“กลับมาเสียทีนังลูกไม่รักดี!” ฮูหยินใหญ่เดินปรี่เข้าไปหาซูหยุนหรานพร้อมกับเงื้อมือขึ้นหวังจะตบหน้าลูกสาว
แต่คราวนี้ซูหยุนหรานระวังตัวไว้อย่างดี นางเบี่ยงตัวหลบทำให้พ้นจากฝ่ามือนั้นมาได้ “ท่านแม่จะตีข้าด้วยเื่ใดเ้าคะ”
“ก็ไม่ใช่เ้าหรอกหรือที่ทำให้หว่านเอ๋อต้องขายหน้าต่อหน้าเสียนอ๋อง ทั้งนางยังถูกฉิงอ๋องสั่งให้คัดอักษรและเก็บตัวอยู่ในจวนเป็เดือน แบบนี้ไม่เท่ากับเ้าทำชื่อเสียงของหว่านเอ๋อเสียหายหรือ” ฮูหยินใหญ่ชี้หน้าลูกสาว “หากเสียนอ๋องไม่พอใจขึ้นมาจะทำอย่างไร หว่านเอ๋อยังจะแต่งเข้าจวนอ๋องได้อยู่ไหม เ้านี่มันน่าตีให้ตายจริงๆ”
“ท่านแม่กังวลเื่ที่ซูชิงหว่านจะแต่งเข้าจวนเสียนอ๋องไม่ได้ แต่ท่านกลับไม่กังวลเกี่ยวกับข้าเลยสักนิด” ซูหยุนหรานขมวดคิ้วมองไปที่ซูชิงหว่าน “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเ้าพูดความเท็จและใส่ร้ายข้าอย่างไรบ้าง แต่วันนี้เป็เ้ากับสหายของเ้าที่นินทาฉิงอ๋องโดยไม่ดูตาม้าตาเรือจนฉิงอ๋องมาได้ยินคำนินทาของพวกเ้าด้วยตัวเอง หรือหากเ้าไม่พอใจที่ฉิงอ๋องสั่งลงโทษ เ้าก็ไปบอกฉิงอ๋องเองสิว่าเ้ายอมรับบทลงโทษนี้ไม่ได้ ตัวเองทำผิดเองแท้ๆ แต่กลับโยนมาให้ข้ารับ มีคนแบบเ้าสินะครอบครัวถึงอยู่ไม่เป็สุข”
ซูหยุนหรานรู้สึกพอใจกับคำพูดและท่าทางของตนเป็อย่างมาก ในชีวิตที่แล้วด้วยหน้าที่การงานและไม่อยากถูกร้องเรียน นางจึงไม่เคยพูดสิ่งที่คิดออกไปแม้แต่คำเดียว และ่เวลาที่นางมีความสุขมากที่สุดคือตอนที่นางสมัครไปเป็แพทย์อาสาที่ต่างประเทศ แม้สถานการณ์ในประเทศเ่าั้จะเต็มไปด้วยอันตราย แต่คนไข้กลับให้เกียรติและเชื่อฟังคำแนะนำของนางมาก
เมื่อได้ทะลุมิติมาอยู่ในยุคนี้ นางจึงคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ โดยพยายามเป็ตัวของตัวเองให้มากขึ้น อีกทั้งนางจะไม่เป็เหมือนเ้าของร่างเดิมที่ขี้ขลาดจนถูกคนรังแก แม้แต่บ่าวไพร่ยังไม่เห็นหัว ส่วนคนตระกูลซูน่ะหรือ รอแค่นางได้ตัดสัมพันธ์แล้วแต่งเข้าจวนอ๋อง เมื่อนั้นนางก็จะไม่สนใจคนพวกนี้อีก
“คุณหนูใหญ่! ท่านพูดเกินไปแล้วนะเ้าคะ ความหมายของท่านคือข้าเป็แม่ที่ไม่อบรมสั่งสอนลูกสาวให้ดีใช่หรือไม่” อนุหลินเริ่มบีบน้ำตา “ท่านอยากบอกว่าข้ามันต่ำต้อยใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซูชิงหว่านถึงมีนิสัยแบบนี้” ซูหยุนหรานมองอนุหลิน “ก็ดูอย่างอนุหลินสิ เ้าด่าตัวเองว่าเป็พวกต่ำต้อยไร้สมองเองแท้ๆ แต่เ้ากลับพูดเหมือนว่าข้าด่าเ้า ถามหน่อยเถอะ ที่เ้าพูดบิดเบือนเช่นนี้เพราะอยากให้ท่านพ่อเกลียดข้าหรือ”
อนุหลินไม่คิดว่าซูหยุนหรานจะเถียงกลับเช่นนี้ แต่ไหนแต่ไรสตรีโง่เขลาผู้นี้มักจะก้มหน้าแล้วยอมรับผิดทั้งหมดไว้กับตัวไม่ใช่หรือ อนุหลินหันไปมองซูจิ้นจงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตัว
“นายท่าน...” อนุหลินเรียกสามีอย่างน่าสงสาร
ซูจิ้นจงเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกสาวคนโตเช่นกัน แต่สิ่งที่นางพูดออกมาก็ถูก ั้แ่ที่นางเดินเข้ามาไม่มีผู้ใดถามสาเหตุว่าวันนี้เกิดเื่อะไรขึ้น แต่ทุกคนกลับบอกว่าเป็ความผิดของนาง แต่จากที่เขาให้คนไปสืบมา วันนี้เป็ลูกสาวคนเล็กที่ทำผิดต่อฉิงอ๋องจริง
แต่แล้วอย่างไร ลูกสาวคนเล็กเกิดจากสตรีที่เขารัก เขาจะยอมให้นางน้อยเนื้อต่ำใจกับเื่นี้ได้อย่างไรกัน “ซูหยุนหราน เ้าจะหยุดสร้างปัญหาได้หรือยัง ั้แ่เข้ามาข้ายังไม่เห็นเ้าจะทำความเคารพผู้ใดก่อนเลย หรือเ้าไม่เห็นว่าที่นี่มีผู้าุโอยู่เลยสักคน”
“ลูกคำนับท่านพ่อเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานย่อกายลง นางไม่ได้หลบสายตาซูจิ้นจงแต่กลับมองเขาอย่างพิจารณา ั้แ่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่นางได้พบบิดาของเ้าของร่างเดิม ‘ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลั่วเจินเจินถึงได้ตามใจและรักใคร่สามีนัก ที่แท้ก็เพราะความหล่อเหลาของผู้ชายคนนี้นี่เอง’
“เ้าจะจ้องหน้าข้าอีกนานไหม!” ซูจิ้นจงถามเสียงเข้ม
“ลูกขออภัยเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ซูหยุนหราน ในฐานะพี่สาว นอกจากเ้าไม่ปกป้องน้องสาวแต่เ้ากลับบอกให้ฉิงอ๋องลงโทษนาง เ้าไม่รู้หรือว่าผู้คนจะมองนางอย่างไร ชื่อเสียงของนางจะได้รับผลกระทบมากเพียงใด” ซูจิ้นจงเริ่มตำหนิและเขาไม่เปิดโอกาสให้ซูหยุนหรานได้พูด “ในเมื่อหว่านเอ๋อถูกฉิงอ๋องทำโทษ เ้าก็ควรจะร่วมรับผิดชอบกับนาง ข้าจะตัดเงินเดือนเ้าครึ่งหนึ่งเป็เวลาสามเดือน และจะจำกัดจำนวนครั้งในการออกนอกจวนให้เหลือเพียงเดือนละสองครั้ง คนไร้ประโยชน์เช่นเ้าไม่ควรออกนอกจวนไปทำเื่ขายหน้าบ่อยๆ”
“ลงโทษนางเบาไปหรือไม่เ้าคะท่านพี่” ฮูหยินใหญ่ถามสามี
“คุณหนูใหญ่ทำให้หว่านเอ๋อขายหน้า ทั้งนางยังถูกฉิงอ๋องสั่งกักบริเวณ แต่คุณหนูใหญ่กลับถูกลดเงินเดือนลงแค่ครึ่งเดียว” อนุหลินพูดเสียงเบาและแฝงไปด้วยความน้อยใจ “นายท่าน...ทำเช่นนี้หว่านเอ๋อจะน้อยใจเอานะเ้าคะ”
“ท่านแม่กับอนุหลินพูดถูกเ้าค่ะ โทษของข้าดูจะเบาไปจริงๆ เมื่อเทียบกับการกระทำของน้องสาว” ซูหยุนหรานพยักหน้าเห็นด้วย “ข้าเป็พี่สาวแต่ไม่สั่งสอนน้องสาวให้รู้จักระวังคำพูด ทำให้นางกล้าแม้กระทั่งนินทาฉิงอ๋องต่อหน้าผู้คน และข้ายังปล่อยให้นางประกาศตัวว่าเป็สตรีของเสียนอ๋องทั้งที่จวนเสียนอ๋องยังไม่ให้คนมาทาบทามหรือสู่ขอ ทำให้นางถูกคนมองว่าขาดการอบรมเพราะเป็บุตรที่เกิดจากอนุ ทั้งหมดล้วนเป็ข้าที่ไม่ดูแลน้องให้ดีเองเ้าค่ะ”
ฮูหยินใหญ่กับอนุหลินได้ยินคำพูดของซูหยุนหรานถึงกับหน้าเสีย เพราะคำพูดเ่าั้หมายถึงพวกนางที่ไม่อบรมสั่งสอนซูชิงหว่านเองต่างหาก อีกทั้งยังมีเื่น่ากังวลอยู่เื่หนึ่ง นั่นคือเื่ที่ซูชิงหว่านไปประกาศตัวว่าตนเองเป็สตรีของเสียนอ๋อง
หากมองว่าเื่นี้เป็เพียงเื่ความรักของหนุ่มสาวก็คงไม่เป็อะไร แต่หากมองถึงเื่อำนาจก็น่าคิด แม้ซูจิ้นจงไม่ได้เป็หัวหน้าสำนักแพทย์หลวง แต่บทบาทในสำนักแพทย์หลวงของเขาก็มีไม่น้อย หากเขาส่งบุตรสาวเข้าจวนเสียนอ๋อง ย่อมหมายความว่าเขาเลือกยืนอยู่ข้างเสียนอ๋องเป็ที่แน่นอนแล้ว
ภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบ โดยเฉพาะซูจิ้นจง เวลานี้ยังไม่มีการแต่งตั้งรัชทายาท คนในราชสำนักจึงคอยดูท่าทีของกันและกัน หากเื่ของลูกสาวคนรองถูกแพร่ออกไป ตระกูลซูย่อมถูกจับตามองเป็พิเศษแน่
“เื่ลงโทษหรานเอ๋อก็ให้เป็ไปตามที่ข้าบอก ส่วนหว่านเอ๋อ...” ซูจิ้นจงหันไปมองลูกสาวคนเล็ก “เ้าเก็บตัวอยู่ในเรือนแล้วทำตามคำสั่งของฉิงอ๋องให้ดี รอจนครบกำหนดแล้วค่อยออกมา”
“แต่ว่านายท่าน...” อนุหลินกำลังจะพูดแย้ง เพราะอีกไม่นานจะมีงานเลี้ยงในพระราชวัง หากหว่านเอ๋ออยู่ใน่กักบริเวณ หว่านเอ๋อย่อมไปร่วมงานเลี้ยงไม่ได้ โอกาสที่ลูกสาวจะได้ออกงานใหญ่ต้องตกไปเป็ของซูหยุนหราน นางยอมไม่ได้ แต่อนุหลินยังไม่ทันจะพูดจบ ซูจิ้นจงก็กล่าวตำหนิ
“เ้าไม่เอาอย่างฮูหยินใหญ่บ้าง ไม่ว่าข้าจะพูดหรือสั่งให้ทำอะไรนางก็ไม่เคยขัดและไม่เคยโต้แย้งข้าสักคำ วันหลังเ้าหาโอกาสไปเรียนรู้มารยาทสตรีชั้นสูงจากนางบ้าง” ซูจิ้นจงตำหนิอนุภรรยา
อนุหลินมองสามีอย่างใ แต่ไหนแต่ไรสามีไม่เคยกล่าวตำหนินางต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้ “นายท่าน! นายท่านตำหนิข้า นายท่านบอกว่าข้าเป็สตรีต่ำต้อยไร้มารยาทหรือเ้าคะ”
ฮูหยินใหญ่เพิ่งได้รับคำชมจากสามีเป็ครั้งแรกจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจ แต่ไหนแต่ไรสามีไม่เคยสนใจนาง เพราะสายตาของเขามีไว้สำหรับมองอนุหลินเพียงคนเดียว แม้จะดีใจแต่นางต้องรักษากิริยาและยังต้องกล่าวคำเพื่อเอาใจสามีสักหน่อย หวังว่าต่อไปสามีจะแวะมาพักที่เรือนของตนบ้าง “น้องสาว...เ้าอย่าได้พูดให้ท่านพี่ขุ่นเคือง ระยะนี่ท่านพี่มีงานมากและยังกลับจวนดึกทุกวัน เวลาพักผ่อนก็แทบไม่มี เราที่เป็สตรีในเรือนต้องช่วยแบ่งเบาภาระและไม่สร้างเื่ยุ่งยากรำคาญใจ ทำเช่นนี้ท่านพี่ถึงจะสบายใจและมีกำลังยืนหยัดเป็เสาหลักให้ครอบครัวของเราได้”
“ยังเป็ฮูหยินที่เข้าใจข้าที่สุด” ซูจิ้นจงมองฮูหยินใหญ่ด้วยรอยยิ้ม เขาเพิ่งสังเกตว่าฮูหยินที่เขาละเลยก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน
ซูหยุนหรานมองภาพตรงหน้าแล้วต้องแอบขำ นี่มันละครหลังข่าวอะไรกัน ชิงดีชิงเด่นเพื่อเอาใจสามี แต่การกระทำของมารดากลับทำให้นางพอใจ เพราะั้แ่วันนี้ความสัมพันธ์ของมารดากับอนุหลินคงไม่เหมือนเดิมแล้ว
“ท่านพ่อเ้าคะ ท่านพ่ออย่าตำหนิท่านแม่เลยเ้าค่ะ ท่านแม่แค่เป็ห่วงข้ามากเกินไป” ซูชิงหว่านรีบพูดเพราะไม่อยากให้บิดาขุ่นเคืองจนละเลยมารดา หากเป็เช่นนั้นแผนที่นางกับมารดาวางไว้จะสำเร็จได้อย่างไร อีกทั้งนางเป็บุตรสาวที่บิดารักมากที่สุด นางเชื่อว่าเมื่อนางพูดแทนมารดา บิดาคงไม่ถือโทษมารดาอีก
แต่ซูชิงหว่านกลับคิดผิด เพราะเื่ที่นางถูกฉิงอ๋องสั่งทำโทษต่อหน้าผู้คนมากมายทำให้ซูจิ้นจงรู้สึกอับอาย อีกทั้งเื่ที่นางไปประกาศตัวว่าตนเป็สตรีของเสียนอ๋องทำให้ซูจิ้นจงต้องคิดหนักถึงสถานะของตนในราชสำนัก
เมื่อซูจิ้นจงได้ยินคำพูดของลูกสาวคนเล็กก็อดที่จะตำหนินางไม่ได้ “เ้าไม่ต้องออกรับแทนนาง ที่ข้าพูดไปเพราะไม่อยากให้นางถูกผู้อื่นตำหนิเท่านั้น ส่วนเ้าก็ต้องหัดเรียนรู้มารยาทและการวางตัวจากพี่สาวของเ้าบ้าง”
“ท่านพ่อ! ท่านเอาข้าไปเทียบกับคนไร้ประโยชน์เช่นนางหรือเ้าคะ ข้าโกรธท่าน...ข้าจะไม่พูดกับท่านแล้วเ้าค่ะ” ซูชิงหว่านถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ และครั้งนี้ถือเป็ครั้งแรกที่ถูกบิดาตำหนิ ทั้งบิดายังเอานางไปเทียบกับพี่สาวไร้ประโยชน์ทำให้นางไม่พอใจมาก ดังนั้นเมื่อพูดจบนางจึงเดินออกจากห้องโถงไปโดยไม่สนใจผู้ใดอีก
“หลินจี้เหยา! เ้าดูสิ่งที่ลูกสาวของเ้าทำ แม้แต่คำพูดของข้านางก็ไม่ฟัง เ้าไปบอกนาง ที่ฉิงอ๋องสั่งกักบริเวณนางหนึ่งเดือนยังน้อยไป ข้าสั่งให้นางกักบริเวณต่อเป็เวลาสามเดือน!”
“นายท่านเ้าคะ!” อนุหลินร้องเสียงหลง
“ร้องเสียงดังทำไม! เช่นนั้นเ้าก็กักบริเวณไปพร้อมกับนางเลยก็แล้วกัน” ซูจิ้นจงพูดจบก็เดินออกจากห้องโถงไปเช่นกัน
เมื่อไม่มีใครอยู่ ฮูหยินใหญ่ก็เปลี่ยนมาเป็ยิ้มกว้างเต็มหน้า “ข้าไม่คิดเลยว่าหลินจี้เหยาก็จะมีวันนี้”
“ดูท่าท่านแม่จะดีใจมากเลยนะเ้าคะ” ซูหยุนหรานพูดขึ้น
“ดีใจสิ ข้าดีใจมาก” ฮูหยินใหญ่ยังยิ้มกว้าง “ั้แ่ข้าแต่งกับท่านพ่อของเ้ามา เขายังไม่เคยชมข้าและไม่เคยตำหนิอนุหลินต่อหน้าข้าเลยสักครั้ง ครั้งนี้เป็ครั้งแรก”
“ความจริงแล้วท่านก็อยู่เหนืออนุหลินมาตลอด มีแต่ท่านเท่านั้นที่เอาตัวเองไปอยู่ต่ำกว่านาง” ซูหยุนหรานบอกกับมารดา “แต่ว่าท่านแม่ หากมีท่านเพียงฝ่ายเดียวที่คอยปรับตัวและทำตามใจท่านพ่อ คนที่มีความสุขเพียงคนเดียวก็คือท่านพ่อ แต่ตัวท่านเองที่จะไม่มีความสุขและไม่มีทางเป็ตัวของตัวเองได้เลยตลอดชีวิต”
ซูหยุนหรานเลือกพูดประโยคนี้เพื่อหวังให้มารดาคิดได้ และประโยคนี้ในชีวิตที่แล้วนางเคยพูดกับคุณแม่เหมือนกัน แต่คุณแม่คิดไม่ได้ มาชาตินี้นางหวังว่าท่านแม่ของเ้าของร่างเดิมจะคิดได้บ้าง
ลั่วเจินเจินบอกกับลูกสาว “ข้ารู้ความหมายของเ้าดี แต่แล้วอย่างไร สตรีเมื่อยังไม่แต่งก็ต้องเชื่อฟังบิดามารดา เมื่อแต่งออกไปแล้วก็ต้องเชื่อฟังสามี อีกทั้งเวลานี้ตำราแพทย์ของตระกูลลั่วยังอยู่ที่ข้า ต่อให้ท่านพี่รักอนุหลินมากกว่าเขาก็ไม่กล้าปลดข้าออกจากตำแหน่งฮูหยินเอกอยู่ดี”
ซูหยุนหรานมองมารดาผู้นี้ด้วยสายตาว่างเปล่า ‘ขออภัยนะคุณหนูซู ข้าก็อยากช่วยเหลือท่านแม่ของเ้า แต่นางคงกู่ไม่กลับแล้วล่ะ ปล่อยให้นางใช้ชีวิตอย่างที่นางชอบต่อไปเถอะ’