บทที่ 15: โลหิตหยดแรก
เมื่อค่ายพักแรมถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเรียบร้อยแสงไฟจากกองฟืนก็ขับไล่ความมืดมิดและความหนาวเย็นออกไปได้ส่วนหนึ่งเหล่าศิษย์ตระกูลหลิวต่างนั่งล้อมวงกันพูดคุยอย่างออกรส ส่วนเฟยชินและคนงานคนอื่นๆได้รับแจกหมั่นโถวแข็งๆ คนละก้อนและนั่งกินกันอย่างเงียบเชียบ ở มุมหนึ่งของค่าย
หลิวเฉินยืนขึ้นและกวาดสายตามองทุกคนสีหน้าของเขาจริงจัง "ฟังให้ดี! นับจากนี้ไปเราได้เข้าสู่เขตเทือกเขาเขี้ยวอสูรแล้วสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง กฎข้อแรกและสำคัญที่สุดคือห้ามผู้ใดออกนอกเขตค่ายพักโดยไม่ได้รับอนุญาตเด็ดขาด!"
เขาเว้นจังหวะให้ทุกคนซึมซับคำสั่ง"สัตว์อสูรที่พบบ่อยในเขตชั้นนอกนี้คือ 'อสรพิษเกล็ดเขียว' และ 'วานรเงา' อสรพิษเก่งกาจในการพรางตัวส่วนวานรเงามักจะออกล่าเป็ฝูงและรวดเร็วมากขอให้ทุกคนมีสติและระวังตัวอยู่เสมอ"
คำเตือนของหลิวเฉินทำให้เหล่าคนงานหน้าซีดเผือดขณะที่ศิษย์บางคนกลับมีแววตาตื่นเต้นท้าทาย เฟยชินจดจำข้อมูลทุกอย่างไว้ในใจมันคือความรู้ที่จะช่วยให้เขารอดชีวิตหลังจากนี้
ขณะที่คนอื่นๆเริ่มผ่อนคลาย เฟยชินยังคงตื่นตัวประสาทััที่ถูกเสริมพลังของเขากำลังทำงานอย่างเต็มที่เขาสามารถได้ยินเสียงกิ่งไม้หักที่อยู่ไกลออกไปได้กลิ่นอับชื้นของใบไม้ที่เน่าเปื่อย เขาสังเกตการจัดเวรยามของหลิวเฉินและมองดูหลิวชิงอีที่กำลังพูดคุยกับหลิวเฉินด้วยท่าทีที่สุขุมและน่านับถือ...นางเปลี่ยนไปจริงๆ
ทันใดนั้นหลิวจู ศิษย์น้องจอมอวดดีคนเดิม ก็กระซิบกระซาบกับเพื่อนของเขาสองสามคน
"คำเตือนของศิษย์พี่เฉินออกจะเกินจริงไปหน่อยแค่เขตชั้นนอกจะมีตัวอะไรกันเชียว พวกเราไปหา 'กระต่ายเขาสองหัว' มาย่างกินกันดีกว่า จะได้มีเื่ไปอวดคนอื่น"
ว่าแล้วทั้งสามก็แอบลอบออกจากเขตค่ายพักไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่สนใจกฎที่เพิ่งประกาศไป
เฟยชินสังเกตเห็นการกระทำนั้นแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร มันไม่ใช่เื่ของเขา
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม...
"อ๊ากกกกก!"
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปและหวาดกลัวก็ดังขึ้นจากในป่า!
ทั้งค่ายตกอยู่ในความโกลาหลทันที!
"เกิดอะไรขึ้น!"หลิวเฉินะโลั่น "ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง! ทีมต่อสู้ตามข้ามา!"
หลิวเฉินพร้อมกับศิษย์ฝีมือดีอีกสี่ห้าคนรีบพุ่งตามเสียงนั้นเข้าไปในความมืดทันทีทิ้งให้ศิษย์ที่เหลือและคนงานอยู่ในความสับสนและหวาดกลัว
เฟยชินยืนนิ่งอยู่ในเงามืดแผนการของเขาคือการไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่สร้างจุดสนใจ แต่แล้ว สัญชาตญาณอสูรของเขาก็ััได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ...
ขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุนและมองไปยังทิศทางของเสียงกรีดร้องมีเงาดำทะมึนร่างหนึ่งที่ใหญ่กว่าวานรทั่วไปกำลังลอบเคลื่อนไหวอยู่อีกฟากหนึ่งของค่ายมันเคลื่อนที่อย่างเงียบกริบราวกับภูตพราย เป้าหมายของมันคือบริเวณที่หลิวชิงอีกำลังยืนสั่งการให้ศิษย์คนอื่นๆเตรียมตัวต่อสู้... ที่ซึ่งการป้องกันหละหลวมที่สุด!
วานรเงาตัวจ่าฝูง!
เฟยชินขมวดคิ้วเขากำลังชั่งใจอย่างหนัก หากเขาปล่อยไปวานรตัวนั้นอาจทำร้ายหรือสังหารหลิวชิงอีได้และหากคุณหนูสี่เป็อะไรไปในคืนแรกของการเดินทางภารกิจล่าโอสถคงต้องล้มเลิกและทุกคนต้องเดินทางกลับทันที...นั่นหมายความว่าโอกาสหลบหนีของเขาก็จะหายไปด้วย!
เขาช่วยนาง...ไม่ใช่เพื่อตัวนาง แต่เพื่อ "แผนการ" ของเขาเอง
เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาก็ไม่ได้ะโเตือนให้เป็ที่สนใจ เขาก้มลงหยิบก้อนหินแหลมคมขนาดพอดีมือขึ้นมาเงียบๆ
ในจังหวะที่วานรเงาตัวจ่าฝูงกระโจนออกจากพุ่มไม้ร่างอันใหญ่โตของมันพุ่งเข้าใส่หลิวชิงอีที่เพิ่งจะหันมาเห็นด้วยความใ!
ฟิ้ว!
เฟยชินสะบัดข้อมือ!ก้อนหินในมือของเขากลายเป็ะุมรณะที่พุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วและพละกำลังอันน่าเหลือเชื่อของขั้นหลอมรวมกายา
ตุ้บ!
ก้อนหินกระแทกเข้าที่ขมับของวานรเงาอย่างจัง!ร่างมหึมาของมันชะงักกลางอากาศก่อนจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรงต่อหน้าหลิวชิงอีที่ยังคงยืนตะลึงอยู่ มันสิ้นใจตายในทันทีโดยที่ยังไม่ได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตา...
ในความมืดและสับสนไม่มีใครเห็นว่า "ะุหิน" นั้นมาจากทิศทางใดพวกเขาเห็นเพียงสัตว์ร้ายที่น่ากลัวกระโจนออกมาและล้มลงไปตายอย่างปริศนา
หลิวชิงอีหันขวับไปทั่วบริเวณด้วยความใและสับสน...แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สัตว์ร้ายจะล้มลงหางตาของนางกลับจับภาพการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วจนแทบมองไม่ทันได้...การสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวจากเงามืดในกลุ่มของคนงาน
นางหันไปมองยังทิศทางนั้นแต่ก็เห็นเพียงเฟยชินและคนงานคนอื่นๆ ที่หมอบตัวลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวเหมือนๆกัน ใบหน้าของเฟยชินนั้นเรียบเฉยและว่างเปล่าราวกับไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น
แต่หลิวชิงอีไม่คิดเช่นนั้น...เมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยได้ถูกหว่านลงในใจของนางแล้ว ทาสผู้เงียบขรึมคนนี้...ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!