บนโต๊ะอาหารที่อุดมไปด้วยอาหารมากมายทั้งแกงส้มชะอมไข่ แกงจืดหมูสับ ปลากะพงสามรส ยำกุ้งรวมมิตร และน้ำพริกกะปิได้ถูกจัดวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ
“ตักข้าวได้เลยแม่แช่ม”นางกรองแก้วเอ่ยบอกหลังจากที่ทุกคนนั่งลงกันพร้อมแล้วโดยที่นางกรองแก้วนั่งอยู่หัวโต๊ะ ขนาบด้วยกฤษณะที่นั่งอยู่เก้าอี้ประจำซึ่งจะนั่งเว้น่กับมารดาอยู่ทางขวามือ
ส่วนทางด้านซ้ายก็มีนางผกากับอริสาที่นั่งถัดไปจากมารดาจึงทำให้ต้องเผชิญหน้ากับซาตานหน้าหยกอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้
“ลองชิมฝีมือแม่แช่มดูสิหนูลูกหว้าอร่อยไม่แพ้โรงแรมห้าดาวเลยนะ”
“ในเมื่อคุณน้าพูดขนาดนี้งั้นลูกหว้าคงต้องขอลองดูหน่อยแล้วละค่ะ”อริสาพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้กับแม่แช่ม
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณผู้หญิงก็พูดชมเกินไป”
ใบหน้าแดงๆกับอาการเขินอายของคนเฒ่าคนแก่ช่วยเรียกรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหารได้เป็อย่างดีแต่จะเว้นก็แค่คนเดียวเท่านั้นที่ไม่ยินดียินร้ายด้วย ได้แต่นั่งเขม็งจับจ้องทุกอิริยาบถของหญิงสาวที่จะมาเป็เ้าสาวในอนาคตอย่างไม่สบอารมณ์และหลายครั้งที่ทั้งสองได้บังเอิญสบตากันแต่ก็เพียงไม่นานหญิงสาวก็ต้องเป็ฝ่ายหลบสายตาคมที่มองมาก่อนทุกครั้งไป
“น้าว่าลงมือกินกันเถอะก่อนที่อาหารจะเย็นชืดหมดก่อน” นางกรองแก้วเอ่ยบอกตามด้วยเสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยของพ่อลูกชายตัวดี
“ผมก็นึกว่าจะไม่กินกันแล้วซะอีก”
“ตากฤษ!!”นางเรียกเสียงเข้มอย่างห้ามปราม มองกฤษณะที่กำลังนั่งตักอาหารเข้าปากอย่างไม่แคร์สื่อก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อนรัก
“อย่าถือสาลูกชายฉันเลยนะผกาพอดีปากมันไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ ไม่เคยคิดที่จะกลั่นกรองคำพูดก่อนแบบนี้แหละ”
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะกรองแก้วฉันไม่ถือสาอะไรหรอก”
“สงสัยว่าพี่กฤษคงจะหิวนะคะคุณน้า”คำพูดของอริสาทำให้นางกรองแก้วปล่อยหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ
“ฮ่าฮ่า ฮ่า หนูลูกหว้าเนี่ยฉลาดพูดจริงเชียว”
“อย่าเสียมารยาทกับพี่เค้าสิลูก”นางผกากล่าวติเตือนลูกสาว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็แอบหัวเราะไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
“ลูกหว้าขอโทษค่ะ”อริสาบอกเสียงอ่อยก่อนจะก้มหน้างุด หลบสายตาคมเข้มที่กำลังมองมาด้วยความดุดัน
“เลิกมองดุน้องซะทีเถอะตากฤษ เดี๋ยวน้องก็กลัวแกกันพอดี”
“อะไรครับผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” พูดอย่างลอยหน้าลอยตา (รู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้รับเชื้อดุจากบุพการีมาแบบเต็มๆ)
“อย่าไปสนใจมันเลยหนูลูกหว้ากินข้าวต่อเถอะ” นางกรองแก้วหันไปบอกว่าที่ลูกสะไภ้อย่างนึกเอ็นดู
ฝ่ายกฤษณะที่รู้สึกขัดใจกับการเอาอกเอาใจหญิงสาวจนออกนอกหน้าซึ่งถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าไม่ชอบทุกการกระทำมองแล้วไม่สบอารมณ์ไปซะทุกอย่างมากกว่า เมื่อกินอาหารเสร็จคนที่ไม่ยินดีที่จะอยู่ร่วมวงสนทนาด้วยอย่างเขาจึงขอตัวออกไปทันที
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“เดี๋ยว!!ตากฤษ”ไม่ทันจะได้ลุกขึ้นยืนมารดาก็ขัดขึ้นมาซะก่อน
“ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแม่กับน้าผกามีเื่จะคุยกัน แกจะต้องอยู่เป็เพื่อนน้องก่อน” นางกรองแก้วบอกลูกชายเสียงเข้มผิดกับน้ำเสียงที่หันไปบอกหญิงสาวกันอย่างลิบลับ
“กินข้าวเสร็จแล้วออกไปเดินเล่นย่อยอาหารกับพี่เค้าสิจ๊ะหนูลูกหว้า” บอกหญิงสาวอย่างเอ็นดูก่อนหันมาบอกเพื่อนรักและเดินนำไปยังห้องรับแขก จึงทำให้โต๊ะอาหารขนาดใหญ่เหลือเพียงสองหนุ่มสาวโดยปริยาย
..............................................................................................................................งง