ตอนที่ 31 ฐานบัญชาการ
“ รายงานฐานบัญชาการ ตอนนี้พวกเรามาถึงมหาลัยหลินฮวาแล้ว สถานการณ์ภายในมหาลัยไม่เลวร้ายเท่าไหร่ ซอมบี้ส่วนมากยังอยู่ในโดมจัดคอนเสิร์ต คอป!! คอป!! ซ่า.. “
วิทยุรายงานในมือของผู้นำตระกูลเจียง เจียงเป่าดังขึ้น
เสียงที่รายงานมาก็คือเสียงของทหารที่ถูกส่งออกไปดูสถานการณ์ ซึ่งทหารที่ถูกส่งไปก็คือทหารที่ไปด้วยเฮลิคอปเตอร์โจมตี เมื่อได้ยินรายงานจากทหาร เจียงเป่าก็หันหน้าไปหาหลินฟานที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ตอนนี้เจียงเป่า จางหยางและหลินฟาน กำลังนั่งอยู่ในรถบรรทุกคนทางทหาร แต่ภายในรถที่กว้างขวางกลับมีเพียงพวกเขาแค่สามคนเท่านั้นที่นั่งอยู่
หลินฟานพยักหน้าเมื่อได้ฟังรายงานจากทหารที่ส่งไป ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากมหาลัยหลินฮวาประมาณ 3 กิโลเมตร หลินฟานจึงได้ให้เฮลิคอปเตอร์โจมตีไปดูก่อนว่าสถานการณ์ภายในมหาลัยหลินฮวาเป็ยังไงบ้าง
หากทุกอย่างยังปกติหลินฟานก็จะสั่งเดินหน้าต่อ แต่หากมีการเคลื่อนไหวแปลกๆ จากซอมบี้ในโดมจัดคอนเสิร์ต หลินฟานก็จะสั่งถอยแบบไม่ลังเล ผลึกหลายแสนชิ้นเป็ผลประโยชน์ที่หอมหวานก็จริงๆ แต่ถ้าหากตายไป ต่อให้มีผลึกเท่าไหร่ก็ไร้ค่าอยู่ดี
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเป็แบบที่หลินฟานคาดการณ์เอาไว้ ซอมบี้ระดับที่ 1 ยังไม่ใช่พวกมีสมองในการคิดวิเคราะห์ พวกมันคิดไม่ได้กันหรอกว่าตัวเองต้องออกล่าเหยื่อเพื่อพัฒนาตัวเอง ตอนนี้ที่พวกมันส่วนมากยังอยู่ในโดมจัดงานคอนเสิร์ตจึงเป็เื่ที่ถูกต้อง และนี้ก็ถือว่าเป็เื่ปกติ ไม่จำเป็ต้องถอยทัพกลับ
หลินฟานพูดขึ้นว่า
“ ส่งวิทยุมา! “
“ ครับ “
เจียงเป่าทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้รับวิทยุหลินฟานก็กดปุ่ม แล้วเริ่มถามทันทีว่า
“ ประมาณได้ไหมว่าซอมบี้มีอยู่กี่ตัวในโดม และทางเข้าออกของโดมมีกี่ทาง ซ่า… “
“ …ประมาณ 400,000 – 450,000 ตัว ครับ!! ส่วนทางเข้าออกดูเหมือนจะมีทางเดียว เพราะทางอื่นเหมือนจะโดนปิดเอาไว้ด้วยเหล็กและสิ่งกรีดขวางขนาดใหญ่ ซ่า… “
ทหารเงียบไปสักพัก แล้วตอบคำถามออกมา
“ ดีมาก หาที่จอดเฮลิคอปเตอร์บนตึกสักตึก แล้วรอรับคำสั่งต่อไป ซ่า… “
หลินฟานออกคำสั่ง ตอนนี้เขาไม่้าข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว
ทหารตอบรับทันทีว่า
“ รับทราบ!! “
หลินฟานส่งวิทยุคืนให้เจียงเป่าหลังพูดจบ จากนั้นหลินฟานก็จมลงในห้วงความคิดของตัวเอง
‘ ถือว่าเป็เื่ที่ดี ไม่คิดเลยว่าการปิดประตูเพื่อไม่ให้พวกแอบเข้างานคอนเสิร์ตเข้างานได้ มันจะสร้างโอกาสให้กับพวกเราแบบนี้
‘ ประตูทั้งหมดที่ไม่ใช่ทางเข้างานคงโดนปิดเอาไว้ และหากทำเอาไว้เพื่อป้องกันพวกแอบเข้า ประตูก็คงต้องแข็งแรงพอสมควร หรือก็คือ หากเราสามารถปิดกันประตูทางเข้าหลักที่ใช้งานเข้างานคอนเสิร์ตได้สำเร็จ พวกเราก็จะค่อยๆ จัดการกับพวกซอมบี้ได้ ‘
หลินฟานไม่คิดเลยว่าเื่มันจะง่ายขนาดนี้ แค่คิดถึงผลึกหลายแสนชิ้นที่จะได้จากการต่อสู้ครั้งนี้ หลินฟานก็แทบจะหุบยิ้มของตัวเองไม่ได้
ก็จริงอยู่ผนึกระดับที่ 1 อาจจะไม่ใช่ของมีค่ามากมายนัก และอาวุธระดับที่ 1 ที่ได้จากการหมุนรูเล็ตระดับ 1 พลังทำลายก็ไม่ค่อยต่างจากอาวุธธรรมดาเท่าไหร่ แต่หากมีพวกมัน พวกมันก็จะเป็เหมือนเครื่องเปิดทางไปยังอาวุธระดับ 2 ระดับ 3 และระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
ด้วยทุนตั้งต้นที่สูงขนาดนี้ หลินฟานมั่นใจว่าตัวเองต้องเป็กองกำลังที่ใหญ่ที่สุดในจีนได้แน่
แล้วก็ต้องรู้ก่อนว่าจีนนั้นเป็ประเทศที่มีประชากรเยอะที่สุดในโลก หากสามารถเป็ผู้นำของจีนได้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเป็ผู้นำของโลก
โลกยุคก่อนวันโลกาวินาศ สหรัฐอเมริกาเคยเป็ผู้นำโลกก็จริง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อีกแล้ว ตอนนี้อาวุธระดับสูงอย่างขีปนาวุธและนิวเคลียร์ไม่สามารถใช้งานได้ เรือรบก็เช่นกัน บางคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงบอกว่าเรือรบใช้งานไม่ได้
งั้นก็ลองคิดดูง่ายๆ ว่ากันว่า สิ่งมีชีวิตในทะเลมีหลากหลายสายพันธุ์กว่าบนบกหลายเท่า และในทะเลก็มีสิ่งมีชีวิตมากกว่าที่อันตราย และโลกตอนนี้ไม่ใช่โลกที่สัตว์ทะเลจะโดนมนุษย์ล่าอีกต่อไป บางที ฉลาดเพียงตัวเดียวอาจจะทำลายเรือบรรทุกเครื่องบินด้วยการกัดเพียงครั้งเดียวก็ได้
หากมีสัตว์ร้ายจำนวนมากที่ทำลายเรือรบขนาดใหญ่ได้ด้วยการกัดแค่เพียงครั้งเดียวอยู่ใต้ทะเล จะใช้คำว่าเรือรบใช้งานไม่ได้ คำพูดแบบนี้มันก็ไม่เกินจริงอะไรเลย
ออกเรือมาในทะเลโอกาสตาย 99.9999% รู้แบบนี้ใครมันจะออกเรือ
แล้วเมื่อเทคโนโลยีต่างๆ ใช้งานไม่ได้ ประเทศที่จะแข็งแกร่งก็คือประเทศที่มีประชากรเยอะ เหตุผลหลักๆ มีอยู่ 2 ข้อด้วยกัน ข้อแรก เมื่อประชากรเยอะผลึกก็เยอะ เมื่อผลึกเยอะมนุษย์ก็มีอาวุธดีๆ จากระบบเยอะ ของที่ได้จากระบบจริงๆ แล้วไม่ได้มีเพียงแค่อาวุธ น้ำยาป้องกันเชื้อไวรัสและการ์ดทักษะ แต่ยังมีอุปกรณ์สวมใส่อีกมากมาย
อย่างเช่น แหวนมิติ แหวนเพิ่มพลัง MP ชุดเกราะเพิ่มพลัง HP รองเท้าเพิ่ม SP และยังมีอย่างอื่นอีกมากมายที่ช่วยในเื่ต่างๆ เพราะงั้น เมื่อมีผลึกเยอะประเทศที่มีผลึกเยอะก็จะแข็งแกร่งกว่าพวกที่มีผลึกน้อย
ส่วนข้อที่สอง เมื่อมีประชากรเยอะก็เท่ากับมีซอมบี้เยอะ เมื่อมีซอมบี้เยอะผู้คนก็จะต่อสู้เยอะและมีประสบการณ์ในสนามรบมากมาย แล้วยังได้พลังิญญาในการอัพเลเวลจำนวนมากอีก โลกในวันโลกาวินาศ ความแข็งแกร่งก็คือทุกสิ่ง และคนที่มีเลเวลเยอะกว่าก็จะได้เปรียบพวกคนที่มีเลเวลน้อยกว่า
ด้วยเหตุนี้ หากเป็ผู้นำประเทศจีนได้มันก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็ผู้นำของโลก
หลินฟานถามขึ้นว่า
“ ผู้นำตระกูลเจียง พวกเราต้องใช้เวลาอีกนานไหมกว่าจะไปถึงมหาลัยหลินฮวา “
“ ด้วยความเร็วของเราตอนนี้คงอีกประมาณ 30 นาทีครับ ยิ่งเข้าใกล้มหาลัยรถตามถนนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเราเสียเวลาก็เพราะต้องเคลียร์เส้นทาง “
ผู้นำตระกูลเจีงตอบตามความจริง
หลินฟานพยักหน้าแล้วพูดว่า
“ ไม่เป็อะไร ซอมบี้ในมหาลัยหลินฮวาไม่ได้หนีไปไหน ตอนนี้พวกเรายืนยันได้แล้วว่าพวกมันยังอยู่ สั่งให้พวกทหารทำงานอย่างระมัดระวังให้มากที่สุด “
“ ครับ! “
เจียงเป่าก้มหน้ารับคำสั่ง
ในระหว่างนั้น จางหยางที่นั่งเงียบอยู่ก็พูดขึ้นว่า
“ คุณหลิน ข้ารับใช้คนนี้อยากเสนอให้พวกเราสร้างฐานบัญชาการเอาไว้ครับ ด้วยจำนวนซอมบี้หลายแสนตัว และต้องฆ่าโดยไม่ใช่ปืนโจมตี สิ่งนี้จะสร้างภาระอย่างมากให้ทั้งทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ
“ ทหารของเรามีอยู่ประมาณ 2,500 คน ข้ารับใช้คนนี้คิดว่า คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ เป็อาทิตย์กว่าจะสามารถจัดการพวกมันได้หมด
“ ทหารของเราฝึกมาแล้วก็จริง แต่การจะให้กลางเต็นท์นอนไปตลอดทั้งอาทิตย์บวกกับต้องเหนื่อยล้าจากการจัดการกับซอมบี้ทุกๆ วัน ร่างกายเหนื่อยไม่เท่าไหร่ แต่ระยะเวลาขนาดนั้นคงต้องเกิดภาวะเหนื่อยล้าทางจิตใจกับพวกทหารแน่ “
จางหยางคิดเื่นี้มาสักพัก เขาพยายามหาโอกาสแนะนำมาได้สักพักแล้ว แต่ตลอดทางหลินฟานนั่งเงียบแทบจะทั้งทาง และเหมือนกับว่าหลินฟานกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ และพอเห็นหลินฟานเริ่มคุยเื่แผนกับเจียงเป่า จางหยางจึงเริ่มแนะนำทันที
หลินฟานพยักหน้าให้จางหยางที่เสนอความคิด หลินฟานเข้าใจว่าภาวะเหนื่อยล้าทางจิตใจมันเป็ยังไง ต่อให้เก่งขนาดไหน ต่อให้มีประสบการณ์มากมายขนาดไหน ภาวะเหนื่อยทางล้าทางจิตใจก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน
หลินฟานเคยเห็นคนจำนวนมาก เกิดภาวะเหนื่อยล้าทางจิตใจจนต้องฆ่าตัวตายมาเยอะในชาติก่อน และหลินฟานก็จะไม่ยอมเกิดเื่แบบนั้นกับทหารของตัวเอง
อีกอย่าง หลินฟานไม่จำเป็ต้องให้จางหยานแนะนำ เพราะเขาคิดทางแก้ปัญหาเอาไว้ก่อนแล้ว ด้วยประสบการณ์หลายปีของหลินฟานในวันโลกาวินาศ มีหรือที่เขาจะไม่รู้เื่ภาวะเหนื่อยล้าทางจิตใจ
หลินฟานพูดขึ้นว่า
“ ผู้นำตระกูลจางพูดถูกต้อง และผมก็หาทางเอาไว้แล้ว ข้างๆ โดมจัดคอนเสิร์ตมันมีโรงอาหารขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ที่นั่นเป็โรงอาหารสำหรับอาคารพักนักศึกษา หากเราเอาที่นั่นเป็ฐาน พวกเราก็จะสามารถให้ทหารเข้าไปพักในห้องพักต่างๆ ของพวกนักศึกษาได้
“ แถมโรงอาหารยังมีพื้นที่กว้างมาก พวกเราสามารถทำอาหารและสร้างฐานบัญชาการที่นั่นได้
“ ส่วนพวกซอมบี้ก็ไม่ต้องเป็กังวลไป ่เกิดวันโลกาวินาศเป็่เวลาที่นักศึกษากำลังเรียนกันอยู่ แถมวันนี้นักศึกษาส่วนใหญ่ก็น่าจะไปรวมตัวอยู่ที่งานคอนเสิร์ตที่จัดขึ้นในมหาลัย พวกเราคงยึดอาคารพักนักศึกษาได้ง่ายๆ “
หลินฟานเตรียมการทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ั้แ่ที่เขาตัดสินใจเลือกมหาลัยหลินฮวาเป็แหล่งฟาร์มเลเวล หลินฟานก็เลือกที่ตั้งฐานทัพและที่พักของทหารเอาไว้หมดแล้ว
เมื่อจางหยางได้ยินสิ่งที่หลินฟานวางแผนเอาไว้ เขาก็พยักหน้าพอใจเป็อย่างมาก จุดนี้เองจางหยางก็เลือกเอาไว้เหมือนกัน
เมื่อครู่ หากหลินฟานเลือกที่อื่นจางหยางก็จะพยายามบอกให้มาสร้างฐานที่โรงอาหารแห่งนี้ แต่เมื่อหลินฟานเลือกได้ด้วยตัวเอง จางหยานก็ไม่จำเป็ต้องทำอะไร
จางหยางมองหลินฟานแล้วคิดในใจว่า
‘ ไม่คิดเลยว่าเขาจะวางแผนได้ขนาดนี้ ทั้งเื่บัญชาการรบแนวหน้า ทั้งเื่วางแผนแนวหลัง คุณหลินสามารถทำได้พร้อมๆ กัน แถมยังสามารถทำได้ดีมากอีก
‘ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเขาถึงได้มาเปิดเผยความสามารถตอนนี้
‘ หากเขาเปิดเผยความสามารถของตัวเองก่อนหน้านี้ ตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 6 ก็คงไม่กล้าทรยศตระกูลหลินกันแน่ เฮ้อ~ คิดแล้วก็น่าสงสารพวกนั้นจริงๆ ถึงพวกนั้นจะโชคดีรอดวันโลกาวินาศมาได้ แต่คุณหลินก็คงไม่ปล่อยไปแน่ ‘
จางหยางรู้สึกสงสารตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 6 จากใจจริง
ไม่เพียงแค่ต้องโดนวันโลกาวินาศเล่นงานเท่านั้น แต่หากพวกนั้นรอดมาได้หลินฟานก็ไม่น่าจะปล่อยเอาไว้ และด้วยความสามารถของหลินฟาน ตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 6 ก็คงได้สูญสิ้นสายเืแน่นอน
อีกอย่าง จางหยานก็ส่งหนึ่งในลูกสาวของตัวเองไปแต่งงานกับตระกูลเว่ยด้วย และในเวลาแห่งการเลือกข้าง เธอก็เลือกอยู่เคียงข้างกับตระกูลเว่ย จางหยานอยากลองพูดเื่นี้กับหลินฟานว่าพอมีทางนำเธอกลับเข้าตระกูลจางได้ไหม คนเป็พ่อยังไงก็ต้องพยายามช่วยลูกตัวเองอยู่แล้ว
แต่พอคิดไปคิดมา จางหยานก็คิดว่าเขาไม่ควรขออะไรแบบนั้น หากหลินฟานยอมให้หนึ่งก็ต้องมีสอง มีสาม มีสี่ แบบนั้นก็เป็เหมือนหลินฟานผิดคำพูดของตัวเอง
‘ จางหลี่… หนูไม่น่าเลือกยืนข้างตระกูลเว่ยเลย เฮ้อ~ ‘
จางหยานคิดคนเดียวเงียบๆ และจางหยางก็รู้ดีว่าหากจางหลี่รอดจากการกลายพันธุ์เป็ซอมบี้ พวกตระกูลเว่ยต้องใช้เธอมาต่อรองกับเขาแน่ๆ
หลินฟานใช้หางตามองไปทางจางหยาง และได้เห็นความเศร้าผ่านดวงตาทั้งสอง หลินฟานรู้ดีว่าจางหยานกำลังรู้สึกยังไงอยู่เพราะเขาได้แผนผังตระกูลข้ารับใช้ทั้ง 4 มาอยู่ในมือแล้ว หลินฟานก็รู้ว่า จางหลี่ลูกสาวของจางหยางเลือกอยู่กับตระกูลเว่ย
แต่! เื่นี้มันมีความลึกลับซับซ้อนมากกว่านั้น นั่นเพราะเมื่อชาติก่อน หลินฟานได้ยินเื่ของจางหลี่มาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่ตอนนี้หลินฟานไม่อยากบอกจางหยาน
เหตุผลหลักๆ ก็เพราะหลินฟานอยากให้จางหยานมีจิตใจจดจ่อกับการต่อสู้ที่จะถึง อีกอย่าง หากหลินฟานพูดเื่ของจางหลี่ให้ฟังตอนนี้ จางหยานก็คงไม่ยอมเชื่อแน่ๆ ว่าสิ่งที่เขาพูดเป็ความจริง จางหยานคงไม่สามารถยอมรับมันได้