คืนงานเลี้ยงจบลงพร้อมกับเกิดข่าวแพร่สะพัดออกไปผู้คนต่างพูดถึงเื่หลางเชียนอิงพลัดตกสระบัวจนคุณชายติงเฉิงคุนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและอุ้มนางไปส่งถึงรถม้าคนในงานเลี้ยงที่เห็นนั้นมีจำนวนหนึ่ง แต่เื่ราวมันผิดเพี้ยนไปจากเดิมด้วยปากของคนที่หลางรั่วอิ๋งส่งไปแพร่ข่าวซุบซิบนี้
‘หลังจากได้รับความช่วยเหลือสตรีงามหยาดฟ้าก็อิงแอบแนบชิดบุรุษที่คุณสมบัติไม่เป็สองรองใครในถูหยางคาดว่าทั้งสองต่างต้องตาต้องใจกันกะทันหัน หนึ่งรูปงามสง่า หนึ่งอรชรอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอมสองคนดั่งฟ้าประทานให้เป็คู่สร้าง’
ข่าวลือเสียหายนี้สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ติงเฉิงคุนจนเขาร้อนใจต้องเปิดอกคุยกับมารดา
“นางตกน้ำข้าอยู่ใกล้ที่สุด จึงยื่นมือเข้าไปช่วย นั่นเพราะเห็นแก่เฟิ่งเอ๋อร์ถึงอย่างไรนางก็เป็น้องสาวอนุของท่านอาเฟิ่งเอ๋อร์นะขอรับไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงจริงๆ”
“แต่ผู้คนเขาลือว่าเ้ากับนางคล้ายคนมีใจให้กัน”หลังส่งคนไปสืบความดูแล้วหลางเชียนอิงไม่มีสิ่งใดเทียบเทียมบุตรชายนางได้ นอกจากมีรูปโฉมงดงาม
“ข้ากับนางเพิ่งพบกันไม่กี่ครั้งอุบัติเหตุเพียงเท่านี้จะเป็ข้อครหาจนข้าต้องรับผิดชอบนางทั้งที่ข้าก็มีเฟิ่งเอ๋อร์อยู่นั้นเห็นจะไม่ได้” หากการถูกเนื้อต้องตัวกันเนื่องด้วยสาเหตุยื่นมือเข้าช่วยเหลือที่นางตกน้ำบ่าวรับใช้ของเขาที่ลงไปพานางขึ้นมาจากสระบัวจะไม่ยิ่งต้องรับผิดชอบนางมากไปกว่าเขาหรือไร
“ข่าวลือไม่เป็ผลดีกับฝ่ายหญิงสักนิดเ้าก็เถอะ” ชื่อเสียงหนึ่งในสิบสุภาพบุรุษแห่งถูหยางจะแปดเปื้อนสักปานใดหากล่วงเกินสตรีแล้วไม่รับผิดชอบ
“ข้าจะเข้าไปขอโทษท่านอากว่างฝูเองขอรับและจะอธิบายทุกอย่างตามจริง สายตาหลายคู่เป็พยานให้ข้าได้ว่าไม่มีอะไรเกินเลยมากไปกว่าน้ำใจบุรุษพึงช่วยเหลือหญิงสาวหากเป็ผู้อื่นอยู่ตรงนั้นก็ต้องทำแบบข้าเช่นกัน” ใครต่อใครเข้าใจผิดเขาก็ไม่กระไรมากนักหรอกที่เขาห่วงความรู้สึกที่สุดก็คือหวงเฟิ่งเหยาเพียงคนเดียวเท่านั้น...
ข่าวลือเื่ติงเฉิงคุนกับหลางเชียนอิงสะพัดไปถึงในครัวของเหนียงเซียงด้วยเช่นกัน
“ข่าวลือระหว่างคุณชายติงกับน้องสาวฟูเหรินรองไม่ใช่เื่เล็กน้อยเลยแม่เกรงจะกระทบกับเื่หมั้นหมายของคุณหนู” ข่าว ‘คาว’ แพร่ไปเร็วจนคนที่ได้ยินยังใ
“คุณหนูดูหงอยๆด้วยนะท่านป้าสือ” ซู่หงที่ได้ยินสองแม่ลูกคุยกันสอดเข้ามานางนั่งลงใกล้กับสืออวิ๋น
“แล้วเ้ารู้อะไรมาบ้าง”เหนียงเซียงถาม ซู่หงคือสาวใช้ทำงานทั่วๆ ไป นางไม่ได้อยู่แต่ในครัวจึงสามารถออกไปรับรู้ข่าวลือต่างๆ ในตลาดจนกระทั่งซอกแซกจนรู้ความคิดการกระทำหลายๆ อย่างของนายในบ้าน
“นายหญิงรองร่ำร่ำกับนายท่านว่าอยากจะให้คุณชายรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น”หญิงสาวพูด ขณะที่สายตาก็ยังจ้องมองสืออวิ๋น อย่างเคลิบเคลิ้ม เวลาชายหนุ่มว่างมักไม่ตรงกับเวลาที่นางหลีกงานมาส่องที่โรงครัวเพราะเห็นเขาอยู่กับมารดาจึงได้ปรี่เข้ามาหาทางพูดคุยด้วย
“นั่นไม่ยุติธรรมกับคุณหนู”เหนียงเซียงเปรยเสียงเบา หันไปสบตาลูกชาย
ในใจสืออวิ๋นก็อดเป็กังวลด้วยไม่ได้เขาเห็นทั้งสองคนผูกพันด้วยสัญญาหมั้นหมายมาหลายปีหากจะต้องแคล้วคลาดกันเพราะเื่คุณชายติงช่วยหลางเชียนอิงตกน้ำก็กระไรอยู่
“แต่มันก็ไม่ยุติธรรมกับคุณหนูเชียนอิงเหมือนกันนะท่านป้าสือ”
ตอนนี้สถานะในบ้านของหลางเชียนอิงก็คือคุณหนูที่บ่าวไพร่ต้องให้ความยำเกรงซึ่งนางเคยคิดจะไม่ญาติดีมาหนแล้ว ตอนที่บังเอิญได้เห็นสืออวิ๋นอุ้มน้องสาวอนุภรรยาของนายท่านไปส่งถึงห้องกระทั่งเกิดเื่ที่หลางเชียนอิงเข้าไปพัวพันกับคุณชายติงนางจึงค่อยเบาใจได้บ้างว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่คิดมาเป็ศัตรูความรักของนาง
“หากเป็เช่นนั้นต่อไปนี้มีคนตกน้ำ ก็ไม่ต้องมีคนลงไปช่วยกันพอดี เกรงจะต้องรับผิดชอบชีวิตคนอื่น”สตรีอายุมากแล้ว โพล่งออกมาราวกับจะทวงความยุติธรรมให้คุณหนูของตน
“ถ้าสาวงามตกน้ำก็คงมีคนยื่นมือช่วยอยู่หรอก แต่ถ้าเป็คนอัปลักษณ์ขี้ริ้วเกรงจะถูกเมินสิ้นชีวิตไปอย่างน่าเวทนานี่สิ” ซู่หงคล้ายรำพึงรำพันกับตนเองพร้อมกับคิดถึงภาพบาดตาบาดใจที่สืออวิ๋นโอบอุ้มหลางเชียนอิงสตรีรูปโฉมงามอย่างไรก็ต้องได้รับไมตรีจากบุรุษไม่ว่าเขาผู้นั้นฐานะจะยากดีมีจนหรือไม่
“คนตกน้ำทั้งคนย่อมต้องมีคนไม่นิ่งดูดายเพราะเื่เกรงคำครหาไร้สาระพวกนั้น” เขาก็เป็อีกคนที่จะไม่เอาเื่บ้าบอเช่นนั้นมาตัดสินใจว่าสมควรจะช่วยชีวิตใครหรือไม่
“ถ้าอย่างนั้นข้าตกน้ำพี่ก็จะลงไปช่วยข้าแน่อยู่แล้วใช่ไหม” สาวใช้รุ่นน้องถามสายตาวิบวาวมีความหวังหลังจากลอบน้อยใจอยู่คนเดียว
“ข้าไม่อยากเห็นคนตายไปต่อหน้าอย่างไรก็ต้องช่วย”
ช่วยชีวิตแล้วข้าก็อยากให้ท่านรับผิดชอบดูแลชีวิตข้าด้วย...หญิงสาวคิด แต่ไม่กล้าพูดออกมานางอมยิ้มฝันหวานเพราะแอบมีใจให้สืออวิ๋นนานแล้ว
เหนียงเซียงยังคงคิดกังวลว่าหวงกว่างฝูจะจัดการกับคำครหานี้อย่างไรในขณะที่สืออวิ๋นกำลังคิดถึงความรู้สึกของหวงเฟิ่งเหยา
ถ้าหากคุณหนูถูกหลางเชียนอิงแย่งคุณชายติงเหมือนอย่างที่นายหญิงถูกหลางรั่วอิ๋งแย่งนายท่านคุณหนูของเขาจะเกิดปฏิกิริยาเช่นไรบ้าง นางจะอาละวาดดุดันแค่ไหน
หากนางได้แต่งงานกับคุณชายติงภาระความเป็ห่วงของมารดาที่มีต่อนางก็จะได้จบสิ้นลงแต่ถ้านางไม่ได้แต่งงานกับติงเฉิงคุน มารดาเขาก็คงจะคิดเป็กังวลกับนางสารพัดเื่เมื่อมารดาคิดกลัดกลุ้ม เขาย่อมเกิดความรู้สึกเดียวกัน
ชีวิตภายภาคหน้าของเขากับมารดาจะเป็เช่นไรจะเดินหน้าไปทางไหน นางเป็ส่วนประกอบสำคัญที่คอยขีดเส้นทางเดินนั้น
เพราะ้าหยุดคำซุบซิบที่ไม่มีมูลความจริงติงเฉิงคุนจึงรีบรุดมายังบ้านสกุลหวงหลางเชียนอิงพอรู้การมาถึงของชายหนุ่มก็มาเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้กับห้องโถงใหญ่ในใจคิดฝันไปไกลว่าเขามาตกปากรับคำเื่จะรับนางเป็ภรรยา แต่ความจริงแล้วคุณชายสกุลติงมาเพื่อขอขมาหวงกว่างฝูกับหลางรั่วอิ๋งสำหรับเื่ความเข้าใจผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นฝันหวานของหลางเชียนอิงจึงเรียกได้ว่าพังทลายในพริบตา
หวงกว่างฝูอย่างไรเสียความสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูลย่อมสำคัญกว่าน้องสาวของอนุภรรยาเขายังคงยึดมั่นกับคำสัญญาเดิมที่ให้ไว้กับบิดาเื่จะยกหลานสาวให้แต่งกับติงเฉิงคุนเ้าบ้านหวงขอบคุณชายหนุ่มด้วยซ้ำที่ช่วยชีวิตของหลางเชียนอิงไว้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสองบ้านเขารับปากจะช่วยติงเฉิงคุนจัดการกับข่าวลือให้หมดสิ้นไปในเร็ววัน
ออกจากห้องโถงใหญ่ติงเฉิงคุนก็มุ่งตรงไปหาหวงเฟิ่งเหยาเด็กสาวที่เรียนรู้การใช้จริตมารยาเพื่อรักษาสมบัติของตนเริ่มทำตามแผนการในใจเมื่อรับรู้การมาถึงของเขา
ใช่แล้ว...นางคิดว่าติงเฉิงคุนคือสมบัติล้ำค่าที่ท่านปู่ทิ้งไว้ให้
เด็กสาวทำทีไม่สนใจว่าเขามาพบด้วยเื่สำคัญนางทำทีหลุดปากกับเสี่ยวกุ่ยว่ารู้สึกไม่สบายใจจึงออกไปไหว้พระขอพรที่วัด
เมื่อติงเฉิงคุนพบกับบ่าวตัวน้อยนางก็พูดออกมาหมดว่า คุณหนูเฟิ่งเหยาเพิ่งลอบออกไปทางประตูหลัง รู้ดังนั้นแล้วชายหนุ่มจึงรีบรุดติดตามไปเขาพบนางระหว่างทางจึงสั่งให้คนหามเกี้ยวไปดักหน้านางไว้
“เ้าก็รู้ว่าข้าไปหาที่บ้านทำไมไม่อยู่รอข้า” ชายหนุ่มลงจากเกี้ยวเพื่อพูดคุยกับหญิงสาวที่เดินอยู่คนเดียวไร้บ่าวติดตาม“ข้านำของขวัญวันเกิดมามอบให้เ้า”
“ของขวัญชิ้นนี้มิใช่นำมาเพื่อปลอบขวัญหลางเชียนอิงหรอกหรือเ้าคะ”นางพูดอย่างน้อยใจ ใส่จริตแง่งอน ไม่รับของที่ชายหนุ่มยื่นมา
ติงเฉิงคุนดึงข้อมือสาวน้อยแสนงอนไว้นางตั้งท่าจะดึงออก เขาจึงรีบกล่าวให้คำมั่น
“นอกจากเ้าแล้วข้าจะไม่รับหญิงอื่นเป็ภรรยา ได้โปรดรับมันไว้เป็ของแทนใจข้าด้วยเถอะ”
คำยืนยันจากปากเขาทำให้หัวใจหวงเฟิ่งเหยาเต้นแรงเพราะนางยังไม่เสียเขาไป นางยินดีรับของจากมือเขาแล้วเปิดออกข้างในกล่องไม้หอมคือปิ่นหยกซึ่งสั่งทำขึ้นพิเศษชิ้นหนึ่งสลักชื่อของนางไว้ที่ด้าม
“แต่ข่าวลือเื่ท่านกับหลางเชียนอิง”
บนใบหน้าสวยหวานยังมีแววโศกเสียใจความรู้สึกผิดพุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจติงเฉิงคุนจนอยากซัดหมัดทำร้ายตนเองที่ทำให้นวลหน้าสดใสเบิกบานมีความหมองเศร้ามากล้ำกราย
“เดี๋ยวมันก็จบลงข้ายืนยันกับท่านแม่ท่านพ่อแล้ว รอเพียงเ้าอายุสิบเจ็ดพวกเราจะแต่งงานกันเชื่อคำข้าได้หรือไม่”
สาวน้อยสบตาเขาแล้วพยักหน้าติงเฉิงคุนดีใจจนแทบลืมตัวจะดึงนางเข้ามากอด นางจึงแสร้งเบี่ยงตัวหลบนางไม่ใช่สตรีไร้ยางอายอย่างหลางเชียนอิงจะไม่ยอมถึงเนื้อถึงตัวกับชายหนุ่มง่ายเกินไป
“ได้โปรดอย่าทำรุ่มร่ามในที่สาธารณะข้าไม่อยากเป็แบบเชียนอิงที่ถูกคำคนครหาจนกลายเป็การบีบบังคับท่าน”
“สำหรับเ้าไม่ใช่การบีบบังคับใดๆทั้งนั้น” ชายหนุ่มบอกน้ำเสียงจริงจังราวตะปูถูกตอกลงบนแผ่นไม้
ริมฝีปากอิ่มเรื่อดั่งกลีบดอกเหมยแย้มยิ้มเอียงอายนับว่านางเดินตามแผนสำเร็จไปอีกขั้น เขาให้สัญญาเป็ครั้งที่สองแล้ว
“เ้าจะไปไหว้พระใช่หรือไม่ขึ้นเกี้ยวเถอะ ข้าจะไปเป็เพื่อน” ชายหนุ่มสละเกี้ยวนั่งให้เด็กสาวขณะจูงมือนุ่มนิ่มดั่งปุยนุ่นของนางขึ้นเกี้ยว
จังหวะนั้นเองสืออวิ๋นเดินเข้าตรอกหลังบ้านสกุลหวงเพื่อกลับมากินข้าวกับมารดาจึงเห็นมือของติงเฉิงคุนจับจูงมือคุณหนูเฟิ่งเหยา เด็กสาวเชิดหน้าเมินใส่เขาแล้วม่านหน้าเกี้ยวก็ปิดลง
ติงเฉิงคุนไม่ชอบหน้าสืออวิ๋นเป็ทุนเดิมจึงใช้สายตาข่มๆ มองกลับไป พอเกี้ยวถูกยกขึ้น ชายหนุ่มก็เดินอยู่ด้านข้างเกี้ยวเพื่อพูดคุยกับหวงเฟิ่งเหยาสืออวิ๋นได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กสาวกังวานออกมานอกม่านด้านข้าง
จริตมารยานางไม่ได้ด้อยไปกว่าหลางเชียนอิงสักนิดเสียแรงที่เขากับมารดาเป็กังวลว่านางจะถูกคนอื่นรังแก