35 หลี่ซา = Lisa
“ ราชประชานิยม เป็นชื่อที่ดีจริง ๆ ราชะ รวมกับ ประชา ตกลงเราจะใช้ชื่อนี้เป็นนโยบายหลักในการช่วยเหลือราษฎร” ฮ่องเต้ต้าหยางทรงรับสั่งกับกุนซือหนุ่มด้วยความพอพระทัย ก่อนที่เสียมหลอหลงจะกราบทูลให้ทรงพักผ่อนเพื่อถนอมวรกาย แต่พระองค์ยังคงเพลิดเพลินกับแผนการปฏิรูปอันน่าตื่นตาตื่นใจของเขาอยู่ จึงอยากจะสนทนาต่อไปทั้งคืน “ ฝ่าบาทจำเป็นต้องถนอมพระวรกาย เพื่อการใหญ่ในอนาคตนะพ่ะย่ะค่ะ กำแพงฉางเฉิงไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด การใหญ่ของพระองค์ก็ต้องอาศัยเวลา และจะต้องพระทัยเย็น ๆ พ่ะย่ะค่ะ” อาหลงกราบทูลถวายเหตุผลโน้มน้าวพระทัยโอรสสวรรค์ โดยยกเอาภาษิต “ กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” มาเปลี่ยนเป็นกำแพงฉางเฉิงแทน จนสุดท้ายพระองค์ก็ยอมหยุดพักการสนทนา เพื่อที่จะเข้าบรรทมพักผ่อนพระวรกาย โดยมีองค์หญิงห้าคอยถวายการดูแลเข้าสู่แท่นบรรทม เสร็จแล้วนางจึงเดินออกมาส่งชายหนุ่มที่หน้าห้องบรรทม “ ขอบคุณดาหลิงที่ช่วยให้ข้ามีความมั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงความเห็นต่อเสด็จพ่อ จนทำให้พระองค์ทรงหันมามองและเริ่มให้ความสำคัญกับข้าขึ้นมาบ้าง” องค์หญิงห้ารับสั่งขอบคุณอีกฝ่ายจากใจจริง ก่อนที่พระองค์จะประทานถุงหอมที่ถือเป็นสัญลักษณ์แทนใจและของหมั้นหมายให้กับกุนซือหนุ่มอย่างเอียงอาย “ ขอบพระทัยที่ไม่ทรงรังเกียจบัณฑิตไร้อันดับอย่างหม่อมฉัน ตอนแรกที่หม่อมฉันรู้ว่าแม่นางเสี่ยวเฟยที่หม่อมฉันชมชอบก็คือพระราชธิดาของฝ่าบาท หม่อมฉันก็แทบจะหมดหวังและคิดว่าต้องตัดใจจากพระองค์แล้ว” เสียมหลอหลงทูลกับต้วนอี้เฟยด้วยความตื้นตันใจ ก่อนที่เขาจะถวายริสแบนด์หรือสายรัดข้อมือสีชมพูน่ารัก ๆ ที่มีข้อความว่า DARLING ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายซึ่งติดมาจากโลกปัจจุบันที่เขาจากมาให้กับนาง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนใจให้อีกฝ่ายเช่นกัน หลังจากรับไปแล้วนางรีบสวมใส่ที่ข้อมืออย่างทะนุถนอมและด้วยพระพักตร์ที่เบิกบานพระทัย “ ดาหลิง รีบกลับไปพักผ่อน รักษาตัวด้วย อย่าทำให้เสี่ยวเฟยต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ” นางเอ่ยลากับชายหนุ่มที่นางรู้สึกดีด้วยสีหน้าอันอ่อนโยน พร้อมทั้งเรียกอีกฝ่ายว่าดาหลิง และเรียกแทนตนเองว่าเสี่ยวเฟย ทำเอาอาหลงแทบจะใจละลายและสำลักความสุขตายอยู่ตรงนั้น “ องค์หญิง เอ่อ ...ดาหลิงก็รักษาตัวด้วย เสี่ยวเฟยอย่าลืมฝันถึงเจ้าของสายรัดข้อมือเส้นนี้ด้วยนะ ว่าแต่ดาหลิง ท่านได้ไปยืนหน้ากระจกหรือยัง ท่านเห็นว่าผู้หญิงที่หม่อมฉันชอบเป็นเช่นไรบ้าง?” อาหลงเอ่ยหยอกเย้านางในดวงใจของเขาอย่างมีความสุข ก่อนที่นางจะโบกมือลาเขาด้วยความเขินอาย และไม่ยอมตอบวาจาที่เขาเอ่ยถาม หลังจากที่เสียมหลอหลงนั่งรถม้าพระราชทานกลับมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมแสงดาว เขาก็รีบเดินทางต่อไปที่หอหงส์ดรุณเพื่อไปหาแม่นางฉินอี้เซียน เพราะเขาไม่ได้ไปที่นั่นมาสองวันแล้ว เนื่องจากต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาท และเนื่องจากวันนี้เขาได้กลับมาเร็วกว่าเมื่อวาน เขาจึงยังพอมีเวลาที่จะแวะไปเยี่ยมเยียนนางกับแม่นางเยี่ยนเอ๋อ ณ หอหงส์ดรุณ “ คำนับคุณชาย ท่านหายไปไหนมาตั้งหลายวันเจ้าคะ ท่านรู้มั้ยว่ามีใครบางคนเอาแต่บ่นคิดถึงท่านทั้งวัน” แม่นางเยี่ยนเอ๋อเอ่ยทักทายชายหนุ่มด้วยความยินดี พร้อมทั้งเดินทางเขาเข้าไปยังห้องพิเศษด้านใน ก่อนจะกระซิบบอกอีกฝ่ายว่าวันนี้แม่นางฉินโดนคุณชายสามซ่งติงรียกตัวไปตัดหน้าเขาอีกแล้ว รวมทั้งเมื่อวานเขาก็เรียกตัวนางไปด้วยเช่นกัน “ เช่นนั้น ถ้าไม่รังเกียจ แม่นางเยี่ยนเอ๋อก็มานั่งเป็นเพื่อนข้าก็แล้วกัน” ชายหนุ่มมีสีหน้าที่ผิดหวังวูบหนึ่ง แต่เขาก็มีมารยาทมากพอที่จะเอ่ยชวนอีกฝ่ายให้มานั่งเป็นเพื่อนกับเขาแทน “เยี่ยนเอ๋อขอบคุณคุณชายที่มีน้ำใจและไม่รังเกียจเยี่ยนเอ๋อ แต่ว่าวันนี้ถึงแม้พี่ฉินจะไม่สามารถมาดูแลท่านได้ แต่ก็มีอีกคนที่เต็มใจมาดูแลท่านแทนเพื่อนรักของนาง รับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ” สาวงามแห่งหอหงส์ดรุณเอ่ยปลอบใจชายหนุ่ม ก่อนจะพาเขาเข้ามาถึงห้องพิเศษที่เตรียมเอาไว้ให้กับแขก VIP โดยเฉพาะ และเมื่อเข้ามาถึงห้อง เสียมหลอหลงถึงกับตกตะลึงเมื่อเจอกับสาวงามลูกครึ่งที่มีเชื้อสายชาวฮั่นและชาวโอวโจว ดูโดดเด่น สง่า แตกต่างจากหญิงงามชาวฮั่นทั่ว ๆ ไป เนื่องจากนางมีตาสีฟ้า จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงสดเหมือนกับผลอิงเถา(เชอรี่) แต่ผมยาวสลวยของนางกลับดำขลับเงางาม รูปทรงสะโอดสะอง เอวคอดกิ่ว ดูแล้วมีเสน่ห์ดึงดูดต่อเพศตรงข้ามยิ่งนัก นับว่าเป็นหญิงงามล่มเมืองอีกคนหนึ่งของเมืองต้าหยางเลยทีเดียว ที่สำคัญคือนางมีส่วนละม้ายคล้ายกับอาจารย์หญิงของเขาอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว “ หลี่ซา คำนับคุณชาย ท่านคงเป็นคุณชายเสียมหลอที่อี้เซียนเอ่ยถึงบ่อย ๆ” โฉมงามนามว่าหลี่ซา ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่หงส์ดรุณย่อตัวคำนับชายหนุ่ม ก่อนจะแนะนำตัวเองต่ออีกฝ่าย พร้อมทั้งสังเกตรูปพรรณสัณฐานของเขาไปในตัว โดยหลังจากที่นางมองเขาเต็ม ๆ ตา ก็ได้เห็นว่าชายหนุ่มที่เพื่อนรักของนางพึงพอใจผู้นี้เป็นชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้หนึ่ง และเขาก็ทำให้นางรู้สึกดีในตัวเขาอยู่ไม่น้อย ถึงแม้เขาจะไม่บึกบึน เหมือนอย่างชายในฝันที่นางเคยตั้งไว้ แต่เขาก็ถือว่าเป็นผู้ชายหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำให้นางเกิดความสนใจได้ “ แม่นางคงจะเป็นสหายรักของฮันนี่ ที่เป็นคนสอนภาษาอิงหยี่ให้กับนางใช่หรือไม่ เสียดายที่คราวที่แล้ว แม่นางหลี่ไม่อยู่ เลยไม่ได้เห็นสี่หงส์ดรุณอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า” อาหลงเอ่ยทักทายอีกฝ่าย ก่อนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาทักทาย ซึ่งทำให้บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียด “ คุณชายเสียมหลอเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าท่านโดนลอบสังหารกลางป่า โชคดีที่ท่านไม่เป็นอะไร นับว่าฟ้าย่อมคุ้มครองคนดี” เป็นคุณชายสามซ่งติง ผู้ที่เคยปราชัยในการประลองต่อเสียมหลอหลงที่แวะเข้ามาทักทายอีกฝ่าย โดยที่มือของเขาโอบไหล่ฉินอี้เซียนที่ยืนทำหน้าลำบากใจเพื่อเป็นการเยาะเย้ยอีกฝ่าย ก่อนที่อาหลงจะยิ้มน้อย ๆ ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย ไม่ตกหลุมอีกฝ่ายด้วยการโมโหหรือหึงให้อีกฝ่ายได้เห็น “ ขอบคุณคุณชายสามที่เป็นห่วง ข้าไม่เป็นไร แต่คนที่คิดร้ายกับข้า จะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสมแน่นอน” ชายหนุ่มเอ่ยกับยอดบัณฑิตอันดับสามแห่งต้าหยาง พร้อมกับจ้องตาอีกฝ่ายโดยไม่กระพริบเพื่อเป็นการเตือนอีกฝ่ายให้รู้ว่า ตัวเขาเองรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้บงการคนมาลอบสังหารเขา “ วันนี้ข้าต้องขอโทษท่านอีกครั้ง ที่เรียกแม่ฉินตัดหน้าท่านอีกแล้ว หวังว่าท่านคงจะไม่ถือสา” ซ่งติงเอ่ยวาจายั่วยวนอีกฝ่ายให้ตบะแตก แต่เหมือนเป็นการตบมือข้างเดียว เพราะอาหลงไม่หลงกลลูกไม้ตื้น ๆ ของอีกฝ่ายที่ต้องการจะยั่วโมโหเขา “ ถือว่าวันนี้ข้าไร้วาสนา ยังไง ๆ ข้าขอฝากคุณชายช่วยดูแลฮันนี่ให้ข้าด้วย” เสียมหลอหลงเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนจะถามถึงคุณชายรองซ่งผานว่ามาด้วยกันหรือไม่ “ อ้อ พี่รองของข้ารออยู่ที่ห้องกับแม่นางฟ่านฟ่าน ท่านอยากจะแวะไปเยี่ยมพวกเขามั้ย?” “ ขอบคุณคุณชายสาม เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน ข้าไม่อยากรบกวนเวลาแห่งความสุขของท่านกับพี่ชายของท่าน” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างเกรงใจ ก่อนที่ฉินอี้เซียนที่ยืนนิ่งเงียบอยู่นาน จะเอ่ยวาจาฝากฝังบางอย่างกับเพื่อนรักของนางด้วยความเป็นห่วง “ ซาเอ๋อ ข้าฝากเจ้าช่วยดูแลฮัสแบนด์ให้ข้าด้วย” “ อี้เซียนเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไป ฮัสแบนด์เจ้าก็เหมือนฮัสแบนด์ ข้าจะดูแลเขาให้ดีเจ้าสบายใจได้” แม่นางหลี่ซา เอ่ยหยอกเย้าเพื่อนสนิทของตนอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ซ่งติงกลับพยายามข่มอาการไม่พอใจเอาไว้ เพราะตนต้องมาทนเห็นนางในดวงใจของตนแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับชายอื่น “ แม่นางหลี่ น่าเสียดายที่เจ้าปฏิเสธคำเชิญของข้า มิเช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็คงจะได้นั่งโต๊ะเดียวกับเพื่อนรักของเจ้าแล้ว” “ เราไปกันเถอะอี้เซียน อย่าได้รบกวนเวลาแห่งความสุขของคุณชายเสียมหลอและแม่นางหลี่อยู่เลย” คุณชายสามเอ่ยประชดแกมแดกดันอีกฝ่าย ที่ปฏิเสธน้ำใจไมตรีของเขา พร้อมทั้งชวนแม่นางฉินกลับห้องของตน ก่อนจะเดินโอบไหล่นางกลับไปที่ห้องของตน พร้อมกับหันมายิ้มเยาะเย้ยอีกฝ่าย ที่คืนนี้ดูเหมือนว่าตนจะเป็นฝ่ายเอาชนะอีกฝ่ายไปได้ ในขณะที่ฉินอี้เซียนได้แต่เหลียวหันกลับมาส่งสายตาที่ลึกซึ้งให้กับอีกฝ่าย ก่อนที่จะเดินจากไปอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก “คุณชายโปรดเห็นใจเซียนเอ๋อด้วย เพราะนางไม่มีทางเลือก และไม่สามารถจะเลือกในสิ่งที่นางต้องการได้ ดังนั้นหวังว่าคุณชายจะเข้าใจในตัวนาง” หลี่ซาเอ่ยขอความเห็นใจแทนเพื่อนรักของตน ก่อนที่นางจะถามอีกฝ่ายว่าเรียนภาษาอิงหยี่จากที่ไหน เพราะนางเคยได้ยินมาว่าอีกฝ่ายสามารถพูดภาษาเดียวกับนางได้ “ ข้าเรียนมาจากสำนักศึกษาในบ้านเกิดของข้า Nice to meet you!” อาหลงตอบคำถามอีกฝ่าย ก่อนที่จะสนทนาภาษาอิงหยี่กับนาง โดยที่หลี่ซาสามารถพูดได้ทั้งภาษาฮั่นและภาษาอิงหยี่ เพราะบิดาของนางเป็นชาวฮั่น ส่วนมารดาของนางเป็นชาวอิงกว๋อ(อังกฤษ) “ Nice to meet you too!” นางเอ่ยตอบคำถามของอีกฝ่าย จากนั้นจึงเอ่ยถามชายหนุ่มว่าเขาสามารถดูดวงได้ใช่มั้ย ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับ รวมทั้งอธิบายว่าเขาไม่ได้เน้นโหราศาสตร์มากนัก เพราะมันเป็นแค่สื่อกลางในการให้คำปรึกษาและกำลังใจผู้ที่มาดูเท่านั้น แต่เขาจะเน้นที่การชี้แนะทางออกให้กับอีกฝ่าย เพื่อให้อีกฝ่ายพ่านพ้นความท้าทายไปได้ด้วยดีในที่สุด “ ถ้าเช่นนั้น ท่านสามารถดูให้ข้าตอนนี้ได้มั้ยเจ้าคะคุณชาย ส่วนค่าปรึกษาท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะจ่ายให้ท่านตามที่ท่านเรียกมาแน่นอน?” นางถามอีกฝ่ายด้วยแววตาที่จริงจัง เหมือนนางมีเรื่องราวในใจที่อยากจะรู้และขอคำแนะนำจากอีกฝ่าย “ ข้าต้องขออภัยแม่นางหลี่ด้วย พอดีวันนี้ข้าไม่ได้นำสำรับไพ่มาด้วย เอาไว้ท่านว่าง ๆ ค่อยไปหาข้าที่หน้าโรงเตี๊ยมแสงดาวช่วงบ่าย ๆ ก็แล้วกัน” หมอดูหนุ่มเอ่ยแนะนำอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะนึกเสียดายที่วันนี้ตนใช้โควตาอ่านใจจนครบสามครั้งแล้ว ทำให้พลาดโอกาสที่จะอ่านใจสาวงามนางนี้ไปในที่สุด แต่ว่าเพื่อเป็นการซ้อมและทบทวนวิชาอ่านใจที่เขาร่ำเรียนมาจากอาจารย์สาม เขาจึงลองใช้วิชาอ่านใจของนางเล่น ๆ โดยไม่ได้หวังผลอะไร เพราะรู้ว่ายังไง ๆ ก็ไม่ได้ผลอยู่ดี เพราะวันนี้ใช้โควตาอ่านใจคนครบสามครั้งแล้ว “ ท่านแม่ ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหน ลิซ่าคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน หลายปีมาแล้วที่เราต้องพลัดพรากกันโดยไม่ได้ข่าวคราวใด ๆ เลย” คราวนี้เป็นเสียมหลอหลงที่เป็นฝ่ายประหลาดใจที่เขาสามารถอ่านใจของแม่นางหลี่ซา หรือ ลิซ่า ได้ ทั้ง ๆ ที่เขาใช้โควตาอ่านใจในวันนี้ครบสามครั้งแล้ว “ อ้อ ข้านึกออกแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้ข้าสามารถอ่านใจคนได้ทั้ง ๆ ที่เมื่อคืนข้าไม่ได้มาใกล้ชิดสาวงาม เพราะต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาท อีกทั้งในวันนี้ข้ายังจะสามารถอ่านใจคนเพิ่มเป็น 5 ห้าครั้งอีกด้วย” เสียมหลอหลงนึกกับตัวเองในใจด้วยความยินดี ก่อนที่เขาจะเอ่ยทักโฉมงามตามที่เขาได้ใช้วิชาอ่านใจนางเมื่อสักครู่ “ แม่นางลิซ่า ท่านต้องการที่จะตามหามารดาของท่าน ที่พลัดพรากจากกันเมื่อนานมาแล้วใช่ไหม?” หลี่ซาถึงกับตกตะลึงที่จู่ ๆ ชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้นี้ก็สามารถเรียกชื่อจริงของนางออกมาได้อย่างน่าประหลาดใจ เพราะนางไม่เคยบอกใครเลยว่าชื่อจริง ๆ ของนางก็คือ Lisa ขนาดฉินอี้เซียนเพื่อนสนิทของนาง ยังไม่รู้ความจริงข้อนี้เลย แถมชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้ยังรู้อีกว่านางต้องการตามหาแม่ของนาง ดังนั้นจึงทำให้นางเกิดความเชื่อมั่นต่ออีกฝ่ายจนหมดหัวใจ “ คุณชายท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะว่าชื่อจริง ๆ ของข้าคือลิซ่า และข้ากำลังสืบข่าวเรื่องแม่ของข้าที่พลัดพรากจากกันไปนับสิบปี” นางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความฉงนสนเท่ห์ ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบว่าเขาเพียงแค่ใช้วิชาทายใจผู้คนเล่น ๆ เท่านั้น โดยที่เขายังไม่ยอมบอกอีกฝ่ายว่าเขาสามารถอ่านใจคนได้ และเขาก็สงสัยว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นลูกสาวของอาจารย์หญิงของเขาที่พลัดพรากจากกันเมื่อสิบปีที่แล้วก็เป็นได้ เพียงแต่เขายังไม่ยอมเอ่ยปากเรื่องนี้กับนาง เพราะเขายังไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าสิ่งที่เขาสงสัยจะเป็นเรื่องจริง “ ข้ามีโอกาสจะได้พบท่านแม่ของข้ามั้ยเจ้าคะคุณชาย?” นางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เพราะนางคิดถึงท่านแม่ของนางเหลือเกิน ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบว่า ถ้าวันพรุ่งนี้นางว่างก็ให้ไปหาเขาที่หน้าโรงเตี๊ยมแสงดาว แล้วเขาจะทำนายและให้คำแนะนำเรื่องแม่ของนาง “ แน่นอนเจ้าค่ะคุณชาย พรุ่งนี้ข้าต้องไปหาท่านตามนัด เพราะข้าอยากจะรู้ว่าตอนนี้ท่านแม่ของข้าอยู่ที่ไหน และนางสบายดีหรือเปล่า?” แม่นางหลี่ซา หรือว่าลิซ่า รับปากกับชายหนุ่มด้วยความยินดียิ่ง ที่นางมีความหวังที่จะได้ข่าวคราวมารดาอันเป็นที่รักของนาง ทางด้านเสียมหลอหลงเองก็มีความหวังที่จะทำภารกิจที่อาจารย์หญิงมอบหมายมาได้สำเร็จเช่นกัน หลังจากที่เขาเปิดที่ปรึกษาพยากรณ์เพื่อช่วยเหลือและให้คำปรึกษากับผู้คนตามที่ได้รับปากไว้กับท่านอาจารย์สามได้สำเร็จ รวมทั้งมีโอกาสที่จะได้อภิเษกสมรสกับองค์หญิงห้าตามที่อาจารย์สามร้องขอไว้ ว่าจะต้องแต่งองค์หญิงมาเป็นเมียให้ได้เช่นกัน เสียมหลอหลงล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ เพื่อจะหยิบป้ายหยกที่อาจารย์หญิงมอบให้ก่อนที่เขาจะจากมา เพื่อเอาไว้ให้ลูกสาวของนางได้ดูเป็นหลักฐานยืนยันแทนตัวนาง แต่สุดท้ายเขาเกิดเปลี่ยนใจ เพราะยังไม่แน่ใจว่านางจะใช่คนเดียวกันกับลูกสาวของอาจารย์หญิงของเขาหรือเปล่า “ แม่นางลิซ่า ไม่ทราบว่าท่านเคยได้ยินชื่อของบุคคลผู้หนึ่งหรือไม่?” อาหลงเอ่ยถามเลียบ ๆ เคียง ๆ ต่อหญิงสาว เพื่อปูเรื่องก่อนที่เขาจะทำการพิสูจน์ว่านางใช่คนที่เขาตามหาหรือไม่ “ ไม่ทราบว่าคุณชายหมายถึงบุคคลท่านใดเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย และไม่รู้ว่าเขาต้องการจะสื่อถึงเรื่องอะไร ก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบกลับมาว่า บุคคลผู้นี้คือนักประดิษฐ์นามอุโฆษที่สุดคนหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา “ ชื่อของเขาก็คือ โธมัส แอลวา เอดิสัน” ......................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก.... มาแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 35 ขออภัยที่อัพดึกไปหน่อย เพราะว่าไรท์เพิ่งจะเขียนเสร็จหมาด ๆ ครับ สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็ได้พบกับแม่นางหลี่ซา หรือลิซ่า แบล็คพิงค์ เอ๊ย ไม่ใช่ อีกหนึ่งในสี่หงส์ดรุณที่เขายังไม่ได้มีโอกาสได้พบหน้า ที่สำคัญนางยังมีหน้าตาที่ละม้ายคล้ายกับอาจารย์หญิงของเขาอีกด้วย ส่วนสุดท้ายแล้วนางจะใช่คนที่เขาตามหาหรือไม่ ติดตามลุ้นและอ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่าน และคอมเม้นท์ให้กำลังใจด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ.....................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ สิ่งใดที่ใจข้าคาดหวังด้วยความมั่นใจ มันจะเป็นคำทำนายที่สัมฤทธิ์ผลได้เอง”