ่านเสวียนที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของจื่อหลงเงยหน้าขึ้นมอง จื่อหลงเองก็รู้ตัวว่าคนที่เขากอดเอาไว้จ้องหน้าอยู่ เขาจึงก้มลงกดริมฝีปากกับขมับขาวแรงๆ
"เราสองคนจะมีลูกชายแล้ว เจ้าต้องดูแลเขาดีๆล่ะ"ฟ่านเสวียนบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไรกันแน่ อาการแน่นอยู่ในอกทั้งพองฟูทั้งอิ่มเอมราวกับอยู่ในภาพฝันน้ำตาที่ล้นเอ่อออกมาจากตาทำให้รู้ว่าคนที่เป็นพ่อแม่รู้สึกเช่นไรเมื่อรู้ว่าลูกของตัวเองกำลังถือกำเนิดออกมาดูโลก
"ขะ..ข้ารู้แล้ว"ฟ่านเสวียนถอนสะอื้น
"เอาล่ะอย่าร้องไห้ไม่อายลูกหรือ มากับข้าเถอะที่นี่มีทั้งปู้เฉินและท่านหมอเหยียนพวกเขาดูแลนางได้ ส่วนเจ้าน่ะลูกจากเตียงมานานแล้วร่างกายยังอ่อนแอมากกว่านางเสียอีกกลับไปพักกับข้าก่อน"เมื่อได้ยินดังนั้นหมอเหยียนและปู้เฉินหันกลับมามองฟ่านเสวียนอย่างจึงจังถึงได้รู้ว่าฟ่านเสวียนใบหน้าซีดเผือดจนเกือบเป็นสีเทา ริมฝีปากซีดขาวการหายใจติดขัด หมอเหยียนรีบเดินเข้ามาหาจับข้อมือไปตรวจชีพจรทันที จากนั้นไม่นานก็นิ่วหน้า
"ลุกออกมานานหรือยัง"หมอเหยียนถามเสียงเคร่ง
"ประมาณสองชั่วยามขอรับ"
"เหลวไหล! ใกล้จะหายแล้วกลับไม่รู้จักรักษาตัวเอง ยามนี้เจ้ายังออกห่างจากเตียงหยกได้นานขนาดนั้นได้หรือไม่รักตัวเองแล้วหรือไร หากเป็นอะไรไปใครจะเลี้ยงดูซื่อจื่อ จริงๆเลยเด็กคนนี้ เจ้าเองก็เหมือนกันต่อให้เป็นอ๋องแล้วอย่างไร ข้าดุด่าเจ้าไม่ได้แล้วหรือ"หมอเหยียนโกรธจริงจังเพราะกว่าจะฟื้นฟูฟ่านเสวียนให้หายดีได้ต้องผ่านความเป็นความตายมาแค่ไหนทุกคนย่อมรู้ดี หากคราวนี้เขาทรุดลงอีกคงยากจะยื้อชีวิตเอาไว้ได้แล้วจริงๆ
"พากลับไปพักผ่อน อีกไม่นานก็จะได้เห็นหน้าลูกแล้วไม่อยากเห็นเขาแล้วหรืออย่างไร ไปๆ ไปเดี๋ยวนี้"หมอเหยียนสั่งจื่อหลง ทันทีที่จบประโยคจื่อหลงช้อนใต้เข่าของฟ่านเสวียนอุ้มขึ้นทันทีจากนั้นสาวเท้าก้าวยาวๆกลับไปยังถ้ำด้านในค่อยวางร่างบางลงบนเตียงหยกช้าๆ
"โดนดุจนได้เห็นหรือยังเป็นเพราะเจ้าดื้อแท้ๆ"จื่อหลงบ่นขำๆ
"เรื่องมันฉุกละหุก เขาอยากออกมาดูโลกแล้วใครจะไปห้ามเขาได้เล่า"ฟ่านเสวียนแก้ตัวเบาๆ
"หึหึ เอาล่ะนอนพักก่อน"จื่อหลงใช้นิ้วจิ้มหว่างคิ้วของฟ่านเสวียนให้คลายขมวดมุ่นออกก่อนจะทรุดตัวลงนอนตะแคงด้านข้างร่างบางใช้ศอกค้ำรองฝ่ามือเท้าหัวตัวเองเอาไว้อีกมือโอบเอวบางให้พลิกตะแคงมาให้นอนมองหน้ากัน ใบหน้าขอจื่อลงผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน เคราเขียวครึ้มผุดตอขึ้นจึงทำให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งดูเข้มมากขึ้น ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มจนเห็นฟันเรียงสวย
"อยากให้ลูกมีชื่อว่าอะไร"
"ข้าไม่รู้"ฟ่านเสวียนส่ายหน้าไปมา"
"อืมค่อยคิดเถอะตอนนี้เจ้านอนพักเสียหน่อยตื่นมาค่อยคิดก็ยังไม่สาย"
"ไม่เอาข้าอยากเห็นหน้าเขา"
"หึหึ ได้ๆข้าตามใจเจ้า จริงสิข้าจะให้กรมพิธีออกสามหนังสือหกพิธีการให้เจ้า ท่านพ่อตาต้องมอบแปดอักษรของเจ้ามาให้เจ้ากรมพิธีผูกดวงข้ากับเจ้าหาฤกษ์ยาม"
"เดี๋ยวก่อนสิ ท่านพ่อจะยอมง่ายๆหรือ"
"ง่ายไม่ง่ายเขาจะค้านได้หรือในเมื่อพระบิดาออกราชโองการไปแล้ว"ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างเพราะเรื่องนี้เขายังคิดว่าใช้เวลานานนี่กลับรวดเร็วเพียงไม่กี่ชั่วยามคนผู้นี้ถึงกับทำเรื่องเช่นนี้ลงไปแล้ว
"แล้วกุ้ยเฟยล่ะพระองค์ยอมง่ายดายหรือ"ฟ่านเสวียนแย้ง แน่ล่ะเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าฝ่าบาทยอมตามใจลู่กุ้ยเฟยขนาดไหน เรื่องนี้เกี่ยวพันทั้งชื่อเสียงวงค์ตระกูลและเชื้อพระวงค์เชียวนะเรื่องย่อมไม่ง่าย จื่อหลงถอนหายใจ
"เรื่องนี้ใครก็ค้านไม่ได้ เพราะถ้าค้านข้าก็จะไม่กลับมายังเมืองหลวงอีกและท่านพ่อตารู้นิสัยข้าดี ข้าคงไม่ไปตามลำพังหรอกต้องพาเจ้าไปด้วยแน่ๆ เรื่องบุตรสายตรงข้าก็แจ้งไปแล้วว่าครบเดือนข้าจะให้พระองค์ทรงตั้งชื่อให้ ตัวข้ายังเป็นเบี้ยให้ฝ่าบาทได้ใช้อยู่เขาจึงไม่ยอมเสียข้าไปโดยง่ายเพราะเรื่องแบบนี้ อีกทั้งเมืองหลวงเรื่องมีชายาชายก็มิใช่เรื่องแปลกพระองค์ยังมีสนมชายตั้งสองคนแต่คิดว่าคงไม่โปรดเท่าไหร่ ฟ่านเสวียนหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินจื่อหลงพูดเช่นนั้นจื่อหลงมองใบหน้าแดงเรื่อก็นึกเอ็นดูใช้ปลายนิ้วเขี่ยปลายจมูกโด่งเบาๆ
"รักข้าหรือไม่"จื่อหลงเปลี่ยนเรื่องอีกทั้งจู่โจมคำถามที่น่าอาย
"เจ้าถามอะไรแบบนี้"
"แบบไหนกัน นี้เป็นเรื่องธรรมดา เจ้ากำลังจะแต่งให้ข้าตัวข้าที่จะเป็นสามีเจ้าย่อมต้องอยากรู้"
"เจ้า..เจ้า เจ้าก็รู้อยู่แล้วเหตุใดยังต้องถาม"ประโยคสุดท้ายแผ่วเบาอยู่ในลำคอ จื่อหลงยิ้มทั้งปากทั้งตาก่อนจะพลิกตัวเองลงนอนคส่ำทาบตัวลงลงบนร่างบาง ประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากกระจับส่งลิ้นร้อนกวาดม้วนลิ้นเล็กเนิ่นนานกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มหายใจไม่ออก
"รักข้าก็บอกข้าให้ชื่นหัวใจหน่อยเถอะ ข้ายอมตายเพื่อเจ้า เกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้าย่อมไม่ด้อยกว่าผู้ใด ข้าสัญญาจะรักใคร่ทะนุถนอมเจ้าและเจ้าจะเป็นชายาเอกคนเดียวแห่งจวนอ๋อง ไม่มีซ้ายขวามาให้เจ้าลำบากใจเด็ดขาด"น้ำเสียงที่เอ่ยมาหนักแน่นมั่นคงจนทำให้ฟ่านเสวียนเต็มตื้น คนผู้นี้เข้าใจจิตใจเขาจริงๆถึงแม้ไม่เอ่ยปากก็เหมือนมานั่งอยู่กลางใจแล้ว
"ข้ารักเจ้าจื่อหลง"ฟ่านเสวียนเอ่ยคำรักออกมาด้วยความรู้สึกจากใจ สองร่างโอบกอดกันแน่นหลับตาดื่มด่ำกับความรู้สึกผาสุขนี้
"แฮ่ม"เสียงกระแอมอยู่นอกห้องทำให้คนทั้งคู่ผละออกจากกัน เสียงหมอเหยียนดังอยู่ด้านนอกกึ่งอ่อนใจกึ่งฉิว
"ข้าบอกให้พักผ่อนมิใช่ให้มาพรอดรัก มารับของขวัญของพวกเจ้าไป"จื่อหลงเบิกตากว้างกระโดดทีเดียวถึงม่านปิดปากถ้ำรีบเปิดออกกว้างเพื่อให้หมอเหยียนเดินเข้ามาด้านในตามมาด้วยแม่นมที่อุ้มห่อผ้าสีแดงนุ่มนิ่มเอาไว้ แม่นมยื่นห่อผ้าส่งให้จื่อหลงทันที เขาก้มลงมองห่อผ้าสลับกับมองหน้าหมอเหยียน
"ทายาทของเจ้าอย่างไรเล่า แปลกใจอะไรอยู่ พาไปให้ท่านแม่ของเขาดูสิ กลายเป็นคนไร้สติไปแล้วจริงๆ"หมอเหยียนบ่นน้อยๆจื่อหลงได้สติรีบหมุนตัวนำห่อผ้าไปส่งให้ฟ่านเสวียนที่ลุกนั่งอยู่บนเตียงหยก
"ลูกชายของเจ้า"จื่อหลงอุ้มห่อผ้าเล็กๆนั่นไม่ถนัดพอมาถึงเตียงก็รีบส่งให้กับคนที่นั่งอยู่ทันที ห่อผ้าดิ้นน้อยๆฟ่านเสวียนเขี่ยห่อผ้าให้เปิดกว้างกว้างเดิม มองเห็นใบหน้าย่นยู่ยี่สีแดงหลับตาพริ้มอยู่ มองเห็นสันจมูกโด่งชัดเจน
"เด็กคนนี้ เด็กคนนี้.."
"เด็กคนนี้อะไร เขาคือลูกของเจ้าสองคน เอาไปดูแลกันเองเถอะ นี่แม่นมฝางถ้าเขาตื่นแล้วร้องไห้ก็เรียกนางมาให้นม อ้ออวี้หนี่แข็งแรงดีตอนนี้ข้าฝังเข็มให้นางหลับอยู่เพื่อพักผ่อนให้มาก พรุ่งนี้นางถึงจะตื่น เสร็จเรื่องแล้วข้าจะไปพักผ่อนบ้างแล้ว" จื่อหลงหมุนตัวกลับมามองหน้าหมอเหยียนลำตัวหน้ายืดตัวตรงสองมือประสานกันยื่นออกไปข้างหน้าโค้งตัวช้าๆจนกลายเป็นขนาดตัวด้านบนกับพื้น
"บุญคุณท่านใหญ่หลวงนัก ข้าผู้น้อยเหวินจื่อหลงจะไม่ลืมเด็ดขาด"ฟ่านเสวียนอุ้มทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมกอดค่อยลุกจากเตียงลงมายืนด้านข้างจื่อหลงโค้งตัวลงไม่ต่างจากจื่อหลง
"ข้าลู่ฟ่านเสวียนเป็นหนี้ชีวิตท่านหมอเหยียนหากมีสิ่งใดตอบแทนแม้จะยากเย็นหรือแลกด้วยชีวิตขอเพียงท่านเอ่ยปากข้าก็จะทำให้เต็มที่"หมอเหยียนได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่พูดออกมาอดน้ำตารื้นไม่ได้ แสร้งโบกมือไปมาตรงหน้า
"เหลวไหลๆ ข้าจะยังเอาอะไรกับพวกเจ้าขอเพียงใช้ชีวิตให้ดีไม่ต้องให้ข้าผู้แก่ชรามาแก้ปัญาหาให้พวกเจ้าก็นับว่าดีแล้ว หลานปู่คนนี้ดูแลเขาให้ดีล่ะ ข้าไปล่ะ"ทั้งคู่มองส่งแผ่นหลังที่ลู่ลงเพราะแก่ชราด้วยสายตาตื้นตัน
"น้อมส่งท่านผู้เฒ่า"ทั้งคู่เอ่ยลาจนเสียงฝีเท้าลับไปถึงได้หันกลับมามองหน้ากัน จื่อหลงประคองไหล่ฟ่านเสวียนที่อุ้มเด็กน้อยเอาไว้ไปที่เตียงค่อยว่างห่อผ้าลงบนขนนุ่มนิ่มสีดำ
"น่ารักจังเลย"
"อืม"ปู้เฉินที่เดินมาหยุดหน้าม่านหนาหนักยิ้มกว้างเช่นกัน