หอพักชาย ห้อง 312
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างลงบนใบหน้าของเซี่ยวซิงอวี่
เซี่ยวซิงอวี่ที่กำลังหลับใหลอย่างมีความสุขต้องตื่นขึ้นเพราะเสียงแจ้งเตือนของระบบ
“ติ๊ง~”
“มอบภารกิจระบบ”
“ภารกิจระบบ : ล่าสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์(ขั้นสาม) หนึ่งตัว”
“รางวัลภารกิจ : [โอสถไขกระดูกโลหิต]หนึ่งเม็ด + 1,000 แต้ม”
เซี่ยวซิงอวี่ขยี้ตาที่ยังคงงัวเงียอย่างมึนงง
“ฉันเป็แค่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวนะให้ฉันไปล่าสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์ (ขั้นสาม) เนี่ยนะ?”
“ระบบครับ คุณช่างมองผมสูงส่งจริงๆ!”
หมาป่าสายลมเพลิงนรกตอนนี้อยู่ในระดับเริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)
แม้จะมีพร์สามธาตุแต่ก็ทำได้แค่กำจัดสัตว์อสูรระดับเติบโต (ขั้นสอง) ได้อย่างทุลักทุเลเท่านั้น
แต่สัตว์อสูรระดับสมบูรณ์ (ขั้นสาม)กลับสูงกว่าระดับเติบโต (ขั้นสอง) หนึ่งขั้น
การต่อสู้ที่ข้ามผ่านถึงสองระดับเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
“แต่พูดไปแล้ว ภารกิจนี้ก็ถือว่าเสี่ยงสูงผลตอบแทนสูงเหมือนกันนะ รางวัลภารกิจก็น่าพอใจมาก”
รางวัลภารกิจคือโอสถไขกระดูกโลหิตหนึ่งเม็ดและ1,000แต้ม
เมื่อสัตว์อสูรใช้โอสถไขกระดูกโลหิตจะช่วยเพิ่มพลังโจมตีได้อย่างมหาศาลในทันที และมีผลต่อเนื่องห้านาทีแถมยังเพิ่มคุณสมบัติพิเศษอีกอย่าง
คุณสมบัติพิเศษนี้ก็คือยิ่งเืเหลือน้อยเท่าไร พลังโจมตีก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อหมาป่าสายลมเพลิงนรกใช้โอสถไขกระดูกโลหิตยิ่งได้รับาเ็สาหัสในการต่อสู้มากเท่าไรพลังโจมตีจากทักษะการต่อสู้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ในทางทฤษฎีแล้วเมื่อเืของหมาป่าสายลมเพลิงนรกเหลือเพียง 1% การใช้ทักษะการต่อสู้จะสร้างความเสียหายคริติคอลได้มหาศาล!
เซี่ยวซิงอวี่วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล
“โอสถไขกระดูกโลหิตมีทั้งข้อดีและข้อเสียในสถานการณ์วิกฤติมันสามารถช่วยพลิกสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม”
“แต่มันก็สร้างความเสียหายให้สัตว์อสูรไม่น้อยหากไม่จำเป็จริงๆ ก็ไม่ควรใช้”
หมาป่าสายลมเพลิงนรกเป็สัตว์อสูรตัวแรกที่เซี่ยวซิงอวี่ทำสัญญากับมันเขาจึงไม่้าเอาชีวิตของมันไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็
ดังนั้นเซี่ยวซิงอวี่จึงตัดสินใจเก็บโอสถไขกระดูกโลหิตไว้เป็ไพ่ตายและจะไม่นำมาใช้อย่างง่ายดาย
นอกจากโอสถไขกระดูกโลหิตแล้วรางวัลภารกิจยังมี 1,000 แต้มอีกด้วย
ก่อนหน้านี้เซี่ยวซิงอวี่มักจะดูร้านค้าระบบบ่อยๆ
สินค้าที่เขาอยากได้ล้วนมีราคามากกว่า 1,000แต้มขึ้นไป
ต้องบอกว่ารางวัลภารกิจที่มากมายนี้ทำให้เซี่ยวซิงอวี่รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ไม่กี่นาทีต่อมาเพื่อนร่วมห้องก็ตื่นกันหมดแล้ว
ทุกคนรีบแต่งตัวและเตรียมพร้อมอย่างเร่งรีบ
อู๋เซิงโหย่วยืนหน้ากระจกสวมเสื้อผ้าที่ดูดี หวีผมเรียบแปล้ให้ดูเป็ผู้ใหญ่
ซ่งหู่คาบแปรงสีฟันไว้ในปาก
เฉินอีฝู่รีบลงไปชั้นล่างซื้ออาหารเช้าสี่ชุดกลับมา
“พี่อวี่วันนี้เป็วันทดสอบเขาหยินหนานสำหรับนักเรียนใหม่รุ่นเรา”
“ในที่สุดก็ได้เห็นสาวสวยห้องอื่นว่าเป็ยังไงบ้างแล้ว!”
“หวังว่าจะได้จีบสาวสวยๆในการทดสอบนี่แหละ!”
การทดสอบเขาหยินหนานเป็บทเรียนแรกที่แท้จริงของนักเรียนใหม่
ชานเมืองหลงอิ่นมีเทือกเขาที่ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์เรียกว่าเขาหยินหนาน
เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของูเานี้ทำให้มีฝนตกตลอดทั้งปี และท้องฟ้ามืดครึ้มตลอดสี่ฤดู จึงได้ชื่อนี้มา
เทือกเขาแห่งนี้มีสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น(ขั้นหนึ่ง) มากกว่า 3,000 ตัว
สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นมีระดับต่ำสุดและจะไม่เป็ภัยคุกคามต่อเมืองหลงอิ่นซึ่งเต็มไปด้วยยอดฝีมือมากมายและการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
แทนที่จะฆ่าพวกมันทั้งหมดสู้เก็บพวกมันไว้เป็บทเรียนให้นักเรียนฝึกฝนจะดีกว่า
ด้วยเหตุนี้สถาบันชิงหลงจึงกำหนดใหู้เานี้เป็สถานที่ทดสอบสำหรับนักเรียนใหม่
นักเรียนใหม่ทุกคนในแต่ละปีจะต้องเข้าสู่เขาหยินหนานในวันทดสอบเพื่อทำภารกิจล่าสัตว์อสูร
เวลาสิบโมงเช้า
ลานกลางสถาบันชิงหลง
นักเรียนใหม่ทั้งหมดในโรงเรียนรวมตัวกันทั้งหมด 10ห้องเรียน รวม 600 คน
เขตห้องสาม
เซี่ยวซิงอวี่ที่ยืนอยู่ในฝูงชนกลายเป็จุดสนใจที่ใหญ่ที่สุด
“นั่นคือเซี่ยวซิงอวี่จากห้องสามหล่อมากเลยนะ~”
“คนนี้ทั้งหล่อทั้งเก่งลูกชายของรองผู้อำนวยการหวังก็แพ้เขาเมื่อวานนี้”
“ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าอัจฉริยะคนนี้จะทำคะแนนได้เท่าไรในการทดสอบครั้งนี้...”
ทุกคนคุยกันอย่างกระซิบกระซาบแล้วก็เงียบลงทันทีเมื่อผู้อำนวยการมาถึง
บนเวที มีหญิงสาวสวยสง่าปรากฏตัวขึ้น
ซูหรูเยียน ผู้อำนวยการของสถาบันชิงหลง
ข้างๆเธอคือชายหนุ่มท่าทางสุภาพที่สวมแว่นตา ซึ่งก็คือรองผู้อำนวยการหวังตงเซิง
หวังตงเซิงกวาดสายตามองไปทั่วฝูงชนแล้วสายตาของเขาก็หยุดลงที่เซี่ยวซิงอวี่
ตอนนี้หวังเยี่ยนก็กำลังแอบจับตาดูเซี่ยวซิงอวี่จากอีกฝั่งหนึ่งของฝูงชน
พ่อลูกทั้งสองต่างเผยรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นออกมาพร้อมกัน
“เซี่ยวซิงอวี่การทดสอบในวันนี้คือการเดินทางครั้งสุดท้ายในชีวิตแก”
“ฉันจะทำให้แกรู้ว่าการต่อต้านตระกูลหวังของเรามีจุดจบยังไง!”
ดวงตาของหวังเยี่ยนลุกโชนด้วยความเดือดดาลใบหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยว เขานึกภาพเซี่ยวซิงอวี่ถูกสัตว์อสูรกินในการทดสอบ
หวังตงเซิงถือไมโครโฟนและเริ่มกล่าวสุนทรพจน์เป็คนแรก
“วันนี้เป็วันทดสอบเขาหยินหนาน”
“นักเรียนใหม่ทุกคนผมขอเตือนพวกคุณว่าจำนวนสัตว์อสูรที่คุณล่าได้คือผลการประเมินของคุณ”
“ยิ่งล่าสัตว์อสูรได้มากเท่าไรก็ยิ่งได้รับระดับการประเมินที่สูงขึ้นและจะได้รับทรัพยากรคุณภาพดีและวัตถุดิบวิวัฒนาการสัตว์อสูรที่สถาบันมอบให้มากขึ้น”
“เราได้เตรียมรางวัลมากมายไว้ให้สำหรับผู้เข้าทดสอบสามอันดับแรก”
ข้างๆ หวังตงเซิงมีกล่องสามใบ
กล่องเ่าั้ไม่โปร่งใสจึงมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน
แต่สิ่งที่แน่ใจได้คือภายในนั้นคือวัตถุดิบวิวัฒนาการที่มีมูลค่าสูงและทักษะการต่อสู้กับสัตว์อสูรคุณภาพสูง
ฝูงชนกลับมาส่งเสียงดังอีกครั้ง
“ด้วยพร์ของฉันคาดว่าจะได้คะแนนติดอันดับสามจากท้ายสุดมั้ง”
“ความสามารถของฉันล่าสัตว์อสูรได้มากสุดสามตัว พลังิญญาก็คงไม่พอแล้ว”
“ฉันจำได้ว่าการทดสอบเขาหยินหนานเมื่อปีที่แล้วผู้ที่ได้อันดับหนึ่งคือเย่ซวงหนิง”
“ถูกต้อง เย่ซวงหนิงล่าสัตว์อสูรได้ 109ตัว และได้คะแนนระดับ S+”
“ฉันได้คะแนน B ก็พอใจแล้ว”
ซูหรูเยียนพูดเสริมว่า“รองผู้อำนวยการหวัง ก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้นขอประกาศรายชื่อผู้รอบรู้ของนักเรียนใหม่รุ่นนี้ด้วยค่ะ”
หวังตงเซิงพยักหน้า และะโเสียงดัง
“หลังจากการประเมินและทดสอบนักเรียนใหม่รุ่นนี้มีผู้รอบรู้ทั้งหมดสามคน”
“ห้องหนึ่ง มู่หรงหยางซั่ว”
“ห้องหนึ่ง มู่หรงซินซิน”
“ห้องสาม เซี่ยวซิงอวี่”
การประกาศรายชื่อผู้รอบรู้สร้างความฮือฮาในหมู่ผู้คน
“บ้าจริงห้องหนึ่งมีผู้รอบรู้สองคนเลยเหรอ?”
“ตระกูลมู่หรง? หนึ่งในสี่ตระกูลผู้ควบคุมสัตว์อสูรนี่เป็เื่สมเหตุสมผลแล้ว”
ตระกูลมู่หรงก็เหมือนกับตระกูลเย่ต่างก็เป็ตระกูลผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่มีพร์สูงมาก
มู่หรงหยางซั่วและมู่หรงซินซินเป็ผู้นำของตระกูลมู่หรงในรุ่นเยาว์และยังเป็พี่น้องกันอีกด้วย
บนจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่แสดงภาพซูมใบหน้าของสองพี่น้อง
สองพี่น้องหน้าตาคล้ายกัน พี่ชายหล่อเหลาน้องสาวงดงาม แต่ดูเงียบขรึม ไม่เข้ากับบรรยากาศที่วุ่นวายรอบข้าง
“พี่น้องมู่หรงนี้สายเืเดียวกันแถมยังอยู่ห้องเดียวกันอีก”
“แบบนี้ก็ดูเหมือนพี่เซี่ยวจะโดดเดี่ยวไปหน่อยนะ~”
“ฉันชักจะตื่นเต้นแล้วสิที่จะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างเซี่ยวซิงอวี่และพี่น้องมู่หรงในวันแข่งขันจัดอันดับนักเรียนใหม่ในอีกสองวันข้างหน้า!”
บนเวที เฉินฉี่เหนียนอาจารย์ประจำห้องของเซี่ยวซิงอวี่ยืนอยู่ข้างผู้อำนวยการซูหรูเยียนอย่างนอบน้อม
ซูหรูเยียนก็พูดขึ้นมาทันที
“เหล่าเฉินคุณคิดว่าพร์แบบไหนที่น่ากลัวที่สุด?”
เฉินฉี่เหนียนตอบโดยไม่ลังเล“เด็กผู้หญิงคนนั้น เย่ซวงหนิงเหรอ?”
ซูหรูเยียนส่ายหน้า
“คนทั้งประเทศรู้ดีว่าตระกูลเย่ตระกูลมู่หรง ตระกูลหลี่ และตระกูลเซียว”
“สายเืของสี่ตระกูลผู้ควบคุมสัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนเป็อัจฉริยะที่น่าทึ่ง”
“แต่ถ้าจะพูดถึงพร์ที่น่ากลัวที่สุด...”
“ฉันคิดว่าเป็เด็กหนุ่มผู้ยากไร้ที่มักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับอัจฉริยะเหล่านี้เสมอ”
สายตาของซูหรูเยียนยังคงจับจ้องไปที่เซี่ยวซิงอวี่
เฉินฉี่เหนียนพยักหน้า
“ใช่ครับนักเรียนเซี่ยวซิงอวี่มาจากเมืองเล็กๆ ไร้พ่อแม่ ไร้อำนาจ ไร้อิทธิพล”
“แต่แปลกตรงที่เมื่อมีคนพูดถึงอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่เ่าั้ก็จะพูดชื่อของเขาด้วยเสมอ”
“นี่เป็พร์ที่น่ากลัวที่สุดจริงๆ”
ดวงตาของซูหรูเยียนทอประกาย
“เรามาเดิมพันกันไหมคุณคิดว่าเซี่ยวซิงอวี่จะล่าสัตว์อสูรได้กี่ตัวในการทดสอบครั้งนี้?”
เฉินฉี่เหนียนเป็อาจารย์ประจำชั้นของเซี่ยวซิงอวี่เขาค่อนข้างเข้าใจความสามารถของเซี่ยวซิงอวี่เป็อย่างดี
“ผมว่าน่าจะประมาณ 50 ตัว”
ซูหรูเยียน: “ฉันเดาว่าประมาณ80 ตัว”
เฉินฉี่เหนียนยิ้มและถามว่า“ผู้อำนวยการ คุณจะเดิมพันอะไร?”
“มื้อค่ำ”
“ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเราเดาทั้งคู่ผิดล่ะ?ถ้าเขาสร้างสถิติใหม่เหนือกว่าเย่ซวงหนิงล่ะ?”
ซูหรูเยียนหรี่ตาเล็กน้อย มองไปยังขอบฟ้า
“ถ้าเราทั้งคู่เดาผิดไปก็ไม่ใช่เื่ดีกว่าเหรอ?”
“เพราะนั่นหมายความว่าเราได้เจอคนที่สามารถสร้างอนาคตได้แล้ว”
เฉินฉี่เหนียนยิ้มเบาๆ พยักหน้าดวงตาที่ลึกซึ้งของเขามีอารมณ์ที่ซับซ้อนมากมาย
“ใช่ เรารอมานานแล้ว”