บทที่20 เดนเสียท่า
หลังจากแม่ทัพดัชปรึกษาวางแผนกับเหล่ารองแม่ทัพนายกองทั้งหลายเสร็จแล้วพวกเขาก็แยกย้ายไปพักผ่อนเพื่อพอรุ่งสางจะได้ยกทัพเข้าบุกปราสาทราชวังไปช่วยเหล่า
ราชวงค์ที่โดนจับขุมขังอยู่ ในขณะที่ทุกคนต่างนอนหลับพักผ่อนในราตรีอันเงียบสงบอยู่นั้น เดนที่ยืนเอามือทั้งสองไพล่หลังยืนอยู่บนหลังคาของคฤหาสน์อันใหญ่โตเพื่อชมความสวยงามของดวงจันทร์ที่ดวงใหญ่เต็มดวงอยู่นั้น มีเงาคนสองคนเหาะมาตรงที่เขายืนอยู่
“เอ๊ะใครกัน”
ในขณะที่เดนกำลังเพ่งมองอยู่นั้นเงาทั้งสองกลับโจมตีไปที่เขาทันที ลำแสงสีดำสองสายพุ่งตรงมายังเขา
“หึไอ้พวกแมลงน่ารำคาญบุกมาถึงที่เลยรึ”
เมื่อลำแสงสีดำใกล้ถึงตัวของเดนนั้นกลับโดนม่านพลังของเดนสกัดกั้นไว้ได้เกิดเสียงดังจากการะเิขึ้นของลำแสงสีดำนั้น เงาทั้งสองมาปรากฏด้านหลังของเดนพร้อมแทงดาบไปด้านหลังของเขาในทันทีแต่ดาบนั้นกับผ่านร่างเขาไปร่างของเดนที่ยืนหันหลังอยู่นั้นสั่นไหวแล้วหายไป เดนมาปรากฏตัวออกมาอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง เดนยื่นมือออกสองข้างจับเข้ากับลำคอของทั้งสองทั้งสองที่โดนจับเข้าที่ลำคอพยายามจะสลัดให้หลุดแต่ก็ไม่สามารถทำได้ เ้าขาวที่โผล่มายืนข้างกายเดนทำลายอาวุธของทั้งสองจนกลายเป็เศษผง
เหล่าผู้คนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเนื่องจากเสียงะเิ ต่างออกมาจากที่นอนของตนและมองไปยังที่มาของเสียงพบคนสี่คนอยู่บนหลังคาคฤหาสน์
“ท่านเดนเกิดอะไรขึ้นกัน”
แม่ทัชดัชรีบะโขึ้นไปถาม
“ไม่มีอะไรหรอกก็แค่พวกแมลงน่ารำคาญเท่านั้นแหละ”
ขณะที่เดนและแม่ทัพกำลังคุยกันอยู่นั้นเ้าขาวที่มองบุคคลทั้งสองก็รีบร้องเตือนเดนขึ้นทันที
“นายท่านรีบปล่อยมือจากพวกมันเร็วเข้า”
แต่ไม่ทันที่เดนจะปล่อยมือออกจากการร้องเตือนของเ้าขาวก็เกิดการะเิตัวเองของทั้งสองคนขึ้น พลังของทั้งสองจากการะเิตัวเองบีบอัดจนมวลอากาศข้างหน้าเดนเกิดหลุมดำขึ้นกลางอากาศที่ว่างเปล่า เดนถูกดูดเข้าไปภายในหลุมดำนั้นในทันทีและหลุมดำก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยใดๆ
“นายท่าน”
เ้าขาวะโพร้อมกับพุ่งไปยังหลุมดำนั้นแต่ก็ไม่ทันหลุมดำได้หายไปชะก่อน
“ไอ้เ้าบ้านั้นถึงกับรู้วิธีใช้เวทย์ต้องห้าม
สละชีพกลืนกินเทพ เลยยังงั้นรึ”
แม่ทัพดัชรีบะโขึ้นไป
“ท่านขาวเกิดอะไรขึ้นข้างบนนั้นกันแน่”
“ข้าััถึงท่านเดนไม่ได้เลยเกิดอะไรขึ้น”
“พวกเ้าไปรอข้าที่ห้องโถงเดี๋ยวข้าตามไป”
ออโรร่าที่ยืนข้างกายแม่ทัพสีหน้าเริ่มซีดเผือดขึ้นหลังจากได้ยินน้ำเสียงของเ้าขาวที่ดูร้อนรนอย่างผิดปกติจึงเร่งะโถามทันที
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านเดนกันแน่”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตอบคำถามพวกเ้าไปรอข้าภายในห้องโถงชะเดี๋ยวข้าตามไป”
เ้าขาวเร่งออร่าของตนอย่างรุนแรงและเริ่มร่ายเวทย์บางอย่างขึ้น เมื่อแม่ทัพดัชเห็นดังนั้นจึงรีบหยุดออโรร่าที่กำลังจะพยายามถามขึ้นไปอีกครั้ง
“เราไปรอฟังที่ห้องโถงอย่างที่ท่านขาวบอกเถอะอย่าเพิ่งกวนเขาตอนนี้เลย”
“อือ ท่านพ่อท่านคิดว่าท่านเดนจะเป็อะไรมากไหมคะ”
“เอาน่าอีกเดี๋ยวท่านขาวก็บอกเราเองแหละท่านเดนนะเก่งออกอย่างนั้นไม่มีใครทำอะไรเขาได้หรอกอย่าห่วงเลยนะ”
แม่ทัพดัชและออโรร่าพากันเข้าไปรอยังห้องโถงพร้อมเหล่ารองแม่ทัพและบรรดาผู้นำทัพทั้งหลาย เ้าขาวที่อยู่บนหลังคาคฤหาสน์สร้างวงเวทย์สีขาวขนาดใหญ่ขึ้นกลางอากาศบ่นพึมพำขึ้น
“ไอ้บ้าเอ๊ยไม่ได้ผลทำอย่างไรดีข้าต้องทำอย่างไรดี โธ่โว๊ยย”
เ้าขาวยิ่งเร่งออร่าอย่างรุนแรงขึ้นไปอีกจนทำให้ทั่วบริเวณโดยรอบนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น ช่างเป็พลังที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้”
บรรดาผู้คนภายในห้องโถงทรุดตัวลงกับพื้นเนื่องจากการสั่นไหวไม่สามารถให้พวกเขาทรงตัวอยู่ได้และกล่าวออกมาอย่าใ ตัวคฤหาสน์เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นแต่แล้วการสั่นไหวก็หยุดลงทำให้พวกเขาลุกขึ้นยืนได้
เ้าขาวเข้ามายังห้องโถงด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง เมื่อออโรร่าเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปหาเ้าขาวและถามทันที
“ท่านขาวเกิดอะไรขึ้นกับท่านเดนเขาไปไหนทำไมเขาไม่มากับท่าน”
เ้าขาวเงยหน้าขึ้น
“นายท่านโดนเวทย์ต้องห้ามมารเข้าไปนะตอนนี้คงถูกขังภายในมิติมารนะแหละ”
“ท่านว่ายังไงนะท่านเดนนะเหรอจะโดนเล่นงานเป็ไปไม่ได้หรอกข้าไม่เชื่อ”
“เฮ้อ..ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”
“แล้วเขาจะปลอดภัยไหม”
ออโรร่าที่ดวงตาเริ่มแดงก่ำขึ้นและเริ่มมีน้ำคลออยู่ในดวงตาของนางเอ่ยขึ้น
เ้าขาวมองไปยังออโรร่า
“นายท่านนะไม่เป็ไรหรอกแต่การจะออกจากมิติมารนั้นข้าต้องหาคนที่พลังพอๆกับข้าประสานพลังเปิดประตูมิตินะ”
“พลังพอๆกับท่านแล้วจะไปหาที่ไหนกันละต่อให้หาทั้งสี่ทวีปก็ไม่มีทางเจอคนอย่างที่ท่านกล่าวหรอก”
ออโรร่าน้ำตาเริ่มไหลออกจากดวงตาของนางและกล่าวอย่างสั่นเครือออกมา
แม่ทัพดัชที่กำลังเคร่งเครียดกับเหตุการณ์ที่เ้าขาวบอกออกมานั้นกับเอ่ยบางอย่างออกมา
“ก็ไม่แน่หรอกนะออโรร่า”
“เ้า:ท่านพ่อว่าไงนะ”
เ้าขาวและออโรร่ากล่าวออกมาแทบจะพร้อมๆกัน
“ท่านก็น่าจะรู้นะท่านขาวว่าข้าหมายถึงใครนะ”
“แล้วใครละ”
“ก็นกไฟที่อยู่ใต้เขาฟินิกซ์ยังไงละ”
เ้าขาวที่ได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเบิกโตขึ้น
“ใช่แล้วข้าลืมไป”
“แต่นั้นนะก็ไม่แน่ว่าจะทำได้หรอกนะการที่เราจะเข้าไปยังถ้ำนั้นเราต้องผ่านกองทัพเ้าดยุกนั้นและยังต้องหาปากถ้ำที่โดนปิดไว้อีกแถมยังถ้านกไฟนั้นโดนผนึกตามเื่ที่เล่าต่อๆกันมานั้นด้วยแล้วเราจะทำยังไงกันละ”
“เอานะเื่นั้นไว้ไปเจอก่อนค่อยหาทางอันดับแรกที่ต้องทำก็คงต้องบุกเข้าโจมตีเ้าดยุกนั้นและหาทางเข้าไปยังถ้ำนั้นก่อนละ”
เ้าขาวรู้สึกดีขึ้นที่ยังพอมีหวังที่จะช่วยเ้านายของมันออกมา
“พวกเ้ารีบไปหลับนอนให้เต็มอิ่มชะพรุ่งนี้เช้าต้องรับศึกอย่างนักแน่เื่ของนายท่านข้าจะจักการเองพวกเ้าทุ่มไปยังเื่ทำศึกกับไอ้บ้าดยุกนั้นเถอะ”
“เอาละแยกย้ายได้แล้ว”
หลังจากคนทั้งหมดแยกย้ายไปหมดแล้วเหลือเ้าขาว ออโรร่า แม่ทัพดัชยังอยู่ภายในห้องโถง
“ท่านขาวพวกที่บุกเข้ามามันไม่ได้ใช้ธาตุอัคคีใช่รึไม่”
“อืมใช่แล้วการที่จะใช้เวทย์สละชีพกลืนกินเทพได้นั้นต้องผู้ที่มีธาตุความมืดเท่านั้นละที่จะสามารถใช่ได้แถมยังเป็เวทย์ต้องห้ามเผ่ามารอีก”
“เ้าดยุกนั้นมีพวกที่สามารถใช้วิชามารได้ด้วยรึมันหามาจากไหนกัน”
“นั้นนะสิข้าและนายท่านก็สงสัยในเื่นี้เหมือนกัน อีกอย่างเผ่ามารเผ่าไหนกันนะที่อยู่เื้ัเ้าดยุกนั้นกัน”
“ท่านขาวนี่ท่านจะบอกข้าว่าเ้าดยุกร่วมมือกับเผ่ามารอย่างนั้นเหรอ”
“เ้าก็เห็นแล้วนี่จากคนที่มันส่งมานะ”
“เราไม่มีท่านเดนอยู่ด้วยเราจะมีโอกาศชนะไหมท่านขาว”
“ยังมีข้าอยู่อีกทั้งคนน๊าอย่าห่วงเอาละพวกเ้าไปนอนชะเถอะพรุ่งนี้ต้องเปิดศึกนักกันแล้ว”
“อืมงั้นข้ากับลูกขอตัวก่อน ไปกันเถอะออโรร่า”
ออโรร่าที่น้ำตาไหลรินอยู่นั้นเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาทำหน้าจริงจังขึ้น
“พรุ่งนี้ข้าจะออกรบด้วย”
เมื่อแม่ทัพดัชได้ยินจึงรีบห้ามปรามทันที
“ไม่ได้มันอันตรายเกินไปเ้าต้องรอฟังข่าวที่นี้”
“ไม่ข้าจะไป”
“นี่เ้า”
แม่ทัพดัชไม่รู้จะทำยังไงต่อจึงหันไปมองเ้าขาวเ้าขาวจึงกล่าวบางอย่าง
“ก็ได้ในเมื่อเ้าตัดสินใจดังนั้นแต่ต้องอยู่ใกล้ๆกับข้าตกลงไหม”
“นี่ท่านขาวมันจะไม่อันตรายเกินไปยังงั้นเหรอ”
“อย่าห่วงท่านแม่ทัพอีกอย่างข้ามีบางอย่างจะให้นางด้วยท่านไม่ต้แงเป็ห่วง”
ในขณะที่เ้าขาวกล่าวมันนำบางอย่างออกมาจากกำไลมิติของตนเองเป็ดวงแสงสีแดงเจิดจ้าดวงหนึ่ง
“เอาละยัยหนูข้าจะมอบเคล็ดวิชาบางอย่างให้เ้าพร้อมกับยาเสริมพลัง”
เมื่อมันกล่าวจบก็ผลักดวงแสงสีแดงนั้นเข้าไปที่ระหว่างคิ้วของออโรร่า ออโรร่าที่ยืนอยู่นั้นดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นทันทีที่ดวงแสงสีแดงผสานเข้ากับตัวของนางตัวของนางลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อยออร่าสีแดงปะทุออกมาจากร่างอย่างรุนแรงและก็สลายหายไปใบหน้าของออโรร่าแสดงความตื่นตระหนกออกมา
“นี่มันอะไรกันท่านขาวเข้ากำลังเรียนรู้สิ่งใดอยู่ข้ารู้สึกถึงความน่ากลัวของมันอย่างมากเลย”
ในขณะที่ออโรร่าแ้าปากพูดอยู่นัเนเ้าขาวก็ดีดดม็ดยาเข้าปากของนางไปทำให้นางใกลืนลงไปพลังของนางเริ่มเพิ่มขึ้นทีละน้อยจนนางรู้สึกได้
“นะ..นี่อะไรกันท่านขาวพลังของข้ากำลังเพิ่มขึ้นและยังมีวิชาในหัวของข้าอีก”
“หึนายท่านนะเตรียมไว้ให้เ้านะเขาวางแผนว่าเมื่อจัดการเ้าดยุกนั้นเสร็จเขาจะแอบหนีไปและจะให้ข้านำสิ่งที่ข้าให้กับเ้าตอนนี้มาให้นะแต่ตอนนี้คงต้องมอบให้เ้าละนะ”
“นี่ท่านเดนคิดจะหนีข้าไปยังงั้นหรอกรึหึตอนนี้ข้ารู้แล้วไม่มีทางที่เขาจะหนีข้าพ้นแน่หลังจากเขาออกมาข้าจะตามติดทุกฝีก้าวเลยละ”
เมื่อแม่ทัพดัชััถึงพลังของออโรร่าดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น ในขณะนั้นเองเ้าขาวจึงไล่ทั้งสองไปนอนทั้งสองทำตามอย่างว่าง่ายและออกไปจากห้องโถงออโรร่ารีบกลับเข้าห้องตัวเองเพื่อทำความเข้าใจวิชาที่ตนได้รับทันที
เดนที่อยู่ในห้วงอากาศที่มีแต่ความมืดมิดกำลังบ่นพึมพำอยู่
“งานเข้าแล้วที่นี้ดันประมาทพวกมันชะได้คงต้องรีบหาทางออกอย่างเร็วแล้วละ”
จากนั้นเขาก็เร่งพลังขึ้นอย่างมหาศาลพลังออร่าหลากสีสันขึ้นปกคลุมร่างของเขาแล้วะเิพลังออกมารอบด้านแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มิติมารจัดการได้ยากตามที่เหล่าเทพรุ่นก่อนว่าไว้จริงแหะขนาดใช้พลังขนาดนี้ยังไม่มีแม้แต่รอยร้าวเลยแหะ”
“ยังงั้นลองพลังศิลาเทพดูหน่อยเป็ไร ย้ากก”
จากนั้นเดนก็เร่งพลังสีครามขึ้นดวงตาของเขากลายเป็สีครามส่องสว่างขึ้นมา
“มหาเวทย์ทำลายดวงดาราเก้า”
ลำแสงขนาดใหญ่พุ่งไปยังมิติที่ดำมืดแต่ดูเหมือนมิติจะไร้ที่สิ้นสุดพลังของมหาเวทย์ทำลายดวงดาราเก้าซึ่งเป็ท่าที่รุนแรงที่สุดของเดนกลับพุ่งไร้จุดหมายและหายไปในความมืด
“งานช้างละคราวนี้ต้องรีบนึกวิธีที่จะออกไปให้ได้ละมันต้องมีวิธีสิน๊า”
เดนนั่งขัดสมาธิกลางอากาศอันดำมืดเพื่อดึงความทรงจำที่ตนยังเป็จ้าวพิภพอยู่ออกมา
ณ ภายในห้อง ห้องหนึ่งของราชวังชายร่างกำยำหน้าตาที่ดูยังหนุ่มแน่นเส้นผมสีดำสนิทที่สวมชุดราวกษัตริย์นั่งบนเก้าอี้ที่มีโต๊ะยาวอยู่ตรงหน้าบนโต๊ะยาวนั้นมีกองซากศพของสตรีมากมายแต่ละซากล้วนแห้งเหี่ยวดูเหมือนของเหลวภายในกายของพวกเขาถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ด้านหลังเก้าอี้ที่ชายที่สวมชุดกษัตริย์นั่งอยู่มีหญิงสาวโดนมัดไว้และมีกลุ่มคนสวมหมวกทรงแหลมปิดบังใบหน้าถือมีดจ่อคอของเธอที่โดนมัดเอาไว้
ชายที่นั่งเก้าอี้สั่งคนที่ปิดบังใบหน้าให้ทำบางสิ่ง
“จัดการนางชะแล้วนำขึ้นโต๊ะมาแล้วจัดการซากพวกนี้ด้วยละ”
เมื่อชายที่ปิดบังใบหน้าได้ยินคำสั่งเขาก็จิกดึงผมให้หญิงที่โดนมัดและปิดปากเงยหน้าขึ้นและนำมีดแทงไปที่คอของเธอดวงตาของนางก่อนสิ้นใจเบิกกว้างเืเริ่มไหลออกจากคอชายคนปิดหน้าอีกคนจึงรีบนำถ้วยขึ้นรอง ชายคนที่แทงแก้มัดและเอาที่ปิดปากของหญิงที่โชคร้ายออกนำนางขึ้นไปวางบนโต๊ะตัวยาวและนำซากศพที่แห้งกรังลงมา ขณะที่ศพที่สดใหม่อยู่บนโต๊ะชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็นำเอาลูกแก้วสีดำสนิทออกมามันส่องแสงสีดำและลอยขึ้นเหนือร่างที่เปลือยเปล่าที่ไร้ซึ่งลมหายใจดูดเอาเืจากร่างไร้ิญญาออกจากาแที่คอเข้าไปในลูกแก้ว ขณะนั้นเองมีชายหนุ่มที่ใบหน้าคล้ายกับอสรพิษร้ายเข้ามายังภายในห้อง ชายที่นั้งบนเก้าอี้จึงทักไป
“มีอะไรยังนั้นรึบาเบดัสดูเ้ารีบร้อน”
“ท่านพ่อนักฆ่าที่ท่านส่งออกไปจัดการกับเ้าสัตว์ประหลาดนั้นได้แล้วละ”
“หึมันคงคิดว่าจะจัดการกับข้าได้ง่ายงั้นสินะถึงได้ประมาทสมน้ำหน้ามันแล้วละ”
“แต่มันยังเหลืออีกคนนะขอรับท่านพ่อ”
“อย่าห่วงเลยข้าจัดการมันได้ละกัน”
“ในเมื่อท่านกล่าวเช่นนั้นข้าก็หายห่วง ทีนี้ยัยคุณหนูนั้นก็หมดที่พึ่งข้าจะเอานางมาเป็ของเล่นพอข้าเบื่อข้าจะให้คนของข้าสนุกไปกับนางด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า เล่นตัวดีนักได้เห็นดีกันแน่”
“เมื่อหมดเื่แล้วก็ออกไปชะข้ามีเื่ที่ต้องทำ”
“ขอรับข้าขอลา”
เมื่อบาเบดัสออกจากห้องไปก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากลูกแก้วที่ลอยอยู่เหนือร่างที่ไร้ิญญานั้น
“ทีนี้เสี้ยนหนามสำคัญก็เสร็จข้าแค้นที่มันทำกับข้าไม่มีวันลืมแน่”
เมื่อดยุกฟาเรนได้ยินดังนั้นจึงกล่าวขึ้นมา
“เ้าหนุ่มนั้นนะเหรอที่ทำให้ท่านต้องเหลือแต่จิติญญา”
“ใช่ข้าคิดเอาไว้ว่าเมื่อข้าแข็งแรงขึ้นและได้ร่างมาใหม่จะไปจัดการกับมันแต่มันดันสะเออะแส่มาหาที่ตายถึงที่นี้”
ดยุกฟาเรนยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยถามเ้าจอมมาร
“แล้วอีกคนนึงละท่านเราจะทำยังไงกับมัน”
“หึก็แค่สวะไว้มันมาชะก่อนเถอะมันไม่รอดกลับไปแน่”
“ในเมื่อท่านว่าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาวิชาและพลังที่ท่านมอบให้กับข้าช่างวิเศษยิ่งนักเมื่อข้ามีพลังนี้ข้าก็สามารถยึดครองทวีปแห่งนี้ได้และยังมีท่านคอยช่วยอีกแรงหนึ่งเราต้องยิ่งใหญ่เป็หนึ่งของดาวดวงนี้แน่นอน”
“แน่ละรอข้าฟื้นพลังมาก่อนเถอะข้าจะทำให้เ้าไร้ผู้ต่อต้านเอง แต่ก่อนอื่นนำเืมาให้กับข้าอีก”
เมื่อได้ยินคำของเ้ามารร้ายดยุกฟาเรนก็สั่งให้คนของตนสังหารหญิงสาวอีกคนทันที