ในขณะที่วันเวลาผ่านไปพร้อมกับบ้านเมืองที่เจริญขึ้น ไม่ว่าจะเป็เทคโนโลยีในการเดินทาง หรือการสื่อสาร
แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็เพียงแค่ของอำนวยความสะดวกทั่วไป เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เป็เป้าหมายของทุกคน สิ่งที่จะเป็สะพานให้พวกเขาได้มาในสิ่งที่้า มันคือ “พลังปราณ”
เมื่ออำนาจสูงสุดเริ่มมาจากความแข็งแกร่ง ผู้นำตระกูลหรือเหล่าขุนนางต่างๆ ก็ต้องหาทางส่งต่ออำนาจและความแข็งแกร่งที่สร้างมาให้กับลูกหลานตระกูลของพวกเขา
ทำให้ท่ามกลางเมืองหลวงที่มีเทคโนโลยีต่างๆครบครัน แต่อยู่ในภาพลักษณ์ของอาคารบ้านเรือนที่คงศิลปะและลวดลายดั้งเดิมกว่าหลายร้อยปี เกิดการประลองที่ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็แนวทางในการฝึกฝนและหาเด็กผู้เป็ดาวประกายคนใหม่ของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง ที่ถูกจัดขึ้นในงานพบปะระหว่างเครือญาติทุกปี
“ฝนปราณกระบี่”
เมื่อเด็กหนุ่มได้ส่งเสียงใช้วิชาของตัวเองพร้อมกับโยนกระบี่ของเขาขึ้นไปบนฟ้า ก็บังเกิดเป็พลังปราณที่เป็ทรงกระบี่ที่ได้ทยอยตกลงมาจาก้าเพื่อพุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มคู่ประลองของเขา และทำให้กระบี่ปราณเ่าั้ปักลงอยู่บนเวทีสนามประลองที่เป็พื้นไม้ จนสร้างเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือ ให้กับกลุ่มคนมากมายที่แต่งตัวด้วยผ้าไหมหรูหรา ที่กำลังนั่งล้อมรอบเพื่อชมการประลอง
“ว้าว สุดยอดไปเลยพ่อหนุ่ม”
แต่ที่มาของเสียงชมเ่าั้ ที่ทำให้เด็กหนุ่มเ้าของวิชาฝนปราณกระบี่ต้องตกตะลึงและผู้คนมากมายที่ปรบมือให้ กลับเป็ภาพของเด็กหนุ่มคู่ประลอง ที่เอียงกายเพียงเล็กน้อยก็สามารถหลบกระบี่เ่าั้อย่างพลิ้วไหว และไม่มีแม้แต่ปราณกระบี่สักเล่ม ที่จะเชือดเฉือนิัหรือแม้กระทั่งปลายชุดผ้าไหมหรูหราที่เขาสวมใส่อยู่ได้เลย
ไม่ทันที่ฝนปราณกระบี่เ่าั้จะหยุดลง เด็กหนุ่มก็ได้ส่งสายตาเยาะเย้ยให้กับคู่ต่อสู้เ้าของวิชาฝนปราณกระบี่ ในขณะที่กำลังหลบกระบี่เ่าั้เพื่อบ่งบอกถึงความง่ายดายในการหลบวิชาแก่คู่ต่อสู้
“วิชาดีแต่คนใช้กลับห่วยแตก "เป่า" นายมันเป็น้องที่น่าสมเพชจริงๆ … การประลองของตระกูลครั้งแล้วครั้งเล่า จนปีนี้เป็ปีสุดท้ายของฉัน นายก็ยังเอาชนะฉันไม่ได้"
“หุบปากไปเลยน่าาาา”
ทั้งสายตาดูถูก ทั้งคำพูดเหยียดหยามที่ส่งมามันทำให้เป่า เด็กหนุ่มเ้าของวิชาฝนกระบี่ จนอารมณ์ของเขาเดือดดาลขึ้นและเลือกหยิบหนึ่งในกระบี่ที่ตกลงมาเพื่อพุ่งไปหาเ้าของคำดูถูกเ่าั้
“อ่อนหัด”
ทันทีที่เด็กหนุ่มเป่า แทงกระบี่พุ่งไปหาคู่ต่อสู้ ก็ถูกเขาเอี้ยวตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เขาจะถีบเป่าที่วิ่งสวนมาจนกระเด็นถอยกลับไปที่เดิม พร้อมกับสายตาเย้ยหยันที่ยังคงมองมาที่เด็กหนุ่มเป่าอยู่
“การประลองของตระกูลปีหน้า ฉันก็อายุเกินแล้ว…และนั่นจะเป็วิธีเดียว ที่นายจะได้ชนะการประลองของตระกูลเลเปีย รับพลังปราณของระดับนักรบไปซะ ไอ้ต้นปราณ...หมื่นกระบี่ทะลวง”
เด็กหนุ่มที่แต่งตัวดูหรูหรา เมื่อถีบคู่ต่อสู้จนกระเด็นไปไกล เขาก็ได้ตบมือทั้งสองข้างของตัวเองไปยังทางเด็กหนุ่มเป่า และทำให้ปราณกระบี่ขนาดใหญ่ เท่ากับกระบี่หลายเล่มประกบกัน พุ่งออกจากตัวเขาไปหาเด็กหนุ่มที่พึ่งตั้งตัวได้หลังจากโดนถีบ
“อ้ากกก”
ทันทีที่กระบี่ปราณขนาดใหญ่ปะทะเขากับเด็กหนุ่มเป่า ที่ร่างกายของเขามันก็เกิดการะเิของปราณขึ้น และผลักตัวเขาให้กระเด็นออกจากเวทีไป พร้อมกับเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงปรบมือ ที่ดังขึ้นก่อนคำตัดสินของกรรมการ
“ซีซวน บุตรชายของท่านซีห่าวเป็ผู้ชนะการประลองงงง”
ซีห่าวผู้เป็พ่อของเด็กหนุ่มที่ถูกประกาศชื่อ พร้อมกับชัยชนะของลูกชาย ก็ได้ลุกร่างกายที่เ้าเนื้อของเขาขึ้นและรับคำปรบมือจากผู้ร่วมตระกูลคนอื่นๆ ก่อนที่จะนั่งหัวเราะชอบใจพร้อมกับปรบมือให้กับลูกตัวเอง
ในขณะที่ซีห่าวนั่งอยู่บนโต๊ะหรูหราที่ถูกจัดไว้ให้พิเศษ เขาก็นั่งฟังเสียงปรบมือและชื่นชมอย่างเพลิดเพลินก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์ที่ถูกวาง ในถาดที่มีเด็กหนุ่มรับใช้ ค่อยคุกเข่าถือให้อยู่
“ลูกเราเก่งจริงๆ เลยนะคะคุณ คุณต้องให้ของขวัญเขางามงามเลยนะ”
เมื่อเห็นสามีของตนเองยิ้มแย้ม ภรรยาซีห่าวที่นั่งอยู่ข้างๆ กันก็รีบอาศัยจังหวะนี้ออดอ้อนเพื่อขอของขวัญให้ลูกสุดที่รักของเธอ
“ของขวัญน่ะเหรอผมให้ไปก่อนหน้านี้แล้ว ผลแพ้ชนะมันก็รู้ๆ กันอยู่ต้องมาลุ้นด้วยหรือไงห่ะ…ฮาๆๆ”
“นั่นสินะคะ…ฮิฮิฮิ”
สองสามีภรรยา ที่แต่งตัวหรูหราด้วยเครื่องประดับเพชรพลอยมากมายต่างหัวเราะให้กันไปมา ถึงความยินดีต่อความสามารถของลูกตัวเอง ผิดกับเหล่าคนใช้มากมายที่ยืนคอยรับใช้อยู่ข้างหลังเขา ที่ไม่ได้สนใจความสามารถของคุณหนูตัวเองเลย พวกเขาแสดงใบหน้าเห็นใจอย่างพร้อมเพรียงกันมองไปที่เด็กหนุ่มรับใช้ ที่กำลังคุกเข่าถือถาดที่วางแก้วไวน์ของเ้านายอยู่
ในขณะที่ความดีใจและความบันเทิงของชายหญิงทั้งคู่ เขากลับลงโทษเด็กหนุ่มรับใช้ที่ไม่มีความสามารถของตนเอง ด้วยการให้คุกเข่าคอยประเคนไวน์ให้พอดีกับมือของเขาตลอดการประลองที่ถูกจัดมานานหลายชั่วโมง จนทำให้ตัวของเด็กหนุ่มสั่นไปด้วยความทรมานจนเป็ที่น่าเวทนาในสายตาคนรับใช้คนอื่น
แต่ใบหน้าของเด็กหนุ่มรับใช้คนนั้นกลับแสดงเพียงรอยยิ้มของเขา ขัดกับร่างกายที่สั่นไหวไปหมด และแขนที่กำลังจะตกลงเพราะไม่เหลือแรงที่จะประคองถาดต่อไปได้
“เพร้งงงง”
เด็กหนุ่มรับใช้ที่อดทนมาตลอดพร้อมกับรอยยิ้มของเขาเพื่อรอให้จบการประลอง แต่ไม่ทันที่งานจะจบลงดี แรงของเขาก็หมดลงก่อน และทำถาดที่มีแก้วไวน์วางอยู่ตกลงที่พื้นจนแตกกระจายออก พร้อมกับสีหน้าดุดันของชายเศรษฐีซีห่าว ที่หันมามองเขาทันที
“โถ่เว้ย ไอ้เด็กเหลือขอ”
ด้วยความไม่พอใจที่แก้วไวน์ตกลงพื้น และกระเด็นมาโดนที่ขาเขา ก็ทำให้ชายเศรษฐีซีห่าวลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ และใช้ขาที่รวมพลังปราณไว้เตะไปที่เด็กหนุ่มแทบจะทันที จนเขากระเด็นถอยหลังไปไกล และสำลักเืออกมาพร้อมรอยยิ้มของเขา
แต่นั่นมันก็ยังไม่สาแก่ใจซีห่าวเขายังพยายามที่จะเดินมา พร้อมกับเท้าขวาที่เต็มไปด้วยพลังปราณของเขา เพื่อจะเตะเด็กหนุ่มอีกครั้ง แต่ก็ถูกหญิงชรารับใช้มาขวางหน้าเขาและคุกเข่าขอร้องห้ามเขาไว้
“นายท่าน ขอร้องละค่ะ นายท่านอย่าทำร้าย “เ้า” มันต่อเลยนะคะ มันเป็เด็กที่ไม่ได้มีวิชาแข็งแกร่งอะไร โดนไปขนาดนี้มันก็เกือบตายแล้วนะคะ “
“แล้วใครใช้ให้มันอ่อนแอเองเหล่า ถุย ไอ้เด็กเหลือขอ… มึงยังจะยิ้มอีกหรอ”
“อย่านะคะนายท่าน”
เมื่อซีห่าวยังเห็นรอยยิ้มอยู่บนหน้าของเด็กหนุ่ม มันก็ทำให้เขาพยายามจะเข้าไปทำร้ายเด็กหนุ่มเพื่อลบรอยยิ้มนั้น แต่หญิงชราก็ยังพยายามห้ามไว้ด้วยการเข้าไปเกาะขาของเ้านายตน
“โอ๊ยเกะกะจริงๆ เลยเว้ย วันนี้เป็วันดีของลูกชายฉันอย่ามายั่วโมโหให้ต้องฆ่าคนถึงสองคนนะ”
ด้วยร่างกายที่อ่อนแอของหญิงชรา เพียงการสะบัดขาไปมาของซีห่าวก็ทำให้เธอหลุดออกจากขาของเขา แต่ความโชคดีที่มากล้นของเธอ เมื่อเธอกำลังโดนเ้านายทำร้ายด้วยความโมโห คุณผู้หญิงของเธอก็ห้ามไว้ก่อน
“คุณขาอย่าเพิ่งไปสนใจพวกนั้นเลย ลูกเรากำลังไปรับรางวัลกับผู้นำตระกูลนะคะเรารีบไปกันเถอะ”
ภรรยาของซีห่าวที่เห็นลูกตัวเอง กำลังถูกนำไปพบกับชายชราที่นั่งอยู่ที่นั่งหรูหราชั้นบนสุด ก็รีบทักสามีของตนพร้อมกับพากันเดินไป ก่อนที่ซีห่าวจะหันมาทิ้งท้ายคำพูดเอาไว้
“ไอ้หญิงแก่ คราวหลังอย่าให้กูเห็นมึงกล้ากำแหงใส่กูอีกนะ ส่วนไอ้เด็กกำพร้านั้นมึงก็สั่งสอนมันให้ดีๆ ด้วย รู้ไว้ซะว่ากูจะฆ่ามันตอนไหนก็ได้”
เมื่อเห็นเ้านายของตัวเองเดินไปจนพ้นลูกหูลูกตาแล้ว หญิงชราก็รีบเข้าไปดูเด็กหนุ่ม พร้อมกับใช้ผ้าที่เธอติดตัวไว้ตลอดเช็ดเืที่ไหลออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม
“โถ่ๆ เป็ไรมากไหมเ้า”
“ไม่เป็ไรครับยาย ขอบคุณยายมากๆ นะครับ”
เด็กหนุ่มที่เห็นความหวังดีของยายแก่ พร้อมกับท่าทางที่อ่อนโยนของเธอ ก็กล่าวขอบคุณเธอออกไป ด้วยรอยยิ้มที่ดูจริงใจผิดกลับก่อนหน้านี้ จนทำให้ยิ่งแก่มองเขาด้วยความเอ็นดู พร้อมกับลูบไปที่หัวของเขา ก่อนที่จะมีเม็ดยาถูกโยนให้กลิ้งมาอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่ม
“กินยาซะไอ้เ้า...ส่วนพวกมึงหมดหน้าที่กันแล้วรีบตามกูมา นายท่านบอกให้พวกมึงไปรอที่ยานเหาะ”
ชายชราที่ดูน่าเกรงขาม หลังจากได้โยนเม็ดยาให้กับเด็กหนุ่ม เขาที่เป็หัวหน้าของเหล่าคนรับใช้ก็ได้ะโสั่งลูกน้องของตนเองออกมา ก่อนที่จะหันหลังเดินไปพร้อมกับลูกน้องมากมายที่เดินตามหลังเขาไป รวมถึงเด็กหนุ่มที่นำเม็ดยานั้นเขาปากแล้วเดินตามไปเงียบๆ
เหล่าคนรับใช้ต่างถูกนำทางมาถึงยานเหาะหรูหราขนาดใหญ่ ที่มีที่นั่งชมวิว อยู่หน้าด้านหน้าของยาน พร้อมกับห้องหรูหราที่ถูกใช้เป็ห้องรับรองขณะเดินทาง
แต่ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวและแสงแดดที่ถูกส่องลงมา ณ ลานจอด เหล่าคนรับใช้ต้องอดทนสู้แดดเพื่อยืนรอเ้านายตัวเองอยู่ด้านล่าง และไม่อนุญาตให้เขาไปหลบแดดภายในยานเหาะ
พวกเขาต้องยืนรออย่างนั้นอยู่นาน กว่าที่ครอบครัวอบอุ่นพ่อแม่ลูกจะเดินกันกลับมาอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และเดินขึ้นเรือเหาะที่ดูหรูหราไป ส่วนคนรับใช้ต่างๆ ก็ถูกเกณฑ์ไปยังช่องเก็บของทางด้านหลัง และให้พวกเขาเข้าไปอยู่แออัดกันในนั้น
เมื่อเสียงใบพัดของยานเหาะดังขึ้น มันก็เคลื่อนตัวลอยออกไป พวกคนใช้ที่ยืนกันอยู่ในช่องเก็บของได้ยินเพียงแต่เสียงของใบพัดที่อยู่ด้านล่างของพวกเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะคุยกันไปมาของเ้านายตัวเองตลอดทั้งการเดินทาง
“ก่อนหน้านี้ผมเห็นพ่อเตะไอ้เ้าจนไม่ได้สนใจผมเลยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ มันทำไวน์หกใส่ขาพ่อ พ่อก็เลยโมโหไปหน่อย”
“พ่อก็ไม่น่าไปเก็บมันมาเลี้ยงั้แ่แรก ผมเห็นแล้วก็สงสารมัน…แต่มันไม่ยอมตายสักทีเนี่ยสิ ไม่งั้นผมคงไม่ต้องมาเห็นมันโดนทำร้าย ฮาๆๆ”
บทสนทนาของพ่อลูกที่คุยกัน พร้อมกับเสียงหัวเราะและสีหน้ายิ้มแย้มของพวกเขาชั่งผิดกับเนื้อหาของบทสนทนาที่มีพวกเขาพูดถึง
“ว่าแต่ผมก็จะอายุสิบห้าแล้วนะเมื่อไหร่พ่อจะบอกเหตุผลที่เก็บมันมาสักที เห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด”
“มันไม่มีอะไรหรอก พ่อเคยรับปากพ่อแม่ของมันไว้ ว่าจะดูแลมัน ถ้าไม่ทำตามสัญญาก็เป็ขี้ปากคนอื่นมันสิ”
“พ่อก็ไม่เห็นต้องสนใจเลยยังไงพ่อแม่มันก็ตายไปนานแล้ว”
“ก็นี่ไงพ่อเขาถึงไม่ยอมบอกลูก แม่จะสอนลูกไว้นะ เราอยู่ด้วยกันเราจะพูดยังไงก็ได้ แต่ตอนอยู่ภายนอกเราต้องรักษาหน้าตาของเราไว้ซิลูก ยังไงภาพลักษณ์ก็สำคัญที่สุด ลูกไม่อยากเป็คนดีในสายตาหนูฟางเซียนหรอ”
เมื่อคนเป็แม่อธิบายให้ลูกชายฟังพร้อมกับแซว โดยการพูดชื่อผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาก็ทำให้ลูกชายตัวเอง สีหน้าแดงกลำขึ้นพร้อมกับหลบหน้าหลบตาพ่อแม่ของตัวเอง จนทำให้พ่อแม่ทั้งคู่ หันมายิ้มให้กัน ถึงอาการเขิลอายของลูกชาย ก่อนที่ผู้เป็แม่จะสะกิดแซวลูกชายอีกครั้งหนึ่ง
“น่ารักจริงๆ เลยลูกแม่เนี่ย”
เมื่อยานเหาะหรูหราจอดลงบนลานกว้าง ข้างหลังคฤหาสน์โบราณขนาดใหญ่ ที่ตกแต่งไปด้วยลวดลายจากทองคำ และไม้ทรงคุณค่าที่ถูกนำมาประดับไว้ เป็ระแนง เสาและขอบประตูหน้าต่างต่างๆ
คนใช้ส่วนหนึ่งที่พึ่งลงจากช่องเก็บของของยานออกมาก็ต้องตามไปรับใช้เ้านายของตัวเองที่กำลังเดินเข้าบ้านไปต่อ ส่วนอีกส่วนก็แยกย้ายกลับไปที่พักของตัวเอง เพื่อรอสลับเวรการรับใช้ซึ่งนั้นรวมถึงเด็กหนุ่มเ้าด้วย
คนรับใช้ที่กลับไปพักผ่อนต่างเดินหายเขาไปในป่าหลังคฤหาสน์ เพราะที่พักของพวกเขาเป็เพียงกระต๊อบทรงสามเหลี่ยมเล็กๆ ที่ถูกนำไปตั้งไว้ตามส่วนต่างๆ ภายในป่า เพื่อไม่ให้รกหูรกตาการชมทัศนีย์ภาพของเ้านายตนเอง
เด็กหนุ่มเ้าเมื่อเดินมาถึงที่พักของตัวเอง เขาก็รีบเปิดประตูบ้านที่ทรุดโทรมของตัวเองเข้าไป ก่อนที่จะคล้ายเม็ดยาที่เขาแสร้งว่ากลืนไปแล้วออกมาจากปาก พร้อมกับรีบนำเม็ดยาที่เปื้อนน้ำลาย ยัดเข้าไปในปากของชายหนุ่มที่นอนาเ็อยู่บนเตียงของเขา
เมื่อบังคับให้ชายคนนั้นได้กลืนเม็ดยาเขาไป เ้าก็มองการทำงานของเม็ดยาอย่างใจจดใจจ่อ จนเมื่อมันได้ปล่อยพลังปราณออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม ที่บ่งบอกว่าเม็ดยาได้ทำงานของมันแล้ว เด็กหนุ่มจึงรีบจับไปที่ไหล่ของชายที่นอนาเ็และเขย่าไปมาอย่างร้อนรนเพื่อให้เขาตื่นขึ้น
“ตื่นมาเดี๋ยวนี้นะ นายเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงต้องเรียกฉันว่านายน้อยด้วย”