รอสส์กับลีเดียพยายามเกลี้ยกล่อมให้มา เดินทางมาอยู่ร่วมกับเขาที่ไร่ปศุสัตว์ ริเวอร์ เบนด์แห่งนี้ตอนที่เฮคเตอร์ช่วยเข้าไปดูแลกิจการในไร่ให้ซึ่งมาก็ตอบตกลงแต่ด้วยเงื่อนไขหลายประการนางปฏิเสธอย่างเด็ดขาดที่จะพึ่งพาอาศัยโคลแมนอยู่ไปวัน ๆขอแลกเปลี่ยนด้วยการทำงานในหน้าที่แม่บ้านและดูแลทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งก็เช่นเดียวกับมิคาห์ ลูกชายคนเล็กของแลงสตันที่ได้รับการว่าจ้างให้เป็โคบาลประจำไร่
ครอบครัวแลงสตันนั้นอยู่กับโคลแมนอย่างญาติสนิทมาจะไม่ลังเลใจเลยที่จะออกคำสั่ง เมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้นางต้องทำเช่นนั้นและไม่เคยมีใครคิดจะโต้แย้งคำสั่งของนางด้วย ต่างรีบรุดไปทำตามคำสั่งเสียด้วยซ้ำ
ในห้องนั่งเล่นขณะนี้เจคกำลังรินเหล้าใส่แก้วให้รอสส์เขาเพียงแต่ส่งแก้วเหล้ามาให้โดยไม่ได้พูดจาแม้แต่คำเดียวรอสส์เองก็ขอบใจเขาด้วยสายตาเมื่อหยาดน้ำตาของลีเดียเหือดแห้งลงเธอก็บอกกับสามีว่า
“ฉันเห็นจะต้องขอตัวไปพูดกับลูกให้เข้าใจเสียหน่อยนะคะแต่ถึงยังไงก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นพูดกับแกยังไงดี”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”รอสส์พูดอย่างยอมรับ กระดกเหล้าใส่ปากรวดเดียว
ลีเดียยืนใช้ความคิดอยู่เป็ครู่ในที่สุดก็เดินเข้าไปหาเจค วางมือลงบนแผงอกกว้าง
“ฉันต้องขอบใจคุณอย่างมากไม่ว่าจะเื่อะไรเราเป็พึ่งพาคุณได้เสมอ...”
“แน่นอน..” เขาประทับฝ่ามือลงบนมือของเธอ “และตลอดไปด้วย”มันมีความหมายอยู่ในคำพูดสั้น ๆ ประโยคนั้น
มันก็ออกจะเหมาะสมแล้วที่กระโปรงวิวาห์ชุดนี้เปื้อนเืที่หลั่งรินออกมาจากหัวใจยามถูกกระชากให้ขาดวิ่นลง
ในยามนี้แบนเนอร์ได้แต่จ้องมองภาพสะท้อนของตนเองในกระจกเงาไม่อยากเชื่อเลยว่าเพิ่งเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เองที่เธอยังมองกระจกนี้ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมสุข แต่เมื่อมาถึงเวลานี้แบนเนอร์กำลังมีความรู้สึกเหมือนได้กลายเป็เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไปแล้ว
เธอไม่อาจทนเห็นชุดแต่งงานสวมใส่อยู่ได้มีความรู้สึกว่ามันกำลังหยันเยาะเธออยู่อย่างแรงแบนเนอร์รู้ว่าตัวเองจะต้องกรีดร้องออกมา ถ้าไม่กระชากมันออกให้พ้นตัวดังนั้นเธอไม่รอให้ผู้ใดเข้ามาช่วย เมื่อลงมือปลดกระดุมทางด้านหลังอย่างรีบเร่งเมื่อไม่ทันใจก็กระชากจนขาดออก
ในที่สุดเธอก็โยนเสื้อชุดนั้นทิ้งไปทางหนึ่ง ชุดชั้นในที่สวมใส่อยู่ก็มีคราบเืที่ซึมเข้าไปติดอยู่ด้วยเธอจึงเปลื้องมันออกจากตัวจนเหลือแต่เรือนกายที่เปลือยเปล่าหลังจากนั้นก็รีบอาบน้ำชำระร่างกายขณะที่ทำเช่นนั้นอยู่หยาดน้ำตาก็ลามไหลลงนองหน้าเมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงได้หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม ทิ้งตัวลงนอนร้องไห้อยู่บนเตียง
เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่ด้วยคำถามที่ว่า...เขาทำอย่างนี้กับเธอได้อย่างไร...ความเ็ปที่ได้ล่วงรู้ความจริงในเื่นี้ยังเป็รองความรู้ที่ว่าแท้ที่จริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้ร่วมหลับนอนกับผู้หญิงอื่น
เธอไม่เข้าใจว่าเขาไปร่วมหลับนอนกับผู้หญิงชั้นต่ำอย่างนั้นได้อย่างไรในเมื่อเขาสารภาพว่ารักเธอมาก มันเป็ความโหดร้ายอย่างที่สุดไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์เราจะทรยศหักหลังกันได้ถึงเพียงนี้
เมื่อคิดถึงการร่วมหลับนอนระหว่างเขากับแวนด้าเบิร์นส์ แบนเนอร์ก็อยากจะอาเจียนออกมาเสียนัก
เธอได้ยินเสียงประตูห้องที่เปิดออกอย่างแ่เบาลีเดียเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงและโดยไม่มีการพูดจากันที่เธอทรุดตัวลงนั่งตรงขอบเตียงรวบร่างแบนเนอร์เข้าไว้ในอ้อมแขน
สองแม่ลูกกอดกันในท่านั้นอยู่นานจนหยาดน้ำตาแบนเนอร์เหือดแห้ง ซุกซบใบหน้าอยู่กับตักมารดาลีเดียลูบไล้เรือนผมด้วยความเวทนาลูกสาวเต็มหัวใจ
“ลูกคงรู้นะว่าพ่อกับแม่อยากจะรับความทุกข์ทั้งหมดของลูกมาเป็ของตัวเองเสียเพื่อที่ลูกจะไม่ต้องทุกข์ทนทรมานแบบนี้”
“หนูรู้ค่ะมาม่า”
“เรายินดีที่จะทำทุกอย่าง...จะให้เราทำอะไรก็ได้ขอแต่เพียงให้เราสามารถช่วยลูกให้ผ่านพ้นความทุกข์ใน่นี้ไปได้”
“เื่นั้นหนูก็รู้ค่ะ”เด็กสาวปาดน้ำตาออกจากใบหน้า “เขาทำยังงั้นทำไมคะเขาทำร้ายหนูอย่างนั้นได้ยังไง”
“เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายลูกหรอกนะแบนเนอร์แต่เขาเป็ผู้ชาย แล้วก็...”
“เพราะความเป็ผู้ชายหรือคะที่ทำให้เขาทำอะไรก็ได้ แล้วทุกคนก็ยอมรับว่ามันเป็สิ่งถูกต้องด้วยยังงั้นหรือคะ”
“ไม่ใช่หรอกลูกแต่...”
“มาม่าคะหนูไม่เคยหวังที่จะให้เ้าบ่าวของหนูเป็ผู้ชายที่บริสุทธิ์ผุดผ่องหรอกนะคะหนูไม่บ้าถึงขนาดนั้นแน่ แต่เมื่อเขารักผู้หญิงคนหนึ่งถึงขั้นขอแต่งงานด้วยแบบนี้มันไม่ช่วยให้เขายึดมั่นกับความซื่อตรงได้เลยหรือคะ”
“แม่คิดว่ามันก็น่าจะเป็อย่างนั้นนะพวกผู้หญิงน่ะซื่อสัตย์แน่ แต่สำหรับผู้ชายแม่คิดว่าส่วนใหญ่คงจะไม่ยึดมั่นเื่นี้เท่าไหร่นักหรอก”
“ทำไมคะ...ทำไมเขาถึงระงับความอยากไว้ไม่ได้หนูไม่มีค่าพอสำหรับการรอคอยงั้นหรือ”
“แบนเนอร์แม่คิดว่าเขาไม่ได้เอาลูกไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงคนนั้นหรอกนะซึ่งเื่นี้เราก็เห็นกันชัด ๆ อยู่แล้วนี่”
“หนูเองก็อยากจะให้ตัวเองได้รับรู้ความสำคัญของการแต่งงานแบบนั้นบ้างเหมือนกันนี่ซึ่งหนูยังเคยพูดให้เขาฟังด้วยซ้ำ”
ถ้าเป็มารดาคนอื่นคงจะเป็ลมล้มตายลงเมื่อได้ยินลูกสาวสารภาพออกมาตรง ๆ อย่างนั้น แต่ลีเดียมิได้หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยเธอเข้าใจถึงความปรารถนาในเพศสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาวได้ดีและเธอเองก็เคยผ่านพบประสบการณ์ที่สร้างความสุขให้แก่ชีวิตแบบนั้นมาแล้วจึงไม่ถือว่ามันสมควรจะปิดบังเป็ความลับ หรือเป็เื่น่าอับอายอะไร
“ก็แล้วสมมติว่าหนูวิ่งไปหาผู้ชายคนอื่นบ้างล่ะ”แบนเนอร์คาดคั้น “ถ้าหนูทำยังงั้นบ้างแกรดี้จะรู้สึกยังไง เขาจะยกโทษให้หนูได้ไหมล่ะคะ”
“คงจะไม่หรอกนะลูก”ลีเดียตอบพลางทอดถอนใจ “แต่ว่านั่นมันเป็วิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ในโลกนี้สังคมถือว่าผู้ชายสามารถที่จะ...เอ้อ...ผจญภัยได้ เมื่อแกรดี้ถูกจับได้เขาก็ต้องชดใช้กรรมที่ทำไว้ แต่การที่เขาลากเอาตัวลูกเข้าไปแล้วก็ให้ลูกต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วยนี่สิมันไม่ยุติธรรมเลย” เธอลูบไล้นวลแก้มของลูกสาวอยู่
“เขาคิดว่าหนูเป็แม่พระที่พร้อมจะยกโทษพร้อมจะให้อภัยความผิดของเขางั้นหรือคะมาม่าเคยให้อภัยปาป้าเวลาที่ปาป้าออกไปผจญภัยแบบนั้นบ้างหรือเปล่าล่ะ” แบนเนอร์ลุกขึ้นนั่ง จ้องลึกลงไปในดวงตาของมารดา “ปาป้าเคยมีผู้หญิงคนอื่น หลังจากที่พบกับมาม่าแล้วบ้างหรือเปล่าคะ”
ลีเดียนึกไปถึงคืนที่รอสส์เคยช่วยเหลือแม่เล้าคนหนึ่งชื่อมาดาม ลารู ให้พาเด็ก ๆ ของหล่อนไปส่งตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วยเกวียนคืนนั้นรอสส์กลับมาด้วยสภาพเมามากมีกลิ่นน้ำหอมราคาถูกที่พวกผู้หญิงหากินชอบใช้ติดตัวมาด้วยเขาสาบานกับเธอว่าเขาอาจจะไปหามาดามที่เกวียนของหล่อนจริง แต่ไม่ได้ทำอะไรกันเลยซึ่งลีเดียเชื่อว่าเขาพูดจริง
“ก่อนหน้าที่จะมาแต่งงานกับแม่รอสส์มีผู้หญิงหลายคนเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นแล้วไม่เคยมีอีกเลยเพราะฉะนั้นแม่ถึงเข้าใจไงล่ะ ว่าลูกเจ็บช้ำมากแค่ไหน”
“ที่แกรดี้กล้าทำอย่างนี้อาจจะเป็เพราะเขาไม่ได้รักหนูมากเท่าที่ปาป้ารักมาม่าก็ได้นะคะ”
“แต่ลูกจะต้องพบกับใครคนหนึ่งที่เขารักลูกอย่างเต็มหัวใจทีเดียวเชื่อแม่เถอะนะแบนเนอร์”
“หนูไม่คิดยังงั้นหรอกค่ะมาม่า”หยาดน้ำตาลามไหลลงมานองหน้าอีกครั้ง
เมื่อลีเดียออกจากห้องไปแล้วแบนเนอร์ก็ทอดร่างอยู่บนเตียงจับตามองเพดานห้องโดยไม่เห็นอะไรเลยเธอเฝ้าถามตัวเองอยู่ว่า ความรู้สึกที่กำลังเกิดอยู่กับเธอในขณะนี้มันเป็เพราะความน้อยใจเสียใจหรือโกรธแค้น
ความรักที่เธอมีต่อแกรดี้สิ้นสลายลงในทันทีที่เธอรู้ว่าเขาทรยศต่อความรักของเธอเช่นนั้นหรือ
เธอรู้ว่ามันมิได้เป็เช่นนั้นเธอโกรธแค้นกับการที่เขาไม่เพียงแต่ลากตัวเธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับเื่อัปยศนั่นเท่านั้นแต่ยังชื่อเสียงของครอบครัวด้วยมากกว่าชาวเมืองลาร์เซนจะไม่มีวันลืมเื่นี้ไปอีกนานเท่านานมันเป็ธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้วที่ชอบรับรู้รับฟังเื่ร้าย ๆ ของผู้อื่นไม่สำคัญสำหรับพวกเขาอีกต่อไป แม้ว่าชื่อเสียงของโคลแมนจะไม่เคยด่างพร้อยมาก่อน วันนี้แกรดี้ได้ตราความผิดบาปนั่นให้กับชื่อเสียงของครอบครัวเธอเท่าๆ กับที่เขาทำลายตัวเองลงแล้ว
ความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นกับเธอมันอยู่เหนือความเจ็บช้ำหลายร้อยเท่าแบนเนอร์รู้ว่าเธอไม่้าแกรดี้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็เวลานี้หรือเวลาไหนก็ตามเธอ้าจะปกป้องครอบครัวของตัวเองไว้มากกว่าจะปกป้องเขาเมื่อเขาสร้างกรรมขึ้นก็จะต้องรับกรรมนั้นด้วยตัวเองไม่มีความข้อไหนที่จะเป็ความจริงยิ่งกว่านี้อีกแล้ว
ถ้าเช่นนั้นมันก็อาจจะเป็ได้ที่ว่า เธอไม่ได้รักเขามากเท่าที่คิด และถ้าวันนี้เื่ราวต่างๆ ไม่ได้รับการเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน เธอก็คงจะเป็เ้าสาวที่มีความสุขไม่รู้เลยว่าเขาไปทำความชั่วร้ายอะไรไว้บ้าง
เธอจะไม่มีวันรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเป็เพียงผู้ชายที่จิตใจอ่อนแอคนหนึ่ง และเธอก็จะรักเขาตลอดไปซึ่งสำหรับเื่นี้นั้นเธอแน่ใจอย่างที่สุด และเมื่อคิดมาถึงตรงนี้เธอก็พอจะทำใจให้ยอมรับได้บ้าง
แบนเนอร์ยังคงนอนนิ่งอยู่ในท่าเดิมอีกนานไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรแล้ว จนกระทั่งห้องมืดลงเธอจึงได้รู้ว่าดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว