ยามเหม่าสองสามีภรรยาออกจากบ้านเพื่อนำลูกพลับตากแห้งไปเสนอขายให้กับหลงจู๊ หรือหากเขาไม่รับซื้อตนก็จะขอวางขายที่หน้าร้าน และจะแบ่งกำไรให้กับทางร้าน เชื่อว่าต้องขายได้อย่างแน่นอน แต่จะต้องใช้คนที่ฝีปากกล้าหน่อย
“น้องคิดว่าหลงจู๊จะรับซื้อหรือไม่?” ซ่งเวยหลงเอ่ยขึ้น ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินทางเข้าไปในเมือง เขาเองก็รู้สึกกังวล เนื่องจากว่าราคาที่ภรรยาตั้งเอาไว้นั้นสูงมาก แม้ว่ามันจะดูสวยแปลกตาไม่เหมือนใคร แต่เมื่อเทียบกับราคา 350 อีแปะที่ภรรยาตั้งเอาไว้ ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่
“ท่านจำคำพูดของเถ้าแก่ที่สร้างบ้านเราได้หรือไม่เ้าคะ ข้าไม่ปฏิเสธว่าลูกพลับที่ข้าขายนั้นราคาสูงจริงเ้าค่ะ แต่งานฝีมือย่อมมีราคาของตัวมันเอง คนที่เข้าถึงงานพวกนี้เท่านั้นเ้าค่ะที่จะยอมจ่าย” เซี่ยซูมี่ไม่คิดจะเอาไปขายตลาดให้ชาวบ้านเช่นตัวเองซื้อ เพราะหากทำเช่นนั้นแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดซื้ออย่างแน่นอน นี่จึงเป็อีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมถึงต้องขายให้กับโรงเตี๊ยมของนายท่านเหอ
เซี่ยซูมี่ใช้กลยุทธ์เดียวกันกับคุณชายเหอ เขาเปิดโรงเตี๊ยมเพื่อรองรับเศรษฐี และเหล่าขุนนางที่เดินทางมาว่าราชการ หรือสำหรับคุยกิจการงานสำคัญ หาใช่เปิดเพื่อรองรับชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่ แม้ว่าจะเป็อาหารอย่างเดียวกัน แต่เมื่อนำไปขึ้นบนโต๊ะของโรงเตี๊ยมเหอฟู่แล้วย่อมมีราคาสูง ลูกพลับของตนเองก็เช่นกัน หาใช่แข่งกันที่รสชาติแต่เพราะมีที่มาที่ไปชาวบ้านธรรมดาเอื้อมไม่ถึง จึงเหมาะที่จะอยู่ในมือของคนมีเงิน
“อืม ถ้าเป็เช่นนั้นพี่เองก็วางใจ แต่ถึงอย่างไรพี่ก็อยากให้น้องเผื่อใจเอาไว้บ้าง ท่านหลงจู๊เป็คนฉลาดมองการณ์ไกลไม่แพ้นายท่านเหอ หากเขามองแล้วว่าไม่คุ้มเขาจะไม่ชายตาแลเลยเด็ดขาด” ซ่งเวยหลงไม่อยากให้ภรรยาคาดหวังมากเกินไป
“เช่นนั้นลองดูกันเ้าค่ะ ว่าหลงจู๊จะมีสายตากว้างไกลดังเช่นท่านพี่เอ่ยชมเขาหรือไม่” เซี่ยซูมี่นึกน้อยใจที่สามีไม่เชื่อมั่นในตัวเอง แต่ก็พอจะยอมรับได้ เพราะเขาเองได้เห็นขั้นตอนการทำของตนจนหมดสิ้น หากจะมองว่าไม่ได้ซับซ้อนก็คงไม่แปลก แต่บนความธรรมดาก็ใช่ว่าใครจะทำได้เหมือน ตากในพื้นที่เหมาะสม ทิศทางลม ล้วนเป็ปัจจัยสำคัญทั้งนั้น
เมื่อพูดจบหญิงสาวก็แกล้งหลับตา เป็เชิงบอกว่าไม่้าที่จะสนทนาใดๆ อีก ซ่งเวยหลงที่เห็นภรรยาเงียบไปจึงหันหลังกลับไปมอง พบว่านางหลับไปแล้ว ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้า จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาบังคับเกวียนให้ไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยามก็ไปถึงโรงเตี๊ยม ซ่งเวยหลงจอดเกวียนในที่ให้จอด จากนั้นก็ทำหน้าที่ติดต่อกับเด็กที่ร้าน ได้เื่ว่าหลงจู๊ยังไม่ลงมา ให้รอไปก่อน ซ่งเวยหลงเดินคอตกไปหาภรรยา
“ท่านหลงจู๊ยังไม่ลงมา เราคงต้องรอแถวนี้ไปก่อน” ซ่งเวยหลงเอ่ย
“ข้าจัดการเองเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ลงจากเกวียน ไม่ลืมที่จะหยิบกล่องสินค้าตัวอย่างไปด้วย นอกจากลูกพลับตากแห้งแล้ว ยังมีชาลูกพลับที่ทำขึ้นมาขายคู่กันโดยเฉพาะอีกด้วย
เซี่ยซูมี่เดินมาที่ด้านหลังโรงเตี๊ยม พบว่าคนงานกำลังขนของที่ชาวบ้านเอามาขายเข้าไปในร้าน ทุกคนดูยุ่งวุ่นวายกันไปหมด เนื่องจากว่าของในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต้องซื้อใหม่สดทุกวัน ผักก็ต้องเป็ผักสดๆ ไม่เก็บค้างคืน รสชาติจะได้เหมือนกับเก็บจากสวนหลังบ้าน เมื่อมากินที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ ซึ่งพอเข้าใจได้ ยุคสมัยนี้ยังไม่มีวิธีการเก็บความสดอย่างเช่นพวกตู้เย็น ที่สามารถเก็บความสดของอาหารเอาไว้ได้
“พี่ชาย ข้าขอรบกวนท่านสักอย่างได้หรือไม่” เซี่ยซูมี่พูดกับคนงานคนหนึ่งที่กำลังจะเดินไปขนผักอีกตะกร้า
“ต้องขอโทษแม่นาง เมื่อครู่ข้าเพิ่งจะบอกกับพรานซ่งไปว่าให้รอสักครู่เดี๋ยวท่านหลงจู๊ก็คงลงมาเอง ได้ข่าวว่าท่านไม่ค่อยสบายนิดหน่อย” เด็กในร้านตอบด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ เพราะเขาเองก็ต้องทำงานแข่งกับเวลา
“ขอโทษที่รบกวนเวลาพี่ชาย แต่ข้าคิดว่าคงใกล้ได้เวลาที่หลงจู๊จะลงมาแล้ว รบกวนพี่ชายแจ้งหลงจู๊ให้ข้าทีว่าพรานซ่งมีของมาเสนอ” เซี่ยซูมี่ยัดเงินให้กับคนงานไป 10 อีแปะ เพื่อเร่งเวลาหลงจู๊ให้ลงมาได้เร็วขึ้น ชายคนนั้นพยักหน้าอย่างว่าง่าย
“เหลือผักเพียงตะกร้าเดียว ข้าจะไปตามให้ฮูหยินซ่งก่อนแล้วกันขอรับ” เซี่ยซูมี่หันไปยักคิ้วให้สามี ซ่งเวยหลงได้แต่ยืนส่ายหน้าให้กับความเ้าเล่ห์ของภรรยาอยู่ด้านหลัง นางเริ่มติดสินบนเป็ั้แ่เมื่อไหร่กัน ช่างน่ากลัวยิ่งนัก
รอเพียงไม่นานหลงจู๊ก็ลงมาตามที่ลูกน้องไปรายงาน บอกว่าพรานซ่งและฮูหยินมาขอพบ เห็นว่าถือกล่องสวยงามใบหนึ่งมาด้วย
“คารวะท่านหลงจู๊ขอรับ/เ้าค่ะ” ซ่งเวยหลงและภรรยากล่าวทักทายหลงจู๊
“ตามสบายๆ กันเองทั้งนั้น เชิญทั้งสองมาด้านใน อะ แฮ่ม” หลงจู๊พูดเสียงแหบ พร้อมทั้งไอต่อท้ายเมื่อพูดจบ
เซี่ยซูมี่และสามีเดินตามหลงจู๊เข้าไปข้างใน เื่ที่บอกว่าหลงจู๊ไม่สบายเห็นทีจะเป็เื่จริง เพราะเมื่อครู่น้ำเสียงเขาฟังดูแหบแห้งผิดปกติ
“เชิญนั่งๆ” หลงจู๊ผายมือให้สองสามีภรรยานั่งตรงข้ามกับตน
“ต้องขอโทษท่านหลงจู๊ด้วยที่มารบกวนเวลาพักผ่อน ข้าน้อยไม่ทราบมาก่อนว่าท่านไม่สบายเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่คิดว่าวันนี้ตนน่าจะมาเสียเที่ยว เพราะหากว่าหลงจู๊ไม่สบายตนก็ไม่อยากให้เขากินของหวาน เกรงว่าหากกินของหวานๆ ลงไปแล้วจะทำให้ไอมากกว่าเดิม
“ไม่เป็ไรๆ อากาศเปลี่ยนก็เลยไอนิดหน่อย ว่าแต่ครั้งนี้พวกเ้าเอาสิ่งใดมาหรือ?” หลงจู๊โบกมือไปมาราวไม่ถือสา เพราะถึงอย่างไรตนก็ต้องลงมาดูแลความเรียบร้อยด้วยตัวเองอยู่แล้ว
“เดิมทีข้าน้อยตั้งใจจะเอาลูกพลับตากแห้งและชาลูกพลับมาให้ท่านลองชิมเ้าค่ะ แต่เห็นท่านไม่สบายเช่นนี้จึงคิดว่าน่าจะเอาไว้คราวหน้าเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น
"เอามาให้ข้าดู" หลงจู๊คล้ายว่าจะไม่ได้ฟังที่นางพูดไปเมื่อครู่ แต่กลับยื่นมือขอดูกล่องแปลกตาที่นางถือเอาไว้
“นี่เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่ยื่นกล่องที่บรรจุลูกพลับเอาไว้อย่างสวยงามให้กับท่านหลงจู๊ดู
“อืม แปลกตา สวยงามยิ่งนัก” หลงจู๊เปิดกล่องดูก็พบเข้ากับลูกพลับตากแห้งแกะสลักสวยงาม นอกจากนั้นยังมีดอกไม้แห้งแทรกอยู่ในนั้นด้วย
“เ้าค่ะ ข้าทำเองกับมือทุกกล่องเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เอ่ยขึ้น
“ข้าเชื่อ เ้ามีทั้งหมดเท่าไหร่ล่ะ?” หลงจู๊เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขาดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะชวนพูดคุยได้มากกว่านี้
“เ้าคะ? ข้าเอามาทั้งหมด 100 กล่องเ้าค่ะ นอกจากนั้นยังมีชาที่เอาไว้กินคู่กันอีก 100 ชุดเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่แม้จะสงสัยในสิ่งที่หลงจู๊ถาม แต่ก็ยินดีที่จะตอบคำถามแก่เขาอย่างเต็มใจ
“เช่นนั้นก็ให้คนงานไปขนมาเถอะ” หลงจู๊บอกกับลูกน้องที่ยืนเคียงข้างคอยดูแลไม่ห่าง
“ขอรับ” ลูกน้องคนสนิทรับคำ จากนั้นก็เดินออกไป
“เดี๋ยวสิเ้าคะ ข้ายังไม่ได้บอกราคาเลยเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เอ่ยเสียงหลง ทั้งยังแปลกใจกับการกระทำของหลงจู๊อีกด้วย ตนยังไม่ได้บอกแม้กระทั่งราคาเลยด้วยซ้ำ
“คุณชายเหอสั่งเอาไว้ หากครั้งหน้าเ้าเอาสิ่งใดมาขายก็ให้รับเอาไว้ เ้าคงไม่รู้ว่าผักดองที่เอามาขายครั้งก่อนสร้างกำไรมหาศาลให้กับทางโรงเตี๊ยมเรามากแค่ไหน ขุนนางจากต่างเมืองยังนั่งรถม้ามาเพียงเพื่อชิมผักดองจากทางเรา” หลงจู๊พูดอย่างภาคภูมิใจ ไม่คิดว่าผักดองธรรมดาจะทำให้ชื่อเสียงของโรงเตี๊ยมโด่งดังมากกว่าเดิม
“เช่นนั้นข้าน้อยก็ยินดีด้วยเ้าค่ะ ฝากขอบคุณคุณชายเหอด้วยที่เมตตาข้าและสามี” เซี่ยซูมี่ยิ้มดีใจที่อย่างน้อยสิ่งที่คุณชายเหอตัดสินใจลงทุนไปไม่สูญเปล่า อีกทั้งยังเป็เครื่องยืนยันคำพูดของตนได้เป็อย่างดีว่า สิ่งที่พูดออกไปนั้นล้วนแต่เป็เื่จริง หาใช่พูดไปเรื่อยไม่
“ได้ หากครั้งหน้าคุณชายมาตรวจสอบบัญชีข้าจะบอกให้” หลงจู๊พูดยิ้มๆ ด้วยความเอ็นดู
“เรียนท่านหลงจู๊เื่ชาและลูกพลับเ้าค่ะ ลูกพลับตากแห้งข้าตั้งราคาขายอยู่ที่กล่องละ 300 อีแปะเ้าค่ะ หากให้ข้าแนะนำ พวกท่านควรขายกล่องละ 350 อีแปะ หรือมากกว่านั้นได้ แต่ไม่ควรเกิน 400 อีแปะเ้าค่ะ ส่วนชาลูกพลับนั้นข้าน้อยแถมให้เ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่เอ่ยขึ้น เนื่องจากว่าชาลูกพับตนทำขึ้นมาเพื่อเป็สินค้าทดลองขายเท่านั้น ยังไม่พร้อมที่จะวางจำหน่าย ต้องรอดูผลตอบรับก่อนว่าจะดีหรือไม่
“ดี ราคาสมเหตุสมผล ข้าจะได้ขายชาคู่กับลูกพลับเป็คู่กันไปเลย เ้าคิดเห็นเช่นไร?” หลงจู๊ถามความคิดเห็นของเซี่ยซูมี่
“ดีเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พยักหน้าพร้อมทั้งยิ้มพอใจ อย่างน้อยๆ หลงจู๊ผู้นี้ก็มีหัวคิดอยู่บ้าง
“เช่นนั้นก็เอาตามที่เ้าว่า ส่วนราคาข้าคงต้องเรียนคุณชายเหอก่อน ว่าสมควรที่จะตั้งขายที่ราคาเท่าใด” หลงจู๊กล่าว แต่คำแนะนำของฮูหยินน้อยนั้นเขาก็ไม่คิดจะมองข้าม จำทุกคำพูดของนางเพื่อเอาไปเสนอแก่เ้านาย
เมื่อคนงานขนกล่องลูกพลับเข้ามาเก็บ จากนั้นก็ทำการตรวจนับ พบว่าสินค้าตรงตามที่แจ้งเอาไว้ก่อนหน้านั้น หลงจู๊จึงเรียกทั้งสองคนขึ้นไป้าเพื่อจ่ายเงิน
“นี่เป็เงินของพวกเ้า กล่องละ 300 อีแปะ มีทั้งหมด 100 กล่อง เป็เงินทั้งสิ้น 30 ตำลึงถูกต้องหรือไม่?” หลงจู๊ยื่นถุงเงินให้กับเซี่ยซูมี่ พร้อมทั้งแจกแจงรายละเอียด
“ถูกต้องเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่รับเงินมา จากนั้นก็ให้สามีเป็คนเก็บเอาไว้ เวลาอยู่ข้างนอกเป็หญิงไม่ควรพกเงินจำนวนมากๆ เสี่ยงต่อการโดนปล้น
“เ้าจะไม่ตรวจนับก่อนเลยหรือ?” หลงจู๊อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“ไม่จำเป็หรอกเ้าค่ะ สามีข้ากับท่านทำการค้ามาตั้งนาน ข้าน้อยไว้ใจท่านเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น เพียงเพื่อ้าซื้อใจหลงจู๊ผู้นี้เท่านั้น เพื่อเป็การยืนยันว่าท่านหลงจู๊เป็คนซื่อสัตย์สามารถไว้ใจได้
“เ้านี่ช่างเข้าใจพูดประจบสอพลอให้คนแก่รู้สึกดียิ่งนัก หมดธุระแล้วก็ออกไปได้แล้ว ข้าจะได้พักผ่อน” หลงจู๊ทำเป็ไล่ทั้งๆ ที่ตอนนี้ปากและตาเขายิ้มพอใจอย่างปิดไม่มิด
“รักษาสุขภาพด้วยขอรับ/เ้าค่ะ” ทั้งสองคนไม่รบกวนเวลาพักผ่อน หลังจากที่ทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินตรงไปยังเกวียนในทันที
“มองข้าทำไมหรือเ้าคะ?” เซี่ยซูมี่เอ่ยถามสามี เพราะตอนนี้เขาเอาแต่จ้องหน้าแต่กลับไม่พูดอะไรออกมาเสียที แม้จะเห็นกันมาทุกส่วนแล้ว แต่มายืนจ้องหน้ากันเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินหรอกนะ
"มองหน้าคนขี้ประจบ" ซ่งเวยหลงพูดขึ้นยิ้มๆ ตนเห็นด้วยกับคำพูดของหลงจู๊เต็มสิบส่วนเื่ที่ภรรยาเป็คนขี้ประจบ
“ข้าเปล่าเสียหน่อยเ้าค่ะ แค่้าแสดงให้หลงจู๊เห็นว่าข้าไว้ใจเขามากแค่ไหน” เซี่ยซูมี่เถียงขึ้น
“พี่รู้ แค่เย้าเ้าเล่น” ซ่งเวยหลงหลุดขำ พร้อมทั้งพูดกับภรรยาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ข้ารู้ว่าท่านพูดจริง คืนนี้เชิญท่านนอนเหี่ยวแห้งไปเลยเ้าค่ะ” เซี่ยซูมี่แกล้งขู่สามี ขู่เื่อะไรเขาก็ไม่คิดกลัว แต่อย่าได้ขู่เื่งดกิจกรรมบนเตียงเด็ดขาด เพราะชายหนุ่มจะรู้สึกหงอยไปเลยในทันที ห้ามสิ่งใดก็ห้ามได้ แต่อย่าห้ามเื่ที่ต้องบอกรักภรรยา เพราะเป็สิ่งเดียวที่เขาจะทำให้นางเห็นว่าตนนั้นรักนางอย่างสม่ำเสมอมากแค่ไหน
แบบนี้ก็ได้หรอวะแก รักอย่างสม่ำเสมอก็มาว่ะ อิอิ ไหนใครสม่ำเสมอบ้างยกมือขึ้น ส่วนไรท์นั้น สม่ำเสมอแบบเดือนละครั้ง กร๊าก ก ก ก ก ก ก ก