ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 1 บทที่ 15 รองเท้าผุๆ แบบนี้ควรจับถ่วงน้ำ

            ลู่หวยเหรินโกรธจนแทบตายแล้ว

            ก่อนหน้าที่คุณนายลู่จะพูดเ๹ื่๪๫การแต่งงานครั้งนี้กับลู่จิ่งซานเขาไม่เคยชอบบ้านตระกูลสวี่เลย ยิ่งตอนนี้มองสวี่จือจือก็ยิ่งไม่ชอบใจ

            นี่มันตัวซวยชัดๆ

            “ภรรยาจิ่งซาน เธอยังเด็กอยู่ ไม่ต้องเข้าไปหรอก”จ้าวลี่เจวียนพูดพลางยิ้ม “ในฐานะพี่สะใภ้ใหญ่ ฉันต้องเข้าไปดูน้องสะใภ้หน่อยว่าไม่สบายตรงไหนจะต้องพาไปสถานีอนามัยไหม”

            ลู่หวยเหรินปวดหัว

            พวกเธอคนหนึ่งคนสองมายุ่งเ๹ื่๪๫คนอื่นทำไมกันนักหนา?

            “คุณแม่ว่ายังไงคะ?” จ้าวลี่เจวียนหันไปถามคุณนายลู่

            “แม่” ลู่หวยเหรินรีบร้อนพูดก่อนที่คุณนายลู่จะทันได้ตอบ“เมื่อวานวุ่นวายมากเกินไป เสวี่ยฉินก็เลยเหนื่อยมาก แต่แค่พักผ่อนก็หายแล้ว”

            “ไม่ได้หรอก” คุณนายลู่นั่งอยู่บนรถเข็น ขมวดคิ้วพูดกับจ้าวลี่เจวียน“สะใภ้ใหญ่ เธอไปดูหน่อยว่าป่วยจริงหรือเปล่า? ถ้าป่วยก็ไปรักษา ตระกูลลู่ไม่ได้จนขนาดไม่มีเงินหรอกนะ ไม่ต้องเอาทุกเ๱ื่๵๹ไปโยนให้จิ่งซาน”

            แค่แต่งงานก็เหนื่อยจนป่วย? ข้ออ้างนี้คุณนายลู่ไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด

            ลู่หวยเหรินอยากจะตบปากตัวเองสักที

            หญิงชรารักลู่จิ่งซานที่สุด ทำไมเขาถึงได้หาข้ออ้างแบบนี้กันนะ?

            ในเมื่อหญิงชราได้เห็นด้วยแล้ว จ้าวลี่เจวียนก็ไม่ลังเลรีบฉวยโอกาสตอนที่ลู่หวยเหรินกำลังเศร้าใจ เดินเข้าไปในห้องของพวกเขาทันที

            เธอยังคงมีมารยาท เคาะประตูเสียก่อน

            “เสวี่ยฉิน? ได้ยินว่าเธอไม่สบาย ฉันเข้าไปนะ...” เธอยังพูดไม่ทันจบก็เปิดประตูเข้าไปแล้ว“คุณแม่ ในห้องไม่มีใครอยู่เลยค่ะ!”

            หายไปจริงๆ ด้วย!

            “เป็๲ไปไม่ได้!” พี่ใหญ่เหอตอบสนองเป็๲คนแรกรีบวิ่งเข้าไปข้างใน

            เมื่อวานเหอเสวี่ยฉินแอบบอกเขาเองว่าวันนี้ให้พาคนมาช่วยตามหาคนในบ้าน ยิ่งทำให้เป็๞เ๹ื่๪๫ใหญ่ได้เท่าไหร่ยิ่งดี แล้วแบบนี้จะทำยังไงกัน?

            แทนที่จะทำให้ชื่อเสียงของสะใภ้ใหม่เสียหายเพื่อที่จะได้ควบคุมง่ายกลับทำให้ตัวเองต้องเสียไปด้วย?

            “หายไปทั้งคืนเลยเหรอคะ?” สวี่จือจือพูดจบก็เอามือปิดปาก ดวงตาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองลู่หวยเหริน“จะหนีไปไหนได้กัน?”

            “เมื่อกี้พวกคุณพูดอะไรกันนะ เ๱ื่๵๹ไม่รักษาขนบธรรมเนียมต้องเอาไปแขวนป้ายประจาน? เดินแห่ไปตามท้องถนน?” สวี่จือจือมองเหอเสวี่ยฮวาด้วยความชื่นชม “ฉันเข้าใจผิดไปเอง ที่แท้คุณก็เป็๲คนตรงไปตรงมาเสียสละเพื่อส่วนรวมแบบนี้นี่เอง!”

            เหอเสวี่ยฮวา “แกพูดจาเหลวไหล”

            เธอจะให้พี่สาวตัวเองต้องถูกแขวนป้ายประจานได้ยังไง!

            “ก็คุณเป็๞คนพูดเองนี่ว่าถ้าเป็๞สมัยก่อนพวกผู้หญิงไม่รักนวลสงวนตัวแบบนี้ก็ควรจะจับไปถ่วงน้ำให้ตายไปเลยไม่ใช่หรือคะ?” สวี่จือจือพูดพลางหัวเราะ “ทำไมตอนนี้เปลี่ยนคนแล้วมาตรฐานของคุณถึงไม่เหมือนเดิมล่ะ?”

            สองมาตรฐานชัดๆ!

            “แก!” ใบหน้าใหญ่ของเหอเสวี่ยฮวาแดงก่ำด้วยความโมโหกระทืบเท้าพลางพูดกับลู่หวยเหริน “พี่เขย พี่ดูสิ!”

            “ออดอ้อนอีกแล้ว ไร้ยางอายสิ้นดี” สวี่จือจือพูดเสียงเบา แต่ถึงแม้ว่าเสียงของเธอจะเบา คนที่อยู่ในที่นี้ก็ได้ยินกันทุกคน

            ในชั่วขณะหนึ่ง สายตาที่มองทั้งสองคนก็เปลี่ยนไป

            สองสามีภรรยาคู่นี้จะน่าสนใจเกินไปแล้วกระมัง!

            เมียหายไปทั้งคืน แต่คนเป็๞สามีกลับไม่โกรธยังช่วยปกปิด แถมยังดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนกับน้องเมียอีกด้วย!

            เ๱ื่๵๹ฉาวๆ ของน้องเมียกับพี่เขย พวกเขาเองก็เคยได้ยินมาไม่น้อย

            เพียงแต่ว่ามองดูลู่หวยเหรินแล้วก็ไม่น่าจะเป็๞คนแบบนั้นนี่นา! ถึงกับกินได้แม้กระทั่งเหอเสวี่ยฮวา หน้าบานและมีแต่กระแบบนั้น?!

            นับถือ นับถือจริงๆ!

            “พอแล้ว เลิกพูดกันได้แล้ว” ลู่หวยเหรินพูดด้วยสีหน้าดำคล้ำ“รีบไปตามหาคนเร็วเข้า อย่าให้มีเ๹ื่๪๫อะไรเกิดขึ้น”

            เหอเสวี่ยฮวาถลึงตาจ้องมองสวี่จือจือด้วยความเคียดแค้น

            นังเด็กเหลือขอ อย่าให้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเธอแล้วกัน เธอจะทำให้มันตาย!

            แต่เห็นสวี่จือจือไม่กลัวเลยสักนิด แถมยังเลิกคิ้วเงยหน้าท้าทายเธออีก แทบจะทำให้เหอเสวี่ยฮวาล้มทั้งยืนด้วยความโมโห!

            “หิวไหม?” สวี่จือจือกำลังแลบลิ้นใส่แผ่นหลังเหอเสวี่ยฮวาอยู่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มมีเสน่ห์จากผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ใบหน้าทะเล้นที่เธอเก็บไม่ทันก็ถูกเขาเห็นเข้าอย่างจัง

            ถ้าเป็๲คนคุ้นเคยกับลู่จิ่งซาน จะต้องดูออกว่าตอนนี้ชายหนุ่มมีความสุขมากทีเดียว

            “ค่ะ” สวี่จือจือตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วถามเขา“พวกเราไม่ไปตามหาคนด้วยเหรอ?”

            “ไม่ต้องหรอก” ลู่จิ่งซานเข็นรถให้คุณนายลู่“พวกเราจะไปกินข้าวกับคุณย่า”

            ไม่ต้องไปตามหาเหอเสวี่ยฉินจอมปลอมคนนั้นสวี่จือจือก็รู้สึกว่ามื้อเช้านี้กินได้สามชามเลย

            “พี่” ลู่ซืออวี่ขมวดคิ้วพูด “น้าเหอหายตัวไป พวกเราไม่ควรจะไปตามหาหน่อยเหรอคะ?”

            กินข้าวมันสำคัญกว่าตามหาคนอีกเหรอ?

            “นั่นสิ” ลู่หลิงซานจ้องมองสวี่จือจือ “แม่ฉันเกิดเ๱ื่๵๹เพราะพวกพี่แต่งงานกันพวกพี่ทำแบบนี้ไม่สนใจไยดี ช่างใจดำอำมหิตเสียจริง”

            อารมณ์ดีๆ ของลู่จิ่งซานหายไปในทันที

            “แกจะตามหาคนก็ไปเถอะ” คุณนายลู่พูดเสียงเรียบ“ย่าหิวแล้ว จือจือ มากินข้าวเป็๲เพื่อนย่า”

            “ค่ะคุณย่า” สวี่จือจือแลบลิ้นใส่ลู่หลิงซานเมื่อเดินเฉียดอีกฝ่ายก็เห็นลู่จิ่งซานเข็นคุณนายลู่เข้าไปในบ้านแล้ว

            เธอกระซิบข้างหูลู่หลิงซาน “ฉันว่าเราสองคนอายุพอๆกันเลยนะ แต่เพราะไม่มีสมองใช่ไหมล่ะถึงได้ตัวสูงขนาดนี้”

            “เธอต่างหากที่ไม่มีสมอง” ลู่หลิงซานด่าด้วยความโมโห

            “ถ้าเธอมีสมองก็ควรจะรู้ว่า” สวี่จือจือเลิกคิ้วกระซิบ“แม่ของเธอเอาแต่หาเ๱ื่๵๹ตอนที่เราแต่งงานกัน รองเท้าผุๆ แบบนี้ควรจับถ่วงน้ำจะดีกว่า”

            ให้เธอไปตามหาเหอเสวี่ยฉินเหรอ?

            ถุ้ย! กินข้าวไม่ดีกว่าเหรอ?

            “เธอ!” ลู่หลิงซานใบหน้าแดงก่ำ อยากจะด่าแต่เห็นลู่จิ่งซานยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าเ๶็๞๰า คำด่าของลู่หลิงซานก็เลยไม่กล้าพูดออกมา

            ในบ้านหลังนี้ เธอไม่ได้กลัวลู่หวยเหริน แต่กลัวลู่จิ่งซานที่สุด

            “รีบเข้ามากินข้าว” ลู่จิ่งซานหันไปมองสวี่จือจือ“ไม่ใช่บอกว่าหิวแล้วเหรอ?”

            “มาแล้ว” สวี่จือจือรีบวิ่งตามไปอย่างเอาใจ

            “พี่” ลู่หลิงซานกระซิบกับลู่ซืออวี่ “เกรงว่าต่อไปพวกเราคงจะไม่มีพี่ชายอีกแล้ว”

            ลู่จิ่งซานปกป้องสวี่จือจือขนาดนั้น

            ใบหน้าของลู่ซืออวี่ซีดเผือด

            ภายในห้อง สวี่จือจือพูดอะไรก็ไม่รู้ทำให้คุณนายลู่หัวเราะลั่นใบหน้าของเธอก็ยิ่งซีดเข้าไปอีก

            “เธอบอกว่าไม่หรอก เขายังคงเป็๞พี่ชายของพวกเราเหมือนเดิมจะไม่เปลี่ยนไปหรอก” ลู่ซืออวี่แก้ตัว

            “จะเป็๲ไปได้ยังไง” ลู่หลิงซานกลอกตา “แล้วทำไมเมื่อกี้พี่ชายถึงไม่เรียกพี่ไปกินข้าวล่ะ?”

            “ดูผู้หญิงคนนั้นสิ” ลู่หลิงซานพูดต่อ “เล่ห์เหลี่ยมเยอะยิ่งกว่าตะแกรงร้ายกาจ ปากก็ดี เพิ่งเข้ามาไม่ถึงวันก็ทำให้คุณย่ามีความสุข แม้กระทั่งพี่ชายก็ยังเข้าข้างเธอเลย”

            “ฉันไม่เป็๲อะไรหรอก แค่เป็๲ห่วงเ๱ื่๵๹แต่งงานของพี่”

            “ลองคิดดูสิ ถ้าวันหลังพี่ไปพูดให้เขาฟังแล้วเขาให้พี่ไปแต่งงานกับคนที่ไม่ชอบขึ้นมา จะทำยังไง?”

            “ไม่หรอก พี่ชายไม่ใช่คนแบบนั้น” ลู่ซืออวี่พูดด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด

            “พอแต่งเมียก็ลืมแม่ แล้วยิ่งไปกว่านั้น...”ลู่หลิงซานไม่ได้พูดต่อ มองดูลู่ซืออวี่ที่กัดริมฝีปากก้มหน้า มือก็กำชายเสื้อแน่น

            เพียงแต่ความได้ใจนั้นอยู่ได้ไม่นานก็ถูกทำลายลง

            เหอเสวี่ยฉินที่หายตัวไปทั้งคืนถูกพบตัวแล้ว

            .............................