“เฮีย เราไปล่าคอมพ์กัน”
กวินหรือสาวน้อยมิยาบิ ถามคุณพ่อมือใหม่ ที่เพิ่งเข้าเกมมา ด้วยสีหน้าร่าเริงน่ารัก ตอนนี้เธอยังอยู่ในชุดฟางเก่าคร่ำคร่า แต่เพราะมันเป็ชุดสำหรับผู้หญิง มันจึงสั้นเพียงหน้าขา ทำให้มองดูเจริญหูเจริญตาไม่น้อย
“ไปสิ วิน ไปชุบพวกนั้นด้วย” คุณพ่อมือใหม่ตอบรับง่าย ๆ
“เดี๋ยวเฮียล่านะ ผมจะคอยแล่เอง พอดีจะอัพสกิลแล่หน่อย”
“ได้ ๆ ”
เพียงไม่นานหลังจากนั้น มิยาบิและคุณพ่อมือใหม่ก็วิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาพบช่างทำอาวุธและชาวประมงประจำแคลนในสภาพน่าอนาถเป็อย่างยิ่ง กองไฟมอดดับไปแล้ว ส่วนเต็นท์ใบไม้ก็มีสภาพเหมือนเพิ่งถูกโขลงช้างเดินผ่าน
“เย้ ไอ้วินมาแล้ว”
มารโลกีย์นอนหงายอยู่บนพื้น แขนขาบิดไปคนละทิศละทาง ผมเผ้ายุ่งเหยิง และชุดฟางขาดวิ่น จนแทบไม่เหลือฟางปิดบังเนื้อตัว
“ดีค้าบ เฮียเต่าก็มาด้วย”
เจไดมวยใหญ่นอนคว่ำอยู่ไม่ไกลจากมารโลกีย์นัก แต่สภาพเขาถือว่าดูดีกว่ามาก เพราะชุดฟางและรองเท้าของเขายังใช้ได้อยู่
นับเป็โชคดีในความโชคร้าย เนื่องจากเจไดมวยใหญ่อยู่ในสายการต่อสู้ระยะไกล ร่างกายจึงไม่ถึกทนเท่าสายอาวุธยาวอย่างมารโลกีย์ เขายังไม่ทันได้ปะทะอะไรมาก ก็ชิงตายไปก่อนแล้ว
มิยาบิวิ่งปร๋อเข้าไปปั๊มหัวใจมารโลกีย์ก่อนเป็อันดับแรก สองมือน้อย ๆ ทาบอยู่บนหน้าอกคนตาย แล้วก็กดลงไปเบา ๆ ห้าครั้ง มารโลกีย์ก็ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง
แม้ท่าทางการปั๊มหัวใจจะไม่ถูกหลักความเป็จริงแม้แต่นิดเดียว แต่มันก็ใช้ได้ตามกฎของเกม
“เห้อ มีอาหารมะ”
มารโลกีย์หันไปถามมิยาบิ ที่กำลังช่วยชุบชีวิตเจไดมวยใหญ่ มิยาบิหันไปล้วงของในกระเป๋า แล้วก็โยนมะพร้าวไปให้เพื่อนหนึ่งลูก
“อ่ะ”
“ไม่มีอาหารของเชฟเหรอ”
“ไม่มี” มิยาบิตอบสั้น ๆ ตามสไตล์ผู้ชายคุยกัน
“ว้าว ดูนั่น !” เจไดชี้นิ้วไปทางลำธารด้วยท่าทางตื่นเต้น ก่อนจะวิ่งออกไป ทำให้มารโลกีย์และมิยาบิตามออกไปด้วย
ที่ริมฝั่งน้ำ ตำแหน่งเดิมที่ฝูงคอมพ์ซอกนาทัสเคยอยู่ ตอนนี้กำลังเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่โดยคุณพ่อมือใหม่ นักล่าหนึ่งเดียวของโคลัมบัส
มือข้างหนึ่งถือดาบไม้กวัดแกว่งไปมา ในขณะที่มืออีกข้างก็สะบัดเพื่อทรงตัว สอดคล้องกับจังหวะการก้าวเท้า คุณพ่อมือใหม่ใช้ดาบมือเดียวฆ่าคอมพ์ไปเกือบครึ่งฝูง แม้เขาจะโดนรุม แต่ก็กะจังหวะหลบหลีกได้พอดีและดูคล่องตัวมาก
แปะ แปะ แปะ เจไดยืนนิ่งปรบมือช้า ๆ ด้วยความทึ่ง ตอนนี้เขาอยากเปลี่ยนสายไปเป็อาวุธมือเดียวซะแล้วสิ ส่วนมารโลกีย์เมื่อเห็นเช่นนั้นก็คันไม้คันมืออยากแก้ตัว เขาจึงรีบนั่งลงเหลาหอกอันใหม่อย่างตั้งใจ
ในขณะที่มิยาบิไม่สนใจใครทั้งนั้น สาวน้อยเพียงแค่หาโอกาสเหมาะ ๆ เข้าไปลากซากคอมพ์ออกมาแล่หนัง เนื้อ กระดูก เนื่องจากเธอมีพลังงานเต็มเปี่ยม แถมยังไม่ต้องกังวลเื่ความปลอดภัย เธอจึงแล่วัตถุดิบเก็บไว้ทุกอย่าง
“เจได ผา มาช่วยแล่หน่อยสิ”
มิยาบิหันมาจ้องเพื่อนทั้งสองเขม็ง แต่ภาพที่ออกมาคือสาวโลลิน่ารักกำลังงอนที่สองหนุ่มไม่ช่วยเหลือ
“ไปแล้วฮะ” เจไดวิ่งเข้าไปช่วยแล่หนังทันที แต่ไม่จะตั้งใจทำแค่ไหน เขาก็ยังแล่ช้ากว่าสาวน้อยมิยาบิอยู่ดี
“หัวหน้า เวลไหนแล้วฮะ”
“เวลอะไรล่ะ”
“อืม ทุกอย่างเลย”
มิยาบิทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย เลเวลของเกมนี้ซับซ้อนและหลากหลาย เขาี้เีร่ายยาว จึงตอบเท่าที่สำคัญ
“ก็...เวลต่อสู้ 19 ก่อสร้าง 22 แล่เนื้อ 15 และก็เก็บเกี่ยว 22”
เจไดอ้าปากค้าง เกือบทำมีดบาดมือตัวเอง “โอ้ สุดยอด”
“ของผมอาชีพหลัก ประมงยังแค่เวล 12 อยู่เลย ส่วนอันอื่นอย่าพูดถึงเลย มีแค่สกิลแล่ ที่พอจะเป็หน้าเป็ตากับเขาได้”
เด็กหนุ่มกล่าวอย่างละเหี่ยใจ
“ก็เร่งอัพหน่อยละกัน เดี๋ยวฉันจะเริ่มต่อเรือละ นายจะได้ออกไปหาปลาเวลสูงได้บ้าง”
มิยาบิพูดด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่มือยังไม่หยุดทำงาน เพราะการอัพเวลให้ไวที่สุด ก็คือลงมือทำให้มากที่สุด ซึ่งจะได้ผลพลอยได้ก็คือการพัฒนาแคลนให้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจไดมวยใหญ่เห็นตัวอย่างของการทำงานอย่างหนักหน่วงเช่นนั้น เขาก็ไม่รอช้า รีบลงมือแล่เนื้ออย่างเอาเป็เอาตาย
“ไม่เป็ไรพี่ ตัวนี้ผมแล่เอง”
“โอ๊ะ ๆ ตัวนั้นก็ไม่ต้อง ผมช่วย”
“เย้ ตัวโน้นตายแล้ว เดี๋ยวผมวิ่งเอาลากมาเอง”
เจไดมวยใหญ่กระตือรือร้นเสนอตัวช่วยทำทุกสิ่งอย่าง โดยไม่เกี่ยงงอน
“หัวหน้าใช้อาวุธอะไรฮะ”
“ดาบ” มิยาบิตอบสั้นลงเรื่อย ๆ
เจไดตาโต “โอ้ เหมือนเฮียเลย ผมอยาก...”
เจไดมวยใหญ่พูดยังไม่จบประโยค ก็ตาเหลือกขึ้นฟ้า หงายหลังตึงลงไปกับพื้น ในเสี้ยววินาที เขารีบชะเง้อคอขึ้นมองแถบสถานะบนหน้าปัดนาฬิกา ตอนนี้มันเป็สีเทาทั้งสองหลอด แล้วเขาก็ตัวแข็งค้างอยู่ในท่านั้น โอ้ เขาตายแล้ว ตายจากการฝืนทำงานมากเกินไป ต่อให้ใช้พลังงานชีวิตแทนพลังงานก็ไม่เพียงพอ
“เห้อ ไป ๆ ไปนั่งพัก รอช่วยขนเนื้อกลับแคลนก็พอ”
มิยาบิส่ายหน้าอย่างระอาใจ
20 นาทีต่อมา
พวกเขากวาดล้างคอมพ์ซอกนาทัส และจัดการแล่จนหมดฝูง จากนั้นสามหนุ่ม หนึ่งสาวก็มานั่งพักข้างกองไฟ ขณะย่างเนื้อไปพลาง ๆ
“เฮียเก่งเป็บ้า ทำไงถึงถึกยังงั้นฮะ” เจไดถามด้วยสีหน้ากระตือรือร้นสุด ๆ
“ก็นักล่าจะได้พลังโจมตีเพิ่ม 10 % ในครั้งแรกที่เลือกอาชีพ และก็ได้พลังชีวิตกับพลังงานเพิ่ม 1 % ทุกครั้งที่เวลอัพด้วย”
คุณพ่อมือใหม่ตอบเรียบ ๆ
“โอ้ สุดยอด ผมอยากเป็นักล่าจัง อยากเปลี่ยนมาใช้ดาบด้วย”
เจไดมองดาบไม้ของคุณพ่อมือใหม่ด้วยดวงตาเป็ประกายวิบวับ มิยาบิที่กำลังคุยกับมารโลกีย์เื่ซ่อมแซมอาวุธอยู่ ถึงกับต้องหันกลับมา
“ทำไมอ่ะ ใช้ธนูก็ดีอยู่แล้วนี่”
“นั่นสิ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก แคลนเรา้ามือธนูอย่างนาย”
คุณพ่อมือใหม่ ตบบ่าอีกฝ่ายอย่างให้กำลังใจ ทว่าเจไดยังทำหน้าครุ่นคิด
“อืม แต่ผมไม่เป็ชาวประมงละได้มั้ย รู้สึกว่ามันไม่เก่งเลย”
มารโลกีย์ มิยาบิ และคุณพ่อมือใหม่หันมามองหน้ากันแวบหนึ่งอย่างใจหาย ก่อนจะหันไปส่ายหน้า และพูดอย่างพร้อมกัน
“ไม่ได้ แคลนเรา้าชาวประมงที่ยอดเยี่ยมอย่างนาย”
จากนั้นฝ่ามือทั้งสามข้าง ก็ตบลงบนหลังของเจไดเบา ๆ แค่นี้แคลนก็ขาดอาหารจะแย่อยู่แล้ว ไดโนเสาร์บนเกาะก็เริ่มหาไม่ได้ เพราะมีคนล่ามากเกินไป ถ้าไม่มีคนหาปลาในทะเลอีก พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร
“แต่ว่า...” ไม่ว่าอย่างไรสีหน้าเจไดก็ยังไม่ดีขึ้น
“เห้ย มึงไม่รู้เหรอเป็ชาวประมงน่ะ ได้บัพพิเศษเยอะจะตาย ใช่มะ”
มารโลกีย์พยายามพูดกล่อมเจได ก่อนจะใช้ข้อศอกสะกิดสีข้างของมิยาบิ เขาพูดได้แค่นี้ แต่รายละเอียดอาชีพเป็อย่างไร เขาก็ไม่รู้แน่ชัด
มิยาบิเข้าใจในทันที “ใช่ ๆ นายจะได้เปรียบมาก ๆ ถ้าต่อสู้ในน้ำ ไม่ว่าจะน้ำลึกหรือน้ำตื้น”
“เออ ใช่ มึงรู้จักหน่วยซีลมะ เก่งยังงั้นเลยนะ มึงจะฆ่าฉลามได้ด้วยมือเปล่าเชียวนะ”
มารโลกีย์ฉวยโอกาส ใส่สีตีไข่เพิ่มบรรยากาศ จนคุณพ่อมือใหม่หันมองอย่างงง ๆ
“ยังงั้นเลยเหรอ”
“ใช่สิเฮีย ไหน ๆ วิน มึงพูดต่อเลย พูดให้เด็กมันฟังถึงความยิ่งใหญ่ของชาวประมง”
มิยาบิรับมุกต่อจากมารโลกีย์ทันที
“คิดดูสิ เวลาพวกเราทุกคนตัวเปียก พวกเราจะติดดีบัพ เืลดทันที แต่นายไม่ติด ใช่มะ”
เจไดย้อนคิดถึงอดีต แล้วก็พยักหน้าเงียบ ๆ
“เห็นมะ เพราะชาวประมงจะได้รับค่าสถานะต้านทานอากาศหนาว +10 แต้ม ั้แ่เลือกอาชีพ แถมยังได้เพิ่มค่าความต้านทานอากาศหนาว 3 % ทุกครั้งที่เวลอัพอีก ลองคิดดูสิ ถ้าในอนาคตพวกเราไปเกาะที่มีอากาศหนาว นายจะได้เปรียบสุด ๆ”
มิยาบิพูดอย่างมั่นใจ ในขณะที่มารโลกีย์ก็ไม่พลาดที่จะสุมไฟให้โหมกระพือ
“เฮ้ย นี่มันบุตรของโพไซดอนชัด ๆ เจ๋งว่ะ”
เจไดเริ่มมีสีหน้าดีขึ้น แต่เขาก็ยังกังวลเื่ความแข็งแกร่ง
“พวกพี่ไม่อำผมแน่นะ แต่ผมก็ยังอยากเก่งเหมือนนักล่า”
มิยาบิตบบ่าเจไดอีกครั้ง พลางทำหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม
“ไม่อำดิ นายเคยอ่านคู่มือเกมบ้างมั้ยเนี่ย”
“คู่มือไรอ่ะพี่”
“แพ็กเกจผู้เริ่มต้นไง อ้อ เื่ความเก่ง ชาวประมงจะได้ค่าลดความเสียหายหนึ่งแต้มในทุก ๆ เลเวล ถ้าสู้ในน้ำอ่ะนะ แถมยังมีความสามารถกลั้นหายใจในน้ำ และคุมกองเรือรบได้ด้วย”
มิยาบิพูดจบ มารโลกีย์ก็พยักหน้าฮึกเหิม
“เห็นมั้ย มึงจะกลายเป็าาโจรสลัด เทพเ้าแห่งน่านน้ำ ควบตำแหน่งหน่วยซีล โอ้ เมื่อถึงวันนั้น มึงก็อย่าลืมพี่คนนี้”
เจไดมวยใหญ่ผุดลุกขึ้นทันที สายตามุ่งมั่น ขณะทอดมองลำธารที่เชื่อมตรงไปสู่ท้องทะเลกว้าง ราวกับมองเห็นอนาคตของตัวเองที่จะเติบโตอย่างไร้ที่สิ้นสุด
“พี่! ผมไปจับปลาก่อนนะ” พูดจบเจไดมวยใหญ่ ก็วิ่งหน้าตั้งออกไปธารน้ำอย่างมุ่งมั่น
“ดี” “เยี่ยม”
หลังจากเจไดมวยใหญ่จากไป ทั้งสามคนก็นั่งหัวเราะคิกคักใส่กัน
“โห ผาพูดซะพี่อยากเปลี่ยนจากนักล่าไปเป็ชาวประมงเลยอ่ะ”
มิยาบิและมารโลกีย์ชะงักตาตั้ง ก่อนจะเปล่งเสียงะโพร้อมกัน
“ไม่ได้นะพี่! ”