พิธีเยี่ยมครอบครัวว่าที่สามีเป็ไปด้วยดีในวันสุดท้ายเหรินซวงอิ๋นได้ของรับขวัญจากผู้ใหญ่ในบ้านครบทุกคนจ้าวเถียนอ้ายนายท่านผู้เฒ่า ที่เขาต้องเรียกว่าคุณปู่ มอบรถยนต์สีดำคันหนึ่งให้บอกว่าในชีวิตหลังแต่งงานเขาต้องใช้คันนี้เดินทางไปไหนมาไหน มันพิเศษตรงที่ถูกปรับแต่งเป็วัสดุกันะุรอบคัน
จ้าวหลันหรูไม่แพ้สามีคุณย่าผู้ใจดีมอบปืนพกขนาดเหมาะมือให้เขา บอกว่าจะให้คนพาไปเรียนวิธีใช้ด้วยท่าทางสามีภรรยาคู่นี้จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากที่สุด
ส่วนจ้าวมิ่งป๋าย พ่อสามีนั้น ให้ของล้ำค่าที่สุดในบรรดาทุกคนสมเป็ประมุขของตระกูล สิ่งที่มอบให้คือทองคำ และเงินสดจำนวนหนึ่งบอกว่าให้เหรินซวงอิ๋นเอาไปต่อยอดลงทุนเอง ในอนาคตหากตระกูลจ้าวทำให้เขาลำบากจะได้มีเงินทองก้อนนี้ไว้รองรับ
ราวกับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นแหละ
คนสุดท้ายวิกตอเรีย แม่สามีผู้นี้ สนิทกันมากขึ้นหลังจากพาเธอไปฝังเข็มรักษาอาการปวดหัวเธอบอกว่าหลังจากวันนั้นก็ไม่ปวดหัวอีกเลย แต่มันก็แค่ไม่กี่วันอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อยถึงจะสามารถบอกได้ว่าได้ผลจริงเธอมอบของให้เขาเป็หีบไม้ขนาดโอบรอบได้สองหีบ ตอนแรกเหรินซวงอิ๋นอดตื่นเต้นไม่ได้คิดว่าข้างในต้องเป็ของล้ำค่าไม่แพ้ที่สามีเธอให้มาแน่นอน
ที่ไหนได้ในนั้นเป็สมุดบัญชีค่าใช้จ่ายของตระกูลจ้าวย้อนหลังสิบปี เหรินซวงอิ๋นผิดคาดแต่ไม่ถึงกับผิดหวัง
ไม่ใช่สิ่งของล้ำค่าก็จริง แต่ที่เธอให้มาคือความไว้วางใจเงินทองมากมายเทียบไม่ได้กับสิ่งนี้ เธอจะใช้สมุดบัญชีบอกกลายๆ ว่าสะใภ้คนนี้แต่งเข้ามาแล้ว ก็จะได้เป็ผู้ดูแลทุกอย่างในบ้านแทนเธอ
จริงอยู่ว่าวิกตอเรียไม่ได้มีอำนาจในบ้านมากขนาดนั้น และถึงมีเธอก็ไร้ความสามารถจะจัดการเื่ต่างๆ ให้เป็ระเบียบได้มันไม่ใช่เื่ที่เธอถนัด ที่ผ่านมาจึงอาศัยพ่อบ้านฉายเป็หลัก ส่วนการตัดสินใจเื่สำคัญก็เป็หน้าที่ของจ้าวหลันหรู
แต่ว่ายังไงวิกตอเรียก็ได้ชื่อว่าเป็คุณนายจ้าวเธอยอมรับเหรินซวงอิ๋นก็นับว่าเป็การดีกว่าคอยตั้งป้อมใส่
เมื่อเห็นว่าคุณนายให้อะไรกับเขาคนที่ใที่สุดกลับเป็พ่อบ้านฉาย หัวคิ้วของเขาขมวดเป็ปม แววตาตื่นตระหนกฉายวาบแม้จะเพียงชั่วครู่ แต่เหรินซวงอิ๋นก็ทันเห็นเพราะเขาจับตาพ่อบ้านคนนี้อยู่ก่อนแล้วบัญชีพวกนี้มีปัญหาแน่นอนและต้นตอของปัญหาเป็ใคร คงไม่ต้องให้บอก
ทุกคนต่างมีคำพูดกับว่าที่สะใภ้คนโตของบ้านคนละประโยคสองประโยคก็แยกย้ายกันไปสะสางธุระของใครของมันลานบ้านที่ไร้ดอกไม้หอมจึงเหลือเพียงเหรินซวงอิ๋นและจ้าวหลันหรูผู้เป็เ้าของสถานที่ ได้โอกาสแล้ว เขาตัดสินใจพูดบางอย่างกับเธอ
“คุณย่าผมมีเื่อยากจะปรึกษาครับ”
คุณนายผู้เฒ่าร้องในใจว่าแย่แล้วคงไม่คิดจะยกเลิกงานแต่งหรอกนะ ไม่น่าให้ปืนกับรถกันะุเลยมันดูแล้วเหมือนกับรับประกันว่าแต่งแล้วต้องเจออันตรายชัด ๆ ไหนจะยัยลูกสะใภ้นั่นให้สมุดบัญชีเป็หีบๆ ซวงอิ๋นต้องใเป็แน่!!
หญิงชรารีบยิ้มประโลมใจให้เขา
“ได้ๆ เดี๋ยวหลานชงชาให้ย่าดีไหมเราไปนั่งคุยที่ห้องหนังสือกัน ที่นั่นสงบกว่านี้ แต่ฟังคำย่านะ เื่อะไรก็ตามหลานต้องคิดให้ดี คิดให้เยอะ จะด่วนตัดสินใจไปก่อนไม่ได้ รู้หรือเปล่า”
เหรินซวงอิ๋นพยักหน้างง ๆ “ครับคุณย่า”หมายถึงคิดให้ดีว่าจะเล่าให้เธอฟังหรือไม่งั้นเหรอ?
หรือเื่เมื่อคืนจ้าวหลันหรูจะรู้แล้วมีความเป็ไปได้ว่ามีคนมารายงาน ไม่ก็เธอนั่นแหละเป็คนสั่งการ ไม่สิไม่ถูกเธอไม่ควรเป็ผู้สั่งการหรอกหยาหยาบอกว่าเดิมพ่อบ้านฉายจะลงมือกับเขา่ที่ทุกคนไปงานศพแต่ว่าเพราะคุณย่าจะให้เขาไปด้วยให้ได้ จึงพลาดโอกาสดี
เพราะอย่างนี้เขาจึงตัดสินใจจะบอกเื่เมื่อคืนให้ทัพหน้ารู้ไว้จะได้คอยเป็หูเป็ตาให้เขาอีกแรง อาศัยแค่หยาหยากลัวว่าจะไม่เพียงพอ
เมื่อมาถึงห้องหนังสือ ที่มีหนังสือนับเล่มได้เขาคิดว่ามันควรตั้งชื่อว่าห้องโชว์สมบัติมากกว่า แต่ละชั้นของตู้ไม้เรียงรายไปด้วยของเก่าล้ำค่าซะขนาดนี้
“ชานี่หอมดีเหมือนกันนะ หลานมีอะไรจะพูด พูดมาเถอะจ่ะ”เหรินซวงอิ๋นดูเคร่งเครียดเป็อย่างมาก จ้าวหลันหรูวางถ้วยชาลงท่าทีจริงจังตามเขาไปด้วย เธอออกปากไล่เด็กรับใช้ทุกคน ป้าจูไม่อยู่หากอยู่น่าจะเป็คนเดียวที่ไม่ถูกไล่
“เมื่อคืนผมถูกวางยาปลุกกำหนัด”
เสียงเล่าชัดเจนไม่มีคำไหนที่ฟังไม่ทันหญิงชราเบิกตากว้างยกมือขึ้นปิดปาก บ่งบอกว่าใขนาดไหนเหรินซวงอิ๋นรีบเล่าไม่ให้ขาดตอน กลัวเธอเข้าใจผิด “แต่ผมรู้ตัวก่อนจึงไม่เป็ไปตามแผนการของพวกมัน”
“ใคร” เธอลืมตัวถามด้วยเสียงอันดัง“มันเป็ใครที่กล้าทำเื่ชั่วช้าเช่นนี้ในตระกูลจ้าว”
“พ่อบ้านฉายครับ คุณย่าอย่าเพิ่งโกรธ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับใจเย็นก่อน ดื่มชาหน่อยครับ”
จ้าวหลันหรูในใจเต้นเร่าอยากจะรู้เื่ทั้งหมดแต่จำต้องรับชามาจิบ ดีที่เธอแข็งแรง รำมวยจีนทุกเช้าไม่เสียเปล่าไม่งั้นคงเป็ลมด้วยความใไปแล้ว
“ตาแก่ฉาย มันกล้าถึงขนาดนี้เลยเหรอแล้วทำไมหลานไม่บอกทุกคนไปล่ะ ปล่อยมันไว้ไม่ได้เด็ดขาด”
“คุณย่าคิดว่าเขาเป็คนทำเอง โดยไม่มีใครสั่งมาหรือครับ”พอไต่ตรองดู ก็เห็นว่าจริงดังคำเหรินซวงอิ๋นว่า ขืนรีบร้อนลงโทษ คนบงการก็จะลอยนวล
“หลานสงสัยใคร ยัยวิกตอเรีย?” ไม่มีคนอื่นที่จ้าวหลันหรูจะสงสัยได้อีกนอกจากสะใภ้ที่ไม่เข้าตาคนนั้น แต่เหรินซวงอิ๋นกลับส่ายหน้า
“ผมคิดว่าไม่ใช่คุณแม่ ตอนนี้ก็ได้แต่ต้องรอให้ใครคนนั้นเผยตัวตนออกมาเอง”
“มันจะกล้าลงมืออีกเหรอ แผนการไม่สำเร็จ หลานก็รู้ตัวแล้ว”
“ผู้อยู่เื้ัอาจไม่ได้้าแค่ล่มงานแต่งของผมหากเขาลงมืออีกครั้ง ก็แปลว่าต้องมีแผนการใหญ่กว่าที่เราคิด”
“ทำไมหลานมั่นใจนักว่าไม่ใช่วิกตอเรีย”
“สัญชาตญาณมั้งครับ”
เธอมองหลานสะใภ้ผู้มีจิตใจประเสริฐขนาดคนที่คิดทำร้ายก็ยังเชื่อใจอีก “ซวงอิ๋นเอ๋ย หลานจะหลงคารมจิ้งจอกเพียงเพราะไม่เห็นหางของมันไม่ได้นะนังผู้หญิงคนนี้มันร้ายกาจ”
เหรินซวงอิ๋นสงสัยมาตลอดว่านอกจากวิกตอเรียจะไม่ใช่ผู้หญิงที่จ้าวหลันหรูเลือกให้ลูกชายแล้วมีเื่ไหนที่ทำให้เธอไม่เป็คนโปรดอีกบ้างแต่อย่างว่านิสัยหญิงสาวก็มักจะฝังใจกับเื่เช่นนี้ชาติก่อนเหล่าฮูหยินและอนุเองก็ไม่ได้กลมเกลียวกันเท่าไหร่
เขายังเคยคิดว่ามันเป็สีสันในจวนด้วยซ้ำทว่าตอนนี้หนึ่งคือย่าสามี หนึ่งคือแม่สามี เขาคนกลางเลือกข้างไหนก็ไม่ดีดังนั้นเหรินซวงอิ๋นจึงอยากจะสานสัมพันธ์ให้นายหญิงต่างวัยเข้าใจกันมากขึ้น
“คุณย่าคิดว่าคุณแม่เป็คนเ้าเล่ห์หรือครับ”
“ก็ต้องใช่อยู่แล้ว หลานไม่รู้จักมันเท่าย่าไม่รู้หรอกมันมารยามากขนาดไหน”
“จริงอยู่ที่ผมรู้จักคุณแม่ไม่นานเท่าคุณย่า แต่..”เหรินซวงอิ๋นเริ่มชักนำ “หากคุณแม่เป็คนเช่นนั้นจริง ทำไมแค่แซ่จ้าวยังเอามานำหน้าชื่อไม่ได้อีกล่ะครับไม่ใช่ว่ามันสำคัญที่สุดในการแต่งเข้าตระกูลหรอกหรือครับ”
“นี่..” คุณนายผู้เฒ่าอึ้ง เธอโต้แย้งไม่ออกเลยสักคำปล่อยให้หลานสะใภ้พูดต่อ
“สำหรับผมแล้ว ทั้งคุณแม่และคุณย่า ต่างก็สำคัญกับตระกูลจ้าว”
“มันจะสำคัญได้ยังไง ตัวเสนียดไม่ว่า”
หญิงชราพ่นออกไปด้วยอารมณ์ แต่ก็เสียงเบาลงในที่สุดเพราะคนตรงหน้าคือซวงอิ๋นที่เธออยากได้มาเป็ลูกเป็หลาน แสดงอารมณ์รุนแรงมากไปเขาจะกลัวเอาได้
“คุณย่าอย่าโมโหสิครับ ผมขอโทษที่ต้องถามตรงๆคุณย่าวางใจแค่ไหนที่จะให้จิงถิงเป็ผู้สืบทอดครับ ได้โปรดตอบผมมาตามตรง”
“ย่า..เฮ้อ..ยังไงก็ต้องให้เขา หลานก็น่าจะเห็นน้องชายคนไหนก็ไม่น่าจะเหมาะเท่า จูหลั่นใจแคบเกินไปการเป็ใหญ่ต้องอาศัยคือความใจกว้าง ตระกูลถึงจะรุ่งเรืองส่วนจ๋ายอิงเขายังรักสนุก ความคิดก็ตื้นเขิน เดาทางง่ายหากเขาเป็ใหญ่ตระกูลจ้าวก็เท่ากับเป็หมูในอวยให้ตระกูลหงแล้วจิงถิงเป็ทั้งลูกชายคนโต ทั้งนิสัยของเขาก็เด็ดขาด หลานคนนี้ทำการใหญ่ได้”
สีหน้าของหญิงชราเต็มไปด้วยความปลงตก “ย่าเป็ผู้หญิงยังมองออกคิดว่าปู่กับพ่อของเขาจะมองไม่ออกเลยรึไง”
จ้าวหลันหรูไม่ได้บอกว่าที่เธอมองหลานชายคนโตก็ไม่ต่างจากที่เธอมองเหรินซวงอิ๋น ว่าจะมาดูแลบ้านนี้ได้และเหมือนที่มองวิกตอเรียว่าไร้ประโยชน์นั่นแหละ
“เช่นนั้น วันหนึ่งที่เขาขึ้นรับตำแหน่งคุณย่า้าให้ความบาดหมางในครอบครัว ถ่วงเขาไว้หรือครับ”
คุณนายผู้เฒ่าไม่ใช่ไม่รู้เพียงแต่ไม่เคยมีใครกล้ามาขยี้จุดนี้กับเธอ ซึ่งหน้าและตรงเผงเช่นนี้มาก่อนเธอกำมือแน่นเพื่ออดกลั้นอารมณ์ที่อาจจะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
“อีกทางคือย่าที่สามารถให้คำปรึกษา และคอยสนับสนุนเขาได้อีกทางคือแม่ผู้ให้กำเนิด ผู้ให้ความอบอุ่นและความสบายใจกับเขาคุณย่ากับคุณแม่ไม่ลงรอยกัน อย่าว่าแต่ประมุขจะปวดหัวลูกน้องทุกระดับก็จะต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เมื่อบ้านเราแตกคอ การเปิดใจย่อมน้อยลงศัตรูที่จ้องอยู่ก็มีโอกาสมากขึ้น”
เขาพูดต่อไม่หยุด ไม่สนใจว่าเธอจะมีท่าทียังไงพูดแล้วก็ต้องพูดให้จบ
“คุณย่าดูเื่ที่พ่อบ้านกล้าลงมือกับผมเป็ตัวอย่างสิครับหากผมโวยวายเป็เื่ใหญ่ พ่อบ้านใส่ความคุณแม่ หรือบอกว่าเป็คุณย่าสั่งคิดว่าจะมีคนเชื่อหรือไม่ครับ”
“ซวงอิ๋นหลานเชื่อว่าย่าทำงั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ครับ คุณย่าคือคนแรกที่ผมไม่คิดจะสงสัยเลยสักนิดไม่อย่างนั้นผมจะเล่าเื่นี้กับคุณย่าทำไมกัน”
“อืม..ก็นั่นสินะ” มือที่กำแน่นของข้างของเธอคลายออก“ย่าเข้าใจที่หลานพูดมา เมื่อบ้านแบ่งฝ่าย มีหลายขั้วอำนาจเวลาอีกฝ่ายถูกใส่ความอีกฝ่ายก็พร้อมจะเชื่อถึงจะไม่จริงก็อยากจะผลักเรือตามน้ำให้ฝ่ายที่เราไม่ชอบจมลง”
“คุณย่าฉลาดหลักแหลมสมกับเป็คุณนายผู้เฒ่าจ้าว”เขารีบยื่นมือไปนวดไหล่ให้เธออย่างออดอ้อนเอาใจ จ้าวหลันหรูยิ้มออกมาในที่สุดก็นี่แหละที่ทำให้เธอคิดว่า เด็กคนนี้จะจัดการทุกเื่ในบ้านได้อย่างดี
“จะว่าย่าหัวหงอกเสียเปล่าก็พูดมาเถอะ”
“ใช่ที่ไหนครับ ผมยกย่องชื่นชมคุณย่าเป็แบบอย่างต่างหากคุณย่าทั้งฉลาด และรู้จักปล่อยวาง เสียสละเพื่อตระกูลมากขนาดนี้อย่างที่คุณย่าพูดเมื่อครู่คนเป็ใหญ่ขาดไม่ได้คือความใจกว้างคำว่าเสียสละใครก็พูดได้ แต่คนทำได้กลับมีน้อยจิงถิงเขาคงได้นิสัยนี้มาจากคุณย่าแน่ๆ”
พอได้ฟังแบบนี้ท่าทีของคุณนายผู้เฒ่าก็ผ่อนคลายลงอีก“ผมยังไม่รู้เลยว่าอนาคตพอเจอกับตัวบ้าง จะทำได้อย่างคุณย่าหรือเปล่า”
“หึ..อย่ามาปากหวานหน่อยเลย แต่ก็ขอบใจหลานนะที่กล้าพูดกับย่าตามตรง ทั้งเื่ยัย..เื่วิกตอเรียแล้วก็ขอบใจที่ไว้ใจเล่าเื่เมื่อคืนให้ย่าฟัง”
เหรินซวงอิ๋นยิ้มเศร้า “พูดก็พูดเถอะครับ ถ้าผมไม่ไว้ใจคุณย่าเกรงว่าในบ้านจ้าวจะไม่มีใครที่ผมไว้ใจได้แล้ว สำหรับคนอื่นผมก็เป็แค่คนนอกที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่งสะใภ้ของบ้านนี้มีแค่คุณย่าที่เอ็นดูผมเป็ลูกเป็หลานมากที่สุด ขนาดจิงถิงเขายัง....”
พูดถึงว่าที่สามีแล้วก็เงียบไป คนเป็ย่าร้อนรน “ทำไมเขารังแกหลานงั้นหรือ บอกย่ามานะ ย่าจะไปจัดการ”
“ไม่ครับ คุณชายใหญ่เป็คนที่ไม่เคยทำอะไรผม แม้แต่มองผมเขายังไม่อยากจะทำเลยครับ คุณย่าก็เห็นตอนขากลับจากงานเมื่อวานเขาก็ไม่ยอมกลับพร้อมพวกเรา นั่นเพราะมีผมอยู่ด้วย”
“ไม่ใช่แบบนั้น หลานอย่าคิดไปเองจิงถิงเขามีงานด่วนต้องไปทำต่างหาก”
“ขอบคุณครับที่ปลอบใจผม ผมรู้ดีว่าอะไรเป็อะไรที่ได้มีโอกาสแต่งเข้าตระกูลจ้าว ก็เพราะอาศัยลูกเล่นทางการค้าใช้ผลประโยชน์กดดันให้เขายอมรับผม แต่คุณย่าครับไม่ว่าจะกี่วันกี่เดือนที่ผมได้เข้ามาอยู่ในตระกูล ผมสัญญาจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดจนกว่า...”
ดวงตาใสกระจ่างแดงระเรื่อเล็กน้อย เสียงของเขาเบาลงชวนให้คนฟังใจหาย
“จนกว่าเขาจะขอหย่ากับผม”
ที่หลังมือของหญิงชราซึ่งยื่นไปกุมมือหลานสะใภ้มีหยดน้ำสีใสหล่นลงมา จ้าวหลันหรูรู้สึกสงสารเขาจับใจ ดึงเขามากอดไว้แล้วตบหลังเบาๆ
เธอก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นแต่พอรู้ว่าหลานชายไม่ได้ชอบพอกับเหรินซวงอิ๋นลึกซึ้งอย่างที่ควรจะเป็เื่พวกนี้ก็ให้คนไปสืบมาหลังจากเจอกับซวงอิ๋นแล้ว เมื่อก่อนเธอไม่สนใจเขานักแต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เสียแล้ว
พอเห็นหลานสะใภ้ก็ให้นึกถึงลูกสะใภ้ คนที่ลูกชายของเธอไม่รักคิดว่าให้พวกเขาแต่งๆ กันไปก็รักกันเอง ทำให้ลูกสะใภ้ของเธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจจากการที่สามีไม่รักพอเสียใจร่างกายก็อ่อนแอ สุดท้ายผลคือ อายุสั้นจ้าวหลันหรูกลัวเหลือเกินว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
ผู้คนมักพูดกันว่า พบพานคือวาสนา ผูกพันคือโชคชะตา จริงหรือ?หากเป็จริงเหรินซวงอิ๋นกับจ้าวจิงถิงก็มีวาสนาต่อกันแล้ว ขาดเพียงโชคชะตาที่นำพาให้พวกเขาผูกพันทว่าหวังพึ่งโชคชะตาก็ไม่แน่นอนอีก
เห็นทีเื่นี้..จะอาศัยโชคช่วยไม่ได้เสียแล้วเธอจะช่วยผูกด้ายแดงนี้เอง!!
เหรินซวงอิ๋นแค่เล่นละครให้เธอสงสารจะได้เป็ทัพหน้าที่ทรงพลังให้ตนไม่คิดถึงเื่ด้ายแดงด้ายดำอะไรพวกนั้นเลยสักนิดหากรู้ว่าในใจคุณย่าสามีคิดการใหญ่อะไรแล้วล่ะก็เขาต้องเสียใจกับละครฉากนี้ของตนอย่างแน่นอน
ใน่ที่บทสนทนากำลังจะวกกลับมาเื่พ่อบ้านฉาย ป้าจูก็เข้ามาขัดจังหวะแจ้งเื่สำคัญ
“พ่อบ้านฉายกับคนรับใช้ที่ชื่ออู๋โถง รถคว่ำที่เชิงเขาตอนนี้เสียชีวิตแล้วค่ะ”
สองย่าหลานหันมามองหน้ากัน จ้าวหลันหรูกล่าวกับเหรินซวงอิ๋น“ดูท่าว่าใครคนนั้นจะมีแผนการอื่น อย่างที่หลานว่า ถึงกับรีบร้อนเก็บคนเช่นนี้”
เหรินซวงอิ๋นหันไปซักถามป้าจู “ศพอยู่ไหนครับ”
“โรงพยาบาลค่ะ เห็นว่ารถะเิสภาพศพก็ดูแทบไม่ออกว่าใครเป็ใคร”
เขาพูดกับคุณย่า “ไม่แน่อาจไม่ใช่ใครเลยสักคน”จ้าวหลันหรูเห็นด้วย คนที่ตายในรถอาจไม่ใช่สองคนนั้นด้วยซ้ำป้าจูฟังไม่เข้าใจได้แต่ยืนงง
“ให้คนไปค้นห้องพ่อบ้านดูหน่อยดีมั้ยครับคุณย่า”
“ใช่ ควรต้องทำเช่นนั้น” เธอเอ่ยปากชม“ยังเป็ซวงอิ๋นของเราที่คิดอ่านได้ละเอียดนัก”
“ไปสั่งคนค้นดูที่พักสองคนนั้น ค้นให้ละเอียดที่สุด”
“อ้อ..ค่ะ ดิฉันจะไปคุมด้วยตัวเอง”ถึงไม่เข้าใจว่าคนที่มีตำแหน่งสำคัญในบ้านเสียชีวิต ทำไมคุณหนูไม่แสดงความเสียใจกลับให้ไปค้นห้องเสียอย่างนั้นแต่เธอก็รีบทำตามคำสั่งทันที
คล้อยหลังป้าจู ผู้เป็ย่าก็ถามความเห็นเขาอีกครั้ง“คิดว่าจะเจออะไรสักอย่างหรือไม่”
เหรินซวงอิ๋นส่ายหน้า “ยากครับ หากเป็การจัดฉากหนีจริงสองคนนั้นคงไม่ทิ้งอะไรไว้ หรือถ้าจะทิ้งก็อาจเป็การจงใจให้เราเข้าใจผิดแต่ถ้าเื่นี้เป็การฆ่าปิดปาก เราก็อาจพอมีหวังจะเจออะไรบ้าง”
คุณนายผู้เฒ่าเห็นด้วยทุกประการ...
ปริศนาผู้อยู่เื้ัพ่อบ้านฉายยังไม่กระจ่างแต่นอกจากเหรินซวงอิ๋น จ้าวหลันหรู และหยาหยาก็ไม่มีคนอื่นในบ้านรู้เื่ในคืนนั้น แน่นอนว่าความสงสัยยังอยู่ทว่าเบาะแสขาดหาย จึงได้แต่ต้องรอต่อไป
ที่รอไม่ได้แล้วคืองานวิวาห์ พิธีแต่งงานบนเกาะยูจินมีความพิเศษกว่าที่อื่น ฤกษ์ของการเริ่มต้นชีวิตคู่จะเป็เวลากลางคืนคือนับตอนที่ความมืดปกคลุมแล้วเป็ต้นไปในพิธีจะใช้ความเงียบเพื่อให้เกียรติเ้าภาพ นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์เป็ส่วนสำคัญสัญลักษณ์ที่ว่านั้นมีสองอย่าง หนึ่งคือเหล้ามงคล สองคือไฟ
คู่บ่าวสาวจะต้องคล้องแขนดื่มเหล้ามงคลกลางมหาสมุทรรอบกายเป็สายน้ำ มีเกลียวคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งไม่หยุด ทั้งสองต้องประคองกันไว้ดื่มเหล้าให้หมดจอก ห้ามให้ศีรษะใครคนใดคนหนึ่งจมน้ำ หากไม่ช่วยเหลือกันย่อมมีคนถูกคลื่นซัดเสียหลักลอยทะเล เป็ที่ครหาไปอีกนาน ว่าทั้งสองไม่ใช่คู่แท้รักไม่มั่นจะให้ยืนยาวคงยาก
หลังพิธีดื่มเหล้าแล้ว เ้าบ่าวต้องอุ้มเ้าสาวขึ้นฝั่งเพื่อทำพิธีต่อไป กองฟืนที่แขกนำมาร่วมงาน อาจมีทั้งไม้ดิบและไม้แห้งหากมีคนแกล้งหรือคนที่แอบรักบ่าวสาว ก็จะเอาฟืนที่เปียกมาวาง ถึงเวลาจุดไฟในมือของพวกเขาจะมีคบไฟคนละอัน หันหน้าเข้าหากัน แล้วก็จ่อไฟไปที่กองฟืน
ว่ากันว่า..หากพวกเขาเป็คู่ที่เทพสมุทรอวยพร คู่บุญคู่บารมีไฟในกองก็จะลุกโชน ไม่ว่าฟืนจะเปียกหรือไม้จะดิบเพิ่งตัดมาหมาดๆ ก็เถอะมันจะมอดกลายเป็เถ้าทั้งหมดอย่างน่าเหลือเชื่อ
“เื่จริงเหรอ”
ไป๋เหลียงที่นั่งข้างๆกำลังมองช่างลงมือแต่งหน้าให้คุณหนูอยู่ก็หัวเราะ “ที่ไหนกันครับ”
ช่างแต่งหน้าเองร่วมวงกับพวกเขาด้วย เธอเล่าว่า“ลองใครกล้าเอาไม้ดิบกับฟืนเปียกมา ได้โดนเ้าภาพด่าเปิงซิคะบางงานนะของพวกนี้แขกไม่ต้องเตรียมเองด้วยซ้ำ เ้าของงานยืนแจกั้แ่ทางเข้าพิธีแล้วค่ะฟืนแห้งไม่พอนะคะ น้ำมันราดไปอีก กลัวมันไหม้ไม่หมด คิๆ”
เหรินซวงอิ๋นยิ้มแกน ๆ “แบบนี้เทพสมุทรคงไม่ได้แสดงฝีมือ”
ไป๋เหลียงกลับแย้ง “เรียกว่าทุ่นแรงเทพสมุทรถึงจะถูกครับเกาะของเรามีพิธีแต่งงานถี่มากๆ โดยเฉพาะใน่ที่พระจันทร์เต็มดวงท่านอาจจะเหนื่อยก็ได้”
ฟังดูแล้ว...ไร้สาระมาก แต่ก็เป็พิธีที่น่าสนใจมากทีเดียวถ้ามองให้ลึกพิธีแปลกประหลาดนี้มีนัยยะซ่อนอยู่หลายอย่าง
หากครอบครัวของเ้าบ่าวผู้รับผิดชอบเื่พิธี ไม่ปลื้มเ้าสาวคงจะสร้างเื่จนกองไฟมีปัญหา เช่นเดียวกับความรักของคู่บ่าวสาวเองถ้าไม่รักใคร่กันจริงคงขายหน้าั้แ่ตอนดื่มเหล้า บรรดาแขกเื่มาเป็สักขีพยานรักเป็เื่รองหลักๆ คือมาสังเกตสถานการณ์ต่างหาก
เหรินซวงอิ๋นไม่เคยแต่งงานทว่าชาติก่อนเขาเป็คนดูแลงานแต่งให้บรรดาคุณหนู คุณชายมาหลายคนพิธีก็มีไหว้พ่อแม่ ไหว้ฟ้าดิน และไหว้กันและกัน ดื่มเหล้า เข้าหอและรายละเอียดอื่นๆ ยุ่งยากกว่านี้เยอะ ที่เกาะยูจินนับว่าเป็พิธีเรียบง่ายโดยแท้
ไม่ต้องมีพิธีแบกเกี้ยวเ้าสาวพวกเขาเดินทางโดยรถยนต์ไปที่ชายหาดซึ่งใช้ทำพิธี โต๊ะเลี้ยงแขกไม่ต้องตั้งเพราะพิธีนี้เริ่มกันที่เวลาใกล้เที่ยงคืน
ดังนั้นทุกคนต้องกินข้าวเย็นกันมาแล้วมีแค่บาร์ตั้งไว้เลี้ยงเครื่องดื่มมีบริกรคอยยกไปเสิร์ฟเท่านั้นที่สำคัญนอกจากบ่าวสาวไม่มีใครจะได้ดื่มของมึนเมาที่เป็เช่นนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ
ทุกงานแต่งบนเกาะ แขกจะได้ดื่มเพียงน้ำผลไม้ ขนมของว่างก็ไม่มีเช่นกันสินสอดก็ไม่ต้องหามมากอง เพราะให้กันั้แ่เมื่อวาน เื่สินสอดก็เป็ความลับคนนอกไม่มีสิทธิ์รู้
ทางเข้างานมีซุ้มประตู ทำจากเปลือกหอยรอบงานมีการจุดตะเกียงเ้าพายุไว้ ให้ความสว่างกับแขกที่มาร่วมงานยิ่งเ้าภาพฐานะดีตะเกียงก็จะยิ่งมากงานในคืนนี้ตะเกียงที่ถูกจุดมีจำนวนหลายร้อยดวง เยอะขนาดที่ว่าพอเข้าไปในงานก็สว่างไม่ต่างจากกลางวัน
ทุกคนสวมชุดสีขาว แต่บ่าวสาวสวมสีแดงแบบชุดคล้ายชุดกระโปรงยาวคลุมถึงข้อเท้า คอเสื้อเป็ลักษณะคอกลม กระดุมสองเม็ดเ้าสาวแต้มจุดสีขาวที่หน้าผาก เ้าบ่าวแต้มจุดสีดำหมายถึงธาตุหยินกับธาตุหยางที่ต้องผสานกันอย่างพอดีถึงจะมีพลังต่อต้านสิ่งอัปมงคลในชีวิตคู่ได้
งานนี้ไม่รู้ว่าตระกูลจ้าวมั่นใจในเทพสมุทรหรือเปล่าไม่ทราบพวกเขาจึงกล้ายึดตามธรรมเนียมดั้งเดิม คือแขกต้องเอาฟืนมาร่วมงานเอง
“ซวงอิ๋น ดูลูกสิ โตแล้วนะ” เหรินม่ายหม้ายตาแดงเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นลูกชายในชุดแต่งงาน
สามีของเธอต้องคอยบอก “งานมงคลของลูก คุณจะมาทำโศกอะไรกัน”
แม่ของเขาสูดน้ำมูกกลั้นน้ำตา “จริงด้วย แม่นี่แย่จริงๆไหนมาให้แม่ดูหน่อย ปากซีดไปไหม”
เห็นแม่ลูกคุยเื่หยุมหยิมเหรินเวินสือก็ขอตัวไปช่วยผู้ใหญ่ฝั่งตระกูลจ้าวรับแขกก่อน
“พ่อไปดูแขกนะ ประเดี๋ยวปู่กับย่าก็จะมา พี่ใหญ่พี่ร้องของลูกกับพี่สะใภ้ใหญ่ก็มาถึงแล้ว คุณดูแลลูกไปก่อน ไม่ต้องรีบออกมาก็ได้”ประโยคหลังเขาพูดกับภรรยา
“ค่ะ” เหรินม่ายหม้ายยิ้มให้สามี
คุณนายเหรินไม่สวยเท่าคุณนายจ้าว แต่ยามยิ้มหวานหยดย้อยน้ำเสียงก็อ่อนโยน เป็ผู้หญิงที่น่าอยู่ใกล้
ขณะที่วิกตอเรียสวยแต่ขาดความหวาน ดูเ็า เหมือนพญาหงส์งดงามสูงส่งแต่ไม่คู่ควรให้เอามาเชยชม เหมาะจะวางไว้ชื่นชมมากกว่า
ไป๋เหลียงลุกตามนายท่านเหรินออกไปด้วยเขาต้องไปดูแลแขกที่มาจากตระกูลไป๋เช่นกัน ตระกูลของเขารับใช้ตระกูลเหรินมานานั้แ่รุ่นปู่ พวกเขาเป็ตระกูลทนาย ลูกชายคนโตเรียนกฎหมาย เพื่อสืบทอดตำแหน่งทนายประจำตระกูลเหริน
ปัจจุบันไม่ใช่ว่าสองตระกูลจะมีฐานะต่างกันหรือว่าตระกูลไป๋ต้องพึ่งใบบุญตระกูลเหริน แต่มันเป็เื่ของสัญญาใจเป็ความภักดีที่ส่งต่อกันมา ตระกูลเหรินเคยช่วยพวกเขาไว้สมัยนั้นตระกูลไป๋ทำการค้าขาดทุน เป็หนี้ท่วมหัว สิ้นเนื้อประดาตัวปู่ทวดของไป๋เหลียงเกือบฆ่าตัวตาย แต่เหรินเส้าต้า ปู่ของเหรินซวงอิ๋นเป็เพื่อนสนิทกับปู่ของไป๋เหลียง
เหรินเส้าต้าช่วยเื่ค่าเล่าเรียนและยังช่วยใช้หนี้ให้ครอบครัวพวกเขาด้วย ต่อมาตระกูลไป๋พอลืมตาอ้าปากได้ปู่ของเขาเรียนจบ และไปช่วยงานเพื่อนรักอย่างไม่ต้องคิดมากเงินที่ช่วยเหลือพอจะใช้คืน เหรินเส้าต้าก็ไม่รับคืน บอกว่าเป็น้ำใจของสหาย
ทุกคนในตระกูลไป๋จึงหารือกันว่าต่อไปลูกชายคนโตของบ้านไป๋ต้องเรียนกฎหมาย จะได้ช่วยดูแลครอบครัวเหรินตอบแทนบุญคุณยิ่งใหญ่ในอดีต
นี่เป็ที่มาของความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ปู่เป็คนสนิทของปูพ่อเป็คนสนิทของพ่อ มาถึงรุ่นของไป๋เหลียงต่างออกไปเล็กน้อย เขาควรต้องรับใช้เหรินเจียไห่ลูกชายคนโตว่าที่นายท่านเหรินคนต่อไปแต่เพราะเหรินซวงอิ๋นเป็ลูกรักและน่าเป็ห่วงในสายตาทุกคนในบ้านเขาจึงเป็คนสนิทของเหรินซวงอิ๋นแทนและอนาคตก็ยังจะเป็ทนายประจำตระกูลเหรินแทนพ่อด้วย
ทางฝั่งจ้าวจิงถิงจะเข้าพิธีอยู่แล้วแต่ไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยสักนิดกลับรู้สึกเบื่อด้วยซ้ำ เขายืนรับแขกอยู่ข้างจ้าวมิ่งป๋าย วิกตอเรีย จ้าวเถียนอ้ายจ้าวหลันหรู พ่อแม่ปู่และย่า ยังมีน้องชายต่างมารดาอย่าง จ้าวจูหลั่นและจ้าวจ๋ายอิง ที่ยืนเรียงกันตามลำดับ
ด้านหลังเป็คังข่ายและโจ กับพวกบอดี้การ์ดที่อยู่เป็จุดปะปนกับแขกทุกคนอยู่ในชุดสูทสีขาวไม่เข้ากับใบหน้าที่แสนจะดุดันเท่าไหร่
ประตูอีกฝั่งเป็คนของตระกูลเหรินคอยต้อนรับแขกของตระกูลไหนก็จะเดินเข้าทางประตูนั้นเพื่อลดความรู้สึกแปลกหน้าว่าแขกที่มาเป็ใคร ฝั่งไหนเชิญมาก็รับรองเอาเอง
“สวัสดีครับ ประมุขจ้าว ผู้เฒ่าทั้งสอง คุณนายจ้าวจิงถิงหลานโตไวจริงๆปู่ยังจำได้เมื่อก่อนที่หลานยังเป็เด็กน้อยวิ่งตามคุณปู่ของหลานมาเที่ยวบ้านพวกเราเวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน”
ผู้นำของแขกกลุ่มใหญ่นี้คือ หงถาน นายผู้เฒ่าตระกูลหงต่อจากเขาก็มี หงเหมย คุณนายผู้เฒ่าฝั่งนั้น หงฉู ประมุขหุ่นเชิดคนปัจจุบัน
ที่ว่าเป็หุ่นเชิดคือพ่อของเขายังไม่วางใจให้ตัดสินใจเื่สำคัญของตระกูลเองหงผูเหย่ ภรรยาของหงฉูไม่ยิ้มไม่ทักทายเ้าภาพสักคำ แต่ไม่มีใครสนใจเธอ
คนที่ตระกูลจ้าวเห็นอยู่ในสายตาคือหงเหมินว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลหง ซึ่งควงคู่มากับแฟนสาวดาเรน หยางใช่แล้วเธอนามสกุลหยางเหมือนวิกตอเรีย และยังมีศักดิ์เป็หลานของวิกตอเรียด้วย
“ขอบคุณตระกูลหงทุกท่าน ที่ให้เกียรติมาร่วมงานของผมครับ”จ้าวจิงถิงกล่าวต้อนรับตามมารยาท
จ้าวหลันหรูมองดาเรนเล็กน้อย แล้วหันมากระซิบถามลูกสะใภ้“เด็กสาวคนนั้น หน้าตาเหมือนเธออยู่นะ เป็ลูกสาวที่ไปแอบทิ้งไว้ที่ไหนรึเปล่า”
คนอื่นได้ยินคงแสบคันแทนวิกตอเรีย แต่ว่าเ้าตัวกลับใในความใยังมีความตื่นเต้นดีใจร่วมอยู่ด้วย
แม่สามีประหยัดคำพูดกับเธอมาก มากจนจำไม่ได้แล้วว่าล่าสุดที่ตั้งใจคุยแบบนี้มันเมื่อไหร่ ที่ผ่านมามีแค่พูดลอยๆ หน้าก็ไม่มองแต่นี่ยังล้อเล่นกับเธอด้วย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“หนูจะไปมีลูกสาวได้ยังไงคะ คุณแม่ก็รู้ว่าหนูเป็คนมีวาสนาเด็กในท้องมีแค่จิงถิงที่มีบุญมาเกิด”
แม่สามีเบ้ปากแบบไม่อยากจะฟังเธอโม้แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกว่า กำแพงที่จ้าวหลันหรูมีต่อเธอมันลดลงไปเยอะมาก
หงเหมินยิ้มแย้มกล่าวบ้าง “ยินดีด้วยคุณชายใหญ่จ้าวงานแต่งครั้งนี้คุณทุ่มเทมากจริงๆ”
ถึงขนาดยอมแต่งกับผู้ชายที่ตนไม่ได้รักรอยยิ้มของหงเหมินเต็มไปด้วยความดูถูกเย้นหยัน
จ้าวจิงถิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน แต่รอยยิ้มของเขานั้นเต็มไปด้วยพลังกว่าอีกฝ่ายมาก
“ผมไม่ทุ่มเทคงไม่ได้ เพราะทุกอย่างของผมไม่ได้ง่ายเหมือนคุณชายหงนี่นา คุณแค่หายใจเข้าออกก็พอแล้วช่างเป็ผู้มีดวงัแต่กำเนิดโดยแท้”
ฟังดูเหมือนชม แต่ความหมายที่แท้จริงคือแค่คุณยังมีชีวิตคุณก็จะได้ตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูล โดยไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรเลยขณะเดียวกันก็ชี้ทางให้ผู้ใหญ่ในตระกูลหงด้วยว่ามีผู้สืบทอดแค่คนเดียวหากเป็อะไรไป ตระกูลหงคงจบเห่แล้ว
เห็นแฟนหนุ่มโดนต้อน ดาเรนก็ทนไม่ไหว เธอพูดแทรกขึ้นมาอย่างเสียมารยาท
“คุณป้าวิกสบายดีนะคะ”ดาเรนดึงสติของวิกตอเรียให้กลับมาอีกครั้ง
คุณนายหงไม่ปล่อยโอกาส ร่วมผสมโรงด้วยทันที“อ้อ..จริงสิแม่เกือบลืมไป แฟนลูกเป็หลานของคุณนายจ้าวนี่นา”
หงผูเหย่เคยแอบชอบจ้าวมิ่งป๋ายมาก่อนที่จะเป็คุณนายหงแต่ประมุขจ้าวไม่เคยเหลือบแลเธอ กลับปักใจแต่ดาราที่มีดีแค่หน้าตาคนหนึ่งพอเห็นวิกตอเรียทีไร เธอแสนจะหงุดหงิดตอนที่รู้ว่าแฟนลูกชายเป็หลานของอดีตศัตรูหัวใจ เธอก็ะเิลงลูกชายหลายวันแต่ภายหลังคิดว่าเก็บดาเรนไว้ใช้งานได้ จึงอนุญาตให้พวกเขาคบกัน แค่คบเท่านั้นอย่าหวังว่าเธอจะดองกับตระกูลหยาง
เธอกล่าวอย่าดูแคลน “ตระกูลหยางเต็มไปด้วยสาวงามเห็นท่าจะจริง”
จ้าวหลันหรูเห็นลูกสะใภ้ไม่ได้เื่ของตัวเองเงียบไม่โต้เถียงกลับเลยสักคำ ก็คันปากแทน เธอใช้เสียงอ่อนโยนกล่าว
“เสียดายตอนนี้วิกตอเรียเป็คนของตระกูลจ้าวแล้ว คำกล่าวนั้นเห็นท่าว่าจะพูดเกินจริงไปหน่อย”
ความหมายของคุณนายผู้เฒ่าจ้าวคือ นอกจากลูกสะใภ้ของเธอผู้หญิงอื่นในตระกูลหยางล้วนเรียกสาวงามไม่ได้
หงผูเหย่และคนอื่นในตระกูลหง โดยเฉพาะดาเรน ถึงกับชะงักคุณนายผู้เฒ่าจ้าวที่รังเกียจลูกสะใภ้ดาราออกหน้าให้วิกตอเรียพวกเขาหูฟาดไปหรือเปล่า
ฝั่งตระกูลจ้าวก็อึ้งไม่ต่างกันทุกคนอดคิดไม่ได้ว่าเธอยินดีกับงานแต่งของหลานชาย จนเพี้ยนไปแล้ว
ขณะที่คนเป็ประเด็นเองใไม่ต่างกันแต่ยังพอมีสติ
“คุณแม่ก็พูดเกินไป หนูไม่สาวไม่สวยแล้วลูกหลานของตระกูลหยางเรา มีสายย่อยมากมาย คงไม่ขาดแคลนสาวงามหรอกค่ะจริงมั้ยจ๊ะแม่หนู ว่าแต่พ่อแม่หนูเป็ใครนะ”
ดาเรนและหงเหมินหน้าตึง จะนับญาติกับเขาแต่เขายังไม่รู้จักด้วยซ้ำ หงผูเหย่มองแฟนลูกชายนึกสะใจอยู่ในทีวิกตอเรียเป็ลูกสาวของเมียแต่ง แต่ดาเรนกลับเกิดในสายของเมียเก็บ
คุณท่านหยางผู้เลื่องลือเื่เ้าชู้ มีเมียตั้งหลายคนที่แต่งออกหน้ามีแค่ย่าของวิกตอเรีย แต่กระกูลหยางอยู่บนแผ่นดินใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับเกาะยูจิน เื่พวกนี้เธอให้คนไปสืบมาถึงรู้
ฟาดฟันกันพอประมาณเท่านั้น แขกกลุ่มใหม่ก็หลั่งไหลเข้ามาแทนที่ตระกูลหงจะยึดพื้นที่ยืนคุยกับเ้าภาพนานเกรงว่าคนอื่นจะว่าเอาได้ว่าจงใจมาหาเื่ ความจริงก็ส่วนความจริงแต่ชื่อเสียงหน้าตายังต้องรักษาไว้อยู่
ตอนเดินเข้างานไปแล้วหงผูเหย่หันไปมองหาใครบางคนไม่นานก็เจอกับสายตาคนผู้หนึ่งฝ่ายนั้นอยู่ในทีมผู้ดูแลกองฟืนที่บ่าวสาวต้องใช้จุดคืนนี้ เพียงแค่พยักหน้าช้าๆหนึ่งครั้งก็เป็อันรับประกันว่าแผนของเธอเป็ไปด้วยดี
สองคนมองไกลไปที่กองฟืนไม่มีใครล่วงรู้ว่าใต้กองไม้ท่อนเล็กมากมาย เป็ฟืนที่เปียกชื้นซุกซ่อนอยู่