3
ไว้นึกออกข้าจะบอกเ้าค่ะ
“อย่าเพิ่งรีบร้อนไปยังพอมีทางชนะได้อยู่” บุรุษผู้นั้นพูดท่ามกลางความงุนงงของอิงมี่และหานิซานแต่พอได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ อิงมี่ก็รู้ทันทีว่านี่คือ ‘ไอ้คุณชายเสเพล’ที่นางเกลียดขี้หน้าเป็นักหนา
จะว่าไปเขามาั้แ่เมื่อใดกัน…บิดามารดาเขาล่ะ?
ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไปก็เห็นเซี่ยเฟยหงถือวิสาสะเข้ามาเล่นแทนหานิซานเสียแล้ว
“เ้าเป็ใครเนี่ย?”หานิซานถามด้วยเขายังไม่เคยเห็นหน้าของเฟยหงมาก่อนแต่ก็รู้สึกคุ้นๆ อยู่เหมือนกัน
“ข้านั้นคือเซี่ยเฟยหงคู่หมั้นของคุณหนูหานอิงมี่วันนี้ทางครอบครัวข้าจะมาคุยกันเื่งานแต่งในอีกสามเดือนข้างหน้าระหว่างรอเจรจาข้าเห็นท่านกับแม่นางคนนี้เดินหมากกันอยู่เลยอยากเข้ามาสอดเสียหน่อย”
เฟยหงตอบอย่างหน้าด้านๆ พร้อมกับเดินหมากไปด้วย ทางด้านหานิซานก็คิดจะแกล้งน้องจึงเดินออกไปเสียดื้อๆ ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่กันตามลำพัง
หึๆขอบพระคุณเ้าค่ะท่านพี่ ข้าจะไล่ต้อนให้ยับเลย!! อิงมี่แอบหัวเราะเงียบๆในใจ
“แม่นางเ้ามีนามว่าอะไรรึ?” เฟยหงถามสตรีรูปงามตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาแอบดูสองคนนี้เล่นหมาก ก็เพราะสนใจในตัวสตรีคนนี้นี่แลมิรู้มาก่อนว่านอกจากยายม้าดีดกะโหลกหานอิงมี่แล้วในจวนสกุลหานจะยังมีบุปผางามซ่อนอยู่อีก
“…..” อิงมี่ไม่ได้ตอบอะไรออกไปหากแต่นึกเย้ยอยู่ในใจ แค่นางเห็นแววตาเป็ประกายของเขา เพียงวูบหนึ่งนางก็พอเดาออกแล้วว่าเขาคิดอะไร สมกับเป็คุณชายเสเพลจริงๆ
บอกว่าจะมาพบคู่หมั้น…แต่กลับ...
เอาเถอะ ไหนๆ การที่จะได้ถอนหมั้นก็เป็เื่ดีเช่นนั้นตอนนี้นางยังไม่บอกเขาละกันว่านางคือว่าที่คู่หมั้นของเขาอิงมี่จึงแกล้งทำเป็ยิ้มเอียงอายเล็กน้อยแล้วเดินหมากต่อไปโดยไม่พูดกับอีกฝ่ายสักคำ
“เอาอย่างนี้ถ้าข้าชนะเ้าต้องบอกชื่อเ้ามา แต่ถ้าข้าแพ้ ข้าจะยอมทำอะไรก็ได้ 1 อย่าง ตกลงไหม” เฟยหงสำคัญผิดว่าสตรีตรงหน้าคงอายเขาจึงบอกไปแบบนั้น
แต่เอ…ตัวเขารู้สึกคุ้นหน้านางเสียจริงเหมือนว่าเคยเจอกันมาก่อน...
“ตกลงเ้าค่ะ”อิงมี่ตอบแล้วยิ้มหวาน ในใจยิ่งนึกขัน นี่เขาจำนางไม่ได้จริงๆ ด้วย
เมื่อสองปีก่อนเราเพิ่งจะเจอกันแท้ๆแล้วนางก็หันมาสนใจกับการแข่งเดินหมากตรงหน้า พร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย…
หากข้าชนะ…ข้าควรจะให้ยอดแม่ทัพคนนี้ทำอะไรดี… ส่วนเฟยหงก็เคลิ้มกับรอยยิ้มนั้นอยู่นานพอตัวก่อนจะได้สติแล้วกลับมาสนใจหมากบนกระดาน
...การแข่งของคนทั้งคู่ยังคงดำเนินไปอย่างยืดเยื้อเพราะอิงมี่เดินหมากผิด ทำให้จากที่นางกำลังจะชนะ กลับกลายเป็ฝ่ายเสียเปรียบซะเองรอยยิ้มผุดขึ้นบนหน้าของเฟยหง
ขณะที่เขาเริ่มพลิกกระดานได้ ขอเพียงเดินหมากอีกตาเดียวเท่านั้นเขาก็จะเป็ฝ่ายชนะแล้ว หันไปมองหน้าแม่นางผู้นั้นก็ดูเหงื่อออกอย่างเห็นได้ชัดคิดแล้วก็ขยับกือมาจ่อหน้าสือของอีกฝ่าย
‘แม่นางผู้นี้มิได้เก่งกาจอะไรดอกแต่บุรุษเมื่อครู่อ่อนหัดเองมากกว่า’
ทว่า…เฟยหงก็ได้แสดงสีหน้าใออกมาอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเขารู้ตัวว่าตนเพิ่งทำอะไรลงไป นี่เขา…
หึๆๆ รอยยิ้มค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากใบหน้าหวานของสตรีตรงหน้ามันเป็แผนของนางั้แ่แรก ที่ตั้งใจเดินหมากผิด ตั้งใจเดินโง่ๆไปให้เขากินได้เสียง่ายๆ เหตุเพราะประเมินจากบุรุษตรงหน้าก็ดูเก่งกาจมิใช่น้อยจึงจำต้องให้เขาประมาทเสียก่อน ระหว่างที่เขามัวแต่ไล่กินหมากตัวล่อนางก็แอบย้ายหมากตัวเก่งไปดักไว้ทีละจุดๆ และดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
“ท่านรู้อะไรไหม…”นางเอ่ยถามและพูดต่อทันทีโดยไม่รอคำตอบ
“คุณสมบัติของผู้ที่เดินหมากได้ดีนอกจากคาดการณ์เก่ง เดินตัวหมากเป็แล้ว เขายังต้องมีสายตาที่กว้างไกลเพื่อจะได้มองเห็นทั้งกระดาน…” นิ้วเรียวบางค่อยๆเคลื่อนไปหยิบกือของนางที่เหลืออยู่ และถูกวางไว้นอกจุดสังเกตของสายตาก่อนจะเตรียมขยับมัน
“และสิ่งที่สำคัญที่สุด…ความไม่ประมาท” และนางก็ย้ายมันไปวางที่ตำแหน่งหนึ่งเพียงเท่านี้ก็…
“กระดานนี้ข้าขอนะเ้าคะ!” อิงมี่กล่าวเสียงดังแล้วยิ้มอย่างผู้มีชัยส่วนเฟยหงก็ปรบมือให้นางและมองนางอย่างชื่นชม ถึงลึกๆ เขาจะอายก็เถอะ
‘นี่ข้าแพ้สตรีหรือนี่’
แต่ทำอย่างไรได้ ตัวเขาดันประมาทเองว่าสตรีผู้นี้ไร้ฝีมือ
“ตามที่ตกลงกันไว้อยากให้ข้าทำอะไรล่ะ?” เฟยหงถามโดยมิรอให้สตรีตรงหน้าทวง เขาเป็ชายชาตรีพอที่จะยืดอกรับผล
อิงมี่ตอบไปตามประสายังไม่ได้คิดทันทีว่า
“ตอนนี้ข้ายังนึกไม่ออกไว้นึกออกแล้วจะบอกนะเ้าคะ ท่านอย่าลืมละกัน”
เพราะสิ่งที่นางคิดในหัวตอนนี้มีแต่เื่ที่ถ้าให้เขาทำแล้วดีไม่ดีแม่ทัพเกรียงไกรผู้นี้อาจจะต้องอับอายจนปลิดชีพตัวเองเลยก็ได้ อาทิเช่น
‘ข้าอยากให้ท่านวิ่งแก้ผ้ารอบเมือง’
‘ข้าอยากให้ท่านจีบทหารเลวสักคนในสังกัดตนเอง’
‘ข้าอยากให้ท่านไปเป็ขันทีซะ’และความคิดที่น่าขันนี้ยังมีอีกเพียบจากนั้นนางก็อัญเชิญตัวเองเดินออกจากศาลาไปเสียดื้อๆโดยมิหันมาเอ่ยวาจาใดกับเฟยหงซักคำ
“รอข้าถอนหมั้นกับยายคุณหนูอิงมี่ก่อนเถิดแม่นางตัวดี แล้วข้าจะมาจัดการกับเ้าทีหลัง” เขาพึมพำกับตัวเองดวงตาสีสนิมดูเป็ประกาย ขณะที่มองร่างบางเดินหายไปในตัวบ้านอย่างคาดโทษ
แล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...
แววตานั้น...เหมือนเขาเคยเห็นที่...
อาใช่แล้ว! ที่ตลาดเหว่ยป๋อเมื่อสองปีก่อน…สาวชาวบ้านที่เขาชวนนางไปโรงเตี๊ยมแล้วโดนปฏิเสธ…หรือว่านางจะเป็อนุของท่านลุงหานหลี่หลุน สักพักบิดาของเขาก็เดินมาตาม
“เ้ามานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เฟยหง?เข้าไปคารวะท่านหลี่หลุนได้แล้ว”
“ขอรับท่านพ่อ”เฟยหงรับคำแล้วเดินตามท่านพ่อไป…