"พี่ใหญ่ตื่นแล้วเชิญท่านล้างหน้าแปรงฟันก่อนขอรับ!" ทันทีที่ประตูห้องของเซียวเฟิงเปิดออกหม่าเหลียงเฉินก็รอคอยอยู่ก่อนแล้ว รีบสั่งให้สาวใช้ปรนนิบัติรับใช้เซียวเฟิงทันที
"อืม!" เซียวเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าลวกๆ เงาร่างของซุนลี่ก็เดินออกมาจากอีกห้องหนึ่ง
"พี่ใหญ่การสอบวันนี้เป็ตาแก่ฟู่สงเป็ผู้คุมสอบหลัก ท่านต้องระวังตัวให้มากนะขอรับ"หลังจากที่หม่าเหลียงเฉินรู้ว่าวันนี้เซียวเฟิงจะต้องเข้ารับการทดสอบก็รีบไปสืบข่าวมาแต่เช้าตรู่เพียงแต่ผู้อยู่เบื้องบนของสำนักเทียนฮ่าวทั้งหมดต่างปิดปากเงียบเกี่ยวกับเนื้อหาของการทดสอบแม้แต่หม่าเหลียงเฉินก็ไม่สามารถสืบอะไรได้ รู้เพียงว่าผู้คุมสอบหลักในครั้งนี้คือฟู่สง
และฟู่สงก็คือผู้าุโสองของสำนักเทียนฮ่าวนอกจากนี้ยังเป็ผู้าุโรักษากฎอีกด้วย ฐานะสูงส่งไม่ด้อยไปกว่าบิดาของเขาที่สำคัญที่สุดคือเขายังเป็ปู่ของฟู่อี้ เห็นได้ชัดว่าหากฟู่สงเป็ผู้คุมสอบเซียวเฟิงจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
"เ้าก็มีน้ำใจดี แต่ไม่เป็ไรหรอกมาอย่างไรก็รับมือไปอย่างนั้น!" เซียวเฟิงไม่คิดว่าหม่าเหลียงเฉินจะจริงจังกับการยอมรับเขาเป็พี่ใหญ่เช่นนี้แน่นอนว่าการมีน้องชายเพิ่มอีกคนก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อเขาสำหรับการทดสอบในวันนี้ เขากลับรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
"เฮอะๆ แน่นอนขอรับ เพื่อพี่ใหญ่น้องชายผู้นี้พร้อมที่จะบุกน้ำลุยไฟ" หม่าเหลียงเฉินยิ้มแห้งๆพยักหน้ากล่าว
"เช่นนั้นก็ไปกันเถอะเ้าจงนำทางให้ข้า" เซียวเฟิงพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นทั้งสามร่างก็มุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนฮ่าว ยอดเขาหลักของสำนักเทียนฮ่าว
ยอดเขาเทียนฮ่าวเป็ยอดเขาที่สูงที่สุดในสำนักเทียนฮ่าวทั้งหมดมองลงไปเห็นทิวทัศน์ของูเาทั้งหมดและดวงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นจากทิศตะวันออกก็สาดแสงลงมายังพื้นดินจากด้านหลังยอดเขาเทียนฮ่าวทำให้ยอดเขาเทียนฮ่าวทั้งลูกดูเหมือนยอดเขาเซียน หากสังเกตอย่างละเอียดก็จะเห็นว่าบนยอดเขานั้นมีไอสีม่วงจางๆลอยอยู่ ราวกับเป็ปรากฏการณ์ปราณสีม่วงจากทิศตะวันออก
ภายใต้การนำทางของหม่าเหลียงเฉินทั้งสามเดินทางไปยังยอดเขาเทียนฮ่าวโดยไม่มีอุปสรรคใดๆเมื่อทั้งสามมาถึงเชิงเขายอดเขาเทียนฮ่าวกลุ่มศิษย์ของสำนักเทียนฮ่าวกลุ่มหนึ่งก็รอคอยอยู่ก่อนแล้ว
อย่างไรก็ตามศิษย์เหล่านี้ล้วนมาด้วยเจตนาร้าย ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยไอสังหารเห็นได้ชัดว่าพวกเขามาดักรอการมาถึงของเซียวเฟิงที่เชิงเขายอดเขาเทียนฮ่าวโดยเฉพาะ
ในสำนักเทียนฮ่าวถังเยว่ซินคือเทพธิดาในใจของศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหลายเป็เทพธิดาที่พวกเขาชื่นชมที่สุดและเซียวหานเป็เพียงแค่ประมุขน้อยของสำนักกระบี่เหินฟ้าที่ตกอับกลับคิดจะเด็ดดอกฟ้าแต่งงานกับเทพธิดาในใจของพวกเขานี่มันช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง
ดังนั้น เมื่อเช้าตรู่ศิษย์จำนวนมากจึงมารวมตัวกันที่นี่เพื่อเตรียมขวางทางเซียวหานศิษย์เหล่านี้ล้วนเป็ศิษย์สายในของสำนักเทียนฮ่าวพลังของแต่ละคนอย่างน้อยก็อยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์และปรมาจารย์เต๋าและศิษย์สายในที่นำทัพนั้นมีพลังถึงขั้นจิติญญายุทธ์แล้ว
"ตู้เฟย เ้าคิดจะทำอะไร?"เมื่อเห็นผู้คนที่ขวางทางหม่าเหลียงเฉินที่กำลังนำทางอยู่ก็หันไปมองชายหนุ่มชุดขาวที่นำทัพอยู่จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงเ็า
"ไม่ได้จะทำอะไรแค่คิดว่ายอดเขาเทียนฮ่าวไม่ใช่สถานที่ที่แมวหมาจะเข้ามาได้หม่าเหลียงเฉินเ้ายอมลดตัวลงไปคบค้ากับเขา พวกข้าไม่คิดคบค้าสมาคมกับเ้าอีก!"ตู้เฟยเหลือบมองหม่าเหลียงเฉินอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็กล่าวเยาะเย้ย
ตู้เฟยเป็หนึ่งในศิษย์ที่ได้รับการบ่มเพาะเป็พิเศษของสำนักเทียนฮ่าวทั้งยังเป็ศิษย์เอกของผู้าุโสาม ในแง่ของฐานะเขาอาจจะด้อยกว่าหม่าเหลียงเฉินเล็กน้อย แต่ในด้านความแข็งแกร่งเขาแข็งแกร่งกว่าหม่าเหลียงเฉินมาก และแน่นอนว่าเขาไม่จำเป็ต้องเกรงกลัวหม่าเหลียงเฉินเหมือนศิษย์คนอื่นๆแม้กระทั่งเขาสามารถไม่ไว้หน้าหม่าเหลียงเฉินได้ เพราะในโลกแห่งการต่อสู้เช่นนี้ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง หม่าเหลียงเฉินอ่อนแอกว่าเขาเขาจึงสามารถวางท่าได้อย่างเต็มที่
"ดี! ดีมาก ข้าจำเ้าไว้แล้ว ตู้เฟย!แต่อย่าลืมว่าวันนี้สำนักสั่งให้พี่ใหญ่ของข้าทำการทดสอบ หากพวกเ้ากล้าขัดขวางเกรงว่าผลที่ตามมาจะไม่ใช่สิ่งที่พวกเ้าจะรับไหว" ใบหน้าปรากฏความโกรธเกรี้ยวหม่าเหลียงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความข่มขู่
"อย่าใช้สำนักมากดขี่พวกเราการที่ไอ้เศษสวะนี่เข้าร่วมการทดสอบก็แค่ไปตายเปล่าๆ แต่ในเมื่อจะต้องตายแล้วก่อนตาย พวกเราก็จะสั่งสอนมัน ให้มันรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าความสำนึก"ดวงตาที่เย็นเยียบแฝงไปด้วยไอสังหารจ้องมองไปยังเซียวเฟิงไอพลังของตู้เฟยก็เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของหม่าเหลียงเฉินก็เปลี่ยนไปทันที เขากระทืบเท้าลงไปพื้นพลังปราณอันหนาแน่นก็ทะลักทลายออกมาแต่เซียวเฟิงที่อยู่ด้านหลังกลับไม่มีทีท่าสะทกสะท้านส่วนซุนลี่ในขณะนี้ก็เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ลงมือขัดขวาง
ความแข็งแกร่งของเซียวหานเขารู้ดีว่าสามารถเอาชนะเหลิ่งเสี้ยที่กินโอสถราชันยุทธ์เข้าไปได้ตู้เฟยที่อยู่ตรงหน้าแม้จะมีพลังไม่น้อย แต่ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียวหานสิ่งที่เขากังวลในวันนี้คือแผนการลับๆ ที่สำนักเทียนฮ่าวเตรียมไว้สำหรับเซียวหานโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีผู้ที่มีพลังเหนือกว่าขั้นราชันยุทธ์ลงมือเซียวหานก็จะตกอยู่ในอันตรายจริงๆ
"หมาที่ดีจะไม่ขวางทางหากเ้าอยากเป็ศพ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะทำให้เ้าสมปรารถนา" เซียวเฟิงตบไหล่หม่าเหลียงเฉินเบาๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมยทำให้บรรยากาศเงียบสงัดลงในพริบตา
เซียวเฟิงไม่อยากหาเื่แต่ไม่ได้หมายความว่าเขากลัวเื่วุ่นวายเพียงแต่เขาไม่อยากเสียเวลาไปกับเื่ไร้สาระพวกนี้เพราะเขายังมีเื่สำคัญกว่าที่ต้องทำ
"เ้าว่าอะไรนะ? เ้ากล้าพูดอีกคำสิ!" ในขณะนั้นเองตู้เฟยก็โกรธจนผมตั้งชันดวงตาที่เย็นเยียบเต็มไปด้วยไอสังหารที่เข้มข้นจนสามารถแช่แข็งอากาศได้ไอพลังทั่วร่างก็พลันบ้าคลั่งขึ้นมา
"หมาที่ดีจะไม่ขวางทางดังนั้นจงรีบไสหัวไปให้ไกล ก่อนที่ข้าจะเริ่มอยากจะฆ่าคน" เซียวเฟิงเหลือบมองตู้เฟยแวบหนึ่งจากนั้นก็ก้าวเท้าเตรียมจะเดินผ่านตู้เฟยมุ่งหน้าไปยังยอดเขาเทียนฮ่าว
"ไอ้คนไม่รู้จักคำว่าตายในเมื่อเ้าอยากตาย ข้าก็จะสนองให้!" ตู้เฟยราวกับอสูรร้ายคลั่งใบหน้าที่หล่อเหลา บัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนน่ากลัว
"ก็ดีถือว่าเป็การตัดสินชะตาระหว่างพวกเรา หากเ้าตายด้วยมือข้าหวังว่าสำนักเทียนฮ่าวของพวกเ้าจะไม่หาเื่ข้า" เซียวเฟิงเหลือบมองตู้เฟยอย่างเฉยเมยไม่ได้ใส่ใจอีกฝ่ายแม้แต่น้อย แม้แต่การจัดการกับตู้เฟย เขาก็ไม่รู้สึกสนใจ
"หยิ่งยโส! โง่เขลา! รนหาเื่!"
เหล่าศิษย์ของสำนักเทียนฮ่าวเมื่อได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเ็าขึ้นมาทันทีแต่ละคนจ้องมองเซียวเฟิงด้วยสายตาเ็า ทำให้อุณหภูมิในอากาศดูเหมือนจะลดลงไปมาก
"เ้าพูดเองนะว่าจะตัดสินชะตาชีวิตระหว่างพวกเราเช่นนี้หากเ้าตายด้วยมือข้า ข้าก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรแล้ว" ตู้เฟยกล่าวจบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยไอสังหารพลางยิ้มเยือกเย็นในขณะนี้เขาไม่สามารถระงับไอสังหารอันเข้มข้นในใจได้อีกต่อไป
ในสายตาของศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักเทียนฮ่าวเซียวหานคล้ายจะเสียสติไปแล้วต้องรู้ว่าตู้เฟยมีพลังถึงขั้นจิติญญายุทธ์ระดับต้น ในสำนักเทียนฮ่าวทั้งหมดพลังของเขาก็เพียงพอที่จะติดอันดับสิบอันดับแรกของศิษย์รุ่นเยาว์แล้วส่วนเซียวหานถูกทำลายพลังไปแล้วั้แ่เมื่อสามปีก่อน
แม้ว่าอาการาเ็จะหายดีแล้วพลังก็คงจะถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้นพลังเช่นนี้ยังกล้าที่จะตัดสินชะตาชีวิตกับตู้เฟย นี่มันช่างรนหาที่ตายยิ่งนักดังนั้นพวกเขาสามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ได้เลย เช่นเดียวกับศิษย์พี่ใหญ่เมื่อสามปีก่อนตู้เฟยอาจจะใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็เพียงพอที่จะทำร้ายเซียวเฟิงจนอาการสาหัสหรือกระทั่งสังหารเซียวเฟิงได้เลยทีเดียว
"คำพูดไร้สาระของเ้าช่างมากมายนักแต่หลังจากนี้เ้าจะไม่มีโอกาสพูดคำไร้สาระอีกต่อไปแล้ว" เมื่อคำพูดที่เ็าดุจยมทูตของเซียวเฟิงดังขึ้นสีหน้าของตู้เฟยก็เปลี่ยนไปทันที พลังปราณทั่วร่างก็ปะทุออกมาทั้งหมดในพริบตาก่อตัวเป็พายุพลังงานรอบตัวในทันที
พายุพลังงานที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วแผ่ไปด้วยคลื่นแรงดันที่แข็งแกร่งทำให้ศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังตู้เฟยอุทานออกมาด้วยความชื่นชมสมแล้วที่ตู้เฟยกับเป็ผู้ที่มีพลังถึงขั้นจิติญญายุทธ์พลังปราณที่มากมายเช่นนี้ แม้แต่พวกเขาสิบคนก็ยังเทียบไม่ได้
แต่พวกเขาไม่ได้เห็นว่าในขณะนี้ดวงตาทั้งสองของตู้เฟยเบิกกว้างจ้องมองอย่างไม่วางตา ภายในดวงตาคู่นั้นมีเพียงแสงกระบี่ที่ไม่สามารถลบเลือนได้จากนั้นปากก็ขยับเล็กน้อย พ่นคำสองคำออกมาอย่างตะกุกตะกักว่า"เร็ว…เร็วมาก…"
"ฉึก!"
เมื่อคำพูดของตู้เฟยจบลงทุกคนหรี่ตาเล็กลงในชั่วพริบตา เสียงกระบี่แหวกอากาศดังขึ้นในขณะเดียวกันแสงกระบี่ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า และรอยเืจางๆที่คอของตู้เฟยก็ทำให้ทั่วทั้งพื้นดินเงียบสงัดลงในทันที
"กระบี่นี้!"
ในขณะนี้แม้แต่ซุนลี่ผู้ที่มีพลังถึงขั้นราชันยุทธ์ก็ยังอดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงอย่างรวดเร็วบนใบหน้าปรากฏสีหน้าที่เหลือเชื่อ และเมื่อเขารู้สึกตัวเขาก็พบว่าขนทั่วร่างของตนเองกลับลุกชันขึ้นมา
อาจเป็เพราะการรับรู้ของทุกคนพวกเขาได้ยินเสียงกระบี่แหวกอากาศก่อน จากนั้นก็มีแสงกระบี่แวบผ่านความว่างเปล่าแต่มีเพียงซุนลี่เท่านั้นที่มองเห็นความน่าสะพรึงกลัวของกระบี่เล่มนี้ของเซียวเฟิงอย่างแท้จริง
ความจริงแล้วในตอนที่ตู้เฟยพูดกับเซียวเฟิงจบ เซียวเฟิงได้ลงมือไปแล้วกระบี่ไร้รูปแหวกอากาศออกไปความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวของกระบี่เล่มนี้ราวกับตัดผ่านห้วงเวลาในตอนที่ตู้เฟยรู้สึกตัวก็สายเกินไปแล้ว
ส่วนเสียงกระบี่แหวกอากาศและแสงกระบี่ที่ปรากฏในภายหลังเป็เพียงภาพที่หลงเหลืออยู่จากกระบี่ไร้รูปเล่มก่อนเท่านั้นในตอนที่เสียงกระบี่แหวกอากาศและแสงกระบี่ปรากฏขึ้นกระบี่ที่แท้จริงก็ได้คร่าชีวิตของตู้เฟยไปนานแล้ว
ไม่มีใครคาดคิดว่าใน่เวลาที่ทุกคนไม่ได้กะพริบตา เซียวเฟิงได้ออกกระบี่ไปแล้วแถมยังสังหารด้วยกระบี่เดียว เมื่อทุกคนรู้ตัวทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว
ในขณะนี้แม้ว่าแสงแดดอบอุ่นจะส่องแสงลงบนร่างกายของทุกคนแต่ทุกคนกลับรู้สึกเย็นะเืไปถึงกระดูกแต่ละคนจ้องมองเซียวเฟิงด้วยสายตาที่หวาดกลัวอย่างถึงที่สุดราวกับจ้องมองปีศาจร้าย
"น่า…กลัว…เหลือเกิน!" ในขณะนี้ หม่าเหลียงเฉินก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น เมื่อวานนี้ ดูเหมือนเขาเกือบจะได้ไปพบท่านพญายมแล้วแต่ในวันนี้เมื่อเขาได้เห็นเซียวเฟิงลงมืออย่างแท้จริงเขาก็เพิ่งจะรู้ว่าเซียวเฟิงน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
"หยุด…หยุดนะ!" ในขณะนี้ ร่างกายของตู้เฟยยังคงยืนอยู่รอบตัวยังคงมีพายุพลังงานที่น่าสะพรึงกลัว แต่ร่างกายของเขากลับเย็นเยียบดวงตาทั้งสองจ้องมองเซียวเฟิงอย่างไม่กะพริบตาราวกับจะบอกว่าตนเองตายอย่างไม่เต็มใจ
และในเวลานี้เอง เสียงที่ร้อนรนก็ดังขึ้นทุกคนมองไป ก็พบว่าจางอี้เหาะมาด้วยความรีบร้อนเมื่อเขาเห็นตู้เฟยกำลังรวบรวมพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวเขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าะโว่า "ไร้สาระตู้เฟยหยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกเขาเป็แขกผู้มีเกียรติของสำนักเทียนฮ่าวหากพวกเขาได้รับความาเ็ใดๆ ในสำนักเทียนฮ่าวเ้าจะต้องได้รับการลงโทษอย่างรุนแรงที่สุด"
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำพูดของจางอี้จบลงทั่วทั้งบริเวณกลับเงียบสงัด ทุกคนมองไปที่จางอี้สีหน้าของแต่ละคนก็กระตุกเล็กน้อย เป็ไปได้ไหมว่าเขาไม่เห็นว่าตู้เฟยตายไปแล้ว?
"อะแฮ่ม…คือว่า…พวกเราปลอดภัยดีแต่ว่าตู้เฟยคนนี้ตายแล้ว" ซุนลี่ที่ปกติเป็คนเ็าและไร้ความปรานีต่อโลกกลับไอออกมาอย่างกระอักกระอ่วน
"พวกเ้าปลอดภัยดีก็ดีแล้วส่วนตู้เฟยตายแล้วก็ตายไป…เ้าว่าอะไรนะ?" คำพูดของจางอี้ที่กำลังพูดไปได้ครึ่งทางก็ราวกับเสียงแหลมกรีดอากาศทันใดนั้นทั้งร่างก็แข็งทื่อจากนั้นสายตาก็จ้องมองไปยังตู้เฟยที่ตายอย่างไม่เต็มใจใบหน้าที่เพิ่งจะฉายแววโล่งอกเมื่อครู่นั้น…บัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด